Loading

นายกเทศมนตรีนครระยอง นำชาวบ้าน-ประมงห่มผ้าแดงพระเจดีย์กลางน้ำ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมสืบสานประเพณีที่มีมานานกว่า 100 ปี

     เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 พ.ย.67 ที่บริเวณพระเจดีย์กลางน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง นายวิชิต ศรีชลา นายกเทศมนตรีนครระยอง เป็นประธานนำชาวบ้าน และชาวประมงในพื้นที่ห่มผ้าแดงรอบองค์พระเจดีย์กลางน้ำ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมสืบสานประเพณีที่มีมานานกว่า 100 ปี โดยผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวถวายผ้าแดงห่มองค์พระเจดีย์กลางน้ำแล้วเดินเวียนทักษิณาวรรตรอบองค์พระเจดีย์ฯ 3 รอบ ก่อนที่จะร่วมกันห่มผ้าแดงองค์พระเจดีย์กลางน้ำดังกล่าว 

      ทั้งนี้ ประวัติความเป็นมาขององค์พระเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้ มีความสูงประมาณ 10 เมตร มีระเบียงล้อมรอบ ตั้งอยู่เกาะกลางน้ำพื้นที่ 13 ไร่ มีน้ำล้อมรอบ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง เป็นที่เคารพสักการะของชาวระยองเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2416 ในสมัยพระยาศรีสมุทรโภคโชคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา)เป็นเจ้าเมืองระยอง เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่า เนื่องจากในอดีตการเดินทางมา จ.ระยอง หรือการเดินทางค้าขาย การแห่องค์กฐิน และงานบุญต่างๆ จะจัดโดยทางน้ำ จึงได้สร้างพระเจดีย์กลางน้ำขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะบูชา และเป็นสัญลักษณ์สำหรับชาวเรือว่าเดินทางเข้าเขตตัวเมืองระยองแล้ว โดยรูปทรงพระเจดีย์กลางน้ำเป็นทรงระฆังฐานกลม ฐานกำแพงรอบเจดีย์มี 2 ชั้น ในสมัยโบราณกลางเดือน 12 เป็นฤดูน้ำหลาก จึงถือเอาเป็นระยะเวลาจัดงานประเพณีแห่งองค์กฐิน และจัดพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์กลางน้ำ มีขบวนเรือแห่ผ้าแดงที่ใช้ห่มองค์พระเจดีย์กลางน้ำ การแข่งขันเรือยาว การลอยกระทง การร้องเพลงเห่เรือในท้องน้ำจนเป็นงานที่สนุกสนานอีกด้วย ปัจจุบันแม้สิ่งแวดล้อมและพื้นที่ภูมิ ประเทศจะเปลี่ยนไป จากสภาพที่เคยเป็นเกาะกลางน้ำ ปัจจุบันพื้นที่ตื้นเขินมาก และมีเพียงลำคลองใหญ่ที่โอบล้อม จึงได้ทำสะพานข้ามคลองไปยังพระเจดีย์กลางน้ำ เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น แต่ทางเทศบาลนครระยองยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดังกล่าวไว้ จัดงานห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำเป็นงานประเพณีสืบทอดมาเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดประเพณีท้องถิ่นในทุกๆ ปีสืบไป.

Loading

โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง (วัดตรีรัตนาราม) จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ย้อนวันวาน ชมงานวัด’ มุ่งสืบสานประเพณีลอยกระทงของไทย

      เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พ.ย.67 ที่โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง (วัดตรีรัตนาราม) อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.นภาวรรณ รุ่งจำรัส ผอ.โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครระยอง(วัดตรีรัตนาราม) ครู และอาจารย์ ได้ร่วมกันจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ย้อนวันวาน ชมงานวัด’ ภายในงานมีกิจกรรมการประกวดกระทง ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดแต่งชุดไทย การแสดงหนังตะลุง รำวงย้อนยุค กิจกรรมการเล่นเกมส์ชิงของรางวัล ธาราพาโชค และมีร้านอาหาร เครื่องดื่มมาจำหน่ายในงานอีกด้วย

      มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย และชั้นประถมศึกษา ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมลอยกระทง เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความรัก ความสามัคคี ระหว่างคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง ด้วยการร่วมลอยกระทงตามประเพณีไทยอีกด้วย.

Loading

พ่อเมืองระยอง นำชาวบ้านและชาวประมงใน ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง ร่วมลงเรือทอดผ้าป่ากลางลำน้ำ ประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่สืบทอดมานานถึง 124 ปี

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 พ.ย.67  นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริม และสืบสานประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำของชุมชนลุ่มน้ำประแส ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่มีการอนุรักษ์มาเป็นปีที่ 124 ซึ่งจัดขึ้นที่อนุสรณ์เรือหลวงประแส ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง มีนายกัณตภณ สุขสงค์ นอภ.แกลง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส ดร.กนกวรรณ เบญจาทิกุล ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นางประชิต ชินราช ประธานพัฒนาสตรีจังหวัดระยอง/ที่ปรึกษาสมาชิกวุฒิสภา นายนพรัตน์ เอื้อตระกูล อดีตประธานสภาอบจ.ระยอง ร่วมในงาน มีประชาชนในพื้นที่ และชาวประมงใน ต.ปากน้ำกระแส ร่วมลงเรือประกอบพิธีทอดผ้าป่ากลางลำน้ำ และยังได้นิมนต์พระสงฆ์ลงเรือชักผ้าป่าตามทางศาสนาพุทธ พร้อมกับขบวนตกแต่งเรือสวยงามแห่ทางน้ำ สร้างสีสันและความคึกครื้นให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำประแสด้วย

        ทั้งนี้ การทอดผ้าป่ากลางน้ำเป็นประเพณีโบราณของชาวชุมชน ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง ที่ได้สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี โดยตั้งแต่โบราณชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำในคลองหากจะทำบุญทอดผ้าป่าต้องใช้เรือเป็นพาหนะ และจะตัดไม้มาทำเป็นพุ่มผ้าป่าโดยใช้ไม้ไผ่ปักไว้ที่บริเวณหัวและท้ายเรือ และนำไม้มาทำเป็นราวเล็กๆ เพื่อนำผ้ามาแขวน หรือพาดไว้ก่อนจะนิมนต์พระสงฆ์ชักผ้าป่าในเรือที่ลอยกลางลำน้ำดังกล่าว.

Loading

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำเทศบาลเมืองบ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ประชาชนได้กราบสักการะบูชา และรำลึกถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย

     เมื่อเวลา 15.09 น. วันที่ 14 พ.ย.67 ที่บริเวณด้านหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งประดิษฐานที่ฐานหน้าเทศบาลเมืองบ้านฉาง โดยมีนายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง นายอติเทพ จริยะเวชช์วัฒนา นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง ร่วมพิธีฯ

        ทั้งนี้ การสร้างองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำเทศบาลในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อให้ประชาชน และอนุชนรุ่นหลัง ได้รับทราบประวัติศาสตร์ชาติไทย ในช่วงเวลาหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงเสียสละฝ่าฟันวงล้อมออกมาจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อมารวบรวมไพร่พล โดยผ่าน จ.ระยอง ไป จ.จันทบุรี กอบกู้เอกราชชาติไทยคืนจากพม่า เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คนรุ่นหลังรับทราบประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ซึ่งการจัดสร้างองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีเหตุผลสำคัญคือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านเสด็จผ่านพื้นที่ อ.บ้านฉาง ไปที่ระยอง และจันทบุรี ซึ่งชาวบ้านฉางต้องให้ความสำคัญกับบุคคลที่ให้ผืนแผ่นดินอยู่ตราบจนปัจจุบันนี้.

Loading

วิทยาลัยเทคนิคระยอง และวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง จับมือชุมชนวัดชากลูกหญ้า จัดงานประเพณี ‘สานสัมพันธ์…ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง’ ชุมชนวัดชากลูกหญ้า วันแรกจัดขบวนแห่กระทงยักษ์ เชิญชวนประชาชนเริ่มงาน เริ่มช่วงเย็นวันนี้มีกิจกรรมการละเล่นหลากหลาย

      เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และชุมชนวัดชากลูกหญ้า ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ได้จัดงานประเพณี ‘สานสัมพันธ์…ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567’ ขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 พ.ย.นี้ โดยนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง นายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ. วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และนางนภาพัฒน์ อู่เจริญ ประธานชุมชนวัดชากลูกหญ้า

     ภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมการแห่กระทงยักษ์รอบชุมชนวัดชาดลูกหญ้า เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม และกิจกรรมการประกวดร้องเพลง รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และไม่เกิน 25 ปี การประกวดมิสแกรนด์รีไซเคิล ชาย-หญิง อายุ 15 ปีขึ้นไป การแข่งขันพายเรือหัวใบ้ท้ายบอด การประกวดวาดภาพลายเส้น การประกวดกระทงรักษ์โลก การแข่งขันกระทงแดนซ์ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนวัดชากลูกหญ้า กิจกรรมล้วงไหพาโชค และการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าชุมชน โดยงานจัดขึ้นที่บริเวณสระน้ำชุมชนวัดชากลูกหญ้า

      ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เป็นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับชุมชน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ในการประกวดประดิษฐ์ แข่งขัน กิจกรรมต่างๆ ภายในงานร่วมกัน รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นประชาชน และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีลอยกระทงของชุมชนและประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป.

Loading

‘ผดุงเกียรติ์’ สท. เมืองมาบตาพุด ลูกชายนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ประกาศลาออก เตรียมลงสมัครสู้ศึกเลือกตั้ง ส.อบจ.เขต 9 ในนามอิสระ

     เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 ที่ห้องทำงานนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายผดุงเกียรติ์ แจ่มแจ้ง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองมาบตาพุด(สท.) ลูกชายนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ ต.มาบตาพุด เดินทางมาพร้อมบิดาและมารดา เข้าพบนายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด โดยยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สท. อย่างเป็นทางการ และเป็นการมาร่ำลาผู้หลักผู้ใหญ่ ไปมาลาไหว้ ขอบคุณนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ที่ให้โอกาสเข้าสู่การเมืองในรับใช้พี่น้อง ปชช. ซึ่งจะไปลงสมัครเลือกตั้งชิง ส.อบจ. หรือ สจ. ระยอง เขต 9 ซึ่งการลาออกดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.67 นี้

       นายผดุงเกียรติ์ เปิดเผยว่า ตนเป็น สท. เขต 9 เทศบาลเมืองมาบตาพุด ซึ่งมาบตาพุดมี 38 ชุมชน ที่ผ่านมาการทำงานประสาน สท. ทุกเขตทำงานรับใช้ ปชช. ซึ่งตนมองการทำงานไม่ใช่ดูแลแค่เขตตัวเองเขตเดียว ซึ่งการลงสมัครสู้ ส.อบจ.ระยอง เขต 9 ครั้งนี้ ลงในนาม ‘อิสระ’ โดยมีความตั้งใจทำงานรับใช้ ปชช. มุ่งการทำงานประสานงานกับ ส.อบจ.ระยองอย่างใกล้ชิดได้ทุกเขต โดยจะไม่แบ่งแยก ไม่แบ่งสี และประสานการทำงานไม่ว่า ส.อบจ.เก่า หรือใหม่ได้ เน้นเป็นปากเป็นเสียงให้ ปชช.ไม่คิดแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองมากกว่า ซึ่งตนมองวิธีการทำงานของ ส.อบจ. บริบทไม่ต่างจาก สท. ซึ่งจะใช้ประสบการณ์ต่อยอดจากการทำงาน สท. เดิม ดูแลทุกข์สุข ปชช. ในพื้นที่ให้เต็มที่

        สำหรับนายผดุงเกียรติ์ จะลงสมัคร ส.อบจ.ระยอง เขต 9 ประกอบด้วย เขตเทศบาลตำบลเนินพระ มีชุมชนกรอกยายชาพัฒนา ชุมชนหาดสุชาดา เฉพาะ ม.4 เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด มีชุมชนกรอกยายชา ชุมชนเกาะกก ชุมชนหนองแตงเม ชุมชนคลองน้ำหู ชุมชนหนองบัวแดง ชุมชนหนองน้ำเย็น ชุมชนโขดหินมิตรภาพ ชุมชนโขดหิน 2 และชุมชนเขาไผ่ประวัติการศึกษา จบการศึกษาสูงสุด ปริญญาโทรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประวัติการทำงาน พนักงานบริษัท, ที่ปรึกษา คกก.ชุมชนหนองแฟบ, คกก.ติดตามแผนพัฒนาเทศบาลเมืองมาบตาพุด, สท. เมืองมาบตาพุดในปัจจุบัน.

Loading

อบจ.ระยอง เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แกลง และ อ.เมืองระยอง เพื่อแก้ไขน้ำท่วม หลังมีบทเรียนน้ำท่วมหนักเมื่อปี 65 ก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ตั้งเป้า 10 เดือน ศึกษาแล้วเสร็จ

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พ.ย.ที่หอประชุมโรงเรียนนานาชาติตากสินแกลง อ.แกลง จ.ระยอง นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น(การประชุมปฐมนิเทศ)โครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.แกลง และ อ.เมืองระยอง  ครั้งที่ 1 มีผู้บริหาร อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.แกลง และ อ.เมืองระยอง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นฯ

      นายประสานต์ เปิดเผยว่า พื้นที่ อ.แกลง ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำย่อยประแสร์ ในพื้นที่มักประสบมีปัญหาน้ำท่วมชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในปี 2565 เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ อ.แกลง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางด้านทรัพย์สินและทางด้านเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.กระแสบน ต.ทางเกวียน ต.วังหว้า ต.บ้านนา ต.ทุ่งควายกิน เทศบาลตำบลเมืองแกลง และเทศบาลตำบลท่งควายกิน เป็นต้น อีกทั้งยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ส่งผลเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อย่างมากด้วย

       สำหรับในพื้นที่ อ.เมืองระยอง ประกอบด้วย ต.สำนักทอง ต.แกลง ต.กะเฉด และ ต.สำนักทอง อยู่ในลุ่มน้ำย่อยคลองแกลง ซึ่งพื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขาขนาบ ในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันระยะเวลานาน ก็มักจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ อบจ.ระยอง ได้เล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดัง จึงได้มีการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ อ.แกลงและอ.เมืองระยอง จ.ระยอง ดังกล่าวขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ อ.แกลงทั้งหมด 15 ตำบล 147 หมู่บ้าน และพื้นที่ของ อ.เมืองระยอง รวม 22 หม่บ้าน โดยแบ่งกลุ่มตามลุ่มน้ำย่อย เป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแม่น้ำประแสร์ และคลองโพล้, กลุ่มคลองพังราด, กลุ่มคลองทาสีแก้ว, กลุ่มคลองสองสลึง, และกลุ่มคลองแกลง ซึ่งจะใช้เวลาศึกษาโครงการฯ ประมาณ 10 เดือน หรือ 300 วัน ก่อนจะส่งมอบผลการศึกษาของโครงการให้กับโครงการชลประทานระยอง เพื่อนำงบประมาณมาแก้ไขปัญหาต่อไป.

Loading

ประธานสภาประชาชนเขตกวนตู้ นครคุนหมิง เข้าพบพ่อเมืองระยอง เจรจาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนกับ จ.ระยอง ให้ความสนใจทุเรียนเป็นพิเศษ เตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อประโยชน์ทางการค้าขายร่วมกันทั้ง 2 เมือง

     เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ห้องประชุมเสนานิคมพินิจ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงาน นายเจ้า คุณ ประธานสภาเขตกวนตู้ นครคุนหมิง และคณะผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ได้เข้าพบนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง หัวส่วนราชการ และผู้แทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อเจรจา แลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับ จ.ระยอง

     นายเจ้า คุณ ประธานสภาเขตกวนตู้ นครคุนหมิง  เปิดเผยว่า เขตกวนตู้เป็นเขตธุรกิจหลักนครคุนหมิง มีสินค้าเกษตรขึ้นชื่อ ทั้งใบชา ส้ม เป็นเมืองส่งออกดอกไม้สดตลาดใหญ่ที่สุดในโลก ยังมีเห็ดสมุนไพร มีกาแฟอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีเส้นทางหลวง และรถไฟจีนไปพม่า และลาว ซึ่งสามารถส่งสินค้าระหว่างจีน และไทยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้สนใจแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร เพื่อประโยชน์ทั้ง 2 เมืองร่วมกัน โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่ง จ.ระยอง มีความชำนาญในการผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ และชาวจีนก็ชอบทุเรียนของ จ.ระยอง โดยมณฑลยูนนาน นำเข้าเข้าทุเรียนจากไทยปีละ 180,000 ตัน และเขตกวนตู้ เป็นพอตสำคัญในการกระจายสินค้าไปทั่วจีนด้วย จึงอยากร่วมมือโดยเริ่มกับ จ.ระยองก่อนเป็นจังหวัดแรกในการส่งทุเรียนไปยังจีน นอกจากนี้ยังสนใจสินค้าตัวอื่น เช่น สมุนไพรไทย และสินค้าแฮนด์เมดด้วย

      นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า จ.ระยอง เป็นจังหวัดเศรษฐกิจ 3 ขา ประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยวและบริการ และภาคการเกษตรที่มีการส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนไปยังประเทศจีนในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก และจังหวัดระยองยังเป็น 1 ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ที่อยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้มีส่งเสริม พัฒนา และต่อยอดพื้นที่รองรับการลงทุนภาคอุตสาหกรรมด้วย จ.ระยอง มีความยินดีอย่างยิ่งในการที่จะจับมือความร่วมมือด้านค้าขายผลไม้ร่วมกัน โดยเฉพาะสนใจทุเรียนของ จ.ระยอง ที่ทางเขตกวนตู้ ต้องการทุเรียน รวมทั้งด้านภาคอุตสาหกรรม และท่องเที่ยว จากนี้จะมีการขับเคลื่อนโดยจะเร่งตั้งคณะทำงานร่วมกันด้านภาคการเกษตรอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและบริการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ทางการค้าร่วมกัน ให้ทันผลไม้ออกสู่ตลาดในปีหน้า.

Loading

ตำรวจภูธรระยอง ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองระยอง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง ดูแลทรัพย์สินและความปลอดภัยในชีวิต เพื่อสร้างเชื่อมั่นของประชาชน และนักท่องเที่ยว ด้านพ่อเมืองระยอง กำชับ 8 อำเภอ สอดส่องดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกำชับการเล่นพลุ ดอกไม้ไฟที่อาจจะก่อให้เกิดอัคคีภัย

      เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 พ.ย.67 ที่บริเวณด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดระยอง หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระยอง ตำรวจทางหลวงจังหวัดระยอง ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง อาสาสมัครตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง รวม 160 นาย ยานพาหนะ 30 คัน โดยมี พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง ร่วมพิธีฯ

      พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง เปิดเผยว่า สืบเนื่องในวันที่ 15 พ.ย.นี้ เป็นวันลอยกระทงและรัฐบาลได้จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ภายใต้ชื่อ ‘ลอยกระทง วิถีไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ ขึ้น ซึ่งอาจมีประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมลอยกระทง ลอยประทีป โคมไฟ ตามแม่น้ำลำคลอง รวมถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงเป็นจำนวนมาก และอาจทำให้เกิดปัญหาจราจร ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญและอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิงพลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงานต่างๆ เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดระยอง ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 2 จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ระดมกวาคล้างอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบระหว่างวันที่ 8-14 พ.ย.นี้ ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดระยอง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สนธิกำลังกับฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมขึ้นในห้วงระยะเวลาดังกล่าวขึ้น

