Loading

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์แห่งที่ 6 จ.ระยอง

     เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์  ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3574 สายระยอง-บ้านค่าย ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย ซึ่งเป็นแห่งที่ 6 ที่เปิดที่ จ.ระยอง มีนาย ยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด ( มหาชน) และกลุ่มโรงเรียนนานชาติ นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง คุณนนทิกร กาญจนะจิตรา ประธานกรรมการ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด( มหาชน) ร่วมพิธี

     กลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2544  ด้วยความตั้งใจของกลุ่มผู้ปกครองผู้ก่อตั้งที่ต้องการพัฒนาการศึกษา และยกระดับการศึกษาในประเทศ ให้ทัดเทียมกับระดับสากล ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีของการพัฒนาการศึกษา กลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ มุ่งหวังเป็นผู้ให้บริการทางการศึกษาชั้นนำที่ทุกคนสามารถข้าถึงได้ โดยทางกลุ่มฯ มีการขยายโรงเรียนสาขาอย่างต่อเนื่อง

     สำหรับโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยอง เป็นโรงเรียนสาขาลำดับที่ 6 ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้ง และ ความร่วมมือจากบริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กลุ่มโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์  ได้เดินหน้านำกรศึกษาระดับสากลสู่ภูมิภาคตะวันออก ซึ่งโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยองนี้ ถือเป็นโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์แห่งแรกในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ EEC จังหวัดระยอง โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ มีจุดเด่น คือ หลักสูตรกศึกษาที่มีชื่อเสียงจากประเทศสิงคโปร์ เคมบริคจ์ ประเทศอังกฤษ เป็นเลิศทางด้านภาษาอังกฤษวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมถึงเป็นโรงรียนนานาชาติที่มีภาษาจีนอยู่ในหลักสูตรด้วย โดยภาษาจีนนี้ ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ช่วงอายุ 2 ขวบ จนถึง 16 ปี โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยอง พร้อมเปิดการเรียนการสอน ปีการศึกษาแรก ในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2566 ตั้งแต่ระดับอนุบาลจึงถึงระดับมัธยม พร้อมด้วยบุคลากรทางกรศึกษาที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีสื่อการเรียนการสอบที่ทันสมัยอีกด้วย

Loading

      ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เปิดงานท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดระยอง รองรับ EEC มุ่งขับเคลื่อนเครือข่ายการท่องเที่ยววิถีชุมชุมชนดั้งเดิมโดยชุมชนในพื้นที่

      เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ตลาดเนินอุไร สวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดระยอง รองรับ EEC ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ภาครัฐ และเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดระยอง 10 แห่ง ระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค.นี้ มีว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง นายเสริมศักดิ์ วงศ์วิเศษ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมงานฯ

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวของเครือข่ายชุมชนที่มีศักยภาพ ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบชุมชนนำร่องท่องเที่ยว เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน 10 ชุมชน ได้แก่วิสาหกิจชุมชนบ้านทะเลน้อย วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมบ้านวังหว้า มหาวิทยาลัยบ้านนอกบ้านจำรุง วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวประแสโฮมสเตย์ ชุมชนท่องเที่ยวตลาด 100 ปีบ้านไผ่ล้อม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานกะจูดมาบเหลาชะโอน ชุมชนท่องเที่ยวอนุรักษ์คลองลาวน ท่องเที่ยวชุมชนโดยสภาองค์กรชุมชนเทศบาลต.เมืองแกลง ศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาชุมชนเกาะกก และ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเอื้ออาทรระยองวังหว้า นำเสนอให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จัก และเป็นการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยววิถีชุมชนดั้งเดิมที่น่าสนใจ การเปิดบูธ จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มพื้นถิ่น การแสดงบนเวที มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และการประกวดชุมชนท่องเที่ยวด้วย

          ทั้งนี้งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อรองรับ EEC การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้มีชื่อเสียง รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดระยอง ตลอดจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เติบโตสูงขึ้นอีกด้วย…000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

SPRC เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปีที่ 20

    วันที่ 19 ตุลาคม 2565 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) เข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปีที่ 20 จัดขึ้น ณ กลุ่มประมงเรือเล็กบ้านพยูน  ชายหาดพยูน

      กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเครือข่ายผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตมาบตาพุด ประกอบด้วย กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สำนักงานประมงจังหวัดระยอง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง และวิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กบ้านพยูน มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกุ้งปูปลากว่า 1.9 ล้านตัว โดยมุ่งหวังจะฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลและบริเวณชายฝั่ง อีกทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  

         โดยมี นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธานในพิธีเปิด อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากคุณสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง คุณเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลระยองเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีพนักงานจิตอาสาของ SPRC เข้าร่วมงาน 32 คน

Loading

   กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ติวเข้มเจ้าหน้าที่ให้มีความชำนาญการใช้อุปกรณ์จับและช่วยเหลือสัตว์อันตราย และบาดเจ็บ

       เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ห้องประชุมมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายฉัตรชัย โรจน์มั่นคง รองประธานมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง เป็นประธานเปิดการอบรมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ โครงการรู้จักการประเมินพฤติกรรมร่างกายสัตว์และการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือชนิดต่างๆ ภายในงานการให้ความรู้เรื่อง  การจับบังคับสัตว์ การขนย้ายสัตว์ป่วย โรคสัตว์สู่คน สัตว์พิเศษ อสรพิษ และมีการอบรมภาคปฏิบัติการใช้อุปกรณ์จับสัตว์ โดยการสาธิตการบังคับสุนัข และการจับสัตว์เลื้อยคลาน ประเภท งู เป็นต้น

      มี   นายพรชัย สุนทรเวชพงษ์ หัวฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง และ    นายจรินทร์ คุณาณุวัฒน์ รองหัวหน้าฝ่ายกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง น.ส.ระวิพรรณ สุนทรเวชพงษ์ หัวหน้าฝ่ายการแพทย์และวิชาการ มูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง ร่วมพิธีเปิดฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มาให้ความรู้ ทั้งนี้การอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง มีทักษะ ความคล่องตัว ความชำนาญในการใช้อุปกรณ์ และวิธีการให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างถูกต้อง และอย่างปลอดภัยมีประสิทธิภาพ…000

Loading

เปิดม่าน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ”  สช. และภาคี! ชูผลงานประจักษ์ รวมพลังผลักดันนโยบายสุขภาพเพื่อคนไทย

       สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รวมพลังภาคีเครือข่าย รวบรวมผลงานตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม พร้อมถอดบทเรียนความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม นำเสนอประสบการณ์ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในประเด็นสําคัญของประเทศ ในงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” เพื่อนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนแนวคิด “ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” ให้เป็นรูปธรรม

      นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการจัดงาน 15 ปีสุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ว่า นับตั้งแต่ที่สังคมไทยมีพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 จวบจนปัจจุบันนับเป็นเวลา 15 ปีแล้ว ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกลไกและกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายแบบมีส่วนร่วม โดยการขับเคลื่อนวิธีคิด สร้างจิตสำนึกสุขภาพใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมสุขภาวะ มีการขยายมิติสุขภาพที่กว้างขึ้นครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ สังคม และปัญญา โดยมีภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ

       โดยปีนี้ สช. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพกว่า 40 องค์กร นำผลงานจากการขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมตลอดระยะเวลา 15 ปี มานำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในงาน โดยมีการนําผลงานที่เป็นประสบการณ์และบทเรียน หรือความก้าวหน้าเชิงรูปธรรมที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ อาทิ ธรรมนูญสุขภาพพื้นที่และธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ  การพัฒนาสิทธิหน้าที่ด้านสุขภาพของประชาชน การพัฒนากระบวนการสมัชชาสุขภาพทั้งเฉพาะพื้นที่/ประเด็นและ ระดับชาติ  การมีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ จากนโยบายยุทธศาสตร์แผนงานและโครงการ ตลอดจนกิจกรรมการพัฒนาที่มีต่อสุขภาพ ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เสนอสู่สาธารณชน  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในประเด็นด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะนําไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมในอนาคตร่วมกัน โดยงานนี้ยังถือเป็นการสร้างพลังภาคีเครือข่าย สู่การสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขับเคลื่อนแนวคิด“ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ” ให้เป็นรูปธรรมด้วย

        “การจัดงานในปีนี้จะเป็นรูปแบบลูกผสม หรือ Hybrid meeting โดยมีการถ่ายทอดสดการจัดงานผ่านสื่อออนไลน์ มีเนื้อหาหรือกิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการนำเสนอผลงานของภาคีเครือข่าย เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมา ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม กระบวนการนโยบายสาธารณะในอนาคต  ทิศทางและโอกาสการทำงานในอนาคต และท่านชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาให้เกียรติกล่าวปาฐกถาเปิดงานในหัวข้อ “การเมืองภาคพลเมือง กับการพัฒนาประเทศ” รวมทั้ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “15 ปี พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากภาคีเครือข่ายต่างๆ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์และพัฒนาปฏิรูประบบสุขภาพไทยในอนาคตแล้ว ยังทำให้เกิดความเข้าใจในทิศทาง และกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม และร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ในอนาคตอีกด้วย” นพ.ประทีป กล่าว

         ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของการดําเนินงานตามเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่มุ่งหวังให้เกิดกลไก กระบวนการ และเครื่องมือ อันจะนําไปสู่การวางกรอบและแนวทางในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์และการดําเนินงานด้านสุขภาพของประเทศนั้น สช. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม สู่การปฏิบัติการสร้างสังคมสุขภาวะ โดยมีระบบการขับเคลื่อนวิธีคิด การสร้างจิตสํานึกสุขภาพใหม่ และการขยายมิติสุขภาพให้กว้างขึ้นครอบคลุม 4 มิติ ภายใต้หลักการปฏิรูประบบสุขภาพ และได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาไปสู่สังคมสุขภาวะร่วมกัน จนมีผลงานหลากหลายด้านเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม และสามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรมมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายที่เน้น “สร้างสุขภาพ มากกว่าซ่อมสุขภาพ” รวมทั้งยังสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม โดยงาน 15 ปี สุขภาพแห่งชาติ “พลังภาคีสร้างสังคมสุขภาวะ” ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

Loading

 ฟังไม่ผิด”กาแฟก้ามปู” ไม่ใช่กาแฟคาปูฯ ร้านกาแฟ Quinine Cafe ของ วท.นิคมอุตสาหกรรมระยอง คิดสูตร”กาแฟ ใส่อาหารทะเล เป็นก้ามปูนึ่ง” รสชาติกลมกล่อมหนึ่งเดียวต้องมาชิม

   เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ผู้สื่อรายงานว่า ร้านกาแฟ Quinine Cafe ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง เป็นร้านกาแฟที่ทางนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยฯ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ฝึกอาชีพบาริสต้าแก่นักเรียน นักศึกษา และยังสร้างรายได้ระหว่างเรียน ต่อยอดให้เป็นผู้ประกอบการในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษาออกไป

   ซึ่งที่ร้านกาแฟแห่งนี้ ยังมีโรงคั่วกาแฟเอง และยังมีขนม และเค้กหลายรสชาติ รวมทั้งคิดค้นสูตรกาแฟ และอาหารหลากหลายเมนูไว้บริการลูกค้าอีกด้วย ล่าสุดได้คิดค้นสูตร “กาแฟ ก้ามปูนึ่ง” ขึ้น โดยส่วนผสมจะมีกาแฟคั่วตามสัดส่วน ใส่พริกป่น ที่คัดสรรและคั่วเอง 1 ช้อนกาแฟ ก่อนสกัดเอาน้ำกาแฟออกมาผ่านเครื่องชงฯ จากนั้นนำขาปูม้านึ่งจุ่มลงในแก้วกาแฟ คนให้เข้ากัน เทคนิคการดื่ม ต้องชิมขาปูก่อนแล้วจิบตามด้วยกาแฟในแก้ว จะได้รสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร ไม่มีกลิ่นคาวอาหารทะเล แต่ได้รสชาติกาแฟที่หอมละมุน ไม่มีกลิ่นของพริกป่นแต่อย่างใด

    ซึ่งกาแฟสูตรพิเศษนี้ผ่านการลองผิดลองถูกจนได้รสชาติกลมกล่อม ซึ่งเป็นสูตรพิเศษที่แปลกไม่พบที่ไหนมาก่อนแน่นอน นอกจากนี้ที่ร้านกาแฟแห่งนี้ ยังมีสูตรกาแฟที่คิดค้นสูตรใหม่ๆ อีกหลายเมนู ทั้งกาแฟดริปอาราบิก้า และกาแฟสูตรผสมส้มโอ มะนาว น้ำผึ้ง และมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ อีก เช่น สมูทตี้ ชา โซดา เป็นต้น

Loading

     รมช.เกษตรและสหกรณ์ สั่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทุกจังหวัด เร่งแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร หลังรัฐบาลทุ่มงบประมาณส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ แต่กลับพบเกษตรกรประสบปัญหาหนี้สินจนเอาตัวไม่รอด

      เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ห้องประชุมโรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่นระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง“แนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ตามแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566 – 2570)”จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 ตุลาคม 2565 ผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์จังหวัด ข้าราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค จำนวน 350 คน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจแนวทางการส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งตามแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ 5 ปี (2566 – 2570) และรับทราบนโยบายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 รวมถึงให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวบรวมปัญหา และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสหกรณ์ และการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ นำความรู้ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามภารกิจในการส่งเสริมสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับเป้าหมายแผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ และมีแนวทางในการส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

       นางสาว มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ และรายได้ ซึ่งรัฐบาลได้ให้งบประมาณมหาศาล ต้องกลับมาพิจารณาว่าสิ่งที่ให้ไปประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซึ่งเกษตรกรสะท้อนปัญหามีหนี้สินจากการทำอาชีพการเกษตร เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ทุกจังหวัด กลับไปดูว่าเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ทำไมยังคงมีปัญหาหนี้สินอยู่ โดยบางรายไม่สามารถปลดหนี้สินได้ จนถูกยึดที่ดินทำกิน ซึ่งจะต้องไปบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้ตรงจุดและตอบโจทย์ โดยปีนี้จะเน้นให้เกษตรกรลดหนี้ลงให้ได้ โดยวิธีการของตัวเขาเอง รวมทั้งหากมีข้อบกพร่อง หน่วยงานในสังกัดจะต้องบูรณาการร่วมกัน เช่น เรื่องปุ๋ยและพันธุ์พืชแพง จะต้องหาทางลดลงให้ได้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถลดหนี้ได้..000

Loading

    จิตอาสาจังหวัดระยอง ร่วมเก็บขยะ ปรับภูมิทัศน์ชายหาดพยูน ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

     เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชายหาดพยูน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2565 โดยมีส่วนราชการ ผู้นำ อปท.ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสา ร่วมกันเก็บขยะ ทำความสะอาด และปรับภูมิทัศน์ตลอดแนวชายหาดพยูน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.บ้านฉาง ให้มีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย

     ทั้งนี้กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชายหาดของจังหวัดระยองดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2565 และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ จนกระทั่งเสด็จสวรรคต โดยเฉพาะการเลิกทาส การพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณูปการ การเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ทั้งนี้ พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช”…000

Loading

   ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.5

     เมื่อวันที่ 23 ต.ค.65 ที่ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล วางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ จนกระทั่งเสด็จสวรรคต

      ทั้งนี้ วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาส การพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณูปการ การเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ทั้งนี้ พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาล จึงประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น”วันปิยมหาราช”…000

Loading

SCGC ติดอาวุธสื่อออนไลน์จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มรายได้ขยายธุรกิจด้วย Tik Tok ให้ชุมชนและผู้ประกอบการร้านค้า ส่งเสริมรายได้และการท่องเที่ยว จ.ระยอง

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือเอสซีจีซี (SCGC) ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จัดอบรมเชิงปฎิบัติการเรื่อง “เพิ่มรายได้ ขยายธุรกิจ ด้วย TikTok” เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ชุมชน วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้า และธุรกิจโรงแรมใน จ.ระยอง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจกว่า 100 คน  เพื่อส่งเสริมอาชีพ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยแอปพลิเคชัน TikTok สื่อออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ คุณกิตติชัย ปรีน้อย หรือ อ.ออดี้ จากนินจาการตลาด มาแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์  คาดว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง

นางสาวน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม SCGC กล่าวว่า “SCGC ดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ ESG (Environmental, Social and Governance)  โดยหนึ่งในมิติด้านสังคม คือ การส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับชุมชน เน้นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งในยุคปัจจุบัน สื่อออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และสามารถช่วยสร้างรายได้เพิ่มได้อีกด้วย SCGC จึงร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จัดอบรมเชิงปฎิบัติการเสริมศักยภาพด้านสื่อออนไลน์ให้กับชุมชน วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้า และธุรกิจโรงแรม โดยนำเสนอแอปพลิเคชัน TikTok ที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากกว่า 40 ล้านคนในประเทศไทย และ 689 ล้านคนจากทั่วโลก คาดว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้ในการแนะนำสินค้าและบริการ รวมทั้งกระตุ้นยอดขายและสร้างโอกาสทางการตลาด โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์มาให้ความรู้และถ่ายทอดแนวทางการตลาดและวิธีใช้แอปพลิเคชันอย่างละเอียด”

            นอกเหนือจากการส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับชุมชนในด้านการตลาดออนไลน์ และวิธีใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ แล้ว SCGC ยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘ระยองชอปฮิ-ตลาดนัดออนไลน์ รวมของดีท้องถิ่นระยอง’ โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 15,000 คน ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มกว่า 1 ล้านบาทต่อปี  สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้  https://web.facebook.com/groups/775770649619592

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน