Loading

  ไทยแลนด์สุดปัง ดึง’เมสซี่’ และทีมชาติอาร์เจนตินาโชว์ฝีเท้า เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง เป็นสักขีพยานลงนามเซ็นสัญญาดึงทีมชาติอาร์เจนติน่า มาเตะในไทย

    เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ที่กรุงปักกิ่ง Mr.Jianbo Zhang นักธุรกิจเชื้อสายจีน CEO บริษัท Southgilmore LLC. ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ สหรัฐอเมริกา ได้ร่วมลงนาม MOU กับนายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร และนายฉัตรชัย เล่งอี้ นักธุรกิจผู้คร่ำหวอดในวงการการค้าระหว่างไทยและจีน ในข้อตกลงความร่วมมือให้สิทธิ์จัดการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินากับทีมต่างชาติที่ประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งแมตช์ โดยมีกองหน้าดาวดัง Lionel Messi ร่วมเตะไม่ต่ำกว่า 45 นาที และอีกหนึ่งแมตช์จะจัดแข่งขันที่ประเทศจีน โดยมีนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง เป็นสักขีพยาน ซึ่งการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นให้แล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. 68 ส่วนการจัดแข่งขันกำหนดไว้ราวเดือน พ.ย.68

    นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร กล่าวถึงบริษัท Southgilmore ว่าเป็นบริษัทด้าน Sport management ที่มีบริษัทแม่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ และได้ซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2022 นำโดย Lionel Messi รวมสองนัดในปี 2024 – 2025 เพื่อจัดการแข่งขันในเอเชีย โดยที่ผ่านมายังมีประเทศสิงคโปร์ที่ได้พยายามติดต่อเพื่อขอสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันทั้งสองนัดที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย ‘ทางผมและทีมงาน ได้พยายามเจรจาเพื่อขอสิทธิ์ในการจัดแข่งแข่งขันที่ประเทศไทย และใช้ระยะเวลาต่อรองกันนานถึง 6 เดือน จนในที่สุดประสบความสำเร็จ โดยทางบริษัท Southgilmore ตกลงให้สิทธิ์ในการจัดการแข่งขันที่ประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งนัด โดยมี Lionel Messi นักเตะกองหน้าผู้โด่งดัง กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา จะลงเตะด้วยไม่ต่ำกว่า 45 นาที’

     ด้านนายฉัตรชัย เล่งอี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ นำรายได้เข้าประเทศไทยเป็นอย่างมาก ส่วนประเทศที่จะมาเตะแข่งขันกับทีมชาติอาร์เจนตินานั้น คาดว่าน่าจะเป็นทีมชาติจากทวีปแอฟริกา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมตกลง และเชื่อมั่นว่าการแข่งขันแมตช์พิเศษครั้งนี้ จะสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลชาวไทย รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย

     นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ให้ข้อมูลอีกว่าการเซ็นต์สัญญาอย่างเป็นทางการเพื่อรับสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้จะมีภายในเดือน มกราคม 2568 ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ขอให้แฟนบอลชาวไทยรอติดตามข่าวต่อไป.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา จ.ระยอง จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 มุ่งให้ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประเพณีที่ดีงามของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณให้คงอยู่สืบไป

     เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 พ.ย.67 ที่วัดทับมา ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง นายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลทับมา สำนักงานวัฒนธรรม จ.ระยอง สภาวัฒนธรรมตำบลทับมา  และวัดทับมา มีนายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีฯ นายฉัตร แก่กล้า นายชูชาติ คงทน รองนายกเทศมนตรีฯ นางสาวเรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา พร้อมผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาล และประชาชนชาวตำบลทับมา ร่วมงานฯ และร่วมลอยกระทงบริเวณท่าน้ำคลองทับมาบริเวณหลังวัดทับมา และภายในงานยังได้จัดให้มีกิจกรรมการประกวดกระทงที่ทำจากวัสดุย่อยสลายง่าย นอกจากนี้ยังมีการละเล่นต่างๆ เช่น ล้วงไหทองคำนำโชค และมวยทะเล โดยเงินที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำถวายเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์วัดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

       ทั้งนี้ การจัดงานประเพณีลอยกระทงดังกล่าว มุ่งเน้นให้ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประเพณีที่ดีงามของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณให้คงอยู่สืบไป และร่วมรณรงค์ใช้วัสดุกระทงย่อยสลายง่าย เพื่อลดขยะในแม่น้ำ ลำคลอง ตลอดจนเป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชนอีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลบ้านฉาง จับมือวิสาหกิจชุมชนริช 865 จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง สร้างบ่อน้ำจำลองริมชายหาดให้ ปชช. ได้ร่วมลอยกระทง แทนลอยในทะเล ป้องกันกระทบสัตว์น้ำ และเพิ่มขยะในทะเล

      เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 พ.ย.67 ที่ชายหาดพยูน ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงหาดพยูน ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลบ้านฉาง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 มีนางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ สส.ระยอง นางศุภร จุลทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง นางศิรินันท์ เตชะลือ นายกสมาคมอาหารและเครื่องดื่ม จ.ระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์ จ.ระยอง ร่วมงานฯ ภายในมีกิจกรรมร้องเพลง ประกวดหนูน้อยนพมาศ ,นางนพมาศ LGBTQ ในธีมกระทงหลุดโลก และในงานยังได้มีรณรงค์ไม่ลอยกระทงในทะเล เพื่อไม่ให้กระทบกับสัตว์น้ำ และสิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้มีการสร้างบ่อน้ำริมชายหาดให้ ปชช. ได้ลอยกระทงในบ่อน้ำดังกล่าว เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

        นางศุภร กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงที่จัดขึ้นในปีนี้ จะเน้นรักษ์โลก โดย ปชช.ที่จะลอยกระทง จะรณรงค์ไม่ให้ลอยลงทะเล โดยได้มีการสร้างบ่อน้ำบริเวณชายหาดให้ลอยในบ่อน้ำดังกล่าว เพื่อให้ได้บรรยากาศเหมือนลอยในทะเล ซึ่งจะไม่ทำให้ขยะจากกระทง ที่เศษลูกแม็กซ์ หรือเข็มหมุดเย็บกระทงในทะเล และง่ายต่อการเก็บขยะด้วย ซึ่งคนที่มาลอยกระทงก็เห็นดีด้วย ได้ช่วยรักษ์โลก.

Loading

นายกเทศมนตรีนครระยอง นำชาวบ้าน-ประมงห่มผ้าแดงพระเจดีย์กลางน้ำ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมสืบสานประเพณีที่มีมานานกว่า 100 ปี

     เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 พ.ย.67 ที่บริเวณพระเจดีย์กลางน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง นายวิชิต ศรีชลา นายกเทศมนตรีนครระยอง เป็นประธานนำชาวบ้าน และชาวประมงในพื้นที่ห่มผ้าแดงรอบองค์พระเจดีย์กลางน้ำ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมสืบสานประเพณีที่มีมานานกว่า 100 ปี โดยผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวถวายผ้าแดงห่มองค์พระเจดีย์กลางน้ำแล้วเดินเวียนทักษิณาวรรตรอบองค์พระเจดีย์ฯ 3 รอบ ก่อนที่จะร่วมกันห่มผ้าแดงองค์พระเจดีย์กลางน้ำดังกล่าว 

      ทั้งนี้ ประวัติความเป็นมาขององค์พระเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้ มีความสูงประมาณ 10 เมตร มีระเบียงล้อมรอบ ตั้งอยู่เกาะกลางน้ำพื้นที่ 13 ไร่ มีน้ำล้อมรอบ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง เป็นที่เคารพสักการะของชาวระยองเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2416 ในสมัยพระยาศรีสมุทรโภคโชคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา)เป็นเจ้าเมืองระยอง เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่า เนื่องจากในอดีตการเดินทางมา จ.ระยอง หรือการเดินทางค้าขาย การแห่องค์กฐิน และงานบุญต่างๆ จะจัดโดยทางน้ำ จึงได้สร้างพระเจดีย์กลางน้ำขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะบูชา และเป็นสัญลักษณ์สำหรับชาวเรือว่าเดินทางเข้าเขตตัวเมืองระยองแล้ว โดยรูปทรงพระเจดีย์กลางน้ำเป็นทรงระฆังฐานกลม ฐานกำแพงรอบเจดีย์มี 2 ชั้น ในสมัยโบราณกลางเดือน 12 เป็นฤดูน้ำหลาก จึงถือเอาเป็นระยะเวลาจัดงานประเพณีแห่งองค์กฐิน และจัดพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์กลางน้ำ มีขบวนเรือแห่ผ้าแดงที่ใช้ห่มองค์พระเจดีย์กลางน้ำ การแข่งขันเรือยาว การลอยกระทง การร้องเพลงเห่เรือในท้องน้ำจนเป็นงานที่สนุกสนานอีกด้วย ปัจจุบันแม้สิ่งแวดล้อมและพื้นที่ภูมิ ประเทศจะเปลี่ยนไป จากสภาพที่เคยเป็นเกาะกลางน้ำ ปัจจุบันพื้นที่ตื้นเขินมาก และมีเพียงลำคลองใหญ่ที่โอบล้อม จึงได้ทำสะพานข้ามคลองไปยังพระเจดีย์กลางน้ำ เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น แต่ทางเทศบาลนครระยองยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดังกล่าวไว้ จัดงานห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำเป็นงานประเพณีสืบทอดมาเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดประเพณีท้องถิ่นในทุกๆ ปีสืบไป.

Loading

โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง (วัดตรีรัตนาราม) จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ย้อนวันวาน ชมงานวัด’ มุ่งสืบสานประเพณีลอยกระทงของไทย

      เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พ.ย.67 ที่โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง (วัดตรีรัตนาราม) อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.นภาวรรณ รุ่งจำรัส ผอ.โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง(วัดตรีรัตนาราม) ครู และอาจารย์ ได้ร่วมกันจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ย้อนวันวาน ชมงานวัด’ ภายในงานมีกิจกรรมการประกวดกระทง ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดแต่งชุดไทย การแสดงหนังตะลุง รำวงย้อนยุค กิจกรรมการเล่นเกมส์ชิงของรางวัล ธาราพาโชค และมีร้านอาหาร เครื่องดื่มมาจำหน่ายในงานอีกด้วย

      มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย และชั้นประถมศึกษา ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมลอยกระทง เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความรัก ความสามัคคี ระหว่างคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง ด้วยการร่วมลอยกระทงตามประเพณีไทยอีกด้วย.

Loading

พ่อเมืองระยอง นำชาวบ้านและชาวประมงใน ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง ร่วมลงเรือทอดผ้าป่ากลางลำน้ำ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่สืบทอดมานานถึง 124 ปี

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 พ.ย.67  นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริม และสืบสานประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำของชุมชนลุ่มน้ำประแส ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่มีการอนุรักษ์มาเป็นปีที่ 124 ซึ่งจัดขึ้นที่อนุสรณ์เรือหลวงประแส ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง มีนายกัณตภณ สุขสงค์ นอภ.แกลง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส ดร.กนกวรรณ เบญจาทิกุล ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นางประชิต ชินราช ประธานพัฒนาสตรีจังหวัดระยอง/ที่ปรึกษาสมาชิกวุฒิสภา นายนพรัตน์ เอื้อตระกูล อดีตประธานสภาอบจ.ระยอง ร่วมในงาน มีประชาชนในพื้นที่ และชาวประมงใน ต.ปากน้ำกระแส ร่วมลงเรือประกอบพิธีทอดผ้าป่ากลางลำน้ำ และยังได้นิมนต์พระสงฆ์ลงเรือชักผ้าป่าตามทางศาสนาพุทธ พร้อมกับขบวนตกแต่งเรือสวยงามแห่ทางน้ำ สร้างสีสันและความคึกครื้นให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำประแสด้วย

        ทั้งนี้ การทอดผ้าป่ากลางน้ำเป็นประเพณีโบราณของชาวชุมชน ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง ที่ได้สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี โดยตั้งแต่โบราณชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำในคลองหากจะทำบุญทอดผ้าป่าต้องใช้เรือเป็นพาหนะ และจะตัดไม้มาทำเป็นพุ่มผ้าป่าโดยใช้ไม้ไผ่ปักไว้ที่บริเวณหัวและท้ายเรือ และนำไม้มาทำเป็นราวเล็กๆ เพื่อนำผ้ามาแขวน หรือพาดไว้ก่อนจะนิมนต์พระสงฆ์ชักผ้าป่าในเรือที่ลอยกลางลำน้ำดังกล่าว.

Loading

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำเทศบาลเมืองบ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ประชาชนได้กราบสักการะบูชา และรำลึกถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย

     เมื่อเวลา 15.09 น. วันที่ 14 พ.ย.67 ที่บริเวณด้านหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งประดิษฐานที่ฐานหน้าเทศบาลเมืองบ้านฉาง โดยมีนายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง นายอติเทพ จริยะเวชช์วัฒนา นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง ร่วมพิธีฯ

        ทั้งนี้ การสร้างองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำเทศบาลในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อให้ประชาชน และอนุชนรุ่นหลัง ได้รับทราบประวัติศาสตร์ชาติไทย ในช่วงเวลาหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงเสียสละฝ่าฟันวงล้อมออกมาจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อมารวบรวมไพร่พล โดยผ่าน จ.ระยอง ไป จ.จันทบุรี กอบกู้เอกราชชาติไทยคืนจากพม่า เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คนรุ่นหลังรับทราบประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ซึ่งการจัดสร้างองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีเหตุผลสำคัญคือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านเสด็จผ่านพื้นที่ อ.บ้านฉาง ไปที่ระยอง และจันทบุรี ซึ่งชาวบ้านฉางต้องให้ความสำคัญกับบุคคลที่ให้ผืนแผ่นดินอยู่ตราบจนปัจจุบันนี้.

Loading

วิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง จับมือชุมชนวัดชากลูกหญ้า จัดงานประเพณี ‘สานสัมพันธ์…ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง’ ชุมชนวัดชากลูกหญ้า วันแรกจัดขบวนแห่กระทงยักษ์ เชิญชวนประชาชนเริ่มงาน เริ่มช่วงเย็นวันนี้มีกิจกรรมการละเล่นหลากหลาย

      เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และชุมชนวัดชากลูกหญ้า ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ได้จัดงานประเพณี ‘สานสัมพันธ์…ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567’ ขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 พ.ย.นี้ โดยนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง นายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ. วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และนางนภาพัฒน์ อู่เจริญ ประธานชุมชนวัดชากลูกหญ้า

     ภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมการแห่กระทงยักษ์รอบชุมชนวัดชาดลูกหญ้า เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม และกิจกรรมการประกวดร้องเพลง รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และไม่เกิน 25 ปี การประกวดมิสแกรนด์รีไซเคิล ชาย-หญิง อายุ 15 ปีขึ้นไป การแข่งขันพายเรือหัวใบ้ท้ายบอด การประกวดวาดภาพลายเส้น การประกวดกระทงรักษ์โลก การแข่งขันกระทงแดนซ์ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนวัดชากลูกหญ้า กิจกรรมล้วงไหพาโชค และการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าชุมชน โดยงานจัดขึ้นที่บริเวณสระน้ำชุมชนวัดชากลูกหญ้า

      ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เป็นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับชุมชน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ในการประกวดประดิษฐ์ แข่งขัน กิจกรรมต่างๆ ภายในงานร่วมกัน รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นประชาชน และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีลอยกระทงของชุมชนและประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป.

Loading

‘ผดุงเกียรติ์’ สท. เมืองมาบตาพุด ลูกชายนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ประกาศลาออก เตรียมลงสมัครสู้ศึกเลือกตั้ง ส.อบจ.เขต 9 ในนามอิสระ

     เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 ที่ห้องทำงานนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายผดุงเกียรติ์ แจ่มแจ้ง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองมาบตาพุด(สท.) ลูกชายนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ ต.มาบตาพุด เดินทางมาพร้อมบิดาและมารดา เข้าพบนายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด โดยยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สท. อย่างเป็นทางการ และเป็นการมาร่ำลาผู้หลักผู้ใหญ่ ไปมาลาไหว้ ขอบคุณนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ที่ให้โอกาสเข้าสู่การเมืองในรับใช้พี่น้อง ปชช. ซึ่งจะไปลงสมัครเลือกตั้งชิง ส.อบจ. หรือ สจ. ระยอง เขต 9 ซึ่งการลาออกดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.67 นี้

       นายผดุงเกียรติ์ เปิดเผยว่า ตนเป็น สท. เขต 9 เทศบาลเมืองมาบตาพุด ซึ่งมาบตาพุดมี 38 ชุมชน ที่ผ่านมาการทำงานประสาน สท. ทุกเขตทำงานรับใช้ ปชช. ซึ่งตนมองการทำงานไม่ใช่ดูแลแค่เขตตัวเองเขตเดียว ซึ่งการลงสมัครสู้ ส.อบจ.ระยอง เขต 9 ครั้งนี้ ลงในนาม ‘อิสระ’ โดยมีความตั้งใจทำงานรับใช้ ปชช. มุ่งการทำงานประสานงานกับ ส.อบจ.ระยองอย่างใกล้ชิดได้ทุกเขต โดยจะไม่แบ่งแยก ไม่แบ่งสี และประสานการทำงานไม่ว่า ส.อบจ.เก่า หรือใหม่ได้ เน้นเป็นปากเป็นเสียงให้ ปชช.ไม่คิดแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองมากกว่า ซึ่งตนมองวิธีการทำงานของ ส.อบจ. บริบทไม่ต่างจาก สท. ซึ่งจะใช้ประสบการณ์ต่อยอดจากการทำงาน สท. เดิม ดูแลทุกข์สุข ปชช. ในพื้นที่ให้เต็มที่

        สำหรับนายผดุงเกียรติ์ จะลงสมัคร ส.อบจ.ระยอง เขต 9 ประกอบด้วย เขตเทศบาลตำบลเนินพระ มีชุมชนกรอกยายชาพัฒนา ชุมชนหาดสุชาดา เฉพาะ ม.4 เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด มีชุมชนกรอกยายชา ชุมชนเกาะกก ชุมชนหนองแตงเม ชุมชนคลองน้ำหู ชุมชนหนองบัวแดง ชุมชนหนองน้ำเย็น ชุมชนโขดหินมิตรภาพ ชุมชนโขดหิน 2 และชุมชนเขาไผ่ประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุด ปริญญาโทรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประวัติการทำงาน พนักงานบริษัท, ที่ปรึกษา คกก.ชุมชนหนองแฟบ, คกก.ติดตามแผนพัฒนาเทศบาลเมืองมาบตาพุด, สท. เมืองมาบตาพุดในปัจจุบัน.

Loading

อบจ.ระยอง เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แกลง และ อ.เมืองระยอง เพื่อแก้ไขน้ำท่วม หลังมีบทเรียนน้ำท่วมหนักเมื่อปี 65 ก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ตั้งเป้า 10 เดือน ศึกษาแล้วเสร็จ

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พ.ย.ที่หอประชุมโรงเรียนนานาชาติตากสินแกลง อ.แกลง จ.ระยอง นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น(การประชุมปฐมนิเทศ)โครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แกลง และ อ.เมืองระยอง  ครั้งที่ 1 มีผู้บริหาร อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.แกลง และ อ.เมืองระยอง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นฯ

      นายประสานต์ เปิดเผยว่า พื้นที่ อ.แกลง ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำย่อยประแสร์ ในพื้นที่มักประสบมีปัญหาน้ำท่วมชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในปี 2565 เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ อ.แกลง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางด้านทรัพย์สินและทางด้านเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.กระแสบน ต.ทางเกวียน ต.วังหว้า ต.บ้านนา ต.ทุ่งควายกิน เทศบาลตำบลเมืองแกลง และเทศบาลตำบลท่งควายกิน เป็นต้น อีกทั้งยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ส่งผลเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อย่างมากด้วย

       สำหรับในพื้นที่ อ.เมืองระยอง ประกอบด้วย ต.สำนักทอง ต.แกลง ต.กะเฉด และ ต.สำนักทอง อยู่ในลุ่มน้ำย่อยคลองแกลง ซึ่งพื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขาขนาบ ในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันระยะเวลานาน ก็มักจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ อบจ.ระยอง ได้เล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดัง จึงได้มีการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ อ.แกลงและอ.เมืองระยอง จ.ระยอง ดังกล่าวขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ อ.แกลงทั้งหมด 15 ตำบล 147 หมู่บ้าน และพื้นที่ของ อ.เมืองระยอง รวม 22 หม่บ้าน โดยแบ่งกลุ่มตามลุ่มน้ำย่อย เป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแม่น้ำประแสร์ และคลองโพล้, กลุ่มคลองพังราด, กลุ่มคลองทาสีแก้ว, กลุ่มคลองสองสลึง, และกลุ่มคลองแกลง ซึ่งจะใช้เวลาศึกษาโครงการฯ ประมาณ 10 เดือน หรือ 300 วัน ก่อนจะส่งมอบผลการศึกษาของโครงการให้กับโครงการชลประทานระยอง เพื่อนำงบประมาณมาแก้ไขปัญหาต่อไป.