Loading

รมช.สธ.ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมทับมา จ.ระยอง จัดทีมแพทย์ลงไปช่วยผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในบ้านไม่สามารถออกมาได้

     เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง โดยได้ไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ยังศูนย์ช่วยเหลือประชาชนผู้ปนะสบภัยน้ำท่วม ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแม็คโครระยอง ก่อนจะนั่งรถออฟโรดเดินทางไปดูการผลักดันน้ำบริเวณคลองทับมา หลังเซ็นทรัลระยองระยอง และบริเวณสะพานหน้าหมู่บ้านระเบียงเมือง ซึ่งดำเนินการโดยชลประทานจังหวัดระยอง

       นายสาธิต กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือ ทุกหน่วยพยายามที่ผลักดันน้ำลงแม่น้ำระยอง และลงทะเลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนกระทบกับน้ำท่วมน้อยที่สุด การแก้ไขปัญหามาสเตอร์แพลนของเดิมที่ทำอยู่ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ มีฝนตกลงมากเป็นพิเศษ บวกมีสภาพปัญหาช่วงการดำเนินการใหม่เข้ามาและเปลี่ยนไป ก็จะมีการนำปัญหามารวมกับมาสเตอร์แพลนของเดิม เพื่อเดินหน้าแก้ไขให้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวให้หมดไป ส่วนการช่วยเหลือประชาชนในช่วงนี้ ก็ได้มีการบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยในการเจ้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการอพยพประชาชน และการเข้าไปช่วยเหลือหากอพยพไม่ทันจะดูแลในเรื่องของอาหาร รวมทั้งจะมีการรวบรวมการช่วยเหลือ เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณมาช่วยเหลือด้วย นอกจากนี้ในวันนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ยังได้จัดชุดแพทย์มาดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถออกมาได้ โดยจะมีการจัดชุดยาและเวชภัณฑ์ไปให้ รวมทั้งหากอพยพออกมาได้ก็จะรีบนำออกมาอีกด้วย.

Loading

      โรงเรียนในเขตเทศบาลนครระยอง ประกาศปิดเรียนทันที ให้ผู้ปกครองมาบุตรหลานกลับบ้าน หลังมวลน้ำจากพื้นที่ตำบลทับมาไหลเข้าท่วมถนนหน้าโรงเรียน และเพิ่มสูงขึ้นอย่างเนื่อง ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เผยมวลน้ำจะเอ่อท่วมเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 ซม.ถึงพื้นที่ท่วมเดิมเที่ยงคืนนี้ เสริมกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมอพยพประชาชน

      เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลทับมา อ.เมืองระยอง ว่า ภาพมุมสูงจากกล้องโดนเผยภาพให้เห็นบริเวณถนนบายพาสสาย 36 ขาเข้าและออกเมืองระยอง ช่วงก่อนขึ้นสะพานต่างระดับสี่แยกทับมา มีน้ำท่วมสูง ทำให้รถติดชะลอตัวและยาวเหยียด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงระยอง จะทำการปิดเส้นทางดังกล่าว

      ขณะเดียวกันมวลน้ำจากพื้นที่ของตำบลทับมา ยังไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ของเขตเทศบาลนครระยอง ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกันและอยู่พื้นที่ชั้นใน น้ำได้เอ่อเข้าท่วมถนนสาย ค.2 ด้านหลังโรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่นระยอง บริเวณหน้าโรงเรียนกวงฮั้ว ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.ทางโรงเรียนจึงแจ้งประกาศปิดโรงเรียนถึงวันที่ 15 ก.ย.นี้ และให้ผู้ปกครองมารับบุตรหลานกลับบ้านทัน ซึ่งจะให้เด็กนักเรียนทำการเรียน การสอนทางออนไลน์แทนในวันพรุ่งนี้ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

      ด้านนายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมรอบนี้หนักมาก จากปริมาณน้ำสะสมที่มีอยู่จำนวนมาก จึงทำให้น้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำบริเวณคลองทับมายังอยู่ที่ 2.94 ซม.ซึ่งยังสูงมาก คาดว่าน้ำจะท่วมบริเวณพื้นที่ทับมา บ้านหนองมะหาด ม.3 เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 3 เมตร สูงขึ้นอีก 20 ซม.ภายในเที่ยงคืนนี้ อย่างไรก็ตามทุกหน่วยงานได้บูรณาการเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร อาสาสมัคร กู้ภัย ได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เรือท้องแบน เตรียมอพยพประชาชน หลังแจ้งว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นในเที่ยงคืนนี้ และทางเทศบาลตำบลทับมา ก็ได้มีอพยพประชาชนผู้เดือดร้อนมาไว้ยังศูนย์พักพิงหอประชุมโรงเรียนบ้านทับมาหลายครอบครัวแล้ว.

Loading

“หมอล็อต” พร้อม ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำภาค 6 ลุยน้ำท่วมระยอง มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ตำบลทับมา

    เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเมธ สายทอง ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำภาค 6 พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต  สัตวแพทย์สัตว์ป่าในกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ลงพื้นที่ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ไปมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ม.3 บ้านหนองมะหาด ต.ทับมา อ.เมืองระยอง โดยมีนายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา และ น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา ร่วมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพฯ พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำในคลองทับมา-คลองกิ่วด้วย

     นายสุเมธ กล่าวว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้สั่งการทุกหน่วยงาน เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน และต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ตนจึงได้นำความห่วงใย นำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคมามอบบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จ.ระยองดังกล่าว.

Loading

ตำบลทับมา จ.ระยอง อ่วม มวลน้ำเอ่อจากคลองทับมา ไหลเข้าท่วมหนักพื้นที่เดิมโครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งกระทบ เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฝนตกในพื้นที่จังหวัดระยองเมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้มีมวลน้ำเอ่อจากคลองทับมา ต.ทับมา อ.เมืองระยอง ไหลเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่เคยท่วม มีชุมชนบ้านหนองมะหาด ม.3 ซึ่งมีหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่หลายโครงการ ได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วม โดยเป็นรอบที่ 3 แล้ว ที่เกิดน้ำท่วม โดยมวลน้ำได้เอ่อจากคลองทับมาเข้าท่วมถนน ขยายวงกว้างเข้าท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ระดับน้ำอยู่ที่ 15-30 ซม.

นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลทับมา หลังฝนตกหนักรอบนี้ ทำให้มวลน้ำที่อยู่เหนือพื้นที่ตำบลทับมาไหลมารวมท่วมพื้นที่เดิมของตำบลทับมา ซึ่งเบื้องต้นได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มบริเวณคลองทับมา และจุดน้ำท่วมสูง รวม 10 เครื่อง เร่งระบายน้ำให้ไหลลงทะเลเร็วที่สุด ซึ่งวันนี้โชคดีที่น้ำทะเลไม่หนุน ทำให้การสูบน้ำมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ได้มีการเสริมแนวกระสอบทรายหน้าหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ ป้องกันน้ำที่จะเข้าท่วมที่มีบ้านเรือนหลายร้อยหลัง พร้อมกับมีการปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านที่มีน้ำท่วมสูง ห้ามใช้รถสัญจรป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ใช้รถยนต์ยกสูงนำอาหาร และน้ำดื่มเข้าไปช่วยเหลือบริการในเบื้องต้นก่อน

อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์ว่ามวลน้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่ ม.3 เพิ่มอีกช่วงบ่ายเป็นต้นไป ระดับน้ำเพิ่มจากเดิมซึ้งที่อยู่ 2 ม.จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 ซม.ขอให้ประชาชนได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด มาขอความช่วยเหลือ ขอกระสอบทรายได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เทศบาลตำบลทับมา ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านหนองมะหาด ม.3 และให้รีบยกของขึ้นที่สูง.

Loading

   ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รุดตรวจสอบระดับน้ำในลุ่มน้ำทับมา หลังระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เดิมคืนนี้ โดยเทศบาลตำบลทับมา ได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง เร่งสูบระบายลงคลอง เตรียมขนของขึ้นที่สูง

     เมื่อวันที่ 12 ก.ย.นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกำธร เวหน นายอำเภอเมืองระยอง ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำคลองกิ่ว โดยมีนายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา ,นางสาวเรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยได้ตรวจสอบการก่อสร้างพนังกั้นน้ำบริเวณคลองกิ่วในลุ่มน้ำทับมา ซึ่งเป็นจุดที่การระบายน้ำค่อนข้างติดขัด เนื่องจากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และมีขยะจำนวนมา ทำให้น้ำเอ่อเข้าถนน และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ โดยเบื้องต้นได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 2 เครื่อง สูบน้ำที่เอ่อท่วมเร่งระบายลงคลอง

        นอกจากนี้ยังได้เสริมแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลังมีรายงานว่าคืนนี้ คาดว่ามวลน้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่เคยท่วมเดิม หลังพบว่าปริมาณน้ำในคลองทับมาบริเวณสะพานหลังวัดเขาโบสถ์เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 2.5 ม.

Loading

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ารณรงค์การออกำลังกายในสถานศึกษา ชวนนักเรียนในจังหวัดระยองเข้ากิจกรรม ”ก้าวท้าใจในสถานศึกษา” ตั้งเป้าชวนนักเรียนทั่วประเทศร่วมออกกำลังกาย 1 ล้านคนในปี 2566 นี้

       เมื่อวันที่ 12 ก.ย.65 ที่โรงเรียนบ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์ก้าวท้าใจในสถานศึกษา โดยมีนายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้แก่ จังหวัดระยอง เขตสุขภาพที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 (ชลบุรี-ระยอง) ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี และเครือข่ายร่วมงานเปิดตัวกิจกรรมรณรงค์ฯ ดังกล่าว และมีนักเรียนโรงเรียนบ้านค่าย เข้าร่วมกิจกรรม และมีการแสดงโชว์ออกกำลังกาย รวมทั้งมีนิทรรศการ และบูธกิจกรรมก้าวท้าใจ บูธองค์ประกอบของร่างกายให้ความรู้ด้วย

         นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการสร้างให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีด้วยการออกกำลังกาย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ส่งเสริมให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดี ด้วยการให้บุคลากรสาธารณสุขเป็นต้นแบบด้านสุขภาพ (Health Model) ร่วมกับการนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มก้าวท้าใจ มาใช้ในการส่งเสริมการออกกำลังกาย โดยได้รับผลตอบรับที่ดี มีผู้เข้าร่วมโครงการก้าวท้าใจทั้งหมดประมาณ 4.8 ล้านคน ซึ่งกิจกรรมก้าวท้าใจยังคงขยายผลไปทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียนวัยรุ่นที่ต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ

         โดยปัจจุบันก้าวท้าใจมีนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 500,000 คน ซึ่งในปีงบประมาณ 2566 นี้ ได้กำหนดเป้าหมายการให้นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมก้าวท้าใจ จำนวน 1,000,000 คน.

Loading

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  ผนึกกำลัง อบจ.ระยอง ตรงเข้าพื้นที่คลายทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมเตรียมร่วมบูรณาการฯ วางแผนป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว

      เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธัญรัตน์ อินทร รองเลขาธิการฯ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พร้อมด้วยนางสาวพจนี อรรถโรจน์ภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านนโยบายและแผน และนายธัชพล กาญจนกูล รองเลขาธิการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี ลงพื้นที่ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ.ระยอง) เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมีสาเหตุหลักจากปริมาณฝนจำนวนมาก ที่ตกลงอย่างหนักและต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดระยอง จนเกิดผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่ และชุมชนในวงกว้าง

       ทั้งนี้ อีอีซี ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงให้ความช่วยเหลือด้วยการร่วมบริจาคเงิน จำนวน 3 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิสถาบันพระมหาชนก พร้อมได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภค บริโภค บรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน และเมื่อสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย ทั้งนี้ อีอีซี จะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางป้องกันปัญหาในระยะยาว เพื่อให้พัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สามารถขับเคลื่อนการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ให้ยั่งยืนและสมดุลต่อไป.

Loading

แปลงใหญ่มะพร้าวทับสะแกคว้ารางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2565 กรมส่งเสริมการเกษตรผลักดัน 6 แปลงใหญ่ระดับประเทศเป็นต้นแบบของความสำเร็จที่จับต้องได้

      กรมส่งเสริมการเกษตรประกาศผล และมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 โดยถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมชูความสำเร็จของเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้ารอบทั้ง 6 แปลง เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้เกษตรกรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ 

     กรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2565 ขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมถ่ายทอดสดพิธีมอบรางวัลผ่านเฟซบุ๊กเพจ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการมอบรางวัล ซึ่งในปีนี้มีแปลงใหญ่ที่ผ่านเข้าสู่รอบการประกวดระดับประเทศ จำนวน 6 แปลง จาก 6 เขต และได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

       รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ แปลงใหญ่มะพร้าว หมู่ 2 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีจุดเด่นในการบริหารกลุ่มคือ การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์จากคนรุ่นเก่า จนเกิดการบริหารจัดการกลุ่มที่ลงตัว คือเป็นการบริหารจัดการตามแนวอนุรักษ์วิถีของคนทำสวนในอำเภอทับสะแก และยังมีการใช้นวัตกรรมในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต พร้อมเชื่อมโยงตลาดด้วย

        รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ 7 ตำบลหนองเมือง อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ความโดดเด่นของกลุ่มนี้คือ ประธานกลุ่มฯ มีความเป็นผู้นำสูง และมีวิสัยทัศน์ สมาชิกมีความสามัคคี ร่วมมือปฏิบัติตามนโยบาย หรือแนวทางของกลุ่ม และยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน

       รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน หมู่ 7 ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง จุดเด่นของกลุ่มนี้คือ มีความเข้มแข็ง มีกฎระเบียบที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และผู้นำกลุ่มมีความสามัคคี มีความรู้ความเข้าในการดำเนินงาน ทั้งเรื่องสวนปาล์มน้ำมัน และการจัดการกลุ่ม

      รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ กลุ่มส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการรวมกลุ่มเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตและวางแผนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันที่ทำเกษตรแบบ Zero Waste มีการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และสอดคล้องกับระบบนิเวศ และแปลงใหญ่มะขาม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะขามแปลงใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเสี้ยว อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีจุดเด่นของการรวมกลุ่มอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจกันของสมาชิก มีการเป้าหมายและวางแผนงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ 

       ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินงานในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 และมีการจัดประกวดแปลงใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่นเป็นตัวอย่างในการขยายผลการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้เกษตรกรอื่น ๆ ทั่วประเทศ และเกษตรแปลงใหญ่ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ทั้ง 6 แปลง ถือเป็นต้นแบบที่ดีของการบริหารจัดการและพัฒนากลุ่มจนประสบความสำเร็จ สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุน และปัญหาต่าง ๆ ที่สมาชิกกลุ่มต้องเผชิญก่อนที่จะมีการรวมกลุ่มฯ ได้อย่างเห็นผลชัดเจน จนสามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง 5 ด้าน คือลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิตจนได้มาตรฐาน มีการบริหารจัดการที่ดี และสามารถจัดการด้านการตลาดได้ ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรมากยิ่งขึ้น

Loading

    SCGC จัดอบรม ร้านค้า-สินค้าวิสาหกิจชุมชน เพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมวิถีสังคมคาร์บอนต่ำตามแนวทาง ESG

             เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล มุ่งดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) จัดอบรมส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับร้านค้าและวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยองภายใต้หัวข้อ “ร้านค้า-สินค้าวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ” เพื่อส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในเรื่องของการประกอบกิจการแบบรักษ์โลก เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน อาทิ การลดการใช้พลังงานในการผลิตสินค้า การจัดการของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

          การอบรมในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวิถีสังคมคาร์บอนต่ำของร้านค้าและวิสาหกิจชุมชน สู่การได้รับการรับรองให้เป็นร้านค้าคาร์บอนต่ำจากสำนักส่งเสริมตลาดคาร์บอนและนวัตกรรมองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งมีผู้ประกอบการร้านค้าและวิสาหกิจชุมชนให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก

         โดยมีคุณธาดา วรุณโชติกุล ตัวแทนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นวิทยากรอบรม

    ธนัญธร   รวงผึ้ง   รายงาน

Loading

บีแอลซีพี ร่วมโครงการจิตอาสา พัฒนา ทำความสะอาดเส้นทางเดิน ตัดแต่งกิ่งไม้ ต้นไม้ เก็บขยะในพื้นที่โครงการป่าในเมืองจังหวัดระยอง  “ป่าชายเลน พระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง”

      นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานสนับสนุนองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด และพนักงาน ทำกิจกรรมร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ในโครงการจิตอาสา พัฒนา ทำความสะอาดเส้นทางเดิน ตัดแต่งกิ่งไม้ ต้นไม้ เก็บขยะ ณ ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยร่วมกันทำความสะอาดเส้นทางเดินชมธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนน้ำดื่ม และอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

      บีแอลซีพีเราดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ESG ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environment, Social, Governance)

      บีแอลซีพีขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals; SDGs) และร่วมดูแลป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำอัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง เพื่อให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนของเราสวยงามและอุดมสมบูรณ์ต่อไป

       บีแอลซีพี ร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน…000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน