Loading

GC เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนจังหวัดระยอง พร้อมนำสื่อเยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างครบวงจร แสดงถึงความมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมาย Net Zero

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนจังหวัดระยอง พร้อมนำสื่อเยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างครบวงจรตั้งแต่การบริหารจัดการภายในชุมชนท้องถิ่นระยอง“กิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้องสื่อระยอง ปี 2565”  เพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนระยองที่ให้การสนับสนุนอย่างดีมาโดยตลอด รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ในบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง  

       หน่วยงานสื่อสารจังหวัดระยอง ได้นำสื่อมวลชนระยอง เข้าเยี่ยมชมศูนย์การบริหารและจัดการขยะรีไซเคิลชุมชนวัดชากลูกหญ้า ภายใต้โครงการการบริหารจัดการขยะชุมชนอย่างครบวงจร (Community Waste Model) ซึ่งเกิดขึ้นโดยพลังของชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนจนสำเร็จ โดยนำระบบ “YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม” เข้ามาช่วยจัดการพลาสติกใช้แล้วทั้งขวดชนิดใส หรือขวดน้ำดื่ม (PET Bottle) และขวดชนิดขุ่น (HDPE Bottle) ตั้งแต่วิธีการคัดแยก การจัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการนำพลาสติกใช้แล้วไปรีไซเคิลอย่างครบวงจร เพื่อนำพลาสติกใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธี จนถึงการจัดการด้านการขายให้กับโรงงานเอ็นวิคโค (ENVICCO) โดยล่าสุดนี้ ศูนย์บริหารและจัดการขยะรีไซเคิลชุมชนวัดชากลูกหญ้า ได้เป็นศูนย์การเรียนรู้ และบริหารจัดการขยะของชุมชน สามารถนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาสนับสนุนกิจกรรม และสวัสดิการต่างๆ เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพ ช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในพื้นที่ ด้วยพลังและความตั้งใจจริงนี้ ทำให้ชุมชนวัดชากลูกหญ้าได้รับประกาศเกียรติคุณจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO) เพื่อยกย่องชุมชนที่ได้ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะพลาสติกอย่างครบวงจร

จากนั้นสื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานเอ็นวิคโค (ENVICCO) ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิลพลาสติกคุณภาพสูง ประเภท  PCR HDPE และ PCR PET มาตรฐานระดับโลกที่ผ่านการรับรองโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration : US FDA) มีกระบวนการผลิตแบบครบวงจร มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการร่วมทุนระหว่าง GC และ ALPLA บริษัทชั้นนำระดับโลกในธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและการผลิตพลาสติกรีไซเคิล ถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่จะเติมเต็มห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของพลาสติกรีไซเคิลให้ครบสมบูรณ์ และตอบโจทย์ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy Model) ของประเทศไทยอีกด้วย ปัจจุบันเอ็นวิคโค ช่วยลดพลาสติกใช้แล้วในประเทศได้ถึง 60,000 ตัน/ปี ลดก๊าซเรือนกระจก 75,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เท่ากับการปลูกป่าประมาณ 78,000 ไร่ หรือปลูกต้นไม้ใหญ่มากกว่า 8 ล้านต้น นับเป็นการตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจของ GC Group อย่างยั่งยืนต่อไป…000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

     จังหวัดระยอง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 5 ธ.ค.65 ที่บริเวณสนามสวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565   

โดยได้มีกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ พร้อมกับมีพิธีถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งนี้เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้…00

Loading

  วัดหนองกรับ จ.ระยอง พุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญหลวงพ่อเถ่ง ฐิตคุโณ เจ้าอาวาสวัดหนองกรับ รุ่นเจริญพรบนและล่าง และขุนแผนซุ้มเทวดา หาเงินจัดซื้อที่ดินเพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีสถานที่ออกกำลังกาย

     เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 4 ธ.ค.ที่วัดหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายเริงฤทธิ์ รามบูรพา เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญหลวงพ่อเถ่ง ฐิตคุโณ เจ้าอาวาสวัดหนองกรับ รุ่นเจริญพรบนและล่าง และขุนแผนซุ้มเทวดา ซึ่งวัตถุมงคล จะเด่นในด้านเมตตามหานิยม โดยเป็นการพุทธาภิเษกครั้งสุดท้าย ก่อนนำออกให้บูชา

       โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทุนทรัพย์ไปจัดซื้อที่ดินจำนวน 4 ไร่ 3 งาน อยู่ด้านหน้าวัดหนองกรับ เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้เป็นพื้นที่ให้เด็กนักเรียนได้ออกกำลังกาย และเป็นพื้นที่ใช้สอยในงานผูกพัธสีมาของวัดหนองกรับในช่วงปีใหม่ที่จะถึง  ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีกันจำนวนมาก โดยมีการปลุกเสกภายในพระอุโบสถวัดหนองกรับ มีพระเกจิชื่อดัง ร่วมนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลดังกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อประชาชนสามารถเช่าได้ที่วัดหนองกรับได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Loading

 ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ชวนประชาชนฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มกระตุ้น หลังพบมีการระบาดเพิ่มมาขึ้นอีกครั้ง

    เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ตลาดน้ำเกาะกลอย ต.น้ำคอก อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง และนายพิธพร สมะลาภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มกระตุ้น เพื่อลดการเจ็บป่วยรุนแรงจากโควิด-19 พร้อมกับได้เชิญชวนให้ประชาชนชาวจังหวัดระยอง เข้ารับวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มกระตุ้นทุกคน

     นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง มีนโยบายในส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด จึงได้รณรงค์ให้ประชาชนได้ออกมารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ทุกคน ซึ่งปัจจุบันพบว่า โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ประชาชนได้มารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มกระตุ้นตามสถานพยาบาลของรัฐ หรือ รพ.สต.ทุกแห่ง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าประชาชนชาวจังหวัดระยอง ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ทุกพื้นที่

      สำหรับจุดฉีดวัคซีนที่ตลาดน้ำเกาะกลอยแห่งนี้ เปิดฉีดวัคซีนมา 2 วันแล้ว มีประชาชนมาใช้บริการวันละ 1,500 คน สำหรับประชาชนต้องการฉีดวัคซีน จองผ่านแอพ และสแกนคิวอาร์โค้ดหน้าจุดนับฉีดวัคซีนได้  นอกจากนี้ยังสามารถวอร์คอินเข้ามารับการฉีดวัคซีนได้อีกด้วย….000

Loading

จิตอาสาชาวจังหวัดระยอง กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ธ.ค.ที่บริเวณคลองขอนลาย ม.11 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาภูมิทัศน์ ทำความสะอาดลำน้ำ คูคลอง ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต.หนองบัว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาและประชาชนในพื้นที่จาก 11 หมู่บ้าน ร่วมกันจัดเก็บผักตบชวา และวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะดังกล่าว

ทั้งนี้กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นการสร้างจิตสำนึกของทุกภาคส่วนในการดูแล รักษา พัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะ โดยการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางเส้นทางระบายน้ำ เพื่อให้เกิดความสะอาด สวยงาม และไม่ให้คลองตื้นเขิน ซึ่งผักตบชวาและวัชพืชที่นำขึ้นมากำจัดดังกล่าว จะได้นำไปทำปุ๋ยหมักแจกจ่ายประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป.

Loading

กระทรวงดิจิทัลฯ – ดีป้า ประกาศผลรางวัล Smart City Solutions Awards 2022   ชูไอเดียรัฐ – เอกชนประยุกต์ใช้ดิจิทัลพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย

    1 ธันวาคม 2565, กรุงเทพมหานคร – กระทรวงดิจิทัลฯ และ ดีป้า จัดพิธีมอบรางวัล Smart City Solutions Awards 2022 แก่ผลงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลตามแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง และยกระดับ การให้บริการประชาชนใน 7 ด้าน รวม 20 รางวัล

      นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Smart City Solutions Awards 2022 แก่ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เจ้าของผลงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการเมือง และให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดตามลักษณะของเมืองอัจฉริยะทั้ง  7 ด้าน ประกอบด้วย เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) และพลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) รวม 20 รางวัล

      นายเนวินธุ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนคิดค้นและนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ควบคู่ไปกับการบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดให้มีกิจกรรมประกวดเพื่อชิงรางวัลในโครงการ Smart City Solutions Awards 2022 เพื่อเฟ้นหาผลงานที่มีความโดดเด่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง และให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด ตามลักษณะของเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้านด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยผลงานต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลเป็นระบบบริการที่ดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งจะเป็นต้นแบบองค์ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์โซลูชันเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะต่อไป

        ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการ Smart City Solutions Awards 2022 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้มีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดรวม 57 ผลงาน และมีผลงานที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และได้รับรางวัลในแต่ละด้านรวม 20 ผลงาน ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลล้วนเป็นโซลูชันที่มุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่อย่างตรงจุดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งมีแนวทาง การประเมินผล รวมถึงการนำไปใช้อย่างชัดเจน ตลอดจนสร้างความมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่ ได้อย่างเป็นรูปธรรม   “โครงการ Thailand Smart City Solutions Awards 2022 ถือเป็นการสร้างความตระหนักและกระตุ้นการรับรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งก่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างไปยังหน่วยงานที่เป็นผู้ให้บริการระบบบริการเมืองอัจฉริยะ รวมถึงประชาชนหรือผู้รับบริการที่จะได้รับรู้และเข้าใจในระบบบริการเมืองอัจฉริยะ และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการเมือง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

        สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล Smart City Solutions Awards 2022 ใน 7 ด้าน ประกอบด้วย

     1. ด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy)

รางวัลชนะเลิศ

– โครงการ หลาดยะลา (Yala Market) “ระบบบริการด้านตลาดออนไลน์กระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น” โดย เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา

รางวัลชมเชย

– โครงการ ส่งเสริมตลาดเกษตรออนไลน์ “สดจากฟาร์ม เสิร์ฟจากเว็บ” 

โดย สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม จังหวัดนครพนม

    2. ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy)

รางวัลชนะเลิศ

– โครงการ Smart Grid in Samyan Smart City “ระบบจัดการพลังงานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ” 

โดย สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

รางวัลชมเชย

– โครงการ Smart IoT Street Lighting (โคมไฟถนนอัจฉริยะ) 

โดย บริษัท จัมโบ้ อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดระยอง

      3. ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment)

รางวัลชนะเลิศ

– โครงการ Chula Zero Waste “ความยั่งยืนในการจัดการขยะอย่างครบวงจร” 

โดย สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

รางวัลชมเชย

– โครงการระบบแสดงข้อมูลการตรวจสอบอาหารทะเลปลอดฟอร์มาลิน 

โดย เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี

      4. ด้านการบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance)

รางวัลชนะเลิศ (2 ผลงาน)

– โครงการระบบรับและบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ออนไลน์ “เพื่อการบริการภาครัฐที่ทันสมัยและคล่องตัว” โดย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

– โครงการบ้านกลาง One Stop Service “ระบบที่ส่งต่อบริการอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว”

โดย เทศบาลตำบลบ้านกลาง จังหวัดลำพูน

       รางวัลชมเชย (2 ผลงาน)

– โครงการโครงข่ายนครสวรรค์เมืองอัจฉริยะ (Super Node) 

โดย เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

– โครงการ บวกค้าง อี เซอร์วิส  (Buakkhang E-Service) ภายใต้โครงการไตยอง Smart City 

โดย เทศบาลตำบลบวกค้าง จังหวัดเชียงใหม่

       5. ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living)

รางวัลชนะเลิศ

– โครงการระบบรับรองความพิการแบบเบ็ดเสร็จ “การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีแก่กลุ่มเปราะบาง” 

โดย โรงพยาบาลนาวังเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดหนองบัวลำภู

รางวัลชมเชย (5 ผลงาน)

– โครงการระบบเฝ้าระวังระดับน้ำในลำคลอง ป้องกันเหตุอุทกภัย 

โดย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

– โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิงด้วย Smart Care (ริสแบนด์อัจฉริยะ) 

โดย องค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม จังหวัดขอนแก่น

– โครงการ EMS 365 องศา พิกัดชีวิต พิกัดฉุกเฉิน 

โดย เทศบาลตำบลท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ 

– โครงการ Application LTC Smart Yangnoeng (ยางเนิ้ง) โดย เทศบาลตำบลยางเนิ้ง 

จังหวัดเชียงใหม่

– โครงการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการส่งเสริมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง 

โดย เทศบาลตำบลป่าสัก จังหวัดลำพูน

        6. ด้านขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility)

รางวัลชนะเลิศ

– โครงการ เวียบัส แพลตฟอร์มขนส่งโดยสารประจำทาง “เพื่อความสะดวกในการเดินทางในระบบขนส่งมวลชน” โดย บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 

รางวัลชมเชย

– MuvMi (มูฟมี): EV Tuk-Tuk Sharing  

โดย สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร

       7. รางวัล ด้านพลเมืองอัจฉริยะ (Smart People)

รางวัลชมเชย (2 รางวัล)

– โครงการนวัตกรรมสร้างสุขปางหมู Smart Kids ระบบบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอัจฉริยะ 

โดย องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน

– โครงการพัฒนาหลักสูตรสำหรับวิทยากรต้นแบบ (Master Teacher)  โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

      นอกจากนี้ ในพิธีมอบรางวัล Smart City Solutions Awards 2022 ดีป้า ยังได้ลงนามข้อตกลง ความร่วมมือการพัฒนาเมืองอัจฉริยะกับ 4 หน่วยงานพันธมิตร ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบันฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ บริษัท เทค มาฮินดร้า จำกัด โดยมุ่งให้ความสำคัญกับประชาชนที่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาไปพร้อมกับการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้เกิดความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ หน่วยงานท้องถิ่น เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน เพื่อเป็นกลไกในการยกระดับศักยภาพกำลังคนและบุคลากรให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

        ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันมีหลายพื้นที่แสดงความสนใจจะพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยมีเมืองที่ส่งแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะมายังสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยแล้ว 66 แผน และมีเมืองที่ได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะแล้ว 30 เมืองใน 23 จังหวัด นอกจากนี้ ดีป้า ยังให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลากร ยกระดับทักษะการพัฒนาเมืองแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้นำเมืองและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแผนพัฒนาเมือง รวมถึงการบ่มเพาะนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ (Smart City Ambassadors) รุ่นที่ 2 จำนวน 150 คนที่จะทำหน้าที่เป็นทูตเทคโนโลยีลงพื้นร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะกับหน่วยงานร่วมพัฒนาเมือง 56 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายการพัฒนาเมืองที่เข้มแข็งต่อไป..000

Loading

“สโมสรระยอง เอฟซี เปิดตัวผู้สนับสนุนทีมอีกราย เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ภายใต้ชื่อ”ออริจิ้น อีอีซี”

      เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง ออริจิ้น อีอีซี (Origin EEC) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ และสโมสรฟุตบอลระยองเอฟซี ได้จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Sharing the Greatest Experience” ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดภายใต้ความร่วมมือระหว่างสองพันธมิตร ส่งเสริมศักยภาพทีมฟุตบอลไทย

      โดยภายในงานมีการแบ่งปันประสบการณ์จากทั้งสองฟากฝั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเองจากแขกผู้มีเกียรติ ผ่านการนั่งพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันจากทั้งมุมของผู้ให้การสนับสนุนอย่าง บริษัท ออริจิ้น อีอีซี จำกัด มีนายภูมิพัฒน์ ฤทธิธาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ, นายกฤษณ์ เตชะสัมมา กรรมการผู้จัดการฯ ร่วมด้วยฝ่ายผู้บริหารสโมสรฟุตบอล โดยมีนายพศิน ปิตุเตชะ ผู้จัดการทีม, นายชัยยง พะเนียงทอง ผู้จัดการทีม, นางสาวรัฎติยา ปิตุเตชะ ประธานที่ปรึกษาฝ่ายบัญชี ร่วมลงนาม MOU ในความร่วมมือสนับสนุนสโมสรดังกล่าว มี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานที่ปรึกษาของสโมสร ร่วมเป็นสักขีพยาน และมีตัวแทนนักเตะของระยองเอฟซี มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการเข้าพักอาศัยที่โครงการ นอตติ้ง ฮิลล์ ระยองด้วย

      นายภูมิพัฒน์ ฤทธิธาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น อีอีซี จำกัด กล่าวถึงการก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลท้องถิ่นอย่างระยองเอฟซีว่า “นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ของออริจิ้น อีอีซี ที่ได้ร่วมส่งเสริมสนับสนุนทีมฟุตบอลในลีกฟุตบอลระดับประเทศ ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้ โดยการส่งมอบประสบการณ์ให้กับนักเตะระยองเอฟซี ในการเข้าพักอาศัยในโครงการคอนโดมิเนียม นอตติ้ง ฮิลล์ ระยอง ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่ ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง (Origin Smart City Rayong) เมืองอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 24 ไร่ บริเวณแยกเนินสำลี จ.ระยอง รวมทั้งมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าของออริจิ้น เพื่อสร้างความสุขและความประทับใจ ได้มีโอกาสชมแมทช์การแข่งขันฟุตบอลของทีมระยองเอฟซี ช่วยส่งแรงเชียร์ แรงใจ ให้เหล่าบรรดานักเตะอีกด้วย  นอกจากนี้ เราเชื่อว่า กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ จะสามารถช่วยดึงดูดให้แฟนคลับของระยองเอฟซีรู้จักแบรนด์มากขึ้น”

     ด้าน นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้จัดการทีมระยองเอฟซี กล่าวว่า “สโมสรฟุตบอลระยองเอฟซีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนจากออริจิ้น อีอีซี ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และสมาร์ทซิตี้ตามหัวเมืองต่างๆ ที่กำลังเติบโตสอดคล้องกับแผนพัฒนา EEC ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจับมือร่วมกัน พร้อมทำกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดระหว่าง ออริจิ้น อีอีซี และระยองเอฟซี จะสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง”.

Loading

วัดป่าประดู่ อ.เมืองระยอง ชวนเข้าวัดทำบุญใส่บาตร-ไหว้พระนอนตะแคงซ้าย-ลอดโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 26 พ.ย.ที่วัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูโสภิตปัญญากร เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง เปิดเผยว่า ทางวัดป่าประดู่ ได้จัดให้มีการทำบุญใส่บาตรในทุกวันเสาร์ เนื่องจากบรรดาญาติโยม ต้องทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ ไม่มีเวลามาทำบุญใส่บาตรในช่วงเช้า จึงจัดให้มีการทำบุญใส่บาตรในทุกเช้าวันเสาร์ดังกล่าว เริ่มเวลาประมาณ 07.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งจัดที่บริเวณหน้าองค์พระนอนตะแคงซ้าย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองระยอง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาที่ชาวพุทธนิยมมากราบไหว้บูชาด้วย ซึ่งนอกจากจะมาทำบุญใส่บาตรแล้ว ยังได้มาฟังธรรมะนำหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้เป็นเครื่องเตือนสติก่อนดำเนินชีวิต และตัดสินปัญหาต่างๆ ในชีวิต

สำหรับวัดป่าประดู่(พระอารามหลวง) แห่งนี้ เดิมชื่อ “วัดปาเลไลยก์” ตั้งอยู่ใจกลางเมืองระยองในปัจจุบัน ภายในวัดมีพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายที่เก่าแก่ เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่แปลกที่สุดในประเทศไทย โดยปกติแล้วเมื่อมีการสร้างองค์พระปางสีหไสยาสน์ มักจะสร้างประทับอยู่ในท่านอนตะแคงขวา แต่พระพุทธไสยาสน์ที่วัดป่าประดู่ สร้างในท่านอนตะแคงซ้าย มีความยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร ซึ่งลักษณะพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายมีความพิเศษคือ มีการหนุนพระเศียรด้วยหัตถ์ซ้าย สังเกตจากพระเกศ ไรพระศกจีวรแล้ว น่าจะอยู่ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ดูแลรักษาอย่างดี ไม่มีใครทราบอายุและประวัติมาก่อน ดูจากพระเกศ ไรพระศกจีวรแล้ว น่าจะเป็นอิทธิพลสมัยอยุธยาปัจจุบันจึงถือเป็นพระเก่าแก่คู่บ้านเมืองของระยองแห่งหนึ่ง และวัดป่าประดู่ ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดระยอง

นอกจากนี้วัดป่าประดู่แห่งนี้ ยังมีพระอุโบสถหลังเก่า อายุกว่า 100 ปี สร้างขึ้นตอนต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งประชาชนสามารถไปลอดพระอุโบสถ หรือโบสถ์นี้ได้ ซึ่งหมายถึง การสะเดาะเคราะห์สืบชะตาชีวิตอีกด้วย.

Loading

ชาวบ้านมาบตาพุดเอือม จ.ระยอง คนไร้จิตสำนึกทิ้งขยะเนื้อสัตว์-เครื่องในสัตว์ถุงใหญ่ริมถนน ส่งกลิ่นเน่าเหม็นตลบอบอวลทั่วบริเวณ

     เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ถนนสายหนองหว้า-หัวหญ้า ต.มาบตาพุด พื้นที่รอยต่อ ต.ทับมา อ.เมืองระยองว่า มีผู้ลักลอบนำขยะมาทิ้งริมถนน ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านชุมชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก

     จากการตรวจสอบพบเป็นขยะจากวัสดุก่อสร้าง มีทั้งที่นอน โซฟา เศษไม้ ชักโครก เศษแผ่นยิบซั่ม แผ่นโฟรม แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ถุงปุ๋ย ถุงพลาสติก และขยะทั่วไป นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำขยะที่ประเภทเศษเนื้อ เครื่องในสัตว์บรรจุในถุงพลาสติกขนาดใหญ่จำนวนมาก นำมาทิ้งบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวน่าจะเป็นที่ดินส่วนบุคคล ซึ่งเจ้าของที่ดินน่าจะไม่รู้เรื่อง

     สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า ขยะดังกล่าวพบว่ามีรถกระบะ รถบรรทุก 6 ล้อ และรถซาเล้งขนมาทิ้งมาทั้งกลาววันและกลางคืน โดยเฉพาะขยะประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ถูกนำมาทิ้งด้วย ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนใกล้เคียง ซึ่งขยะประเภทเนื้อสัตว์ และเครื่องในสัตว์ บางครั้งมีสุนัขมาคุ้ยกิน และคาบต่อไปอีก เกรงว่าจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค เนื่องจากจุดที่มีการทิ้งขยะเป็นแอ่ง ฝนตกตกลงจะมีขัง นอกจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ยังส่งกลิ่นเห็นอีกด้วย อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้ที่ลักลอบนำมาทิ้งได้มีจิตสำนึก นำขยะไปทิ้งหรือกำจัดให้ถูกวิธี อย่าได้นำมาทิ้งบริเวณดังกล่าว เพราะมันสร้างความเดือดร้อนให้ปนะชาชนที่อาศัยอยู่ระแวกดังกล่าว.

Loading

เมื่อวันที่ 17-18 พย. 65 สมาคมเพื่อนชุนชน จัดอบรมเจาะเลือดฝอยจากปลายนิ้วเพื่อคัดกรองโรคเบาหวานสามารถใช้เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดชนิดพกพาได้ ให้กับ อสม. เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการออกคัดกรองชุมชนในพื้นที่ได้ถูกต้อง

      สมาคมเพื่อนชุมชน เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จังหวัดระยอง ได้แก่ กลุ่ม ปตท. เอสซีจี บีแอลซีพี กลุ่มดาวประเทศไทย และ จีพีเอสซี และบริษัทสมาชิกสมทบกว่า 12 บริษัท โดยมีเจตนารมณ์ที่จะดูแลเอาใจใส่สุขภาพของคนในชุมชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 12 ปี สมาคมเพื่อนชุมชนได้จัดให้มีโครงการด้านสุขภาพอย่างหลากหลาย อาทิเช่น โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โครงการสนับสนุนทุนพยาบาลและสนับสนุนทุนบุคลากรด้านสาธารณสุข ให้กับลูกหลานชาวระยองจำนวนร่วม 500 ทุน โครงการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ให้กับ โรงพยาบาลในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อสามารถให้บริการดูแลสุขภาพคนในชุมชนได้อย่างทั่วถึง..

    สมาคมเพื่อนชุมชนเน้นเชิงป้องกันและส่งเสริม เพื่อที่จะสามารถดูแลสุขภาพอนามัยของคนในชุมชนให้ห่างไกลจากโรค และได้เล็งเห็นถึงบทบาท หน้าที่ และศักยภาพของ อสม. ที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรสาธารณสุข อีกทั้งช่วยดูแลสุขภาพของคนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สมาคมเพื่อนชุมชน ร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานเทศบาลเมืองมาบตาพุด โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง และ อสม. ที่ยังไม่เคยผ่านการอบรมพร้อมได้รับใบประกาศนียบัตร  จาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ได้จัดอบรมการเจาะเลือดฝอยจากปลายนิ้วเพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน โดยมีกำหนดจัดขึ้น 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 และรุ่นที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565  รวมกว่า 150 คน โดยมี นายสุเมธ คณทา และ นายอำนวย ไตรลักษณ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ได้เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองมาบตาพุด และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม 

       นายมนชัย รักสุจริต ผู้จัดการสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) และแกนนำชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขต่างๆ ในการคัดกรองโรคเบาหวานและสามารถเจาะเลือดฝอยจากปลายนิ้วได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงสามารถใช้และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นกับเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดชนิดพกพาได้อย่างถูกต้อง รวมถึงรับทราบและปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับเกียรติจากทีมวิทยากร ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จากโรงพยาบาลแกลง มาให้ความรู้และหลักเกณฑ์ต่างๆ ภายหลังจากการอบรมและลงพื้นที่แล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรได้อย่างถูกต้อง ณ ห้อง 403 สำนักงานเทศบาลเมืองมาบตาพุด…00

ธนัญธร รวงผึ้ง