Loading

GC จับมือ GPSC เปิดโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ หรือ Solar Floating สอดรับแนวทาง Together to Net Zero

วันที่ 4 ต.ค. ที่ อาคาร Canteen บ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขาที่ 5 มาบตาพุด จ.ระยอง คุณอนุทิน ช่วยเพ็ญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานอะโรเมติกส์ และคุณศุภสิทธิ์ ทองศุภโชค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสาธารณูปโภค บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ GC และ  คุณศรีประภา สำรวจรวมผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การพาณิชย์และจัดซื้อ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ร่วมกันทำพิธีเปิดโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ หรือ Solar Floating ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ผู้นำด้านนวัตกรรมด้านพลาสติก และ ผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงาน ร่วมกันพัฒนาโครงการที่นำแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อมาใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานอะโรเมติกส์สาขาที่ 2 เป็นแห่งแรกของกลุ่มบริษัท GC Group ที่เป็นการติดตั้งแบบลอยน้ำในบ่อภายในโรงงานฯ ซึ่งสอดรับกับแนวทางของทั้งสององค์กรเรื่อง Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions มุ่งสู่เป้าหมาย “Together To Net Zero” ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ร่วมกัน

การใช้พลังงานสะอาด ได้แก่ แสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าแบบลอยน้ำ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชะลอวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 1.12 ล้านหน่วยต่อปี  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ ได้เทียบเท่า 564 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 20 ปี โดย GC มีแผนงานที่จะขยายการติดตั้งโครงการผลิตไฟ้ฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไปยังโรงงานปิโตรเคมีของ GC Group เพื่อสนับสนุนแนวทาง Together to Net Zero ต่อไป

โดยในส่วนของทุ่นลอยน้ำ เป็นการนำนวัตกรรมด้านพลาสติก ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (เม็ดพลาสติก InnoPlus) จากการพัฒนาของ GC Group ที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องความแข็งแรง ทนทานต่อการกระแทก ทนความร้อนและสารเคมีได้สูง มีความยืดหยุ่นสามารถขึ้นรูปทรงได้หลายรูปแบบ มาผลิต เพื่อใช้ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ (Floating Solar) นับเป็นแห่งแรกในการพัฒนาวิศวกรรมพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ของ GC Group ให้มีส่วนช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อม ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี

ทั้งนี้ GPSC Group แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า และพลังงานอัจฉริยะกลุ่ม ปตท.   เป็นผู้ดำเนินโครงการทั้งหมด ทั้งในด้านการพัฒนาโครงการ และ การบริหารการผลิต โดยการพัฒนาโครงการได้มอบหมายให้ บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด (CHPP) ซึ่งเป็นบริษัท flagship ทางด้าน Solar energy ของกลุ่ม GPSC ทำการออกแบบและก่อสร้าง Floating Solar และระบบยึดโยงทุ่นลอยน้ำ และ ผลิตทุ่นลอยน้ำจากวัสดุ InnoPlus ให้มีเสถียรภาพและความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานจากแสงอาทิตย์  ส่วนการบริหารการผลิต จะมีการควบคุมการผลิตและบำรุงรักษาเพื่อให้มีการจัดส่งไฟฟ้าอย่างมีมาตรฐานตลอดอายุสัญญา 20 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นการเน้นย้ำอีกครั้งถึงความเป็นผู้นำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า โดยใช้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีภายในกลุ่มบริษัท ในการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาโครงการด้านพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่างๆ..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

        บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านเพสนับสนุนการจัดพิมพ์ หนังสือทรงคุณค่า “บ้านเพ ที่ไม่ทันได้เห็น” จำนวน 5,000 เล่ม มอบให้ หน่วยงาน สถาบันการศึกษา ชุมชน ในจังหวัดระยอง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของเยาวชน ประชาชนในพื้นที่ และบุคคลทั่วไปที่สนใจ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างค่านิยมที่ดี และสำนึกรักบ้านเกิด

        เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 ได้มีการจัดพิธีรับ-มอบหนังสือ “บ้านเพ ที่ไม่ทันได้เห็น” ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลบ้านเพ โดยได้รับเกียรติจาก นายไพรัตน์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านเพนายจิระศักดิ์ มหาสุคนธ์ ที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC), นางสาวภัทรา ลอยใหม่ ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ บริษัท อูเบะ เคมิคอลส์ (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) (UBE), นายทิม บุญรอด ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง, นายเฉลียว ราชบุรี รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง (ผู้รวบรวม/เรียบเรียง), นายพงศ์ปณต ใจยา (ฐานะวีโร) เลขานุการประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง, นายเกียรติศักดิ์ เสือโตประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองระยอง, นายจิรพันธุ์ สัมภาวะผล ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเพ, ผู้แทนจากวัดเภตราสุขารมย์, นาวาอากาศโทหญิง ศันศนีย์ มังคละศิริ ผู้แทนสถานีรายงานบ้านเพ กองทัพอากาศ, ผู้แทนชุมชน 23 ชุมชน ผู้แทนสถาบันการศึกษา 11 สถาบัน และหน่วยงานต่าง ๆ ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านเพ ร่วมรับ-มอบหนังสือดังกล่าว

       นายจิระศักดิ์ มหาสุคนธ์ กล่าวภายในงานว่า บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ควรค่าแก่การบันทึก เผยแพร่ เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาของเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งหนังสือ “บ้านเพ ที่ไม่ทันได้เห็น” ได้รวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบ้านเพ และจังหวัดระยอง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นความทรงจำร่วมของชุมชน ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างค่านิยมที่ดี ทำให้เกิดความสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอน

          หนังสือ “บ้านเพ ที่ไม่ทันได้เห็น” เป็นหนังสือที่รวบรวมเอาความเป็นบ้านเพในมิติต่าง ๆ อาทิ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตในท้องถิ่น โดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม และรวมถึงการเผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อประโยชน์ในการเป็นฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาแก่ บุคคล หน่วยงาน และสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องและปรากฎเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นคุณานุประโยชน์ต่อไป..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

     กลุ่มผู้ประกอบการหาบเร่-แผงลอย ถูกตัดสิทธิเยียวยาเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง 1,000 ราย ยื่นฟ้องแพ่งบริษัทต้นตอขอชดเชย

     เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ศาลาการเปรียญวัดเพตราสุขารมย์ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ประกอบการกลุ่มอาชีพหาบเร่แผงลอย หรืออาชีพอื่นๆ ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ 4 ที่มีการจัดลำดับไว้ในการเจรจาชดเชยเยียวยา เหตุได้รับผลกระทบจากน้ำมันดิบของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก.(มหาชน) หรือ SPRC รั่วไหลกลางทะเลระยอง เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีประกอบการจากหาดแม่รำพึง หาดสุชาดา หาดสวนสน เกาะเสม็ด อ.เมืองระยอง และหาดแหลมแม่พิมพ์ อ.แกลง จำนวน 1,000 ราย นำเอกสารหลักฐานส่งให้ทีมทนายความ โดยมี จ.ส.ต.ดร.รัฐ กันภัย นักกฎหมายมหาชน เป็นผู้แทนรับมอบอำนาจในการฟ้อง”คดีแพ่งด้านสิ่งแวดล้อม”และ นางสริญทิพญ ทัพมงคลทัพ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด ในฐานะผู้ประสานงานด้านการท่องเที่ยวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย ให้คำปรึกษา และได้รับมอบหมายในการรวบรวมเอกสารหลักฐานดำเนินการยื่นฟ้องแพ่งต่อศาล เพื่อเรียกร้องขอชดเชยเยียวยา

          นางสริญทิพญ กล่าวว่า ทางตนได้รับการร้องเรียนตั้งแต่เริ่มมีเหตุน้ำมันรั่วไหลแล้ว จนกระทั่งล่วงเลยมากว่า 8-9 เดือนแล้ว สรุปแล้วประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับหนังสือตอบรับจากทางบริษัท SPRC ว่ากลุ่มอาชีพดังกล่าว ซึ่งมีจำนวนกว่า 4,000-5,000 ราย ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทั้งหมดได้รับผลกระทบ แต่ทางบริษัทประเมินว่าไม่ได้รับผลกระทบ จึงปฏิเสธการเยียวยา ซึ่งจริงๆ แล้ว จะน้ำมัน 1 หยด หรือ 400,000 ลิตร ก็ได้รับผลกระทบแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการรู้สึกว่าบริษัทไม่มีความจริงใจ จึงได้มีการร้องเรียนเกิดขึ้น และมีการรวมกลุ่ม เพื่อฟ้องร้องเรียกร้องเยียวยาขึ้นดังกล่าว ทั้งนี้จากการประชุมครั้งล่าสุดทางผู้ใหญ่ของจังหวัดก็เห็นด้วยและสมควรให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบฟ้องและร้องต่อไป เพื่อที่จะให้บริษัทรับผิดชอบ ซึ่งกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิเป็นกลุ่มอาชีพอื่นๆ ในวงเงินที่จะได้รับการชดเชย 15,000-30,000 บาท บางคนไม่ได้รับการติดต่อหรือประสานงานใดๆ ตั้งแต่เกิดเหตุ น่าเห็นใจ จึงได้มียื่นมือเข้ามาช่วยในการฟ้องร้องขอค่าชดเชยเยียวยา โดยทีมทนายไม่ได้มีการคิดค่าทนายแต่อย่างใด….000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน ขอบคุณภาพ/ข่าว วฐิต กลางนอก

Loading

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สักการะพระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนถือฤกษ์เข้าห้องทำงานวันแรก

      เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 3 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สักการะพระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และกราบไหว้ศาลพระภูมิ-พระพรหม อยู่บริเวณหน้าอาคารศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ก่อนจะถือฤกษ์เวลา 09.09 น.เข้าห้องทำงาน อยู่ชั้น 4 กราบไหว้พระพุทธรูปประจำห้องทำงาน เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงานวันแรก

       สำหรับประวัติการศึกษา และการทำงานของ นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองนั้น เป็นชาวอำเภอแกลง จังหวัดระยอง เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ ชั้นปริญญาตรีนิติศาตรบัณฑิต ม.รามคำแหง พ.ศ.2536 ปริญญาโทนิติศาสตรมหาบัณฑิต ม.รามคำแหง พ.ศ.2543 ปี พ.ศ.2535 เป็นปลัดอำเภอศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พ.ศ.2537 ปลัดอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ พ.ศ.2537-2543 ปลัดอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ พ.ศ.2543 เลขานุการรองปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2548 เลขานุการอธิบดีกรมการปกครอง พ.ศ.2552-2554 รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักงานสอบสวนและนิติกร กรมการปกครอง พ.ศ.2554 เลขานุการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 28 ก.ค.2556-18 ต.ค.2558 ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมการปกครอง 19 ต.ค.2558-29 พ.ย.2560 ผู้ตรวจราชการกรม(เขต 1)กรมการปกครอง(จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา)30 พ.ย.2560-11 ธ.ค.2560 ปลัดจังหวัดอำนาจเจริญ กรมการปกครอง 12 ธ.ค.2560-30 ก.ย.2564 ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงมหาดไทย(นิติกรทรงคุณวุฒิ) 1 ต.ค.2564-30 ก.ย.2565 หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และ 1 ต.ค.2565-ปัจจุบัน มาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง.

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน ขอบคุณภาพ/ข่าว วฐิต กลางนอก

Loading

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองคนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดระยอง

       เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชราชการกระทรวงมหาดไทย หลังเดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดระยอง มีศาลหลักเมือง พระนอนตะแคงซ้าย วัดป่าประดู่ พระบรมรูปจำลองสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดลุ่ม และพระพุทธอังคีรส อยู่ภายในหอพระพุทธอังคีรส สวนศรีเมืองระยอง พร้อมเข้ากราบไหว้พระสงฆ์ พระผู้ใหญ่ในพื้นที่ด้วย ก่อนจะเดินทางเข้าบ้านพัก จวนผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่ริมถนนตากสิน อ.เมืองระยอง ไหว้ศาลพระภูมิ และไหว้พระภายในบ้านพัก เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้นำ อปท.ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสที่เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยองคนใหม่

          ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า พื้นเพเป็นคนระยอง เรียนจบระดับชั้นประถมศึกษาที่ อ.แกลง ก่อนจะไปศึกษาต่อที่อื่นจนกระทั่งจบปริญญาตรี สอบเข้าเป็นปลัดอำเภอรับราชการแถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาชีพรับราชการเติบโตมาตามเส้นทาง เป็นนายอำเภอหลายจังหวัด เป็นปลัดจังหวัด ก่อนมาเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายกระทรวงมหาดไทย และตำแหน่งสุดท้ายก่อนมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ก่อนเดินทางมารับตำแหน่งอดีตอธิบดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา 2 ท่าน ได้มีการแนะนำ และติวเป็นการส่วนตัว ในการทำงานที่จังหวัดระยอง ซึ่งตนพร้อมประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาจังหวัดระยอง ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวจังหวัดระยองให้ดีขึ้นต่อไป.

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน ขอบคุณภาพ/ข่าว วฐิต กลางนอก

Loading

คปภ.จับมือ จ.ระยอง รณรงค์ปลุกพลังนักบิดทำประกันภัย พ.ร.บ.ตั้งเป้านำร่องนิคมอุตสาหกรรมและนักบิดในเมืองระยอง สู่การทำประกันภัย พ.ร.บ.100%

     เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 ก.ย.ที่ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่นระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “คปภ.ปลุกพลังนักบิด เปิดโลกใหม่ให้คุ้มครองด้วยประกันภัย พ.ร.บ.” มีนางประภาศรี พิษณุพงควิชชา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระยอง นางสาวสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัย นายฉกาจ พัฒนศรี ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ผู้แทนส่วนราชการจังหวัดระยอง อาสาสมัครประกันภัย เข้าร่วมงาน”ในงานมีกิจกรรม Roadshow การสร้างการรับรู้ด้านประกันภัย พ.ร.บ.ในย่านชุมชนใกล้นิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ ที่จัดให้มีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์จากประกันภัย พ.ร.บ.การออกบูธประชาสัมพันธ์ให้ความรู้จากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมินิคอนเสิร์ตจากเปา เปาวลี นักร้องชื่อดัง โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลุกพลังและรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องนิคมอุตสาหกรรมแก่เจ้าของรถ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม และหันมาใส่ใจทำประกันภัย พ.ร.บ. ภายใต้โครงการรณรงค์เชิงรุกในพื้นที่นำร่องเพื่อส่งเสริมการทำประกันภัย พ.ร.บ.อย่างยั่งยืน

         ดร.สุทธิพล กล่าวว่า การประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 หรือ ประกันภัย พ.ร.บ.ถือเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันทุกประเภทต้องจัดทำประกันภัย พ.ร.บ.เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินเท้า อีกทั้งสำนักงาน คปภ.ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนด้านประกันภัย พ.ร.บ.ในหลากหลายมิติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การปรับเพิ่มวงเงิน ความคุ้มครองตามประกันภัย พ.ร.บ.จากเดิม 300,000 บาท ให้ได้รับความคุ้มครองสูงสุด 500,000 บาท การขยายช่องทางการจำหน่ายประกันภัย พ.ร.บ.ให้ประชาชนสามารถซื้อหรือต่อประกันภัย พ.ร.บ.ที่สะดวกยิ่งขึ้น อาทิ ช่องทางเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน เคาน์เตอร์เซอร์วิสใน 7-11 นอกเหนือจากการซื้อผ่านตัวแทน หรือนายหน้าประกันภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย พ.ร.บ.สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีระยะเวลาความคุ้มครองระยะยาว 3 – 5 ปี เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน รวมถึงการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการขนส่งทางบก เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศในการตรวจสอบการจัดทำประกันภัยรถภาคบังคับ ก่อนชำระภาษีรถยนต์ประจำปี และสำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ.เล็งเห็นว่าจังหวัดระยองเป็นเมืองที่สำคัญทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และมีจำนวนของผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก รวมถึงจังหวัดระยองมีความพร้อมที่จะเป็นพื้นที่แรกในการปลุกพลังและส่งเสริมประชาสัมพันธ์เรื่องประกันภัย พ.ร.บ.ให้ตระหนักถึงความสำคัญ รับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับจากการจัดทำประกันภัย พ.ร.บ.รวมทั้งตั้งเป้าหมายผลักดันให้จังหวัดระยองเป็นพื้นที่ในการทำประกันภัย พ.ร.บ.เต็มรูปแบบ 100%…..

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน ขอบคุณภาพ/ข่าว วฐิต กลางนอก

Loading

    มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก จัดกิจกรรม “โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน” ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง หลังจากที่ถูกน้ำท่วม

        เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.ย.ที่ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านหนองมะหาด ม.3 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน”ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง หลังจากที่ถูกน้ำท่วมขังหลายจุด ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 8,941 ครัวเรือน ช่วงระหว่างวันที่ 5-22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรม และมีนายโอรสสา ฤทธิกาญจน์ ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สายงานปฏิบัติการภัยพิบัติ พร้อมคณะร่วมกิจกรรม

ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันให้บริการประชาชน มีแจกข้าวกล่อง จำนวน 800 กล่อง ลงทะเบียนผู้พิการ, ตรวจเช็คสุขภาพ รักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ประสบอุทกภัย, ตรวจเช็คสภาพรถและซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วย…00

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน /ขอบคุณภาพ/ข่าว วฐิต กลางนอก

Loading

สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง จับมือบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง จัดกิจกรรมรวมพลังเยาวชนระยองรักสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักในการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ก.ย. 65 ที่โรงแรมสตาร์ คอนแวนชั่นระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการรวมพลังสมัชชาเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง ประจำปี 2565 ภายใต้หัวข้อ Youth Power Can Do พลังเยาวชนระยองรักสิ่งแวดล้อม เด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง นักเรียน คณะครู หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมฯ ภายในงานมีการะดมความคิดจากแกนนำเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้แทนของแต่ละอำเภอ มาร่วมกันคิดถึงประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมของระยอง และวางแผนแนวทางการแก้ไข และนำไปปฏิบัติในพื้นที่ และมอบสัตยาบันพลังเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับทางจังหวัด และการออกบูทแสดงกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเดินรณรงค์ เพื่อกระตุ้นสังคมให้ช่วยกันให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วย

        น.ส.พัชมน สกุลเชื้อ ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง ได้ตระหนักในการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมในการรักษาสิ่งแวดล้อมในถิ่นฐานบ้านเกิดให้ดีขึ้น.

Loading

วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง จับมือ GC เปิด Workshop ชงเครื่องดื่มสายตี้ไร้แอลกอฮอล์ มุ่งสร้างอาชีพแก่ประชาชน และต่อยอดสร้างสรรค์รสชาติเครื่องดื่มแก่ผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า

       เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ศูนย์ฝึกอบรมบาริสต้า ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นการชงเครื่องดื่มปาร์ตี้ และ Workshop การชงเครื่องดื่มสายตี้ไร้แอลกอฮอล์ มีประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่ม และบาร์เทนเดอร์ ที่เปิดรับสมัครทางออนไลน์ จำนวน 25 คน เข้ารับการอบรม มีนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ร่วมเป็นเกียรติ ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ GC และบริษัท อิตาเลเซีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายน้ำเชื่อมแบรนด์ MONIN โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ในการชงเครื่องดื่มดังกล่าว

       นายกิตติพงค์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ริเริ่มโดยวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท อิตาเลเซีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายน้ำเชื่อมแบรนด์ MONIN ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของส่งเสริมอาชีพของประชาชน ตลอดจนผู้ประกอบการให้สามารถต่อยอดการพัฒนา ครีเอทสร้างสรรค์เครื่องดื่มให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองด้วย ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และภาคีเครือข่ายพร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่ โดยการเปิดอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นต่างๆ ต่อไป.

Loading

SPRC สนับสนุนงบประมาณการจัดการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิส ระยอง 2565

     บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) มอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท แก่โครงการแข่งขันมหกรรมกีฬาระยองเกมส์ ประจำปี 2565 กีฬาเทเบิลเทนนิส จัดขึ้นวันที่ 17-18 กันยายน ณ สตาร์ไอที เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก สจ.วรเศรษฐ์ วงษ์ไพศาล เป็นประธานในพิธี โดยมีคุณพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารระบบความปลอดภัย คุณภาพสิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัย SPRC และประธานชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิส จังหวัดระยอง ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน

        โครงการดังกล่าวเกิดจากการร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยองร่วมกับชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสจังหวัดระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายผ่านการจัดกิจกรรมการแข่งขัน เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและเยาวชนในจังหวัดระยองได้มีโอกาสแสดงทักษะ ความสามารถ และพัฒนาสมรรถภาพด้านกีฬาเทเบิลเทนนิส ตลอดจนได้รับความรู้ในกฎกติกามารยาทในการแข่งขันกีฬาประเภทดังกล่าวตามแบบหลักมาตรฐานสากลอย่างเต็มศักยภาพ

        SPRC ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ผู้คนออกกำลังกายมากขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาเทเบิลเทนนิส SPRC ซึ่งมีชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิสในนาม Spinning Star โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้เยาวชนใส่ใจการออกกำลังกายพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาเทเบิลเทนนิส

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน