Loading

พาณิชย์จังหวัดปทุมฯ จับมือพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำเกษตรกรก้าวสู่ตลาดใหญ่ในงานเกษตรอัจฉริยะ Smart Agriculture Business 

       สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล นำโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม นำเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing ร่วมออกร้านโชว์ศักยภาพด้านการผลิต พร้อมเชื่อมโยงตลาดนำผู้ผลิตพบผู้บริโภค คาดสามารถส่งเสริมช่องทางตลาดใหม่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ และสร้างรายได้เพิ่ม

        เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในการเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร และเจรจาธุรกิจการค้า Off line/On line ภายใต้ชื่องาน เกษตรอัจฉริยะ Smart Agriculture Business ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.67 ณ Alive Park Hall ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี มีนายนิมิต ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ร่วมพิธีเปิด โดยได้มีการนำสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกกว่า 100 บูธ มาเปิดบูธจัดแสดง และจำหน่าย มินิคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง และมีผู้เชี่ยวชาญ/นักธุรกิจ คอยให้คำปรึกษาด้านธุรกิจตลอดระยะเวลาการจัดงาน

         นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลทั้ง 4 แห่ง ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งภาคกลางถือเป็นภาคที่มีบทบาทสําคัญในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก และยังมีจุดเด่นคือเป็นเมืองศูนย์กลางของการบริการ ธุรกิจและการพาณิชย์ การขนส่ง การศึกษา และเมืองที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่น จึงเป็นฐานการผลิตและบริการที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากเกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลส่วนมาก ยังขาดโอกาสในการขยายช่องทางการจําหน่ายสินค้า สินค้าไม่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ และไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ดังนั้น ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกลุ่มภาคกลางปริมณฑล จึงได้มีการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้เกิดการยกระดับสินค้า  สร้างมาตรฐานสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม รองรับตลาดในยุคปัจจุบันและให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคกว้างขวางขึ้น ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตแล้ว ผู้บริโภคเองก็จะได้มีโอการเลือกสรรสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากผู้ผลิตโดยตรงด้วย ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลถือเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นเมืองที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร สินค้า อุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์ ประกอบกับแนวโน้มของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย และให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น จนทําให้พฤติกรรมในการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีการศึกษา และอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อและนิยมเลือกสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสินค้า ขยายช่องทางการตลาด เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรและผู้ประกอบการได้’

       ด้าน นายนิมิต ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการส่งเสริมธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture business) กิจกรรมหลัก : เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปและอุตสาหกรรมเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งเป็นโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567       ที่เกิดจากความร่วมมือของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี โดยประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดโดยการจัดเสวนา จำนวน 1 ครั้ง และกิจกรรมการส่งเสริมช่องทางการตลาด โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร และเจรจาธุรกิจการค้า Off line/On line จำนวน 1 ครั้ง ซึ่งก็คืองาน เกษตรอัจฉริยะ Smart Agriculture Business โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.67 ณ Alive Park Hall ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ ‘งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จํานวน 100 ราย โดยกิจกรรมในงานจะประกอบด้วย งานแสดงและจำหน่ายสินค้าจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จำนวน 100 บูธ ซึ่งในงานได้จัดให้มีพื้นที่สำหรับ Check in ถ่ายภาพ เพื่อร่วมโปรโมตกิจกรรม การจัดแสดงสินค้า Show case  การจัดโปรโมชันส่งเสริมการขาย ลด แลก แจกแถม การจัดกิจกรรมช่วงเวลานาทีทอง จับฉลากผู้โชคดีรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน และยังมีการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงตลอดระยะเวลาการจัดงาน อาทิ หมีเอก แชมป์ The Voice Thailand 2019  เต๋าภูศิลป์ เฟิร์ส พรชิตา พร จันทพร และติวเตอร์ ฐนวัฒน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจการค้าOff line/Online ซึ่งได้มีการประสานเชิญผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้ซื้อสินค้า เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 20 ราย และจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญ/นักธุรกิจ คอยให้คำปรึกษาด้านธุรกิจตลอดระยะเวลาการจัดงาน ซึ่งคาดว่านอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดมูลค่าการค้าของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลได้ไม่น้อยกว่า 8,000,000 บาท ด้วย’ จึงขอเชิญได้ช่วยสนับสนุนสินค้าเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ร่วมช็อป ชิม ชิลล์ เลือกสรรสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า G.I. จากผู้ผลิตโดยตรงได้ในงานเกษตรอัจริยะ Smart Agriculture Business 22-26 พ.ย.67 ณ Alive Park Hall ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค.

Loading

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน-รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นั่งเฮลิคอปเตอร์บินตรวจราชการที่ จ.ระยอง รับฟังปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ลงบริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.ระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจราชการตามภารกิจในหน่วยงานที่กำกับดูแล ประกอบด้วย กระทรวงพลังงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ โดยรับทราบปัญหาการดำเนินงานของหน่วยงานดังกล่าว โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อม หน.ส่วนราชการ จ.ระยอง ให้การต้อนรับ

     นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมารับทราบปัญหาในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานภาครัฐของกระทรวงที่กำกับดูแลว่ามีปัญหาติดขัดเรื่องอะไรบ้าง และประชาชนประสบปัญหาอะไร และต้องการช่วยเหลือด้านใดบ้าง ซึ่งเป็นการเน้นลงพื้นที่ตรวจดูปัญหาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จะได้นำไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด รวมทั้งการสร้างงานให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ เช่น การจัดงานหรือกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อเนื่องด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการ 3 ป. ปลอดภัย อัคคีภัย ลงนาม MOU สร้างเครือข่ายการป้องกันและระงับอัคคีภัย และเติมความรู้บุคลากรในสถานประกอบการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง

        เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการ 3 ป. ปลอดภัย อัคคีภัย ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีบุคลากรในสถานประกอบการ มูลนิธิอาสากู้ภัย และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา จำนวน 50 คน เข้ารับการอบรม โดยมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องกฏหมายและมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการ ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้และหลักการดับเพลิง ตลอดจนการการฝึกปฏิบัติใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดับเพลิง การควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส รวมทั้งการลงนาม MOU กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และสถานประกอบการ รวม 21 แห่ง ในการขับเคลื่อนสนับสนุนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายการป้องกัน และระงับอัคคีภัยในพื้นที่ด้วย

      ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏหมายและมาตรฐานของอัคคีภัย และวิธีการป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการ และมีความรู้ ความเข้าใจสาเหตุการอัคคีภัย และมีทักษะความสามารถในการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง ตลอดจนสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอัคคีภัยเบื้องต้นได้ ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน สร้างเครือข่ายด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัยระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนด้วย.

Loading

สท.ทอม-สท.บิ๊ก นำกลุ่มจิตอาสาทำดี ‘กลุ่มบารมีหลวงปู่ยอด วัดกรอกยายชา’ จ.ระยอง ช่วยงานศพชาวบ้านในชุมชนไม่เลือกยากดีมีจน ศพไร้ญาติช่วยหมด โดยเฉพาะงานที่ต้องออกแรงหนักๆ ทำด้วยจิตเป็นสาธารณะ

      เมื่อวันที่ 21 พ.ย 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มจิตอาสากลุ่มหนึ่ง ได้ออกมาช่วยเหลือญาติผู้วายชนม์ในงานศพของชาวบ้านในชุมชนวัดกรอกยายชา ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นำโดยนายปฏิพาน แก่นสาร หรือ สท.ทอม สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเนินพระ และนายผดุงเกียรติ แจ่มแจ้ง หรือ สท.บิ๊ก อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมาบตาพุด นำเพื่อนสมาชิกจิตอาสาที่มีเอกลักษณ์คือผ้าขาวม้าโพกหัว ในนาม ‘กลุ่มบารมีหลวงปู่ยอด’ อดีตเจ้าอาวาสวัดกรอกยายชา ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ออกมาช่วยจัดการงานศพช่วยญาติผู้วายชนม์ในพื้นที่ ตั้งแต่วันสวดอภิธรรม กระทั่งถึงวันเผาศพ ซึ่งจะเป็นธุระในเรื่องของการใช้แรงงานหนักๆ ทั้งยกเก้าอี้-ยกโต๊ะ หามโรงศพ ล้างโรงเย็นคืนวัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ญาติผู้วายชนม์ ไม่ต้องไปเสียเงินจ้างแรงงาน หรือหาคนมาช่วยให้ยากแต่อย่างใด แม้กระทั่งญาติไหว้วานให้เป็นช่างภาพเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกก็ทำให้ได้

       นายผดุงเกียรติ หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า สท.บิ๊ก เล่าว่า กลุ่มจิตอาสาที่ช่วยงานศพชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว มีการตั้งกลุ่มกันมานานหลายปีแล้ว ตนได้มาช่วยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยหัวเรือใหญ่คือ สท.ทอม โดยจะตระเวนช่วยญาติผู้วายชนม์ในระแวกเขต ต.เนินพระ และ ต.มาบตาพุด เช่น วัดกรอกยายชา วัดโสภณวนาราม วัดมาบตาพุด และวัดเขาไผ่ เป็นต้น โดยเป็นกลุ่มจิตอาสาที่ตั้งใจช่วยเหลือญาติผู้วายชนม์ ช่วยงานฌาปนกิจศพของชาวบ้านในพื้นที่ ไม่ได้หวังผลตอบแทนหรือหาเสียงแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นศพไร้ญาติ ศพคนต่างถิ่นที่มาอยู่ระยอง หรือไม่ว่าจะยากดีมีจน ทางกลุ่มจะมาออกแรงช่วยหมด ถามว่าทำไมถึงทำ เนื่องจากทำแล้วสบายใจ ได้บุญ ได้ความอิ่มเอิบใจที่ได้ช่วยได้ทำ ขณะญาติผู้วายชนม์บางรายก็จะให้ค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่ทางกลุ่มต้องปฏิเสธไป เพราะทำด้วยจิตเป็นสาธารณะจริงๆ อีกอย่างเป็นการช่วยส่งให้ผู้วายชนม์ไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วย

        ด้าน สท.ทอม เล่าว่า แรกเริ่มสมัยก่อนเป็นคนในชุมชน หมู่บ้านที่มีการออกแรงช่วยงานกันเอง กระทั่งมาตั้งเป็นกลุ่มกันก็จะมีการออกไปช่วยงานศพตั้งแต่ศพตั้งอยู่บ้าน กระทั่งมาวัดจนเสร็จพิธีจะช่วยเหลือทั้งหมด โดยเฉพาะการหามศพที่มีการทำมาตั้งแต่ก่อนโบราณ ถือทำว่าเป็นการด้วยใจจริงๆ ช่วยผู้วายชนม์เป็นวาระสุดท้าย เพื่อให้ไปสู่สวรรค์ สู่ภพภูมิที่ดีต่อไป และที่สำคัญทุกคนรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำ และจะยังรวมกลุ่มทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกด้วย.

Loading

คึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ต่างชาติ แห่เที่ยวจับจ่ายหาของกินคาวหวาน-อาหารทะเลในงาน ‘หาดแม่รำพึง หร่อยริมเล’ ครั้งที่ 2 แน่นงาน 

     เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 พ.ย.67 ที่บริเวณถนนบ้านช่น-หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารดนตรี และของดี จ.ระยอง ‘หาดแม่รำพึง หร่อยริมเล’ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก. หรือ SPRC อบจ.ระยอง อบต.ตะพง ททท.สำนักงานระยอง ท่องเที่ยวและกีฬา จ.ระยอง ชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง สมาคมโรงแรม จ.ระยอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยอง มีนายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา นายกทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายบัญชา ฮาดสม ประธานชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง จ.ระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์ จ.ระยอง นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง นางศิรินันท์ เตชะลือ นายกสมาคมอาหารและเครื่องดื่ม จ.ระยอง ร่วมเป็นเกียรติฯ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 พ.ย.นี้ ที่บริเวณถนนบ้านช่น-หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ตั้งแต่เวลา 14.00 – 24.00 น. ภายในงานมีกิจกรรมการแสดงดนตรี แสง สี เสียง รำวงย้อนยุค กิจกรรมสอยดาว กิจกรรมการแสดงโชว์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยในวันนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวงานจับจ่ายเลือกซื้อหาของกินคาวหวาน โดยเฉพาะอาหารทะเลหลากหลายเมนูจำนวนมาก

          ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชายหาดแม่รำพึงให้พ่อค้า และแม่ค้าในพื้นที่ได้นำสินค้าในร้านออกมาโชว์ความสด ความสะอาด ความอร่อยให้แก่นักท่องเที่ยว และประชาชนใน จ.ระยอง และใกล้เคียงได้มาชิมอาหารที่หลากหลายเมนู มีอาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล เมนูใหม่ต่างๆ พร้อมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สถานที่กิน สถานที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวใน จ.ระยองให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักและชักชวนกันมาเที่ยวหาดแม่รำพึงและสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.ระยองอีกด้วย….000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

บริษัท เอ็ชเอ็มซี โพลิเมอส์ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษารวม 530,000 บาท ภายใต้โครงการ ‘HMC Polymers มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2567’ สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนระยอง

      เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 พ.ย. 67 ที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษานักเรียนในพื้นที่ จ.ระยอง ภายใต้โครงการ ‘HMC Polymers มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2567’ โดย บริษัทเอ็ชเอ็มซี โพลิเมอส์ จก. โดยมีมิสเตอร์คอร์โซ อูซีลลี่ ประธานบริษัทฯ นางจุไรศรี ไชยศรี ผอ. สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นายอรัญ ใจตั้ง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมาบตาพุด และนายสมชาย พูลหิรัญ รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่ รวม 154 ทุน ประกอบด้วย ทุนการศึกษารายบุคคล จำนวน 147 ทุน แบ่งเป็น ทุนการศึกษาต่อเนื่อง จำนวน 3 ทุน, ทุนสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 58 ทุน, ทุนสำหรับนักเรียน นักศึกษามีผลการเรียนดี จำนวน 56 ทุน, ทุนสำหรับนักเรียน นักศึกษามีความสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษา จำนวน 30 ทุน, ทุนการศึกษาประเภทกลุ่มผู้เรียน จำนวน 7 ทุน แบ่งเป็น ทุนโครงการด้านวิชาการ จำนวน 1 ทุน, ทุนโครงการด้านพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ทุน, และทุนโครงการด้านอาชีพ จำนวน 5 ทุน

       ทั้งนี้โครงการ ‘HMC Polymers มอบทุนการศึกษา ประจำปี 2567’ ดังกล่าวนี้ เป็นโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านการศึกษาและเยาวชน โดยมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่ผู้เรียนครอบคลุมทุกระดับชั้น ได้แก่ ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ที่อยู่ในเขตประกอบการของบริษัท รวม 20 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย สถาบันการศึกษาในกรุงเทพมหานคร แห่ง และสถาบันการศึกษาในจังหวัดระยองอีก 1 แห่ง รวมเป็นทุนการศึกษา 530,000 บาท เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนระยอง ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีความประพฤติดีให้ได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างมั่นคง และสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีแล้ว.

Loading

เทคนิคระยอง เป็นเจ้าภาพแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับอาชีวศึกษา จ.ระยอง ประจำปีการศึกษา 2567 มุ่งเพิ่มพูนความรู้ ทักษะวิชาชีพแก่นักศึกษาให้มีสมรรถนะสูง เป็นตัวแทนแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 พ.ย.67 ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับอาชีวศึกษา จ.ระยอง ประจำปีการศึกษา 2567 โดยนายอานุภาพ วาสะสิริ รอง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ‘การประกวดพูดในที่สาธารณะเป็นภาษาอังกฤษ การประกวดสาธิตเป็นภาษาอังกฤษ ระดับ ปวช. และ ปวส. มีนักเรียน นักศึกษาจากสถานบันการศึกษาอาชีวศึกษา เข้าร่วมแข่งขัน รวม 11 แห่ง และนางณัฐธารีย์ สิริกุลปัญญาพร รอง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันทุกวิชาชีพ ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาช่างกลโรงงาน และเทคนิคการผลิต ทักษะมาตรวิทยามิติ ทักษะออกแบบ และเขียนแบบเครื่องกลด้วยวิธีคอมพิวเตอร์ ทักษะออกแบบและผลิตด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (CAD-CAM) ระดับ ปวส. โดยมีนักเรียน นักศึกษาจากสถานศึกษาฯ รวม 6 แห่ง เข้าร่วมแข่งขันฯ

       นอกจากนี้ยังการแข่งขันทักษะวิชาชีพอื่นๆ อีกหลายสาขาวิชาด้วย ประกอบด้วย สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง ทักษะการติดตั้งไฟฟ้าและควบคุมไฟฟ้า ระดับ ปวช. ประเภททีม ทักษะการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ระดับ ปวช. ประเภทเดี่ยว สาขาวิชาไฟฟ้า ทักษะการออกแบบระบบไฟฟ้าและเขียนแบบไฟฟ้าด้วยคอมพิวเตอร์ ระดับ ปวส. ประเภททีม สาขาวิชาไฟฟ้า/สาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ทักษะช่างควบคุมด้วยระบบโปรแกรมเมเบิ้ลลอจิคอนโทรลเลอร์(PLC) ระดับ ปวส. ประเภททีม ทักษะเทคโนโลยีเครือข่าย ระดับ ปวส. ทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระดับ ปวช. รวมทั้งการประกวดแข่งขันร้องเพลง ไทยสากล, ลูกทุ่งสากล การประกวดวงดนตรีโฟล์คซอง และวงดนตรีสากล โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จ.ระยอง เข้าร่วมแข่งขันฯ

        ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านวิชาการให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาให้ได้พัฒนาตนเอง ด้านความรู้ ทักษะวิชาชีพให้มีสมรรถนะสูง และความเป็นผู้นำ และเป็นเวทีให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแสดงผลงานต่อสาธารณชนอีกด้วย โดยผู้ชนะการแข่งขันจะเป็นตัวแทนระดับจังหวัด เข้าร่วมแข่งขันระดับภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครต่อไป

Loading

บริษัทเอ็ชเอ็มซี โพลิเมอส์ จก. (HMC polymers) นำสื่อมวลชนระยอง ปล่อยพันธุ์ปูแสมคืนสู่ป่าชายเลน-เลี้ยงขอบคุณ ภายใต้งาน ‘สานเสวนาสื่อมวลชนระยอง และงานเลี้ยงขอบคุณ’ มุ่งคืนความอุดมสมบูรณ์สู่ป่าชายเลน และเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นพันธมิตรในการเผยแพร่กิจกรรมของบริษัทตลอดมา

     เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 พ.ย.67 ที่โกงกางกาแฟ ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทเอ็ชเอ็มซี โพลิเมอส์ จก. (HMC polymers) นำโดยคุณวสันต์ ทรัพย์เอนก รองประธานอาวุโสสายงานการผลิตและปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ คุณปรีชา โปซิว รองประธานสายงานการผลิต คุณนันทวรรณ อิงคภากร ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล  คุณบุปผาพรรณ  พานทอง ผู้จัดการฝ่ายกิจการเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม  นำสื่อมวลชนใน จ.ระยอง รวม 65 คน เข้าร่วมงาน ‘สานเสวนาสื่อมวลชนระยอง และงานเลี้ยงขอบคุณ’ ในธีมด้วยรักและห่วงใย

      โดยได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปูแสมสู่ธรรมชาติ คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศป่าชายเลนบริเวณดังกล่าว เพื่อคงความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ และทุกคนยังได้ร่วมกิจกรรมสวนสวยด้วยมือคุณด้วยการปลูกต้นไม้ในกระถาง เป็นการฝึกสมาธิ และเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ที่สร้างด้วยตัวเราเองกลับไปตกแต่งได้ที่บ้าน อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมร่วมสนุกในกิจกรรมตอบดีมีลุ้น และงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนประจำพื้นที่ จ.ระยองอีกด้วย เพื่อแทนคำขอบคุณในพันธมิตรที่ดีต่อกัน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของบริษัทด้วยดีตลอดมา.

