Loading

วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นเจ้าภาพแข่งขันทักษะวิชาชีพ สาขางานเชื่อมโลหะและสาขางานตรวจสอบวัสดุงานเชื่อม ระดับชาติ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ตรงตามความต้องการตลาดแรงงาน

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 ม.ค.ที่แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะและเทคนิคโลหะ วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ดร.สมชาย ธำรงสุข ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2565 สาขางานเชื่อมโลหะและสาขางานตรวจสอบวัสดุงานเชื่อม ระดับ ปวช.และปวส.โดยมีนักศึกษาจากตัวแทนสถานบันอาชีวศึกษาทั้ง 5 ภูมิภาค เข้าร่วมแข่งขัน โดยมีนายสงัด ยศเฮือง นายกสมาคมครูและผู้ประกอบการวิชาชีพช่างเชื่อม ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา คณะกรรมการดำเนินการจัดแข่งขัน ครู และผู้ประกอบการที่ให้การสนับสนุนร่วมเป็นเกียรติ ทั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อพัฒนาส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิชาชีพแก่นักศึกษา และใช้ความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนและการฝึกมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานจริงตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานคุณภาพด้วย

        นายประสงค์ นามประสิทธิ์ บริษัทเอ็น พี เอส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อนำไปใช้ในการทำงานหลังจบการศึกษา

      ด้าน นายสันติ โสธรพรสวรรค์ บริษัท ท็อป ลอว์ แอนด์ คอนซัลแท้นท์ จำกัด กล่าวว่า มองว่าเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีอาชีพ และได้ต่องาน รวมทั้งเป็นอาชีพที่ในตลาดแรงงานต้องการด้วย ซึ่งทางบริษัทฯ จะให้การสนับสนุนรับนักศึกษาเข้าฝึกวิชาชีพอีกด้วย

      ขณะที่ นายสงัด ยศเฮือง นายกสมาคมครูและผู้ประกอบการวิชาชีพช่างเชื่อม กล่าวว่า ช่างเชื่อมเป็นช่างที่ค่าตอบแทนสุง โดยเฉพาะเชื่อมใต้น้ำ แต่ในทางตรงกันข้ามมีผู้สมัครเข้าเรียนน้อย เชื่อว่าใน EEC ต้องการแรงงานช่างเชื่อมอีกจำนวนมาก ในอนาคตทางสมาคมฯ จะมีการพัฒนาครูผู้สอนให้มีสกิลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนต่อไป.

Loading

       วิสาหกิจชุมชนริช 865  จับมือเทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดงานสตรีทฟู้ด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ชิมช้อปสินค้าโอทอปและอาหารทะเลสดๆ บรรยากาศสุดสวยริมชายหาดพยูน

     เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 29 ม.ค.ที่บริเวณหาดพยูน ลานหน้าสะพานมังกร ม.4 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิติพงษ์ อุระวัฒน์ นายอำเภอบ้านฉาง เป็นประธานเปิดกิจกรรมท่องเที่ยว Landmark บ้านฉางแห่งใหม่ภายใต้งาน “สตรีทฟู้ดแอทหาดพยูน” ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 เทศบาลตำบลบ้านฉางและผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารในพื้นที่ โดยมีนายสุชิน พูลหิรัญ  นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง นำผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านฉาง ร่วมพิธีเปิด

      ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยเป็นธีมงานไชน่าทาวน์เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนประชาชนที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ผู้ผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มอาชีพต่างๆ ได้มีสถานที่เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายภาครัฐ โดยส่งเสริมชาวบ้านในชุมชนให้มีอาชีพ มีรายได้ เป็นการกระจายรายได้สู่ประชาชนโดยตรง รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าอาหาร Street Food คุณภาพดีราคาเหมาะสมและเป็นการช่วยลดรายจ่ายภายในครัวเรือนด้วย

       นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นและสร้างเครือข่ายชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายชุมชนอำเภอบ้านฉาง โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกเดือนโดยมีการเปลี่ยนแปลงการจัดธีมงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในทุกเดือนอีกด้วย…00

Loading

       โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี ก่อตั้งโรงเรียน เพื่อหารายได้ปรับปรุงศูนย์อาหารและพัฒนาการศึกษา

      เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 29 ม.ค.ที่สวนศรีเมือง ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานและปล่อยตัวนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี ก่อตั้งโรงเรียน ภายใต้ชื่องาน”100 ปี โรงเรียนวัดป่าประดู่ มินิมาราธอน”ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง ดร.สมศักดิ์ ทองเนียม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี-ระยอง นายสมภพ วงศ์ทางประเสริฐ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดป่าประดู่ และนางสุมาลี สุขสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดป่าประดู่   ร่วมพิธีเปิดและปล่อยนักวิ่งที่เข้าร่วมแข่งขันวิ่ง จำนวน 1,000 คน

โดยการแข่งขันมีประเภท MINI MARATHON  ระยะทาง 10 กม.และประเภท FUN RUN ระยะทาง 5 กม.โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสโรงเรียนวัดป่าประดู่ ก่อตั้งครบ 100 ปี เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายด้วยการเดิน-วิ่ง และเพื่อหารายได้สมทบทุนในการปรับปรุงศูนย์อาหาร และพัฒนาสนับสนุนด้านการศึกษาของโรงเรียน รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ครู ผู้ปกครองและชุมชนอีกด้วย.

