Loading

SPRC ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 ณ วัดโสภณวนาราม จ.ระยอง ยอดบุญกว่า 1.18 ล้านบาท

     เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ร่วมกับ ชุมชนใกล้เคียง เป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 ณ วัดโสภณวนาราม ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ได้ยอดเงินทำบุญรวมทั้งสิ้น 1,188,999 บาท โดยจตุปัจจัยที่ได้ จะนำไปบูรณะศาสนสถาน กิจการพระพุทธศาสนา และเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไปสำหรับการเตรียมความพร้อมสถานที่ให้แก่ประชาชนที่จะมาร่วมทำบุญในการจัดงานบุญกฐิน ประจำปี 2565 ในวันดังกล่าว บริษัทฯ นำจิตอาสากว่าร้อยคน ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ในการจัดเตรียมสถานที่ โดยร่วมกันเก็บกวาด ล้างทำความสะอาดรอบพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และการติดตั้งประดับธง และทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์ให้แก่วัด อีกด้วย

       นายโรเบิร์ต โจเซฟ โดบริค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัท SPRC ตลอดจนพี่น้องชุมชนใกล้เคียง อาทิ ชุมชนวัดโสภณ ชุมชนซอยร่วมพัฒนา ชุมชนซอยประปา และชุมชนตลาดมาบตาพุด ร่วมเป็นเจ้าภาพในงานทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 นายโรเบิร์ต โจเซฟ โดบริค  กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SPRC ได้ส่งเสริมและจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนให้พนักงานของเราได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ประเพณีถวายผ้ากฐินสามัคคีถือเป็นประเพณีไทยที่สำคัญที่ได้มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยมักจะกระทำกันเป็นประจำทุกปี ในช่วงหลังวันออกพรรษา เพื่อทำนุบำรุง สืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีในพระพุทธศาสนา ให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป ทั้งยังเป็นการสร้างสานความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่น้องในชุมชนอีกด้วย”

       นอกจากนี้ ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมออกโรงทาน รวมถึงสนับสนุนงบประมาณทำบุญ สำหรับงานกฐินสามัคคีของวัดต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง รวม 16 แห่ง เพื่อร่วมสืบสานประเพณีทางพุทธศาสนาให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืนสืบไป…00

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

GC ครองอันดับ 1 DJSI ของโลก 4 ปีซ้อน กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ร่วมสร้างคุณค่าที่ดีต่อโลก ดีอย่างยั่งยืน

       GC เป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับสากลแห่งแรกของไทยที่ติดอันดับ 1 ของโลก 4 ปีซ้อนในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ด้วยการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่ดี ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ร่วมสร้างคุณค่าที่ดีต่อโลกและดีอย่างยั่งยืน  

       ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า “GC ขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นจากพันธมิตร คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมมือ สนับสนุนและผลักดันให้ GC ได้รับการจัดอันดับที่ 1 ของโลก จาก DJSI 4 ปีซ้อนในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ เพราะความสำเร็จนี้ เราทำคนเดียวไม่ได้ ความยั่งยืนนั้นต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือ ลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และขอส่งต่อความภาคภูมิใจนี้ให้ทุกคนได้ร่วมภูมิใจไปกับเรา โดย GC ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างแข็งขันต่อไป”

การดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนนี้ ครอบคลุมครบทั้ง 3 ด้าน (ESG) ประกอบไปด้วย

        E – Environment (ด้านสิ่งแวดล้อม)

 GC ลงมือทำและสำเร็จออกมาเป็นรูปธรรม ตามแนวทาง Circularity ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และทางเลือกที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมและ Decarbonization แนวทางการลด            การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ อย่างเป็นรูปธรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

• ปี 2564 – 2565 GC Group ดำเนินการโครงการอนุรักษ์พลังงาน ช่วยลดการใช้พลังงาน เทียบเท่าการลดคาร์บอนไดออกไซด์ 80,280 ตัน

• โครงการ Solar Rooftop และ Solar Floating สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 480 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน ลดปริมาณการใช้น้ำจืดจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในกระบวนการผลิต 2.97 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 5 ของการใช้น้ำทั้งหมด)

• ต่อยอดขยายผล YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม ร่วมกับภาคีพันธมิตรนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซคลิง จำนวน 310 ตัน 

• โรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ระดับ Food Grade มาตรฐานระดับโลก ช่วยลดพลาสติกใช้แล้วในประเทศได้ถึง 60,000 ตัน/ปี เริ่มผลิต เมื่อกันยายน 2565

• การลงทุนในบริษัท allnex ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตสารเคลือบและสารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

• การปลูกและฟื้นฟูป่า สำหรับการชดเชยคาร์บอน

        S – Social (ด้านสังคม)

 GC ร่วมเคียงข้างสังคมไทยเสมอมา โดยเฉพาะช่วงวิกฤตที่ผ่านมาในช่วงโควิด 19 ในช่วงน้ำท่วมและภัยแล้ง การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (Social Enterprise) สร้างรายได้ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมสนับสนุนสังคม และชุมชนให้มีความปลอดภัย มีการศึกษาที่ดี รวมถึงมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี 

• วิกฤตโควิด 19 – GC ร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์และพลาสติก เทคโนโลยี และนวัตกรรมของบริษัทฯ ต่อยอดการช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงทีและทั่วถึงทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีการระบาด

• วิกฤตน้ำท่วม – GC สนับสนุนเรือพายพลาสติก ให้กับจังหวัดที่ประสบอุทกภัย จำนวน 23 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

• วิกฤตภัยแล้ง – GC ส่งมอบถังน้ำสะอาด InnoPlus ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ  รวมถึงร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนและลูกค้าของบริษัทฯ ให้แก่พื้นที่ประสบภัยแล้งในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

• วิกฤตฝุ่น PM 2.5 – GC ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จำนวน 4 รุ่น เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตต่างๆ

      G – Governance & Economic (ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ)

GC สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยรางวัล SET Sustainability Awards of Honor ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน ซึ่งสะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืนตามกรอบ ESG และยังได้รับรางวัลเกียรติยศ องค์กรโปร่งใส สะท้อนความมีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต                 (NACC Integrity Awards) ด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง          ที่ได้มาตรฐานทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจลงทุนอย่างยั่งยืน

      ทั้งนี้ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) จัดทำขึ้นโดย S&P Global ถือเป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการครบทุกมิติตามหลัก ESG สามารถ              สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน รวมถึงการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

พิธีเปิดศูนย์ฝึกอบรมสันติภาพเอเชียแห่งสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย ประภาคารสันติภาพแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง

วันที่ 22 ต.ค.  น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอนิคมพัฒนา ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง คุณชิเงกิ โคบายาชิ ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย คุณอมรเทพ เล็กโล่ง นายกเทศมนตรีตำบลมะขามคู่ คุณสมเดียว เกตุอินทร์ รองศึกษาธิการจังหวัดระยอง พร้อมด้วย คุณสมศักดิ์ ลิขิตจริยานนท์  ประธานสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย คุณนวรัตน์ ชิโนมี ผู้อำนวยการสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย  คุณอุษณีย์ เจริญพิพัฒน์ผล หัวหน้าฝ่ายผู้ใหญ่หญิง สมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย และคุณมนัญญา ศิริพรธนากุล หัวหน้าฝ่ายยุวชนหญิง สมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย ร่วมตัดริบบิ้นในพิธีเปิดศูนย์ฝึกอบรมสันติภาพเอเชียแห่งสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย จังหวัดระยอง โดยมีสมาชิกของสมาคมที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีจาก ทั่วประเทศ 

ท่านประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้ร่วมชมศูนย์ฝึกอบรมฯ แห่งแรกของสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย และชมบอร์ดนิทรรศการรักษ์สรรพสิ่ง เพื่อโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงวีดิทัศน์แนะนำสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครือข่ายของสมาคมโซคาสากล หรือ เอสจีไอ ที่ก่อตั้งโดย ดร.ไดซาขุ อิเคดะ  ประธานสมาคมโซคาสากล ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกใน 192 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก

สมาคมฯ เป็นองค์กรพุทธศาสนาที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนใน 3 ด้าน คือ สันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษา โดยให้ความสำคัญในการให้กำลังใจซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของมนุษยนิยม ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคม

ศูนย์ฝึกอบรมฯ แห่งนี้ ประกอบไปด้วยห้องต่าง ๆ ที่มีความสำคัญ อาทิ หอประชุมอิเคดะ เป็นหอประชุมที่มีเทคโนโลยีทันสมัย มีห้องล่ามแปลภาษา ที่สามารถรองรับการแปลได้ถึง 8 ภาษา รองรับผู้เข้าร่วมได้มากถึง 520 คน  อีกทั้งยังมีห้องปณิธานอาจารย์กับศิษย์ เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่รองรับผู้เข้าร่วมได้ถึง 800 คน

               น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอนิคมพัฒนาเชื่อมั่นว่า “การจัดตั้งอาคารศูนย์ฝึกอบรมสันติภาพเอเชียแห่งสมาคมสร้างคุณค่าในประเทศไทย จังหวัดระยอง จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของประชาชนและสังคมในจังหวัดระยองและประเทศไทย รวมถึงเป็นศูนย์กลางของการแผ่ขยายความสุขและแนวคิดของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างกลมเกลียวให้กว้างไกลออกไปได้อย่างแน่นอน เพื่อประโยชน์ในการสร้างคุณค่า และสร้างความสุขให้แก่ประชาชน ท้องถิ่น สังคม และประเทศชาติสืบไป”

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

พุทธศาสนิกชนร่วมวางศิลาฤกษ์องค์ท้าวเวสสุวรรณ วัดเนินสุข อ.เขาชะเมา จ.ระยอง เนื่องแน่น ทั้งนี้ทางวัดจัดสร้างขึ้นเพื่อเครื่องที่ยึดเหนี่ยว และศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ และใกล้เคียง

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ต.ค. นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ในการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ และหล่อพระพุทธรูป ขนาดความสูงขององค์ประธาน มีความสูง 5.9 เมตร ณ วัดเนินสุข(วัดละโอก) โดยมีนายมาโนช สนองสุข ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ข่าวระยอง นางเบญญาภา มุ่งต่อกิจ รองปลัด อบต.ทุ่งควายกิน หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

       ทั้งนี้ พระครูวรกิจ โสภิต อดีตเจ้าอาวาสวัดเนินสุข ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้ประกอบพิธีเปิดทองและเจิมแผ่นศิลาฤกษ์ และพระมหาจักรกฤษ รักษาการเจ้าอาวาสวัดเนินสุข นำคณะพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา เป็นเจ้าพิธีบูชาฤกษ์ ซึ่งในการจัดสร้างครั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องที่ยึดเหนี่ยว และศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ และใกล้เคียง ซึ่งหลายคนที่ได้เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ต่างเชื่อว่า บารมีขององค์ท้าวเวสสุวรรณ จะช่วยปกปักรักษา กันผีสาง สัมภเวสี ลมเพลมพัด ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ สิ่งอุบาทว์สิ่งที่ไม่ดีได้ ขณะเดียวกันได้มีการจุดประทัดถวาย จำนวน 9.999 นัด เลขหางประทัดที่จุดเบิกฤกษ์ ปรากฎเลข 148,66 ชาวบ้านต่างนำไปเสี่ยงโชคหวังรวยในงวด 1 พ.ย.นี้ กันเป็นจำนวนมาก

Loading

จ.ระยอง จัดงาน “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565” เตรียมสำรวจต้นไม้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี บำรุงรักษาและอนุรักษ์ให้เป็นต้นไม้ทรงคุณค่า

       วันที่ 21 ต.ค.65 ที่สวนพฤกษาศาสตร์บ้านเพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ศูนย์ป่าไม้ระยอง และสวนพฤกษาศาสตร์บ้านเพ มีนายครรชิต ศรีนพวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอาสาสมัครพิทักษ์ป่าไม้ในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม โดยในงานมีกิจกรรมปลูกต้นไม้ นิทรรศการด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการสาธิตวิธีการตัดแต่งกิ่งไม้ ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ถูกวิธี เป็นต้น

     ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างจิตสำนึกของทุกภาคส่วนให้เกิดความรัก ความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ และเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้ชาวจังหวัดระยอง รวมทั้งเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ ก่อนที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2533 ให้ใช้ชื่อว่า “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” หรือ “วันรักต้นไม้แห่งชาติ”

        นายครรชิต ศรีนพวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้เกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

         ด้านนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า การจะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป จึงควรจะต้องดำเนินการแบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป และเยาวชนเพื่อให้เกิดความรักมีความตระหนัก และสำนึกหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ดังกล่าว ซึ่งเป็นทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปีในพื้นที่ จะมีการสำรวจและบำรุงรักษาทั้งจังหวัดอย่างเร่งด่วน เพื่ออนุรักษ์ให้ต้นไม้ทรงคุณค่า และให้เยาวชน และประชาชนได้ตระหนักสำนึกหวงแหนต่อไปด้วย.

Loading

    ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ประกาศกร้าวใช้ยุทธวิธีใต้ดินปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ตั้งเป้าเป็นจังหวัดนำร่องปลอดจากยาเสพติด

    เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 ต.ค.ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานมอบนโยบายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมีนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง นายสุนทร โภคา ป้องกันจังหวัดระยอง ร่วมประชุมฯ ทั้งนี้ภายหลังการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้มีการ Re X-ray ปิดห้องประชุม จับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และ อส.ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในห้องประชุมทุกคน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าด้วย ซึ่งผลการตรวจสอบปรากฎว่าไม่พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะแต่อย่างใด

       นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง จะมีการดำเนินการจัดการยาเสพติดที่ขั้นเด็ดขาดตามนโยบายของปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยแบ่งเป็น 2 มิติ มิติแรกคือ พัฒนา ฟื้นฟู โดยฝ่ายปกครองและสาธารณสุข มิติที่ 2 คือ การปราบปรามโดยใช้ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ กอ.รมน.และมิติที่ 3 คือ การปราบยาเสพติดโดยใช้ยุทธวิธีแบบใต้ดิน ดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ตำรวจ และ กอ.รมน.ดำเนินการร่วมกัน โดยประกาศเป็นวาระเร่งด่วนและให้จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดนำร่องของประเทศไทยเป็นจังหวัดแรกให้ปลอดภัยจากยาเสพติด ซึ่งจะใช้วิธีกดดัน และมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ค้ายาเสพติดไม่ให้อยู่ในพื้นที่ ส่วนการลงโทษจะดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อไม่ให้เป็นภาระของสังคม ตั้งเป้าต้องเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน ส่วนวาระเร่งด่วนเรื่องที่สอง คือ จะเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อนำรายได้เข้าจังหวัดระยองให้ได้มากที่สุด รวมถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ส่งฝ่ายปกครองจังหวัดภายในวันที่ 27 ต.ค.นี้..000

Loading

BST เล็งเห็นความสำคัญทางการศึกษา สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน

    เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด หรือ BST ร่วมส่งมอบงบประมาณสนับสนุนโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนโรงเรียนวัดตากวน เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการทางการศึกษา ซึ่งเป็นแผนงานหลักด้านแรกๆ ของทางบริษัทฯ ด้วยมุ่งหวังที่จะเห็นเด็กๆ เติบโตเป็นคนเก่งและคนดี ในสังคม โดยผ่านโครงการ “ร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้าง ความดี ปีที่ 7″ มีคุณอำพร พืชพันธ์ ประธานชุมชนตากวน-อ่าวประดู่ และคุณรุ่งนภา คำต่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตากวน เป็นผู้รับมอบ ณ โรงเรียนวัดตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง โดยเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ได้สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงระบบระบายน้ำฝนเพื่อป้องกันน้ำท่วมในอาคารเรียนอีกด้วยเช่นกัน

     ทั้งนี้ โครงการ “ร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้าง ความดี” ดำเนินกิจกรรมมาเป็นปีที่ 7 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้พนักงานตอบแทนสู่ชุมชนและสังคมภายนอก โดยเขียนโครงการมานำเสนอผ่านคณะทำงานโครงการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม” โดยโครงการที่จะผ่านการพิจารณาอนุมัติต้องเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์แก่สาธารณชนหรือกลุ่มบุคคลเป็นส่วนใหญ่ และมุ่งเน้นกิจกรรมที่พนักงานในองค์กรมีส่วนร่วมในการพัฒนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ตอบโจทย์ความยั่งยืนต่อไป..0000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

บีแอลซีพี จัดโครงการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้วยความรู้ด้านโภชนาการ ให้กับพนักงาน เพื่อบุคลิกภาพที่ดี สุขภาพจิตที่ดี มีความมั่นใจตนเอง

    สุขภาพที่ดีเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ตามหลักการของ “องค์กรแห่งความสุข (Healthy Workplace)” บีแอลซีพีมุ่งหวังให้พนักงานมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งสถานภาพทางกายภาพ สังคม รวมไปถึงชุมชน โดยรอบ

บริษัทฯ จึงได้จัดโปรแกรมในการป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้กับพนักงาน โดยได้ร่วมมือกับคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดอบรม “โครงการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้วยความรู้ด้านโภชนาการ” แก่พนักงาน โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือ พนักงานอ้วนระดับ 2และระดับ 1  เพื่อให้พนักงานได้มีบุคลิกภาพที่ดี มีร่างกายสมส่วน มีความมั่นใจในตนเองและมีสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

       บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวคิด ESG  ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล (Environment, Social, Governance) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals; SDGs)

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

อยากซื้ออาหารทะเลสด ๆ มาที่ “Rayong Fisherman Market” ณ กลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด จ. ระยอง

      ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคุณอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายรัชดา สวัสดิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ GC เปิดศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงเรือเล็กพื้นบ้านและตลาดสินค้าอาหารทะเล ภายใต้ชื่อ “Rayong Fisherman Market” เป็นการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่หน้าร้านของตลาดสินค้าอาหารทะเลให้เป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่ายอาหารทะเล ที่มีคุณภาพสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เน้น สินค้าประมงพื้นบ้าน ที่ดี มีคุณภาพ สด สะอาด ราคายุติธรรม และปลอดภัยได้มาตรฐาน ตามหลักเกณฑ์การใช้ตราสัญลักษณ์ประมงสีเขียว ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานประมงจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนแบบครบวงจร ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวประมงพื้นบ้าน และช่วยสนับสนุนการประกอบอาชีพของชาวประมงในพื้นที่อีกด้วย 

       กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านเก้ายอด ร่วมกันพัฒนาศูนย์การเรียนรู้กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านเก้ายอด เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงเรือเล็กพื้นบ้านของจังหวัดระยอง รองรับการศึกษาดูงานของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คณะบุคคลภายนอกทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน ในด้านการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ เช่น การทำธนาคารปู การทำซั้งกอซั้งเชือก ใช้อนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ เป็นต้น และการส่งเสริมอาชีพประมงอย่างยั่งยืน จนได้รับรางวัลชนะเลิศ กลุ่มเกษตรกรทำการประมง จากกรมประมง และรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2560

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

GC นำจิตอาสา และเครือข่าย ทั้งนักเรียนและชุมชน ปลูกหญ้าทะเล ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อลดโลกร้อน

      GC นำจิตอาสากว่า 120 คน และเครือข่าย ทั้งนักเรียนและชุมชน รวมใจกันปลูกหญ้าทะเล ฟื้นฟูระบบนิเวศ ที่ชายหาดทุ่งคา ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง ในกิจกรรม Blue Carbon Project งานนี้ นายมณฑล โพธิ์ประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลเนินฆ้อ นายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก และนายรัชดา สวัสดิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) มาช่วยกันปลูกหญ้าทะเล 600 ต้น เพื่อลดโลกร้อน

     ในปี 2050 GC มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ หรือ NET ZERO เพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งปัญหานี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุก ๆ ภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหา การปลูกหญ้าทะเล Blue Carbon Project นับเป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่สามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

DCIM\100GOPRO\G0051565.JPG

      หญ้าทะเลเป็นระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญ นอกจากเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลหายาก เช่นพะยูน และเต่าตนุ และเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์ทะเลวัยอ่อนแล้ว ยังสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนได้ดีกว่าป่าบกถึง 4 เท่าเลยทีเดียว รู้อย่างนี้แล้ว อย่ารอช้า…ยิ่งปลูก ก็ยิ่งดี

*** คาร์บอนสีน้ำเงิน (Blue carbon) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกดูดซับ โดยมหาสมุทร และระบบนิเวศ ชายฝั่ง ได้แก่ ป่าชายเลน ป่าพรุ น้ำเค็ม และแหล่งหญ้าทะเล โดย ระบบนิเวศเหล่านี้ จะทำหน้าที่เก็บกักคาร์บอนในรูปแบบชีวมวล และ การทับถมของตะกอนดินลงสู่ชั้นดิน ช่วยสนับสนุน เป้าหมายการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นอย่างดี

#Bluecarbonproject #ยิ่งปลูกยิ่งดี #TogetherToNetZero

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน