Loading

SPRC เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปีที่ 20

    วันที่ 19 ตุลาคม 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปีที่ 20 จัดขึ้น ณ กลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน  ชายหาดพยูน

      กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเครือข่ายผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตมาบตาพุด ประกอบด้วย กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานประมงจังหวัดระยอง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง และวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กบ้านพยูน มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกุ้งปูปลากว่า 1.9 ล้านตัว โดยมุ่งหวังจะฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลและบริเวณชายฝั่ง อีกทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  

         โดยมี นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธานในพิธีเปิด อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากคุณสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง คุณเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยองเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีพนักงานจิตอาสาของ SPRC เข้าร่วมงาน 32 คน

Loading

   กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ติวเข้มเจ้าหน้าที่ให้มีความชำนาญการใช้อุปกรณ์จับและช่วยเหลือสัตว์อันตราย และบาดเจ็บ

       เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ห้องประชุมมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายฉัตรชัย โรจน์มั่นคง รองประธานมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง เป็นประธานเปิดการอบรมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ โครงการรู้จักการประเมินพฤติกรรมร่างกายสัตว์และการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือชนิดต่างๆ ภายในงานการให้ความรู้เรื่อง  การจับบังคับสัตว์ การขนย้ายสัตว์ป่วย โรคสัตว์สู่คน สัตว์พิเศษ อสรพิษ และมีการอบรมภาคปฏิบัติการใช้อุปกรณ์จับสัตว์ โดยการสาธิตการบังคับสุนัข และการจับสัตว์เลื้อยคลาน ประเภท งู เป็นต้น

      มี   นายพรชัย สุนทรเวชพงษ์ หัวฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง และ    นายจรินทร์ คุณาณุวัฒน์ รองหัวหน้าฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง น.ส.ระวิพรรณ สุนทรเวชพงษ์ หัวหน้าฝ่ายการแพทย์และวิชาการ มูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ร่วมพิธีเปิดฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มาให้ความรู้ ทั้งนี้การอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง มีทักษะ ความคล่องตัว ความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ และวิธีการให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างถูกต้อง และอย่างปลอดภัยมีประสิทธิภาพ…000

Loading

เปิดม่าน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ”  สช. และภาคี! ชูผลงานประจักษ์ รวมพลังผลักดันนโยบายสุขภาพเพื่อคนไทย

       สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รวมพลังภาคีเครือข่าย รวบรวมผลงานตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม พร้อมถอดบทเรียนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม นำเสนอประสบการณ์ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในประเด็นสําคัญของประเทศ ในงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” เพื่อนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนแนวคิด “ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” ให้เป็นรูปธรรม

      นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการจัดงาน 15 ปีสุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ว่า นับตั้งแต่ที่สังคมไทยมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 จวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 15 ปีแล้ว ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกลไกและกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายแบบมีส่วนร่วม โดยการขับเคลื่อนวิธีคิด สร้างจิตสำนึกสุขภาพใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมสุขภาวะ มีการขยายมิติสุขภาพที่กว้างขึ้นครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ สังคม และปัญญา โดยมีภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ

       โดยปีนี้ สช. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพกว่า 40 องค์กร นำผลงานจากการขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมตลอดระยะเวลา 15 ปี มานำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในงาน โดยมีการนําผลงานที่เป็นประสบการณ์และบทเรียน หรือความก้าวหน้าเชิงรูปธรรมที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ อาทิ ธรรมนูญสุขภาพพื้นที่และธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ  การพัฒนาสิทธิหน้าที่ด้านสุขภาพของประชาชน การพัฒนากระบวนการสมัชชาสุขภาพทั้งเฉพาะพื้นที่/ประเด็นและ ระดับชาติ  การมีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ จากนโยบายยุทธศาสตร์แผนงานและโครงการ ตลอดจนกิจกรรมการพัฒนาที่มีต่อสุขภาพ ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เสนอสู่สาธารณชน  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในประเด็นด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะนําไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในอนาคตร่วมกัน โดยงานนี้ยังถือเป็นการสร้างพลังภาคีเครือข่าย สู่การสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนแนวคิด“ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” ให้เป็นรูปธรรมด้วย

        “การจัดงานในปีนี้จะเป็นรูปแบบลูกผสม หรือ Hybrid meeting โดยมีการถ่ายทอดสดการจัดงานผ่านสื่อออนไลน์ มีเนื้อหาหรือกิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการนำเสนอผลงานของภาคีเครือข่าย เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมา ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม กระบวนการนโยบายสาธารณะในอนาคต  ทิศทางและโอกาสการทำงานในอนาคต และท่านชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาให้เกียรติกล่าวปาฐกถาเปิดงานในหัวข้อ “การเมืองภาคพลเมือง กับการพัฒนาประเทศ” รวมทั้ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “15 ปี พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากภาคีเครือข่ายต่างๆ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์และพัฒนาปฏิรูประบบสุขภาพไทยในอนาคตแล้ว ยังทำให้เกิดความเข้าใจในทิศทาง และกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม และร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ในอนาคตอีกด้วย” นพ.ประทีป กล่าว

         ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการดําเนินงานตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่มุ่งหวังให้เกิดกลไก กระบวนการ และเครื่องมือ อันจะนําไปสู่การวางกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์และการดําเนินงานด้านสุขภาพของประเทศนั้น สช. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม สู่การปฏิบัติการสร้างสังคมสุขภาวะ โดยมีระบบการขับเคลื่อนวิธีคิด การสร้างจิตสํานึกสุขภาพใหม่ และการขยายมิติสุขภาพให้กว้างขึ้นครอบคลุม 4 มิติ ภายใต้หลักการปฏิรูประบบสุขภาพ และได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาไปสู่สังคมสุขภาวะร่วมกัน จนมีผลงานหลากหลายด้านเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม และสามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรมมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายที่เน้น “สร้างสุขภาพ มากกว่าซ่อมสุขภาพ” รวมทั้งยังสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม โดยงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

Loading

 ฟังไม่ผิด”กาแฟก้ามปู” ไม่ใช่กาแฟคาปูฯ ร้านกาแฟ Quinine Cafe ของ วท.นิคมอุตสาหกรรมระยอง คิดสูตร”กาแฟ ใส่อาหารทะเล เป็นก้ามปูนึ่ง” รสชาติกลมกล่อมหนึ่งเดียวต้องมาชิม

   เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ผู้สื่อรายงานว่า ร้านกาแฟ Quinine Cafe ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง เป็นร้านกาแฟที่ทางนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยฯ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ฝึกอาชีพบาริสต้าแก่นักเรียน นักศึกษา และยังสร้างรายได้ระหว่างเรียน ต่อยอดให้เป็นผู้ประกอบการในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษาออกไป

   ซึ่งที่ร้านกาแฟแห่งนี้ ยังมีโรงคั่วกาแฟเอง และยังมีขนม และเค้กหลายรสชาติ รวมทั้งคิดค้นสูตรกาแฟ และอาหารหลากหลายเมนูไว้บริการลูกค้าอีกด้วย ล่าสุดได้คิดค้นสูตร “กาแฟ ก้ามปูนึ่ง” ขึ้น โดยส่วนผสมจะมีกาแฟคั่วตามสัดส่วน ใส่พริกป่น ที่คัดสรรและคั่วเอง 1 ช้อนกาแฟ ก่อนสกัดเอาน้ำกาแฟออกมาผ่านเครื่องชงฯ จากนั้นนำขาปูม้านึ่งจุ่มลงในแก้วกาแฟ คนให้เข้ากัน เทคนิคการดื่ม ต้องชิมขาปูก่อนแล้วจิบตามด้วยกาแฟในแก้ว จะได้รสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร ไม่มีกลิ่นคาวอาหารทะเล แต่ได้รสชาติกาแฟที่หอมละมุน ไม่มีกลิ่นของพริกป่นแต่อย่างใด

    ซึ่งกาแฟสูตรพิเศษนี้ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้รสชาติกลมกล่อม ซึ่งเป็นสูตรพิเศษที่แปลกไม่พบที่ไหนมาก่อนแน่นอน นอกจากนี้ที่ร้านกาแฟแห่งนี้ ยังมีสูตรกาแฟที่คิดค้นสูตรใหม่ๆ อีกหลายเมนู ทั้งกาแฟดริปอาราบิก้า และกาแฟสูตรผสมส้มโอ มะนาว น้ำผึ้ง และมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ อีก เช่น สมูทตี้ ชา โซดา เป็นต้น

Loading

     รมช.เกษตรและสหกรณ์ สั่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทุกจังหวัด เร่งแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร หลังรัฐบาลทุ่มงบประมาณส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ แต่กลับพบเกษตรกรประสบปัญหาหนี้สินจนเอาตัวไม่รอด

      เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ห้องประชุมโรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่นระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง“แนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ตามแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566 – 2570)”จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 ตุลาคม 2565 ผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์จังหวัด ข้าราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค จำนวน 350 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจแนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งตามแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566 – 2570) และรับทราบนโยบายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 รวมถึงให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวบรวมปัญหา และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสหกรณ์ และการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามภารกิจในการส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับเป้าหมายแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ และมีแนวทางในการส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

       นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ และรายได้ ซึ่งรัฐบาลได้ให้งบประมาณมหาศาล ต้องกลับมาพิจารณาว่าสิ่งที่ให้ไปประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซึ่งเกษตรกรสะท้อนปัญหามีหนี้สินจากการทำอาชีพการเกษตร เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ทุกจังหวัด กลับไปดูว่าเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ทำไมยังคงมีปัญหาหนี้สินอยู่ โดยบางรายไม่สามารถปลดหนี้สินได้ จนถูกยึดที่ดินทำกิน ซึ่งจะต้องไปบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้ตรงจุดและตอบโจทย์ โดยปีนี้จะเน้นให้เกษตรกรลดหนี้ลงให้ได้ โดยวิธีการของตัวเขาเอง รวมทั้งหากมีข้อบกพร่อง หน่วยงานในสังกัดจะต้องบูรณาการร่วมกัน เช่น เรื่องปุ๋ยและพันธุ์พืชแพง จะต้องหาทางลดลงให้ได้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถลดหนี้ได้..000

Loading

    จิตอาสาจังหวัดระยอง ร่วมเก็บขยะ ปรับภูมิทัศน์ชายหาดพยูน ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

     เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชายหาดพยูน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2565 โดยมีส่วนราชการ ผู้นำ อปท.ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสา ร่วมกันเก็บขยะ ทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์ตลอดแนวชายหาดพยูน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.บ้านฉาง ให้มีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย

     ทั้งนี้กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชายหาดของจังหวัดระยองดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2565 และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ จนกระทั่งเสด็จสวรรคต โดยเฉพาะการเลิกทาส การพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณูปการ การเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ทั้งนี้ พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช”…000

Loading

   ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.5

     เมื่อวันที่ 23 ต.ค.65 ที่ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล วางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ จนกระทั่งเสด็จสวรรคต

      ทั้งนี้ วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาส การพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณูปการ การเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ทั้งนี้ พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาล จึงประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น”วันปิยมหาราช”…000

Loading

SCGC ติดอาวุธสื่อออนไลน์จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มรายได้ขยายธุรกิจด้วย Tik Tok ให้ชุมชนและผู้ประกอบการร้านค้า ส่งเสริมรายได้และการท่องเที่ยว จ.ระยอง

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือเอสซีจีซี (SCGC) ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จัดอบรมเชิงปฎิบัติการเรื่อง “เพิ่มรายได้ ขยายธุรกิจ ด้วย TikTok” เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ชุมชน วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้า และธุรกิจโรงแรมใน จ.ระยอง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจกว่า 100 คน  เพื่อส่งเสริมอาชีพ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยแอปพลิเคชัน TikTok สื่อออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ คุณกิตติชัย ปรีน้อย หรือ อ.ออดี้ จากนินจาการตลาด มาแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์  คาดว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง

นางสาวน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม SCGC กล่าวว่า “SCGC ดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ ESG (Environmental, Social and Governance)  โดยหนึ่งในมิติด้านสังคม คือ การส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับชุมชน เน้นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งในยุคปัจจุบัน สื่อออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และสามารถช่วยสร้างรายได้เพิ่มได้อีกด้วย SCGC จึงร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จัดอบรมเชิงปฎิบัติการเสริมศักยภาพด้านสื่อออนไลน์ให้กับชุมชน วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้า และธุรกิจโรงแรม โดยนำเสนอแอปพลิเคชัน TikTok ที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากกว่า 40 ล้านคนในประเทศไทย และ 689 ล้านคนจากทั่วโลก คาดว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้ในการแนะนำสินค้าและบริการ รวมทั้งกระตุ้นยอดขายและสร้างโอกาสทางการตลาด โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์มาให้ความรู้และถ่ายทอดแนวทางการตลาดและวิธีใช้แอปพลิเคชันอย่างละเอียด”

            นอกเหนือจากการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับชุมชนในด้านการตลาดออนไลน์ และวิธีใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ แล้ว SCGC ยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘ระยองชอปฮิ-ตลาดนัดออนไลน์ รวมของดีท้องถิ่นระยอง’ โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 15,000 คน ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มกว่า 1 ล้านบาทต่อปี  สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้  https://web.facebook.com/groups/775770649619592

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

SPRC ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 ณ วัดโสภณวนาราม จ.ระยอง ยอดบุญกว่า 1.18 ล้านบาท

     เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ร่วมกับ ชุมชนใกล้เคียง เป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 ณ วัดโสภณวนาราม ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ได้ยอดเงินทำบุญรวมทั้งสิ้น 1,188,999 บาท โดยจตุปัจจัยที่ได้ จะนำไปบูรณะศาสนสถาน กิจการพระพุทธศาสนา และเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไปสำหรับการเตรียมความพร้อมสถานที่ให้แก่ประชาชนที่จะมาร่วมทำบุญในการจัดงานบุญกฐิน ประจำปี 2565 ในวันดังกล่าว บริษัทฯ นำจิตอาสากว่าร้อยคน ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ในการจัดเตรียมสถานที่ โดยร่วมกันเก็บกวาด ล้างทำความสะอาดรอบพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และการติดตั้งประดับธง และทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์ให้แก่วัด อีกด้วย

       นายโรเบิร์ต โจเซฟ โดบริค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัท SPRC ตลอดจนพี่น้องชุมชนใกล้เคียง อาทิ ชุมชนวัดโสภณ ชุมชนซอยร่วมพัฒนา ชุมชนซอยประปา และชุมชนตลาดมาบตาพุด ร่วมเป็นเจ้าภาพในงานทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2565 นายโรเบิร์ต โจเซฟ โดบริค  กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา SPRC ได้ส่งเสริมและจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนให้พนักงานของเราได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ประเพณีถวายผ้ากฐินสามัคคีถือเป็นประเพณีไทยที่สำคัญที่ได้มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยมักจะกระทำกันเป็นประจำทุกปี ในช่วงหลังวันออกพรรษา เพื่อทำนุบำรุง สืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีในพระพุทธศาสนา ให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป ทั้งยังเป็นการสร้างสานความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่น้องในชุมชนอีกด้วย”

       นอกจากนี้ ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมออกโรงทาน รวมถึงสนับสนุนงบประมาณทำบุญ สำหรับงานกฐินสามัคคีของวัดต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง รวม 16 แห่ง เพื่อร่วมสืบสานประเพณีทางพุทธศาสนาให้อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืนสืบไป…00

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

GC ครองอันดับ 1 DJSI ของโลก 4 ปีซ้อน กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ร่วมสร้างคุณค่าที่ดีต่อโลก ดีอย่างยั่งยืน

       GC เป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับสากลแห่งแรกของไทยที่ติดอันดับ 1 ของโลก 4 ปีซ้อนในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ด้วยการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) ตอกย้ำการเป็นองค์กรที่ดี ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ร่วมสร้างคุณค่าที่ดีต่อโลกและดีอย่างยั่งยืน  

       ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า “GC ขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นจากพันธมิตร คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมมือ สนับสนุนและผลักดันให้ GC ได้รับการจัดอันดับที่ 1 ของโลก จาก DJSI 4 ปีซ้อนในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ เพราะความสำเร็จนี้ เราทำคนเดียวไม่ได้ ความยั่งยืนนั้นต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือ ลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และขอส่งต่อความภาคภูมิใจนี้ให้ทุกคนได้ร่วมภูมิใจไปกับเรา โดย GC ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างแข็งขันต่อไป”

การดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนนี้ ครอบคลุมครบทั้ง 3 ด้าน (ESG) ประกอบไปด้วย

        E – Environment (ด้านสิ่งแวดล้อม)

 GC ลงมือทำและสำเร็จออกมาเป็นรูปธรรม ตามแนวทาง Circularity ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และทางเลือกที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมและ Decarbonization แนวทางการลด            การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ อย่างเป็นรูปธรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

• ปี 2564 – 2565 GC Group ดำเนินการโครงการอนุรักษ์พลังงาน ช่วยลดการใช้พลังงาน เทียบเท่าการลดคาร์บอนไดออกไซด์ 80,280 ตัน

• โครงการ Solar Rooftop และ Solar Floating สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 480 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน ลดปริมาณการใช้น้ำจืดจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในกระบวนการผลิต 2.97 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 5 ของการใช้น้ำทั้งหมด)

• ต่อยอดขยายผล YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม ร่วมกับภาคีพันธมิตรนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซคลิง จำนวน 310 ตัน 

• โรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ระดับ Food Grade มาตรฐานระดับโลก ช่วยลดพลาสติกใช้แล้วในประเทศได้ถึง 60,000 ตัน/ปี เริ่มผลิต เมื่อกันยายน 2565

• การลงทุนในบริษัท allnex ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตสารเคลือบและสารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

• การปลูกและฟื้นฟูป่า สำหรับการชดเชยคาร์บอน

        S – Social (ด้านสังคม)

 GC ร่วมเคียงข้างสังคมไทยเสมอมา โดยเฉพาะช่วงวิกฤตที่ผ่านมาในช่วงโควิด 19 ในช่วงน้ำท่วมและภัยแล้ง การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (Social Enterprise) สร้างรายได้ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมสนับสนุนสังคม และชุมชนให้มีความปลอดภัย มีการศึกษาที่ดี รวมถึงมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี 

• วิกฤตโควิด 19 – GC ร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์และพลาสติก เทคโนโลยี และนวัตกรรมของบริษัทฯ ต่อยอดการช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงทีและทั่วถึงทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีการระบาด

• วิกฤตน้ำท่วม – GC สนับสนุนเรือพายพลาสติก ให้กับจังหวัดที่ประสบอุทกภัย จำนวน 23 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

• วิกฤตภัยแล้ง – GC ส่งมอบถังน้ำสะอาด InnoPlus ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ  รวมถึงร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนและลูกค้าของบริษัทฯ ให้แก่พื้นที่ประสบภัยแล้งในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

• วิกฤตฝุ่น PM 2.5 – GC ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จำนวน 4 รุ่น เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตต่างๆ

      G – Governance & Economic (ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ)

GC สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยรางวัล SET Sustainability Awards of Honor ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน ซึ่งสะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืนตามกรอบ ESG และยังได้รับรางวัลเกียรติยศ องค์กรโปร่งใส สะท้อนความมีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต                 (NACC Integrity Awards) ด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง          ที่ได้มาตรฐานทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจลงทุนอย่างยั่งยืน

      ทั้งนี้ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) จัดทำขึ้นโดย S&P Global ถือเป็นดัชนีที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการครบทุกมิติตามหลัก ESG สามารถ              สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน รวมถึงการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน