Loading

ประธานสภาประชาชนเขตกวนตู้ นครคุนหมิง เข้าพบพ่อเมืองระยอง เจรจาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนกับ จ.ระยอง ให้ความสนใจทุเรียนเป็นพิเศษ เตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อประโยชน์ทางการค้าขายร่วมกันทั้ง 2 เมือง

     เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ห้องประชุมเสนานิคมพินิจ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงาน นายเจ้า คุณ ประธานสภาเขตกวนตู้ นครคุนหมิง และคณะผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ได้เข้าพบนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง หัวส่วนราชการ และผู้แทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อเจรจา แลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับ จ.ระยอง

     นายเจ้า คุณ ประธานสภาเขตกวนตู้ นครคุนหมิง  เปิดเผยว่า เขตกวนตู้เป็นเขตธุรกิจหลักนครคุนหมิง มีสินค้าเกษตรขึ้นชื่อ ทั้งใบชา ส้ม เป็นเมืองส่งออกดอกไม้สดตลาดใหญ่ที่สุดในโลก ยังมีเห็ดสมุนไพร มีกาแฟอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีเส้นทางหลวง และรถไฟจีนไปพม่า และลาว ซึ่งสามารถส่งสินค้าระหว่างจีน และไทยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้สนใจแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร เพื่อประโยชน์ทั้ง 2 เมืองร่วมกัน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่ง จ.ระยอง มีความชำนาญในการผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ และชาวจีนก็ชอบทุเรียนของ จ.ระยอง โดยมณฑลยูนนาน นำเข้าเข้าทุเรียนจากไทยปีละ 180,000 ตัน และเขตกวนตู้ เป็นพอตสำคัญในการกระจายสินค้าไปทั่วจีนด้วย จึงอยากร่วมมือโดยเริ่มกับ จ.ระยองก่อนเป็นจังหวัดแรกในการส่งทุเรียนไปยังจีน นอกจากนี้ยังสนใจสินค้าตัวอื่น เช่น สมุนไพรไทย และสินค้าแฮนด์เมดด้วย

      นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า จ.ระยอง เป็นจังหวัดเศรษฐกิจ 3 ขา ประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยวและบริการ และภาคการเกษตรที่มีการส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนไปยังประเทศจีนในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก และจังหวัดระยองยังเป็น 1 ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ที่อยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้มีส่งเสริม พัฒนา และต่อยอดพื้นที่รองรับการลงทุนภาคอุตสาหกรรมด้วย จ.ระยอง มีความยินดีอย่างยิ่งในการที่จะจับมือความร่วมมือด้านค้าขายผลไม้ร่วมกัน โดยเฉพาะสนใจทุเรียนของ จ.ระยอง ที่ทางเขตกวนตู้ ต้องการทุเรียน รวมทั้งด้านภาคอุตสาหกรรม และท่องเที่ยว จากนี้จะมีการขับเคลื่อนโดยจะเร่งตั้งคณะทำงานร่วมกันด้านภาคการเกษตรอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและบริการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ทางการค้าร่วมกัน ให้ทันผลไม้ออกสู่ตลาดในปีหน้า.

Loading

ตำรวจภูธรระยอง ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองระยอง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง ดูแลทรัพย์สินและความปลอดภัยในชีวิต เพื่อสร้างเชื่อมั่นของประชาชน และนักท่องเที่ยว ด้านพ่อเมืองระยอง กำชับ 8 อำเภอ สอดส่องดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกำชับการเล่นพลุ ดอกไม้ไฟที่อาจจะก่อให้เกิดอัคคีภัย

      เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 พ.ย.67 ที่บริเวณด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดระยอง หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระยอง ตำรวจทางหลวงจังหวัดระยอง ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง อาสาสมัครตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง รวม 160 นาย ยานพาหนะ 30 คัน โดยมี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง ร่วมพิธีฯ

      พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง เปิดเผยว่า สืบเนื่องในวันที่ 15 พ.ย.นี้ เป็นวันลอยกระทงและรัฐบาลได้จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ภายใต้ชื่อ ‘ลอยกระทง วิถีไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ขึ้น ซึ่งอาจมีประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมลอยกระทง ลอยประทีป โคมไฟ ตามแม่น้ำลำคลอง รวมถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงเป็นจำนวนมาก และอาจทำให้เกิดปัญหาจราจร ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญและอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิงพลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงานต่างๆ เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดระยอง ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 2 จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ระดมกวาคล้างอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบระหว่างวันที่ 8-14 พ.ย.นี้ ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดระยอง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สนธิกำลังกับฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมขึ้นในห้วงระยะเวลาดังกล่าวขึ้น

        ด้านนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงนี้ ทางจังหวัด และตำรวจภูธรจังหวัดได้มีการกำชับไปยังตำรวจ และนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ในมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือมาลอยกระทงในพื้นที่ระยอง โดยเฉพาะมาตรการหลักในการกวดล้างปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สร้างความเชื่อมั่น สภาพจราจร การอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังได้กำชับให้นายก อปท. ในพื้นที่ จัดชุดบุคลากร ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา ไม่ให้คนกระทำผิดก่อความเดือดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามในพื้นที่ระยอง ส่วนมาตรการการกวดขันเล่นะลุ ดอกไม้ไฟ และโคมลอยที่จะก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรม ไม่อนุญาตให้เล่น และหากพบการละเล่นพลุ ดอกไม้ไฟ ได้กำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ช่วยสอดส่องดูแลราษฎรในพื้นที่ ตักเตือนอย่าปล่อยให้มีการละเล่นพลุ ดอกไม้ไฟที่มีลักษณะจะก่อให้เกิดอัคคีภัยให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เป็นเจ้าภาพการประชุมและสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ เครือข่ายนักบริหารจัดการสังคมสูงวัยของ อปท. มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่

      เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่โรงแรมสตาร์คอนเวนชั่นระยอง อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา เป็นประธานเปิดการประชุมและสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ เครือข่ายนักบริหารจัดการสังคมสูงวัยของ อปท. หัวข้อ เครือข่ายพลังท้องถิ่นแนวหน้าเคลื่อนสังคมสูงวัย ไปต่ออย่างไรให้เกิดบริการมิติใหม่ที่ยั่งยืน ภายใต้เครือข่ายบูรณาการการจัดการบริการสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน(โครงการ Smart Strong) ซึ่งเทศบาลตำบลทับมา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีเครือข่ายท้องถิ่นทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมฯ ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนาบทเรียนการจัดบริการร้านกาแฟบำบัดเพื่อฟื้นฟูครอบครัว และผู้ป่วยสมองเสื่อม, แนวทางการจัดบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุในชุมชน, การดูแลการป้องกันเสื่อมถอยทางมิติสุขภาพ, สวัสดิการสังคมและสภาพแวดล้อมในชุมชน โดยมีผู้แทนเครือข่ายนักจัดการสังคมสูงวัยจาก อปท. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และผู้แทนจากเทศบาลเมืองอุกาวะระ องค์กร Nogezaka-Gloca ประเทศญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์และเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ ผู้แทน อปท. ที่เข้าร่วมประชุมฯ ได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการจัดการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่

            น.ส.เรวีญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว มีประชากรสูงคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ภารกิจการบริการสุขภาพชุมชน การจัดบริการดูแลผู้สูงอายุทั้งด้านรักษาพยาบาล การดูแลระยะกลางและการฟื้นฟู การดูแลระยะยาวและในอนาคตต้องรับมือกับการดูแลระยะสุดท้าย เนื่องจากความเป็นปึกแผ่นทางประชากรครอบครัวไทยลดลง การอยู่อาศัยของผู้สูงอายุร่วมกับครอบครัวหรือบุคคลอื่นในครัวเรือนก็มีจำนวนลดลงเช่นกัน ในขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย และในปีที่ผ่านมาพบผู้สูงอายุถูกกลอกจาก Romance Scam และมิจฉาชีพสูงกว่า 600,000 คน นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวเผชิญกับภาวะสมองเสื่อมมากขึ้น และในอนาคตจะต้องรับมือกับผู้สูงอายุที่มีภาวะดังกล่าวมากกว่า 1 ล้านคนอีกด้วย ซึ่งการประชุมฯ ในครั้งนี้ มุ่งให้เครือข่ายนักจัดการสังคมสูงวัย อปท. ได้ก้าวทันกับสถานการณ์ เกาะติดประเด็น มี Mindset ในทางบวกและมีมุมมองที่ทันสมัย ปรับตัวและแสวงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ตลอดจนเพื่อให้ให้นักบริหารสังคมสูงวัย อปท. ได้ร่วมนำเสนอประสบการณ์การทำงาน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการสนับสนุนกำลังใจซึ่งกันและกัน และช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานดูแลผู้สูงอายุต่อไปอีกด้วย.

Loading

        จ.ระยอง ชวนเที่ยวงานเทศกาลอาหารดนตรี และ ของดี จ.ระยอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘หาดแม่รำพึง หร่อยริมเล’ มุ่งกระตุ้นท่องเที่ยวชายหาดแม่รำพึง และประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย

          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พ.ย.67 ที่โรงแรมระยอง บีช หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายก อบจ.ระยอง  นายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา นายกทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายบัญชา ฮาดสม ประธานชมรม การท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง ประธานในการจัดงาน คุณอนันต์ คำรอด ผู้แทนบริษัท SPRC ร่วมแถลงข่าวในการจัดงานเทศกาลอาหารดนตรี และของดี จ.ระยอง ‘หาดแม่รำพึง หร่อยริมเล’ ครั้งที่ 2   จัดขึ้นโดยชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC   โดยมีท่านผู้เกียรติ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน   คุณกัญญ์ชลา  สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง คุณพิสมัย  ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง คุณไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์   นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง คุณอดิศร พัฒนาภักดี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จ.ระยอง คุณพิศณุ เขมะพรรค์ ประธานคณะที่ปรึกษา สว.อุปนายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง สมาชิกชมรมฯ และสื่อมวลชน จ.ระยอง เข้าร่วมงาน
              

          โดยงานจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20-24 พ.ย.2567 5 วัน 5 คืน   ที่บริเวณ ถนนบ้านช่น-หาดแม่รำพึง  ต.ตะพง อ.เมืองระยอง  เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 – 24.00 น. ภายในงานจะมีกิจกรรมการแสดงดนตรี แสง สี เสียง รำวงย้อนยุค   กิจกรรมการแสดงโชว์  และอื่นๆ  อีกมากมาย ทั้งนี้การจัดกิจกรรมมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชายหาดแม่รำพึงให้พ่อค้า และแม่ค้าในพื้นที่ได้นำสินค้าในร้านออกมาโชว์ความสด ความสะอาด ความอร่อยให้แก่นักท่องเที่ยว และประชาชนใน จ.ระยอง และใกล้เคียงได้มาชิมอาหารที่หลากหลายเมนู มีอาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล เมนูใหม่ต่างๆ พร้อมทั้งยังส่งเสริมในการประชาสัมพันธ์ สถานที่กิน สถานที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดระยองให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักและชักชวนกันมาเที่ยวหาดแม่รำพึงและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดระยองต่อไป.

Loading

ตม.ระยอง บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจจับแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ กัมพูชา หลังลักลอบเข้ามาทำงานก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย

     เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 6 พ.ย.67 พ.ต.อ.อาทิพย์ ซึมดอน ผกก.ตม.จว.ระยอง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก รอง ผกก.ตม.จว.ระยอง บูรณาการร่วมกับจัดหางานจังหวัดระยอง ตรวจค้นแคมป์ที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าว ตามสั่งการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. ให้ทุกหน่วยในสังกัด สตม. ดำเนินการตามนโยบายของ ผบ.ตร. เข้าตรวจสอบเข้มแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างกลางซอยมาบตองใน ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จับกุมตัว MR.AUNG MOE KYAW สัญชาติเมียนมา MR.MUANG HTWE สัญชาติเมียนมา แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิฯ ผู้ถูกจับที่ 2 เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานและเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด(631วัน)

      นอกจากนี้ยังจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ได้อีก จำนวน 6 คน และสัญชาติกัมพูชา จำนวน 8 คน จับกุมได้บริเวณหน้าร้านขายของชำในแคมป์ที่พักคนงานซอยมาบตองใน ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย แจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 81 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading

2 หนุ่มวัยรุ่นเมืองระยอง โพสต์รูปอาวุธปืนลงเฟสบุ๊ก เจอเจ้าหน้าที่ชุดฝ่ายความมั่นคงระยอง บุกรวบคาร้านจำหน่ายกัญชาที่ทั้ง 2 คน ทำงานอยู่ เจ้าตัวยอมรับโพสต์จริง เจ้าหน้าที่นำตัวส่งดำเนินคดี

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทัศนเดชา บุญสนธิ์ ป้องกันจังหวัดระยอง นายไกรยุทธ วิลาวัลย์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมพัฒนา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง-ชุดเฉพาะกิจปกครอง-ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายความมั่นคงจังหวัดระยอง และเจาหน้าที่ อส.จังหวัดระยอง ภายใต้การนำของนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง ร่วมกันจับกุมนายปรเมษฐ์ หรือฟลุ๊ค อายุ 19 ปี นายอภิสิทธิ์ หรือออม อายุ 18 ปี ชาว จ.ระยอง พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืน (แบลงค์กัน) ขนาด.380 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน ขนาด .380 จำนวน 2 นัด เครื่องกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด หัวเปลี่ยนบุหรี่ไฟฟ้า (ยังไม่ผ่านการใช้งาน) 41 ชิ้น บุหรี่ไฟฟ้า (ยังไม่ผ่านการใช้งาน) 9 อัน

     จากการสอบสวนตามนโยบายนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ได้สั่งการให้ชุดฝ่ายความมั่นคง-ฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง กวดขันปราบปรามผู้มีอิทธิพล บ่อนอบายมุขต่างๆ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับร้องเรียนว่ามีการโพสต์โชว์อาวุธปืนในเฟสบุ๊กชื่อ ‘AS NK’ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ ทราบว่าเฟสบุ๊กดังกล่าวเป็นของนายปรเมษฐ์ หรือฟลุ๊ค จากนั้นได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นร้านขายกัญชาในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา ซึ่งมีใบอนุญาตถูกต้องและพบนายอภิสิทธิ์ หรือออม อยู่ในห้องพักด้วย และได้ตรวจพบอาวุธปืนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอน เป็นอาวุธปืน (แบลงค์กัน) ขนาด.380 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน นอกจากนี้ยังพบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีไว้จำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดเป็นของกลาง ทั้ง 2 ราย ได้สารภาพว่าได้โชว์และโพสต์อาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกจริงเพราะรู้เท่าไม่ถึงการ ส่วนอาวุธปืนอีกกระบอกได้ขายไปทางออนไลน์แล้ว และรับอีกกว่าตนทั้ง 2 คน เป็นเพียงลูกจ้างที่มาขายของและเฝ้าร้านขายกัญชาซึ่งร้านดังกล่าว

       เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหานายปรเมษฐ์ หรือฟลุ๊ค ในข้อหา 1. ซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามขายสินค้า 3. กระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตร 209 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

        ส่วนนายอภิสิทธิ์ หรือออม แจ้งข้อกล่าวหา 1. ซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557, 2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่องห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามขายสินค้า 3. กระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตามมาตร 209 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560, 4. มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน (ปืนเถื่อน) และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวทั้ง 2 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.นิคมพัฒนาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading

SPRC ร่วมสนับสนุนโครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 จ.ระยอง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

      นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาท แก่โครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีรับมอบ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง

       โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภายใต้การสนับสนุนของจังหวัดระยอง โดย นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอัมพาตในชุมชน กิจกรรมจะได้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ซึ่งมีประชาชนชาวจังหวัดระยองร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

       การจัดงานครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมสุขภาพประชาชนชาวระยอง โดย SPRC ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในจังหวัดระยอง การสนับสนุนโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

         โครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” นับเป็นกิจกรรมสำคัญประจำปีของจังหวัดระยอง ที่สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคอัมพาตและการดูแลสุขภาพในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับประชาชนทุกเพศทุกวัย

Loading

BST Group ร่วมสืบสานประเพณีบุญกฐินสามัคคี ณ วัดซอยคีรี ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๗ ยอดเงินทำบุญกว่า ๑,๒๖๘,๒๒๐ บาท

     กลุ่มบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด หรือ BST Group ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (BST) บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด (BSTE) และบริษัท บีเอสที เอเนออส อิลาสโตเมอร์ จำกัด (BEE) ร่วมเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐินสามัคคี ประจำปี ๒๕๖๗ โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงาน BST Group ชาวชุมชนซอยคีรี ชุมชนเจริญพัฒนา ชุมชนหนองหวายโสม และชุมชนใกล้เคียง เข้าร่วมงาน ณ วัดซอยคีรี ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ณ วัดซอยคีรี ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ ซึ่งมีความประสงค์ที่จะบูรณปฏิสังขรณ์เมรุของวัดซอยคีรี ที่มีความชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน และนอกเหนือจากวัดซอยคีรีแล้วในปี ๒๕๖๗ นี้ BST Group ยังได้ร่วมงานบุญกฐินประจำปีตามวัดต่างๆ ในเขตพื้นที่มาบตาพุดและบ้านฉาง รวมจำนวน อีก ๑๗ แห่ง เพื่อสืบสานประเพณีทางพุทธศาสนาและอัตลักษณ์ไทยที่ดีงามให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืนสืบต่อไป

      ยอดเงินทำบุญ งานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดซอยคีรี ประจำปี ๒๕๖๗ จำนวนรวมทั้งสิ้น ๑,๒๖๘,๒๒๐ บาท

Loading

สอศ.มอบโล่เชิดชูเกียรติสถานศึกษาขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีแก่เทคนิคระยอง ระดับ ปวส. เพิ่มขึ้น ‘มากที่สุด’

      เมื่อเร็วๆ นี้ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่วิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีระดับ ปวส. เพิ่มขึ้น ‘มากที่สุด’ ประจำปีการศึกษา 2567 ในกลุ่มที่ 1 พื้นที่นำร่อง 28 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยมีนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง รับมอบ ที่วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช

       ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ถือเป็นสถานศึกษาที่มีความร่วมมือกับสถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ อปท. และสถาบันการศึกษาต่างๆ จำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีการลงนาม MOU ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีขึ้น ทั้งนี้เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน รวมทั้งให้มีสมรรถนะสูงเท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันและเชื่อมโยงองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต สอดรับกับการพัฒนาประเทศในยุค 4.0

Loading

       ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวระยอง จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แกลง มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

     เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง ททท.สำนักงานระยอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยอง ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แกลง Familiarization thip 3 เส้นทาง นำโดย นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง โดยได้สำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางธรรมชาติและภูมิปัญญา ท่องเที่ยวและสัมผัสภูมิปัญญาแห่งบ้านทะเลน้อย ไหว้พระวัดราชบัลลังก์ประฏิฐาวราราม วัดทะเลน้อย เที่ยวชมทุ่งโปรงทอง นั่งเรือชมความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติริมคลองแสนผู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าชายเลน 2.เส้นทางสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรม เที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นผืนป่าเสม็ดพันปีที่มีขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่ของสัตว์ และพืชพื้นถิ่นที่ใกล้จะสูญพันธุ์กว่า 400 ชนิด เยี่ยมชมการสาธิตเสื่อกระจูด และเครื่องจักรสานชุมชนบ้านมาบเหลาชะโอน และร่วมกราบไหว้สักการะรูปปั้นสุนทรภู่ และ 3.เส้นทางเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวชุมชนบ้านจำรุง แหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหาดูยาก วัดชากกระโดน ชมธรรมชาติป่าแสมบริเวณสะพานรักษ์แสม สัมผัสบรรยากาศสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แบบธรรมชาติทิวเขาและต้นทุเรียนที่เรียงรายสวยงาม สวนคุณประยูร         

ทั้งนี้กิจกรรมที่จัดขึ้น มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จ.ระยอง และปลูกฝังความภาคภูมิใจความเป็นไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19