Loading

สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศคำสั่งแต่งตั้งประธานชุมชนหนองแฟบ จ.ระยอง เป็นกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ทั้งนี้ สืบเนื่องจากตามที่มติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2562 ได้อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน รวม 13 คน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ครม. มีมติแต่งตั้งเป็นต้นไป ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และได้มีการประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 ธ.ค.2562

        บัดนี้ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว ได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 คณะรัฐมนตรี จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2567 อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน รวม 33 คน ประกอบด้วยกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จำนวน 10 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ดังนี้

         1.นางวันทรา ผ่านคำ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.อุตรดิตถ์

         2. นายอิทธิ แจ่มแจ้ง กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.ระยอง

         3. นางสาวพิชชาภา สุทัศน์ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.พิจิตร  

         4. นายกฤษฏิ์ พยัคกาฬ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.เชียงใหม่

         5. นายธนากร จีนกลาง กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.บุรีรัมย์

        6. นางสารภี อิสโร กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.สงขลา

        7. ว่าที่ร้อยเอก จำรัส มีลิ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.เพชรบุรี

        8. นางปนิดา มูลนานัด กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.เพชรบุรี

        9. นายวันชัย บุญสำราญ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.สุราษฎร์ธานี

       10. นายกิติศักดิ์ ขจรภัย กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน จ.สระบุรี

       11. นางสาวชญานุช มณีรินทร์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านบริหารธุรกิจ

        12. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการเงิน

        13. นายจีรณัทย์ สุทธวารี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการค้าและอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.2567 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 4 พ.ย.2567 ลงชื่อ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

        สำหรับ กรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน มีหน้าที่คือ

(1) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ และแผนการพัฒนาและส่งเสริมกิจการวิสาหกิจชุมชนในกรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัด แล้วแต่กรณี

(2) ประสานงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การส่งเสริมกิจการวิสาหกิจชุมชนในกรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัด แล้วแต่กรณีเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

(3) ให้การส่งเสริมและช่วยเหลือในการขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่น หรือการใดๆ เพื่อประโยชน์ของกิจการวิสาหกิจชุมชนในกรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัด แล้วแต่กรณี

(4) พิจารณาหรือเสนอแนะค่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 4

(5) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัด หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย.

Loading

ชาวบ้านใน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง สุดทน สารเคมีโรงงานกรดมะนาวร้างไหลลงแหล่งน้ำ เตรียมแจ้งความเอาผิดกรมบังคับคดี ที่ห้ามเอาเศษซากปนเปื้อนสารเคมีออกไปกำจัด ทั้งที่อุตสาหกรรมมีคำสั่งให้เร่งนำออกกำจัดโดยเร็ว แต่กลับนิ่งเฉย

    เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 พ.ย.67 นายภราดร ชนะสุนทร ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และประธานกลุ่มเฝ้าระวังน้ำผิวดิน จ.ระยอง พร้อมด้วยนายมานพ เจริญมหาบารมี รองประธานกลุ่มเฝ้าระวังผิวดินจ.ระยอง และชาวบ้านกว่า 20 คน ได้เดินทางมาที่ บริษัทนิรันดร์ (ประเทศไทย) จำกัด ม.2 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย ซึ่งเป็นโรงงานกรดมะนาวที่ปิดกิจการไปแล้ว โดยมีนายธีรวัฒน์ จันทนุพงศ์ วิศวกรปฏิบัติการ อุตสาหกรรม จ.ระยอง และ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ระยอง ร่วมตรวจสอบบริเวณอาคาร 7 ชั้น พบว่ามีน้ำขังทั่วทุกชั้น มีกลิ่นฉุนของสารเคมีจนแสบจมูก มีการเก็บตัวอย่างน้ำตรวจสอบพบว่ามีค่าของกรด และด่างเกินค่ามาตรฐาน ซ้ำร้ายฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก เมื่อวันที่ 17 พ.ย.67 น้ำฝนได้ชะล้างสารเคมีไหลออกไปนอกโรงงานลงลำรางท่อน้ำหน้าโรงงานแล้วไหลล้นทะลักลงไปในคลองปลากั้งที่อยู่ด้านท้ายโรงงาน ซึ่งเป็นคลองที่ชาวบ้านนำน้ำไปใช้รดต้นทุเรียน และ พืชผลทางเกษตร โดยที่ผ่านมาได้รับผลกระทบต้นทุเรียนถึงกับแห้งเฉา และปลาในคลองลอยตายเกลื่อน

      นายธีรวัฒน์ จันทนุพงศ์ วิศวกรปฏิบัติการ สำนักงานอุตสาหกรรม จ.ระยอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบค่าของน้ำที่ขังอยู่ภายในอาคาร พบมีค่ากรดและด่างเกินค่ามาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และสัตว์น้ำ ที่สำคัญน้ำจากสารเคมีดังกล่าว หากฝนตกลงมาน้ำปนเปืัอนสารเคมี ก็จะไหลล้นทะลักท่อด้านหน้าโรงงาน ลงไปในคลองปลากั้งที่อยู่ท้ายโรงงาน จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ที่ต้องอาศัยแหล่งน้ำในการเกษตร และยังซึมลงผิวดิน ทั้งนี้ที่ผ่านมาอุตสาหกรรม จ.ระยอง ได้เข้ามาตรวจสอบแล้วหลายครั้ง และได้มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยัง สำนักงานบังคับคดีจ.ระยอง และกองบังคับคดีล้มละลาย 6 กรมบังคับคดี ให้ทราบถึงผลกระทบ และให้เร่งนำเศษซากเครื่องจักร เศษท่อ และ วัสดุภายในอาคาร 7 ชั้น ที่ปนเปื้อนสารเคมีออกไปกำจัดอย่างถูกวิธีโดยเร็ว ผ่านมา 1 เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ซึ่งหากปล่อยไว้ก็จะยิ่งสร้างความเดือดร้อนต่อไป

     ด้านนายมานพ เจริญมหาบารมี รองประธานกลุ่มเฝ้าระวังผิวดิน จ.ระยอง กล่าวว่า หากยังไม่ดำเนินการใด จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมบังคับคดี จะรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าแจ้งความกล่าวโทษที่ สภ.หนองกรับ เพราะความเดือดร้อนของชาวบ้านรอไม่ได้ เดือดร้อนมาตั้งแต่โรงงานเริ่มผลิต พอถูกสั่งปิดเพราะมลพิษเกินมาตรฐาน ก็ยังสร้างความเดือดร้อนมาตลอด เกิดความเสียหายต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน ทั้งร่างกาย ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตรล้มตาย เตรียมรวมตัวผู้เสียหายแจ้งความเอาผิด และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอีกทางหนึ่งด้วย

      ด้านชาวบ้านต่างก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครกับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่มีใครรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพียงแค่ให้นำเศษซากปนเปื้อนออกไปกำจัด ทุกอย่างก็คลี่คลายแล้ว แต่ทำไมจึงไม่ยอม ไม่ทราบว่ากรมบังคับคดี มีอะไรแอบแฝง จนมองไม่เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน หรือเห็นประโยชน์ของนายทุนมากกว่าความเดือดร้อนของชาวบ้าน ฝากไปยังผู้ใหญ่ของกรมบังคับคดี ช่วยตรวจสอบด้วย ก่อนที่ชาวบ้านจะหมดความอดทน บุกไปทวงถามถึงกรมบังคับคดี….000