        ด้านนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงนี้ ทางจังหวัด และตำรวจภูธรจังหวัดได้มีการกำชับไปยังตำรวจ และนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ ในมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือมาลอยกระทงในพื้นที่ระยอง โดยเฉพาะมาตรการหลักในการกวดล้างปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด สร้างความเชื่อมั่น สภาพจราจร การอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังได้กำชับให้นายก อปท. ในพื้นที่ จัดชุดบุคลากร ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา ไม่ให้คนกระทำผิดก่อความเดือดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามในพื้นที่ระยอง ส่วนมาตรการการกวดขันเล่นะลุ ดอกไม้ไฟ และโคมลอยที่จะก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรม ไม่อนุญาตให้เล่น และหากพบการละเล่นพลุ ดอกไม้ไฟ ได้กำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ช่วยสอดส่องดูแลราษฎรในพื้นที่ ตักเตือนอย่าปล่อยให้มีการละเล่นพลุ ดอกไม้ไฟที่มีลักษณะจะก่อให้เกิดอัคคีภัยให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เป็นเจ้าภาพการประชุมและสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ เครือข่ายนักบริหารจัดการสังคมสูงวัยของ อปท. มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่

      เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ที่โรงแรมสตาร์คอนเวนชั่นระยอง อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา เป็นประธานเปิดการประชุมและสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ เครือข่ายนักบริหารจัดการสังคมสูงวัยของ อปท. หัวข้อ เครือข่ายพลังท้องถิ่นแนวหน้าเคลื่อนสังคมสูงวัย ไปต่ออย่างไรให้เกิดบริการมิติใหม่ที่ยั่งยืน ภายใต้เครือข่ายบูรณาการการจัดการบริการสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน(โครงการ Smart Strong) ซึ่งเทศบาลตำบลทับมา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีเครือข่ายท้องถิ่นทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมฯ ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนาบทเรียนการจัดบริการร้านกาแฟบำบัดเพื่อฟื้นฟูครอบครัว และผู้ป่วยสมองเสื่อม, แนวทางการจัดบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุในชุมชน, การดูแลการป้องกันเสื่อมถอยทางมิติสุขภาพ, สวัสดิการสังคมและสภาพแวดล้อมในชุมชน โดยมีผู้แทนเครือข่ายนักจัดการสังคมสูงวัยจาก อปท. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และผู้แทนจากเทศบาลเมืองอุกาวะระ องค์กร Nogezaka-Gloca ประเทศญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์และเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ ผู้แทน อปท. ที่เข้าร่วมประชุมฯ ได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการจัดการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่

            น.ส.เรวีญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว มีประชากรสูงคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ภารกิจการบริการสุขภาพชุมชน การจัดบริการดูแลผู้สูงอายุทั้งด้านรักษาพยาบาล การดูแลระยะกลางและการฟื้นฟู การดูแลระยะยาวและในอนาคตต้องรับมือกับการดูแลระยะสุดท้าย เนื่องจากความเป็นปึกแผ่นทางประชากรครอบครัวไทยลดลง การอยู่อาศัยของผู้สูงอายุร่วมกับครอบครัวหรือบุคคลอื่นในครัวเรือนก็มีจำนวนลดลงเช่นกัน ในขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย และในปีที่ผ่านมาพบผู้สูงอายุถูกกลอกจาก Romance Scam และมิจฉาชีพสูงกว่า 600,000 คน นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวเผชิญกับภาวะสมองเสื่อมมากขึ้น และในอนาคตจะต้องรับมือกับผู้สูงอายุที่มีภาวะดังกล่าวมากกว่า 1 ล้านคนอีกด้วย ซึ่งการประชุมฯ ในครั้งนี้ มุ่งให้เครือข่ายนักจัดการสังคมสูงวัย อปท. ได้ก้าวทันกับสถานการณ์ เกาะติดประเด็น มี Mindset ในทางบวกและมีมุมมองที่ทันสมัย ปรับตัวและแสวงหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ตลอดจนเพื่อให้ให้นักบริหารสังคมสูงวัย อปท. ได้ร่วมนำเสนอประสบการณ์การทำงาน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการสนับสนุนกำลังใจซึ่งกันและกัน และช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานดูแลผู้สูงอายุต่อไปอีกด้วย.