Loading

ผู้ว่าฯระยอง มอบนโยบายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.เมืองระยอง สั่งเดินหน้าปราบผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ ตั้งเป้าเป็นจังหวัดนำร่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด

    เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ห้องประชุมโรงเรียนมัธยมตากสินระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานประชุมมอบนโยบายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.เมืองระยอง ครั้งที่ 9 ประจำปี 2565 มีนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง นายกำธร เวหน นายอำเภอเมืองระยอง นายกิตติ เกียรติมนตรี รองนายก อบจ.ระยอง และนายศิริพันธุ์ ตรีไตรรัตนกูล ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.เมืองระยอง เข้าร่วมประชุมฯ

     นายไตรภพ กล่าวว่า นโยบายสำคัญของจังหวัดคือ การเร่งปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดได้ให้นโยบายกับทางฝ่ายปกครองอำเภอทั้ง 8 อำเภอให้รายงานยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว ภายใน 6 เดือนนี้การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะต้องเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดระยอง ได้ยกปัญหาดังกล่าวเป็นวาระจังหวัด โดยตั้งเป้าจะเป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นระบบ

         นอกจากนี้ในที่ประชุมดังกล่าว นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ยังได้นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.เมืองระยอง เข้าร่วมประชุมผ่านทีวีคอนฟาเรนซ์กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย โดยมีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานประชุมฯ ทั้งนี้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีบทบาทความสำคัญอย่างยิ่ง มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน จึงได้มีการสร้างเครือข่าย(ธรรมาภิบาล/ร้องเรียน)ความร่วมมือดังกล่าวขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้ความรู้ และแนะนำช่องทางอำนวยความสะดวกการร้องเรียนของประชาชนที่ไม่รับความเป็นธรรม และความเดือดร้อนจากการละเมิดสิทธิ การบริการจากหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ตลอดจนได้ทราบบทบาทหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย.

Loading

นายชัยยง พะเนียงทอง กรรมการผู้จัดการ บ.เอกแคพพิเทิลเอสเตท จำกัด นำข้าวมันไก่ บุญตงกี่ แบรนด์ดังสิงคโปร์ มาเปิดที่เซ็นทรัลระยอง รับประกันคุณภาพเหมือนไปรับประทานที่ประเทศสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 31ตุลาคม นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ จ.ระยองเป็นประธานเปิด ร้านอาหาร บุญตงกี่สาขาเซ็นทรัล ระยอง โดยมีคณะผู้บริหารร้านบุญตงกี่ สาขาเซ็นทรัล ระยอง นำโดย นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทในเครือ เอก กรุ๊ป และนายชัยยง พะเนียงทอง กรรมกมารผู้จัดการ บริษัท เอกแคพพิเทิลเอสเตท จำกัด ต้อนรับพร้อมแขกผู้มีเกียรติคับคั่ง

       นายชัยยง พะเนียงทอง กล่าวว่า ร้านบุญตงกี่ ประเทศไทย เป็นร้านอาหารจีน สไตล์สิงคโปร์ที่โดดเด่นเรื่องข้าวมันไก่ มากว่า 40 ปี ซึ่งทางร้านพิถีพิถันใส่ใจและควบคุมทั้งในเรื่องรสชาติอาหารและบรรยากาศให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนนั่งรับประทานที่ร้านบุญตงกี่ สิงคโปร์เลยทีเดียวโดยสาขาเซ็นทรัลพลาซา ระยอง ถือเป็นสาขา ที่ 25 และเป็นสาขาต่างจังหวัดแห่งแรกของบุญตงกี่

      บุญตงกี่ เป็นภัตตาคารอาหารจีนที่มาจากต้นตำรับจากสิงคโปร์ ซึ่งเอกลักษณ์ของข้าวมันไก่บุญตงกี่ เริ่มตั้งแต่ข้าวมันที่ต้องเรียงเม็ดสวย มีความมันแบบพอดีและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใช้ไก่อารมณ์ดี เลี้ยงแบบออแกนิค นำมาต้มก่อนน็อคน้ำเย็น เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่ม ชุ่มฉ่ำ เราเสิร์ฟไก่แบบเย็น เพื่อทานคู่กับข้าวมันร้อนๆ และน้ำจิ้ม 3 แบบ คือ น้ำจิ้มพริกส้ม, ซอสขิง และซอสซีอิ๊วดำ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ และทำให้ข้าวมันไก่บุญตงกี่ไม่เหมือนใคร

         นอกจากเมนูข้าวมันไก่แล้วยังมีเมนูอาหารจีนที่ขึ้นชื่ออีกมากมาย อาทิเช่น ถั่วแขกผัดหมูสับ เต้าหู้ทอด เคาหยก

Loading

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรประกอบพิธีทอดผ้าป่า เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ประจำปี 2565 วัดเนินพระ จ.ระยอง

      วันนี้(2 พ.ย.)เวลา 13.30 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสนับสนุนทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ประจำปี 2565 และอัญเชิญผ้าไตรพระราชทาน และพุ่มผ้าป่าทอดถวายพระสงฆ์ โดยมีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เจ้าอาวาสวัดเนินพระ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง เข้าร่วมในพิธี ณ วัดเนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ทั้งนี้เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

       สำหรับโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมพระราชทานทุนปฐมฤกษ์ส่วนพระองค์เป็นทุนเริ่มแรก เพื่อสนับสนุนพระภิกษุและสามเณรให้ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัย พระปริยัติธรรมให้ลึกซึ้งแตกฉาน มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาขั้นสูงจากสถาบันพุทธศาสนาในประเทศ และนำไปเผยแผ่เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจและความคิดในการดำเนินชีวิตของพุทธศาสนิกชนต่อไป…00

Loading

ททท.เปิดอบรมโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” NEW CHAPTERS พร้อมทั่วประเทศ 4 จังหวัด พร้อมรับ นทท.ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 พ.ย.ที่โรงแรมโกลเด้นท์ซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการอบรมโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” NEW CHAPTERS ซึ่ง จ.ระยอง เป็น 1 ใน 4 จังหวัด จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-2 พ.ย.นี้ มีนายอัครวิทย์ เทพาสิต ผอ.ททท.ภาคตะวันออก นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.ระยอง นางเสาวนีย์ คนกล้า ผอ.ททท.จันทบุรี นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผอ.ททท.ตราด นายคมกริช ด้วงเงิน นางลลิดา ตงศิริกุล ททท.สำนักงานใหญ่ ร่วมโครงการฯ โดยมีการถ่ายทอดสดพิธีเปิด ณ โรงแรมเบอร์เคลีย์ กรุงเทพฯ ได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมอบรมฯ โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ให้การต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดสดในรูปแบบ Live Streaming ไปยังพื้นที่จัดกิจกรรมในอีก 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นมุ่งสู่การท่องเที่ยว NEXT NORMAL

         นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(High Season) และปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์โลกและการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายและทรงคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว (Meaningful Travel) ควบคู่ไปกับยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (High value and sustainability) ททท. จึงได้จัดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ“เจ้าบ้านที่ดี” NEW CHAPTERS ในพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2565 เพื่อยกระดับบุคลากรการท่องเที่ยวไทยให้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทและความสำคัญของการเป็นเจ้าบ้านที่ดี กระตุ้นจิตสำนึกในการดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลนักท่องเที่ยวและสร้างความประทับใจ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนความพร้อมสูงสุดในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี NEW CHAPTERS สู่การท่องเที่ยว NEXT NORMAL อย่างยั่งยืน ในพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคกลาง ณ โรงแรมเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ, ภาคเหนือ ณ โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จังหวัดเชียงราย, ภาคตะวันออก ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จังหวัดระยอง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมอัลวาเรซ จังหวัดบุรีรัมย์ และภาคใต้ ณ โรงแรมทวิน โลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ต้องเป็นบุคลากรหรือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการนักท่องเที่ยวตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวและบริการจากทั่วประเทศ ภูมิภาคละ 500 คน รวมทั้งสิ้น 2,500 คน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยพัฒนาส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ภายหลังสถานการณ์การท่องเที่ยวกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมนำไปสู่การสร้างรายได้และขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศต่อไป

         นอกจากโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” NEW CHAPTERS แล้ว ททท.ยังคงจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ตอกย้ำแคมเปญ “เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม” อย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรม AMAZING THAILAND WORLD MOUNTAIN & TRAIL RUNNING CHAMPIONSHIPS 2021 กิจกรรม AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2022 กิจกรรมสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2565 กิจกรรมประดับไฟ“Vivid Chao Phraya”เพื่อต้อนรับคณะผู้นำ APEC กิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2023 กิจกรรมภายใต้โครงการ “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” เพื่อเร่งพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย ภายในปี 2566 ให้กลับมาฟื้นตัวร้อยละ 80 ของปี 2562 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ททท. เป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยในการสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่ามุ่งสู่ความยั่งยืน” สอดคล้องกับแผนวิสาหกิจองค์กร ททท.พ.ศ.2566–2570

Loading

BLCP   เข้ารับรางวัล สถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 จาก ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จัดโดย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

      วันที่ 31 ตุลาคม 2565 คุณพงษ์ธวัช แกล้วกล้า ประธานคณะกรรมการสวัสดิการ บริษัท บีแอลซีพีเพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องภักดีศรีสงคราม ศาลากลางจังหวัดระยอง

     BLCP ตระหนักถึงสุขภาพกาย สุขภาพใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มดัชนีความสุข รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงาน อาทิ การดูแลพนักงานในที่อับอากาศหรืองานที่มีความเสี่ยงสูง ให้มีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ในการช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การติดตั้งนั่งร้านที่มีความมั่นคงและปลอดภัยในการปฎิบัติงานทั้งผู้รับเหมาและพนักงาน และยังมีโครงการต่างๆในการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้วยความรู้ด้านโภชนาการเพื่อให้รู้หลักการกินในการลดภาวะอ้วนลงพุง  การจัดการความเครียดจากการทำงานโดยจัดให้มีคลินิกปรึกษาจิตแพทย์อย่างต่อเนื่องทุกวัน  เป็นต้น

     บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวคิด ESG  ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล (Environment, Social, Governance) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals; SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 3 : Good Health and Well Being ส่งเสริมการทำงานที่ปลอดภัยในบริษัท   และเป้าหมายที่ 4 Quality Education สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์แห่งที่ 6 จ.ระยอง

     เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์  ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3574 สายระยอง-บ้านค่าย ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย ซึ่งเป็นแห่งที่ 6 ที่เปิดที่ จ.ระยอง มีนาย ยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด ( มหาชน) และกลุ่มโรงเรียนนานชาติ นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง คุณนนทิกร กาญจนะจิตรา ประธานกรรมการ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด( มหาชน) ร่วมพิธี

     กลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2544  ด้วยความตั้งใจของกลุ่มผู้ปกครองผู้ก่อตั้งที่ต้องการพัฒนาการศึกษา และยกระดับการศึกษาในประเทศ ให้ทัดเทียมกับระดับสากล ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของการพัฒนาการศึกษา กลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ มุ่งหวังเป็นผู้ให้บริการทางการศึกษาชั้นนำที่ทุกคนสามารถข้าถึงได้ โดยทางกลุ่มฯ มีการขยายโรงเรียนสาขาอย่างต่อเนื่อง

     สำหรับโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยอง เป็นโรงเรียนสาขาลำดับที่ 6 ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้ง และ ความร่วมมือจากบริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์  ได้เดินหน้านำกรศึกษาระดับสากลสู่ภูมิภาคตะวันออก ซึ่งโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยองนี้ ถือเป็นโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์แห่งแรกในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ EEC จังหวัดระยอง โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ มีจุดเด่น คือ หลักสูตรกศึกษาที่มีชื่อเสียงจากประเทศสิงคโปร์ เคมบริคจ์ ประเทศอังกฤษ เป็นเลิศทางด้านภาษาอังกฤษวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมถึงเป็นโรงรียนนานาชาติที่มีภาษาจีนอยู่ในหลักสูตรด้วย โดยภาษาจีนนี้ ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ช่วงอายุ 2 ขวบ จนถึง 16 ปี โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยอง พร้อมเปิดการเรียนการสอน ปีการศึกษาแรก ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2566 ตั้งแต่ระดับอนุบาลจึงถึงระดับมัธยม พร้อมด้วยบุคลากรทางกรศึกษาที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีสื่อการเรียนการสอบที่ทันสมัยอีกด้วย

Loading

      ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เปิดงานท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดระยอง รองรับ EEC มุ่งขับเคลื่อนเครือข่ายการท่องเที่ยววิถีชุมชุมชนดั้งเดิมโดยชุมชนในพื้นที่

      เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ตลาดเนินอุไร สวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดระยอง รองรับ EEC ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ภาครัฐ และเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดระยอง 10 แห่ง ระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค.นี้ มีว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง นายเสริมศักดิ์ วงศ์วิเศษ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมงานฯ

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวของเครือข่ายชุมชนที่มีศักยภาพ ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบชุมชนนำร่องท่องเที่ยว เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน 10 ชุมชน ได้แก่วิสาหกิจชุมชนบ้านทะเลน้อย วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า มหาวิทยาลัยบ้านนอกบ้านจำรุง วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวประแสโฮมสเตย์ ชุมชนท่องเที่ยวตลาด 100 ปีบ้านไผ่ล้อม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานกะจูดมาบเหลาชะโอน ชุมชนท่องเที่ยวอนุรักษ์คลองลาวน ท่องเที่ยวชุมชนโดยสภาองค์กรชุมชนเทศบาลต.เมืองแกลง ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาชุมชนเกาะกก และ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเอื้ออาทรระยองวังหว้า นำเสนอให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จัก และเป็นการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยววิถีชุมชนดั้งเดิมที่น่าสนใจ การเปิดบูธ จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มพื้นถิ่น การแสดงบนเวที มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และการประกวดชุมชนท่องเที่ยวด้วย

          ทั้งนี้งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อรองรับ EEC การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้มีชื่อเสียง รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดระยอง ตลอดจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เติบโตสูงขึ้นอีกด้วย…000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

SPRC เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปีที่ 20

    วันที่ 19 ตุลาคม 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปีที่ 20 จัดขึ้น ณ กลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน  ชายหาดพยูน

      กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเครือข่ายผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตมาบตาพุด ประกอบด้วย กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานประมงจังหวัดระยอง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง และวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กบ้านพยูน มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกุ้งปูปลากว่า 1.9 ล้านตัว โดยมุ่งหวังจะฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลและบริเวณชายฝั่ง อีกทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  

         โดยมี นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธานในพิธีเปิด อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากคุณสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง คุณเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยองเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีพนักงานจิตอาสาของ SPRC เข้าร่วมงาน 32 คน

Loading

   กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ติวเข้มเจ้าหน้าที่ให้มีความชำนาญการใช้อุปกรณ์จับและช่วยเหลือสัตว์อันตราย และบาดเจ็บ

       เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ห้องประชุมมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายฉัตรชัย โรจน์มั่นคง รองประธานมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง เป็นประธานเปิดการอบรมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ โครงการรู้จักการประเมินพฤติกรรมร่างกายสัตว์และการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือชนิดต่างๆ ภายในงานการให้ความรู้เรื่อง  การจับบังคับสัตว์ การขนย้ายสัตว์ป่วย โรคสัตว์สู่คน สัตว์พิเศษ อสรพิษ และมีการอบรมภาคปฏิบัติการใช้อุปกรณ์จับสัตว์ โดยการสาธิตการบังคับสุนัข และการจับสัตว์เลื้อยคลาน ประเภท งู เป็นต้น

      มี   นายพรชัย สุนทรเวชพงษ์ หัวฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง และ    นายจรินทร์ คุณาณุวัฒน์ รองหัวหน้าฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง น.ส.ระวิพรรณ สุนทรเวชพงษ์ หัวหน้าฝ่ายการแพทย์และวิชาการ มูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ร่วมพิธีเปิดฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มาให้ความรู้ ทั้งนี้การอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง มีทักษะ ความคล่องตัว ความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ และวิธีการให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างถูกต้อง และอย่างปลอดภัยมีประสิทธิภาพ…000

Loading

เปิดม่าน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ”  สช. และภาคี! ชูผลงานประจักษ์ รวมพลังผลักดันนโยบายสุขภาพเพื่อคนไทย

       สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รวมพลังภาคีเครือข่าย รวบรวมผลงานตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม พร้อมถอดบทเรียนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม นำเสนอประสบการณ์ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในประเด็นสําคัญของประเทศ ในงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” เพื่อนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนแนวคิด “ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” ให้เป็นรูปธรรม

      นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการจัดงาน 15 ปีสุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ว่า นับตั้งแต่ที่สังคมไทยมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 จวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 15 ปีแล้ว ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกลไกและกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายแบบมีส่วนร่วม โดยการขับเคลื่อนวิธีคิด สร้างจิตสำนึกสุขภาพใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมสุขภาวะ มีการขยายมิติสุขภาพที่กว้างขึ้นครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ สังคม และปัญญา โดยมีภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ

       โดยปีนี้ สช. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพกว่า 40 องค์กร นำผลงานจากการขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมตลอดระยะเวลา 15 ปี มานำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในงาน โดยมีการนําผลงานที่เป็นประสบการณ์และบทเรียน หรือความก้าวหน้าเชิงรูปธรรมที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ อาทิ ธรรมนูญสุขภาพพื้นที่และธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ  การพัฒนาสิทธิหน้าที่ด้านสุขภาพของประชาชน การพัฒนากระบวนการสมัชชาสุขภาพทั้งเฉพาะพื้นที่/ประเด็นและ ระดับชาติ  การมีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ จากนโยบายยุทธศาสตร์แผนงานและโครงการ ตลอดจนกิจกรรมการพัฒนาที่มีต่อสุขภาพ ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เสนอสู่สาธารณชน  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในประเด็นด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะนําไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในอนาคตร่วมกัน โดยงานนี้ยังถือเป็นการสร้างพลังภาคีเครือข่าย สู่การสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนแนวคิด“ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” ให้เป็นรูปธรรมด้วย

        “การจัดงานในปีนี้จะเป็นรูปแบบลูกผสม หรือ Hybrid meeting โดยมีการถ่ายทอดสดการจัดงานผ่านสื่อออนไลน์ มีเนื้อหาหรือกิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการนำเสนอผลงานของภาคีเครือข่าย เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมา ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม กระบวนการนโยบายสาธารณะในอนาคต  ทิศทางและโอกาสการทำงานในอนาคต และท่านชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาให้เกียรติกล่าวปาฐกถาเปิดงานในหัวข้อ “การเมืองภาคพลเมือง กับการพัฒนาประเทศ” รวมทั้ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “15 ปี พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากภาคีเครือข่ายต่างๆ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์และพัฒนาปฏิรูประบบสุขภาพไทยในอนาคตแล้ว ยังทำให้เกิดความเข้าใจในทิศทาง และกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม และร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ในอนาคตอีกด้วย” นพ.ประทีป กล่าว

         ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการดําเนินงานตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่มุ่งหวังให้เกิดกลไก กระบวนการ และเครื่องมือ อันจะนําไปสู่การวางกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์และการดําเนินงานด้านสุขภาพของประเทศนั้น สช. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม สู่การปฏิบัติการสร้างสังคมสุขภาวะ โดยมีระบบการขับเคลื่อนวิธีคิด การสร้างจิตสํานึกสุขภาพใหม่ และการขยายมิติสุขภาพให้กว้างขึ้นครอบคลุม 4 มิติ ภายใต้หลักการปฏิรูประบบสุขภาพ และได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาไปสู่สังคมสุขภาวะร่วมกัน จนมีผลงานหลากหลายด้านเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม และสามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรมมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายที่เน้น “สร้างสุขภาพ มากกว่าซ่อมสุขภาพ” รวมทั้งยังสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม โดยงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร