Loading

สอศ.มอบโล่เชิดชูเกียรติสถานศึกษาขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีแก่เทคนิคระยอง ระดับ ปวส. เพิ่มขึ้น ‘มากที่สุด’

      เมื่อเร็วๆ นี้ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่วิทยาลัยเทคนิคระยอง ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีจำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีระดับ ปวส. เพิ่มขึ้น ‘มากที่สุด’ ประจำปีการศึกษา 2567 ในกลุ่มที่ 1 พื้นที่นำร่อง 28 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยมีนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง รับมอบ ที่วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช

       ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ถือเป็นสถานศึกษาที่มีความร่วมมือกับสถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ อปท. และสถาบันการศึกษาต่างๆ จำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีการลงนาม MOU ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีขึ้น ทั้งนี้เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน รวมทั้งให้มีสมรรถนะสูงเท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันและเชื่อมโยงองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต สอดรับกับการพัฒนาประเทศในยุค 4.0

Loading

       ท่องเที่ยวและกีฬาระยอง จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวระยอง จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แกลง มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

     เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง ททท.สำนักงานระยอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยอง ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใน อ.แกลง Familiarization thip 3 เส้นทาง นำโดย นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง โดยได้สำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางธรรมชาติและภูมิปัญญา ท่องเที่ยวและสัมผัสภูมิปัญญาแห่งบ้านทะเลน้อย ไหว้พระวัดราชบัลลังก์ประฏิฐาวราราม วัดทะเลน้อย เที่ยวชมทุ่งโปรงทอง นั่งเรือชมความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติริมคลองแสนผู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าชายเลน 2.เส้นทางสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรม เที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งเป็นผืนป่าเสม็ดพันปีที่มีขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่ของสัตว์ และพืชพื้นถิ่นที่ใกล้จะสูญพันธุ์กว่า 400 ชนิด เยี่ยมชมการสาธิตเสื่อกระจูด และเครื่องจักรสานชุมชนบ้านมาบเหลาชะโอน และร่วมกราบไหว้สักการะรูปปั้นสุนทรภู่ และ 3.เส้นทางเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวชุมชนบ้านจำรุง แหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหาดูยาก วัดชากกระโดน ชมธรรมชาติป่าแสมบริเวณสะพานรักษ์แสม สัมผัสบรรยากาศสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร แบบธรรมชาติทิวเขาและต้นทุเรียนที่เรียงรายสวยงาม สวนคุณประยูร         

ทั้งนี้กิจกรรมที่จัดขึ้น มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จ.ระยอง และปลูกฝังความภาคภูมิใจความเป็นไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19

Loading

วัดหนองฆ้อ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พุทธาภิเษกพระผงเหนือดวงเศรษฐี หลวงพ่อทองสุข รุ่นที่ระลึกงานทอดกฐิน เปิดให้บูชาเนื่องในวันทอดกฐินสามัคคีประจำปีของวัด รายได้นำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าารายงานว่า นายนิพนธ์ เสียงจันทร์ ประธานจัดสร้างวัตถุมงคล และคณะกรรมการวัดหนองฆ้อ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้จัดให้มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล พระผงเหนือดวงเศรษฐี หลวงปู่สุข เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ รุ่นที่ระลึกงานทอดกฐิน ประจำปี 2567 ของทางวัด โดยได้มีพิธีบวงสรวงเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล และจุดประทัดเอาฤกษ์เอาชัยบริเวณหน้าอุโบสถวัดหนองฆ้อ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยได้เลขหางประทัดคือ 56, 478, 16, 761  ก่อนที่หลวงพ่อทองสุข ลทธเมโท เจ้าอาวาสวัด จะได้เป็นประธานนำพระเกจิประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลดังกล่าวภายในอุโบสถ โดยวัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นมี 5 ชุด อาทิ พระผงเหนือดวงเศรษฐี ชุดประธาน ,ชุดรองประธาน มีพระผงเหนือดวงเศรษฐีเนื้อก้นครก ตะกรุดทองคำมหาปราบ เนื้อผงพญาเถาวัลย์ ตะกรุดมหาปราบ สร้าง 23 ชุด,ชุดอุปถัมภ์ เนื้อกระยาสาทร ตะกรุดมหาปราบ เนื้อผงงาช้างผสมจีวร ตะกรุดเงินทองแดง สร้าง 109 ชุด, ชุดร่วมบุญกฐิน และชุดรายการพิเศษ เป็นต้น       

ทั้งนี้การจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว ได้เปิดให้มีการจอง และสามารถเช่าบูชา และร่วมทำบุญได้ เนื่องในงานกฐินสามัคคีของทางวัด โดยในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 13.00 น. จะมีพิธีตั้งองค์กฐิน และวันที่ 10 พ.ย. เวลา 11.00 น. จะมีพิธีทอดกฐิน ทั้งนี้การจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว จะนำรายได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัด และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไป.

Loading

พนักงานร้านกาแฟขับรถเก๋งรีบไปทำงาน เกิดอุบัติเหตุชน จยย. ลากไปไกล 20 ม. คนขี่ดับคาถนน

    เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 พ.ย.67 ร.ต.ท.หญิงภรภัทร สาครเสถียร ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับเหตุรถเก๋งชน จยย.มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ถนนสุขุมวิท ขาออกเมืองระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ไปตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เอ็นเอสอาร์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขนต 136 ระยอง ล้มอยู่กลางถนนสภาพพังยับจากการถูกชน ใกล้กันพบรถเก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 2 สีแดง หมายเลขทะเบียน ขฉ 8038 ระยอง จอดขวางอยู่ในลักษณะขวางถนน สภาพหน้ารถฝั่งข้างคนขับมีรอยเฉี่ยวชนจนได้รับความเสียหายพังทั้งแถบ บริเวณกระจกมีรอยชนจนกระจกแตก และยางรถยังได้รับความเสียหายแตกคล้ายยางระเบิด นอกจากนี้ยังพบรถเก๋ง และรถตู้อีก 2 คันที่จอดอยู่ริมถนนถูกรถเก๋งคันเกิดเหตุเสียหลักแฉลบไปชนได้รับความเสียหายด้วย ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบศพผู้เสียชีวิตเป็นคนขี่ จยย. ทราบชื่อคือ นายธนวัฒน์ อายุ 58 ปี สภาพกะโหลกแตก แขนขาหักผิดรูป โดยขาขวาถูกชนจนเกือบขาด ส่วนคนขับรถเก๋งคันเกิดเหตุทราบชื่อคือ น.ส.วารี อายุ 35 ปี เป็นพนักงานร้านกาแฟแห่งหนึ่งอยู่ในปั๊มน้ำมันห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 5 กม. ถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพระยอง หลังได้รับบาดเจ็บจากการถูกถุงลมนิรภัยในรถอัดเข้ากับบริเวณหน้าอก

     จากสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า รถเก๋งได้ขับมาทางตรง หลังรีบไปเข้างาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถได้เกิดเฉี่ยวชนกับ จยย. ซึ่งคาดว่าจะชะลอเพื่อยูเทิร์น โดยพบรอยเบรกของรถเก๋ง รอยเฉี่ยวชนที่พื้นถนนเป็นทางยาว และลาก จยย.ไปไกลกว่า 20 เมตร อบ่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนคนขับรถเก๋งถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้อีกครั้งหลังหายดี และจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

Loading

เกิดอุบัติเหตุ รถ จยย. พุ่งชนรถตู้ทึบกลางสี่แยกไฟแดง เป็นเหตุให้คนขี่และซ้อนรถ จยย.เสียชีวิตคาที่ 2 ราย คาดขี่มาด้วยความเร็วสูงฝ่าสัญญาณไฟแดง

    เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 พ.ย.67 ร.ต.อ.ชัชวาล เพชรนอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ตรวจสอบอุบัติเหตุรถ จยย. ชนรถกระบะตู้ทึบส่งของบริเวณถนนสายตาขัน-ชากบก สี่แยก ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย และหญิง ค้นในตัวผู้หญิงพบบัตร ปชช.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินจำนวนหนึ่งโดยทราบชื่อคือ น.ส.ประทุมมา เขียวพระอินทร์ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครปฐม สภาพกะโหลกแตก แขนขาหัก เลือดไหลนองพื้น อีกรายเป็นชาย ค้นในตัวไม่มีเอกสารระบุตัว อายุประมาณ 50 ปี ไม่ทราบชื่อ สภาพกะโหลกแตกมันสมองกระจายทั่วพื้นถนน ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้เวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน คฉค 632 ระยอง สภาพพังยับ ห่างออกไปประมาณ 10 ม. พบรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า สีทอง หมายเลขทะเบียน ผฉ 9957 ระยอง จอดอยู่ริมถนน บริเวณข้างประตูคนขับมีรอยถูกชนจนประตูรถบุบทั้งแถบ มีเศษเนื้อและมันสมอง และเลือดของผู้ตายติดกระจายอยู่บริเวณที่ชน โดยมี นายเรียก มีเว ชาวกัมพูชา เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     สอบถามนายเรียก มีเว คนขับรถกระบะตู้ทึบ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะ โดยรับกล่องและลังใส่ผลไม้มาจาก จ.ชลบุรี เพื่อไปส่งโรงงานที่ ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ซึ่งเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงโรงงาน ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกไฟแดง ฝั่งถนนตนเป็นสัญญาณไฟเขียว จึงขับมาตามปกติ กำลังจะข้ามสี่แยกอยู่แล้ว เป็นจังหวะเดียวกันกับผู้ตายทั้ง 2 คนขับขี่และซ้อนรถ จยย. กันมาอีกฝาก ซึ่งเป็นสัญญาณไฟแดง โดยมีรถของชาวบ้านจอดติดไฟแดงอยู่หลายคัน แต่รถ จยย.ของผู้ตายทั้ง 2 ราย ขี่มาด้วยความเร็วสูง ไม่เบรกจนชนเข้าฝั่งที่ตนเป็นคนขับอย่างจังเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว

      อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสภ.บ้านค่าย จะได้สอบสวนคนขับรถกระบะตู้ทึบ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

Loading

ผู้ประกอบการร้านอาหาร จับมือวิสาหกิจชุมชนใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และเทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดงานสตรีทฟู้ด   @หาดพยูน กระตุ้นท่องเที่ยว ชวนประกวดแต่งผีชิงเงินรางวัลรับวันฮาโลวีน

      เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 ต.ค.67 ที่บริเวณหาดพยูน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง เป็นประธานเปิดงาน ‘สตรีทฟู้ด@หาดพยูน’ ท่องเที่ยววิถีไทย ตามรอยมหาราชที่สร้างชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจัดขึ้นโดย อ.บ้านฉาง เทศบาลตำบลบ้านฉาง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย.นี้ มีนายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง และนางศุภร จุลทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนริช 865 ร่วมงานฯ ภายในงานมีกิจกรรมการบวงสรวงพระบรมรูปจำลองพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การแสดงดนตรีสด การจำหน่ายสินค้าชุมชน อาหารทะเลสดๆ แบบ ‘ชั่งนั่งกิน’ อาหารพื้นถิ่น และอาหารคาวหวานที่หลากหลายด้วย นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดให้มีการประกวดแต่งกายผีโคฟเวอร์แดนซ์แบบผีๆ ประกวดธิดา – เทพีฮาโลวีน ประกวดหมา-แมวแต่งกายธีมฮาโลวีน ประกวดร้องเพลง ชิงเงินรางวัลรับวันฮาโลวีน ประจำปี 2567 และมี ปชช.ที่เที่ยวงานแต่งกายเป็นผีมาเดินในงานด้วย  

      ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร และประชาชนในพื้นที่โดยตรงทั้งยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่หาดพยูน และสร้างแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.ระยองด้วย รวมทั้งเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ชายหาดพยูน พร้อมเลือกชิม ช้อปอาหารทะเลสดๆ อาหารพื้นถิ่นที่มาร่วมออกบูทจำหน่าย 100 ร้านค้าอีกด้วย.

Loading

โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง เปิดการแข่งขันกีฬาภายใน ‘ประดู่เกมส์’ ประจำปี 2567 มุ่งส่งเสริมสุขภาพพลานามัยของนักเรียนให้แข็งแรงสมบูรณ์ และส่งเสริมกาเล่นกีฬาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

       เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ต.ค.ที่สนามกีฬาโรงเรียนวัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประภาพันธ์ วิเวก รอง ผอ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี-ระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภายในของโรงเรียนวัดป่าประดู่ ‘ประดู่เกมส์’ ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ต.ค.- 1 พ.ย.นี้ โดยมีนางสุมาลี สุขสาร ผอ. โรงเรียนวัดป่าประดู่ นำครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดป่าประดู่ ให้การต้อนรับ และร่วมงาน

       โดยการแข่งขันกีฬาภายในดังกล่าว มีการแบ่งนักเรียน และนักกีฬาออกเป็น 5 สี ประกอบด้วย สีเหลือง ชมพู เขียว ส้ม และฟ้า รวมนักกีฬา 2,806 คน มีกีฬาใช้แข่งขัน 13 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส เปตอง แชร์บอล ตะกร้อ แอโรบิค โคฟเวอร์แดนซ์ อีสปอร์ต กรีฑา และกีฬาพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการด้วย และมีประกวดกองเชียร์ เพื่อเป็นการสร้างสีสันในงานอีกด้วย

       ทั้งนี้การแข่งขันดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของนักเรียนให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬา รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะทางด้านกีฬาให้แก่นักเรียน รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างความรู้รักสามัคคีและการทำงานร่วมกันของนักเรียน เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกด้านต่างๆ ของนักเรียน นอกจากยังเป็นการเพื่อคัดเลือกตัวนักกีฬา เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปทำการแข่งขันในระดับต่างๆ ต่อไปอีกด้วย.

Loading

เทคนิคระยอง จับมือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเกาหลี และชมรมชาวเกาหลี เปิด ‘โครงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี’ มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย-เกาหลี รับประชาคมอาเซียนและกรอบความร่วมมืออาเชียน+3 (ASEAN+3)

      เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่โดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายชรินทร์ ชูชื่น นายอานุภาพ วาสะสิริ นางณัฐธารีย์ สิริกุลปัญญาพร และนายชาคริต รุ่งรัตน์ รอง ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง และ Ms. Kim Sun Hee ครูอาสาสมัครชาวเกาหลี ร่วมเปิด ‘โครงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี’ ภายในงานมีพิธีเปิดศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี การสาธิตและแสดงทางวัฒนธรรมของเกาหลี ได้แก่ การแสดงชามูลโนรี (เครื่องดนตรีพื้นบ้านเกาหลี) การสาธิตการทำกิมจิ คิมบับ ต็อกบกกี สาธิตการละเล่น เจกี ตั๊กจี ถ่ายภาพในชุดฮันบก งานประดิษฐ์กระดาษ การแข่งขัน K-POP Dancing Contest และ K-POP Singing Contest ของนักเรียน นักศึกษา

       ทั้งนี้ การจัด ‘โครงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี’ ดังกล่าว จัดขึ้นโดยหมวดวิชาภาษาต่างประเทศ แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ วิทยาลัยเทคนิคระยอง และ Korea International Cooperation Agency (KOICA) หรือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเกาหลี และชมรมชาวเกาหลี โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย-เกาหลี โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้เรียนและบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมกับอาสาสมัคร KOICA เพื่อเรียนรู้และปรับตัว รองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและกรอบความร่วมมืออาเชียน+3 (ASEAN+3) ต่อไป.

Loading

พาณิชย์ปทุมฯ จัดเสวนาเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร สร้างขุมพลังแห่งการแข่งขันในโลกธุรกิจไร้พรมแดน พร้อมรับมือทำ MOU ตั้งเป้ามูลค่ากว่า 8,000,000 บาท

       พาณิชย์ปทุมธานี ร่วมกับพัฒนาชุมชนปทุมธานี และพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จัดกิจกรรมเสวนา ‘ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing’ โครงการส่งเสริมธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Business) กิจกรรมหลัก เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล การตลาด เสริมแกร่งด้านตลาดดิจิทัลให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้ประกอบการนับ 100 ราย เตรียมความพร้อมสร้างมูลค่าการค้าจากการทำ MOU กว่า 8,000,000 บาท

        นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการเสวนาด้านการตลาดดิจิทัล ในกิจกรรมเสวนา ‘ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing’ โครงการส่งเสริมธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Business) กิจกรรมหลัก เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องจูปิเตอร์ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการปรับตัว ปรับแนวคิด โดยคำนึงถึงการค้าและธุรกิจรูปแบบใหม่ ผ่านนโยบายต่างๆ อาทิ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาเสริมสร้างศักยภาพการค้าให้เป็นรูปธรรม การบริหารให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ประกอบการ การทำงานเชิงรุกระหว่างพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการนำสินค้าไทยไปขายในต่างประเทศ โดย ‘รักษาตลาดเดิม เสริมตลาดใหม่’ การแก้ไขข้อจำกัดของกฎหมายหรือปรับปรุงข้อกฎหมายที่เก่าล้าสมัยให้ทันสมัย เป็นเรื่องที่จำเป็น การร่วมขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดและเชื่อมต่อกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการเร่งผลักดันการส่งออกให้ตัวเลขเป็นบวกยิ่งกว่าเดิม ผ่านกลไกการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยเปิดตลาดการค้าใหม่ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล เพื่อให้สามารถแข่งขันและขยายช่องทางการตลาด สามารถสร้างโอกาสทางการค้า ทำให้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น และยังทำให้ผู้ผลิตสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้โดยตรงอีกด้วย

       ‘การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งพัฒนาภาคกลางให้เป็น ‘ฐานการผลิตสินค้าและบริการ มูลค่าสูง’ ซึ่งภาคกลางถือเป็นภาคที่มีบทบาทสําคัญในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกที่หลากหลาย และมีศักยภาพสูง การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการเสริมศักยภาพด้านการตลาดดิจิทัลให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้ประกอบการให้สามารถขยายตลาดได้เพิ่มขึ้นในช่องทางใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย’

           ด้าน นายนิมิตร ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่ามีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด รวมถึงยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนครปฐม โดยมีผู้เข้าอบรม จำนวน 100 คน เป็นเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งรูปแบบของกิจกรรมจะเป็นการเสวนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียน โดยวิทยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการตลาดดิจิทัล และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีการจัดพื้นที่แสดงสินค้า showcase เพื่อเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายเจรจาธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล 4 จังหวัด และมีการจัดบูธให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ด้านการเงิน และสินเชื่อกับผู้ประกอบการ ซึ่งกิจกรรมเสวนาเป็นกิจกรรมแรกของโครงการฯ ที่จะพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อนำไปต่อยอดสู่กิจกรรมการส่งเสริมช่องทางการตลาด ในกิจกรรมที่ 2 ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปและอุตสาหกรรมเกษตร จำนวน 1 ครั้ง ระยะเวลาการจัดงาน 5 วัน และจัดเจรจาธุรกิจการค้า Offline/ Online ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.67 นี้ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ซึ่งคาดว่าจะสามารถต่อยอดเจรจาธุรกิจซื้อขายสินค้า เกิดมูลค่าการค้าได้ไม่น้อยกว่า 8,000,000 บาท ‘กิจกรรมครั้งนี้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลจากทั้ง 4 จังหวัด จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขยายตลาดสินค้าในช่องทางการตลาดใหม่ๆ เนื่องจากเกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ในการขยายช่องทางการจําหน่ายสินค้า จึงส่งผลทำให้สินค้าไม่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ และไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งหลังจากการเสวนาในครั้งนี้เสร็จสิ้น ก็เชื่อว่าเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการเสวนา จะสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงพัฒนาธุรกิจของตนเอง เพื่อทำให้เกิดการยกระดับสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม รองรับตลาดในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น’

  พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลว่าเป็นกลุ่มที่มีลักษณะเด่นคือเป็นเมืองศูนย์กลางการบริการ ธุรกิจและการพาณิชย์ การขนส่ง การศึกษา และเมืองที่อยู่อาศัย และยังเป็นฐานการผลิตและการบริการเชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์ ประกอบกับปัจจุบันแนวโน้มของผู้บริโภคมีความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย และให้ความสําคัญในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทําให้พฤติกรรมในการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่มีการศึกษา และอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งจะนิยมเลือกซื้อสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมักเป็นกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง ซึ่งการเรียนรู้ทักษะด้านการตลาดดิจิทัล หรือตลาดออนไลน์จะสามารถช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า และก่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับโจทย์ความต้องการของตลาดได้มากขึ้นด้วย.

Loading

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จับมือกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด จัดทำโครงการ ‘แนวกันขยะแม่น้ำระยอง’ โดยนำไม้ไผ่ปักตามแนวสะพานทางเดินแม่น้ำระยอง ป้องกันขยะลอยเข้าติดป่าชายเลน

     เมื่อวันที่ 30 ต.ค.67 ที่กลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง นางณิชาพร คุ้มท้วม ผอ. กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อบจ.ระยอง นายธเนศ มั่นน้อย ผอ. ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 น.ส.ดวงกมล ร่มรื่น ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด นายไพฑูรย์ รัตนพรวารีสกุล สจ.ระยอง และนายอดิศร วังมูล ผอ. สายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บ.บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ร่วมเปิดโครงการ ‘แนวกันขยะแม่น้ำระยอง’ ซึ่งจัดขึ้นโดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีฯ โดยได้ร่วมกันนำลำไม้ไผ่ปักตามแนวสะพานทางเดินริมแม่น้ำจุดผูกเรือประมง และสะพานแนวป่าชายเลน เพื่อดักขยะที่ลอยมากับน้ำไม่ให้เข้าพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บ รวมทั้งได้ร่วมกันเก็บขยะชายหาด

      โครงการ ‘แนวกันขยะแม่น้ำระยอง’ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ขยะเข้าป่าชายเลน บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด และออกสู่ทะเล เพื่อทำให้แม่น้ำระยองสะอาด เกิดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งแม่น้ำระยองและมีการบริหารจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฯ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มประมงฯ ในพื้นที่ โดยโครงการนี้จะสร้างแนวกันขยะระยะทาง 40 เมตร ที่ทำจากไม้ไผ่สดขนาดเส้นรอบวง 4 นิ้ว ยาว 2.5 เมตร ประมาณ 400 ท่อน (ปักตามแนวสะพานทางเดิน) โดยร่วมมือกับสมาชิกกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะในป่าชายเลนได้ถึง 2,800 กิโลกรัมต่อปี หรือคิดเป็น 61.24% ของขยะในพื้นที่ ทั้งนี้โครงการแนวกันขยะแม่น้ำระยอง ที่จัดขึ้นดังกล่าวมุ่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง.