Loading

        จ.ระยอง ชวนเที่ยวงานเทศกาลอาหารดนตรี และ ของดี จ.ระยอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘หาดแม่รำพึง หร่อยริมเล’ มุ่งกระตุ้นท่องเที่ยวชายหาดแม่รำพึง และประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย

          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พ.ย.67 ที่โรงแรมระยอง บีช หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายก อบจ.ระยอง  นายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา นายกทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายบัญชา ฮาดสม ประธานชมรม การท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง ประธานในการจัดงาน คุณอนันต์ คำรอด ผู้แทนบริษัท SPRC ร่วมแถลงข่าวในการจัดงานเทศกาลอาหารดนตรี และของดี จ.ระยอง ‘หาดแม่รำพึง หร่อยริมเล’ ครั้งที่ 2   จัดขึ้นโดยชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC   โดยมีท่านผู้เกียรติ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน   คุณกัญญ์ชลา  สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง คุณพิสมัย  ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง คุณไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์   นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง คุณอดิศร พัฒนาภักดี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จ.ระยอง คุณพิศณุ เขมะพรรค์ ประธานคณะที่ปรึกษา สว.อุปนายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง สมาชิกชมรมฯ และสื่อมวลชน จ.ระยอง เข้าร่วมงาน
              

          โดยงานจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20-24 พ.ย.2567 5 วัน 5 คืน   ที่บริเวณ ถนนบ้านช่น-หาดแม่รำพึง  ต.ตะพง อ.เมืองระยอง  เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 – 24.00 น. ภายในงานจะมีกิจกรรมการแสดงดนตรี แสง สี เสียง รำวงย้อนยุค   กิจกรรมการแสดงโชว์  และอื่นๆ  อีกมากมาย ทั้งนี้การจัดกิจกรรมมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชายหาดแม่รำพึงให้พ่อค้า และแม่ค้าในพื้นที่ได้นำสินค้าในร้านออกมาโชว์ความสด ความสะอาด ความอร่อยให้แก่นักท่องเที่ยว และประชาชนใน จ.ระยอง และใกล้เคียงได้มาชิมอาหารที่หลากหลายเมนู มีอาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล เมนูใหม่ต่างๆ พร้อมทั้งยังส่งเสริมในการประชาสัมพันธ์ สถานที่กิน สถานที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดระยองให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักและชักชวนกันมาเที่ยวหาดแม่รำพึงและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดระยองต่อไป.

Loading

ตม.ระยอง บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจจับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ กัมพูชา หลังลักลอบเข้ามาทำงานก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย

     เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 6 พ.ย.67 พ.ต.อ.อาทิพย์ ซึมดอน ผกก.ตม.จว.ระยอง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก รอง ผกก.ตม.จว.ระยอง บูรณาการร่วมกับจัดหางานจังหวัดระยอง ตรวจค้นแคมป์ที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าว ตามสั่งการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. ให้ทุกหน่วยในสังกัด สตม. ดำเนินการตามนโยบายของ ผบ.ตร. เข้าตรวจสอบเข้มแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างกลางซอยมาบตองใน ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จับกุมตัว MR.AUNG MOE KYAW สัญชาติเมียนมา MR.MUANG HTWE สัญชาติเมียนมา แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิฯ ผู้ถูกจับที่ 2 เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานและเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด(631วัน)

      นอกจากนี้ยังจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ได้อีก จำนวน 6 คน และสัญชาติกัมพูชา จำนวน 8 คน จับกุมได้บริเวณหน้าร้านขายของชำในแคมป์ที่พักคนงานซอยมาบตองใน ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย แจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 81 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading

2 หนุ่มวัยรุ่นเมืองระยอง โพสต์รูปอาวุธปืนลงเฟสบุ๊ก เจอเจ้าหน้าที่ชุดฝ่ายความมั่นคงระยอง บุกรวบคาร้านจำหน่ายกัญชาที่ทั้ง 2 คน ทำงานอยู่ เจ้าตัวยอมรับโพสต์จริง เจ้าหน้าที่นำตัวส่งดำเนินคดี

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทัศนเดชา บุญสนธิ์ ป้องกันจังหวัดระยอง นายไกรยุทธ วิลาวัลย์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมพัฒนา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง-ชุดเฉพาะกิจปกครอง-ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายความมั่นคงจังหวัดระยอง และเจาหน้าที่ อส.จังหวัดระยอง ภายใต้การนำของนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง ร่วมกันจับกุมนายปรเมษฐ์ หรือฟลุ๊ค อายุ 19 ปี นายอภิสิทธิ์ หรือออม อายุ 18 ปี ชาว จ.ระยอง พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืน (แบลงค์กัน) ขนาด.380 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน ขนาด .380 จำนวน 2 นัด เครื่องกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด หัวเปลี่ยนบุหรี่ไฟฟ้า (ยังไม่ผ่านการใช้งาน) 41 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้า (ยังไม่ผ่านการใช้งาน) 9 อัน

     จากการสอบสวนตามนโยบายนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ได้สั่งการให้ชุดฝ่ายความมั่นคง-ฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง กวดขันปราบปรามผู้มีอิทธิพล บ่อนอบายมุขต่างๆ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับร้องเรียนว่ามีการโพสต์โชว์อาวุธปืนในเฟสบุ๊กชื่อ ‘AS NK’ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ ทราบว่าเฟสบุ๊กดังกล่าวเป็นของนายปรเมษฐ์ หรือฟลุ๊ค จากนั้นได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นร้านขายกัญชาในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้องและพบนายอภิสิทธิ์ หรือออม อยู่ในห้องพักด้วย และได้ตรวจพบอาวุธปืนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอน เป็นอาวุธปืน (แบลงค์กัน) ขนาด.380 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน นอกจากนี้ยังพบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีไว้จำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดเป็นของกลาง ทั้ง 2 ราย ได้สารภาพว่าได้โชว์และโพสต์อาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกจริงเพราะรู้เท่าไม่ถึงการ ส่วนอาวุธปืนอีกกระบอกได้ขายไปทางออนไลน์แล้ว และรับอีกกว่าตนทั้ง 2 คน เป็นเพียงลูกจ้างที่มาขายของและเฝ้าร้านขายกัญชาซึ่งร้านดังกล่าว

       เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหานายปรเมษฐ์ หรือฟลุ๊ค ในข้อหา 1. ซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามขายสินค้า 3. กระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตร 209 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

        ส่วนนายอภิสิทธิ์ หรือออม แจ้งข้อกล่าวหา 1. ซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557, 2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามขายสินค้า 3. กระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตร 209 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560, 4. มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวทั้ง 2 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.นิคมพัฒนาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading

SPRC ร่วมสนับสนุนโครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 จ.ระยอง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

      นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท แก่โครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีรับมอบ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง

       โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภายใต้การสนับสนุนของจังหวัดระยอง โดย นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอัมพาตในชุมชน กิจกรรมจะได้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ซึ่งมีประชาชนชาวจังหวัดระยองร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

       การจัดงานครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนชาวระยอง โดย SPRC ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในจังหวัดระยอง การสนับสนุนโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

         โครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” นับเป็นกิจกรรมสำคัญประจำปีของจังหวัดระยอง ที่สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคอัมพาตและการดูแลสุขภาพในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับประชาชนทุกเพศทุกวัย

Loading

BST Group ร่วมสืบสานประเพณีบุญกฐินสามัคคี ณ วัดซอยคีรี ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๗ ยอดเงินทำบุญกว่า ๑,๒๖๘,๒๒๐ บาท

     กลุ่มบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด หรือ BST Group ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (BST) บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด (BSTE) และบริษัท บีเอสที เอเนออส อิลาสโตเมอร์ จำกัด (BEE) ร่วมเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐินสามัคคี ประจำปี ๒๕๖๗ โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงาน BST Group ชาวชุมชนซอยคีรี ชุมชนเจริญพัฒนา ชุมชนหนองหวายโสม และชุมชนใกล้เคียง เข้าร่วมงาน ณ วัดซอยคีรี ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ณ วัดซอยคีรี ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ ซึ่งมีความประสงค์ที่จะบูรณปฏิสังขรณ์เมรุของวัดซอยคีรี ที่มีความชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน และนอกเหนือจากวัดซอยคีรีแล้วในปี ๒๕๖๗ นี้ BST Group ยังได้ร่วมงานบุญกฐินประจำปีตามวัดต่างๆ ในเขตพื้นที่มาบตาพุดและบ้านฉาง รวมจำนวน อีก ๑๗ แห่ง เพื่อสืบสานประเพณีทางพุทธศาสนาและอัตลักษณ์ไทยที่ดีงามให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืนสืบต่อไป

      ยอดเงินทำบุญ งานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดซอยคีรี ประจำปี ๒๕๖๗ จำนวนรวมทั้งสิ้น ๑,๒๖๘,๒๒๐ บาท

Loading

สอศ.มอบโล่เชิดชูเกียรติสถานศึกษาขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีแก่เทคนิคระยอง ระดับ ปวส. เพิ่มขึ้น ‘มากที่สุด’

      เมื่อเร็วๆ นี้ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่วิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีระดับ ปวส. เพิ่มขึ้น ‘มากที่สุด’ ประจำปีการศึกษา 2567 ในกลุ่มที่ 1 พื้นที่นำร่อง 28 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยมีนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง รับมอบ ที่วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช

       ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ถือเป็นสถานศึกษาที่มีความร่วมมือกับสถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ อปท. และสถาบันการศึกษาต่างๆ จำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีการลงนาม MOU ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีขึ้น ทั้งนี้เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน รวมทั้งให้มีสมรรถนะสูงเท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันและเชื่อมโยงองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต สอดรับกับการพัฒนาประเทศในยุค 4.0

Loading

       ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวระยอง จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แกลง มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

     เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง ททท.สำนักงานระยอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยอง ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แกลง Familiarization thip 3 เส้นทาง นำโดย นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง โดยได้สำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางธรรมชาติและภูมิปัญญา ท่องเที่ยวและสัมผัสภูมิปัญญาแห่งบ้านทะเลน้อย ไหว้พระวัดราชบัลลังก์ประฏิฐาวราราม วัดทะเลน้อย เที่ยวชมทุ่งโปรงทอง นั่งเรือชมความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติริมคลองแสนผู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าชายเลน 2.เส้นทางสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรม เที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นผืนป่าเสม็ดพันปีที่มีขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่ของสัตว์ และพืชพื้นถิ่นที่ใกล้จะสูญพันธุ์กว่า 400 ชนิด เยี่ยมชมการสาธิตเสื่อกระจูด และเครื่องจักรสานชุมชนบ้านมาบเหลาชะโอน และร่วมกราบไหว้สักการะรูปปั้นสุนทรภู่ และ 3.เส้นทางเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวชุมชนบ้านจำรุง แหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหาดูยาก วัดชากกระโดน ชมธรรมชาติป่าแสมบริเวณสะพานรักษ์แสม สัมผัสบรรยากาศสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แบบธรรมชาติทิวเขาและต้นทุเรียนที่เรียงรายสวยงาม สวนคุณประยูร         

ทั้งนี้กิจกรรมที่จัดขึ้น มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จ.ระยอง และปลูกฝังความภาคภูมิใจความเป็นไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19

Loading

วัดหนองฆ้อ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พุทธาภิเษกพระผงเหนือดวงเศรษฐี หลวงพ่อทองสุข รุ่นที่ระลึกงานทอดกฐิน เปิดให้บูชาเนื่องในวันทอดกฐินสามัคคีประจำปีของวัด รายได้นำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าารายงานว่า นายนิพนธ์ เสียงจันทร์ ประธานจัดสร้างวัตถุมงคล และคณะกรรมการวัดหนองฆ้อ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้จัดให้มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล พระผงเหนือดวงเศรษฐี หลวงปู่สุข เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ รุ่นที่ระลึกงานทอดกฐิน ประจำปี 2567 ของทางวัด โดยได้มีพิธีบวงสรวงเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล และจุดประทัดเอาฤกษ์เอาชัยบริเวณหน้าอุโบสถวัดหนองฆ้อ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยได้เลขหางประทัดคือ 56, 478, 16, 761  ก่อนที่หลวงพ่อทองสุข ลทธเมโท เจ้าอาวาสวัด จะได้เป็นประธานนำพระเกจิประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลดังกล่าวภายในอุโบสถ โดยวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นมี 5 ชุด อาทิ พระผงเหนือดวงเศรษฐี ชุดประธาน ,ชุดรองประธาน มีพระผงเหนือดวงเศรษฐีเนื้อก้นครก ตะกรุดทองคำมหาปราบ เนื้อผงพญาเถาวัลย์ ตะกรุดมหาปราบ สร้าง 23 ชุด,ชุดอุปถัมภ์ เนื้อกระยาสาทร ตะกรุดมหาปราบ เนื้อผงงาช้างผสมจีวร ตะกรุดเงินทองแดง สร้าง 109 ชุด, ชุดร่วมบุญกฐิน และชุดรายการพิเศษ เป็นต้น       

ทั้งนี้การจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว ได้เปิดให้มีการจอง และสามารถเช่าบูชา และร่วมทำบุญได้ เนื่องในงานกฐินสามัคคีของทางวัด โดยในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 13.00 น. จะมีพิธีตั้งองค์กฐิน และวันที่ 10 พ.ย. เวลา 11.00 น. จะมีพิธีทอดกฐิน ทั้งนี้การจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว จะนำรายได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัด และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไป.

Loading

พนักงานร้านกาแฟขับรถเก๋งรีบไปทำงาน เกิดอุบัติเหตุชน จยย. ลากไปไกล 20 ม. คนขี่ดับคาถนน

    เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 พ.ย.67 ร.ต.ท.หญิงภรภัทร สาครเสถียร ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับเหตุรถเก๋งชน จยย.มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท ขาออกเมืองระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ไปตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เอ็นเอสอาร์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขนต 136 ระยอง ล้มอยู่กลางถนนสภาพพังยับจากการถูกชน ใกล้กันพบรถเก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 2 สีแดง หมายเลขทะเบียน ขฉ 8038 ระยอง จอดขวางอยู่ในลักษณะขวางถนน สภาพหน้ารถฝั่งข้างคนขับมีรอยเฉี่ยวชนจนได้รับความเสียหายพังทั้งแถบ บริเวณกระจกมีรอยชนจนกระจกแตก และยางรถยังได้รับความเสียหายแตกคล้ายยางระเบิด นอกจากนี้ยังพบรถเก๋ง และรถตู้อีก 2 คันที่จอดอยู่ริมถนนถูกรถเก๋งคันเกิดเหตุเสียหลักแฉลบไปชนได้รับความเสียหายด้วย ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบศพผู้เสียชีวิตเป็นคนขี่ จยย. ทราบชื่อคือ นายธนวัฒน์ อายุ 58 ปี สภาพกะโหลกแตก แขนขาหักผิดรูป โดยขาขวาถูกชนจนเกือบขาด ส่วนคนขับรถเก๋งคันเกิดเหตุทราบชื่อคือ น.ส.วารี อายุ 35 ปี เป็นพนักงานร้านกาแฟแห่งหนึ่งอยู่ในปั๊มน้ำมันห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 5 กม. ถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพระยอง หลังได้รับบาดเจ็บจากการถูกถุงลมนิรภัยในรถอัดเข้ากับบริเวณหน้าอก

     จากสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า รถเก๋งได้ขับมาทางตรง หลังรีบไปเข้างาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถได้เกิดเฉี่ยวชนกับ จยย. ซึ่งคาดว่าจะชะลอเพื่อยูเทิร์น โดยพบรอยเบรกของรถเก๋ง รอยเฉี่ยวชนที่พื้นถนนเป็นทางยาว และลาก จยย.ไปไกลกว่า 20 เมตร อบ่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนคนขับรถเก๋งถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อีกครั้งหลังหายดี และจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

Loading

เกิดอุบัติเหตุ รถ จยย. พุ่งชนรถตู้ทึบกลางสี่แยกไฟแดง เป็นเหตุให้คนขี่และซ้อนรถ จยย.เสียชีวิตคาที่ 2 ราย คาดขี่มาด้วยความเร็วสูงฝ่าสัญญาณไฟแดง

    เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 พ.ย.67 ร.ต.อ.ชัชวาล เพชรนอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ตรวจสอบอุบัติเหตุรถ จยย. ชนรถกระบะตู้ทึบส่งของบริเวณถนนสายตาขัน-ชากบก สี่แยก ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย และหญิง ค้นในตัวผู้หญิงพบบัตร ปชช.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินจำนวนหนึ่งโดยทราบชื่อคือ น.ส.ประทุมมา เขียวพระอินทร์ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครปฐม สภาพกะโหลกแตก แขนขาหัก เลือดไหลนองพื้น อีกรายเป็นชาย ค้นในตัวไม่มีเอกสารระบุตัว อายุประมาณ 50 ปี ไม่ทราบชื่อ สภาพกะโหลกแตกมันสมองกระจายทั่วพื้นถนน ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้เวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน คฉค 632 ระยอง สภาพพังยับ ห่างออกไปประมาณ 10 ม. พบรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า สีทอง หมายเลขทะเบียน ผฉ 9957 ระยอง จอดอยู่ริมถนน บริเวณข้างประตูคนขับมีรอยถูกชนจนประตูรถบุบทั้งแถบ มีเศษเนื้อและมันสมอง และเลือดของผู้ตายติดกระจายอยู่บริเวณที่ชน โดยมี นายเรียก มีเว ชาวกัมพูชา เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     สอบถามนายเรียก มีเว คนขับรถกระบะตู้ทึบ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะ โดยรับกล่องและลังใส่ผลไม้มาจาก จ.ชลบุรี เพื่อไปส่งโรงงานที่ ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ซึ่งเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงโรงงาน ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกไฟแดง ฝั่งถนนตนเป็นสัญญาณไฟเขียว จึงขับมาตามปกติ กำลังจะข้ามสี่แยกอยู่แล้ว เป็นจังหวะเดียวกันกับผู้ตายทั้ง 2 คนขับขี่และซ้อนรถ จยย. กันมาอีกฝาก ซึ่งเป็นสัญญาณไฟแดง โดยมีรถของชาวบ้านจอดติดไฟแดงอยู่หลายคัน แต่รถ จยย.ของผู้ตายทั้ง 2 ราย ขี่มาด้วยความเร็วสูง ไม่เบรกจนชนเข้าฝั่งที่ตนเป็นคนขับอย่างจังเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว

      อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสภ.บ้านค่าย จะได้สอบสวนคนขับรถกระบะตู้ทึบ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.