Loading

   “มาดามแป้ง”นำทัพการท่าเรือ เอฟซี ฟาดแข้งกระชับมิตรระยอง เอฟซี อ้อนชาวระยอง ช่วยเชียร์ทีมชาติไทยต่อเนื่อง พร้อมขอเป็นกำลังใจให้ระยอง เอฟซี ให้ยกระดับการเล่น เพื่อขึ้นลีกสูงสุดโดยเร็ว

     เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สโมสรระยอง เอฟซี ได้จีดการแข่งขันนัดพิเศษกระชับมิตรกับสโมสรการท่าเรือ เอฟซี  นำทัพนักเตะมาโดยนางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามแป้ง”ประธานสโมสรฯ และผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย ในรายการ “เฟรนลี่แมตช์ วันสเปเชียล ปลุกวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้แฟนบอลได้เข้าร่วมเชียร์นักเตะในสนามให้มากขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนรุ่นเยาว์หันมาเล่นกีฬาฟุตบอล เพื่อเป็นนักเตะอาชีพในอนาคตด้วย นอกจากฟุตบอลนัดกระชับมิตรแล้ว ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมาให้ได้รับชมอีกด้วย โดยก่อนการแข่งขัน “มาดามแป้ง”ได้พูดคุยกับแฟนบอลชาวจังหวัดระยอง โดยมีนายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง และนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ.ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์สโมสรระยอง เอฟซี ร่วมพูดคุยกับแฟนคลับของทั้ง 2 ทีมด้วย และมาดามแป้ง ยังได้มอบเสื้อแข่งของการท่าเรือฯ ให้ รมช.สธ.และนายก อบจ ระยองด้วย

       มาดามแป้ง กล่าวว่า ตนมีความสนิทสนมกับรมช.สธ.มาก ซึ่งถือเป็นน้องชายที่น่ารักรู้จักมักคุ้นกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว และทางบิดาก็มีความคุ้นเคยกับบิดาของ รมช.สธ.และนายก อบจ.ระยอง มานานแล้วเช่นกัน เมื่อได้รับการเทียบเชิญให้นำนักเตะของสโมสรการท่าเรือฯ มาแข่งขันกระชับมิตร ก็รีบตกลงทันที ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณแฟนคลับของระยอง เอฟซีที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น อย่างไรก็ตามในนามของผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ต้องขอฝากทีมชาติไทยให้อยู่ในอ้อมอก อ้อมใจของชาวระยองด้วย ช่วยเชียร์เป็นกำลังใจตลอดไป และขอเป็นกำลังใจให้ทีมระยอง เอฟซี ได้ยกระดับการเล่นเพื่อเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศโดยเร็ว อย่างน้อยในซีซั่นนี้ก็ขอให้ได้เล่นเพลย์ออฟ เพื่อลุ้นเลื่อนชั้นต่อไป

Loading

     จ.ระยอง ส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็มน้ำปลา และอาหารทะเล ตามโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีนให้กับผู้แทนกองทัพเรือ นำไปช่วยประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

      เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่ห้องโถงมุขหลัง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานพิธีส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม น้ำปลา และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนให้กับ พล.ร.ต.อนุพงษ์ ทะประสพ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาค 1 ผู้แทนกองทัพเรือ ตามโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมประมงจังหวัดระยอง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ โดยมีนายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนสมาคมอวนล้อมปลากะตัก และภาคเอกชน ร่วมพิธี โดยปีนี้มีหน่วยงานที่ร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม น้ำปลาและอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ได้แก่ สมาคมประมงจังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และองค์การสะพานปลา รวมจำนวนสิ่งของน้อมเกล้าฯ ในปี พ.ศ.2566 นี้ มีปลากะตักแห้ง 7,920 กก. ปลาทูเค็ม 7,920 กก. ปลากระป๋อง 52,500 กระป๋อง กะปิ 2,556 กก. เกลือไอโอดีน 10,000 กก. และน้ำปลา 14,112 ขวด พร้อมกันนี้ได้มีการปล่อยรถบรรทุกปลากะตักแห้งและอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดด้วย ซึ่งทางกองทัพเรือ จะนำไปส่งมอบโครงการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน และประชาชนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารภาคเหนือต่อไป

      สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ ได้เริ่มเมื่อปลายปี พ.ศ. 2538 ในการที่พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎร ในพื้นที่ภาคเหนือ ทรงพบเห็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน ป่วยเป็นโรคขาดสารไอโอดีน (หรือโรค คอหอยพอก) จำนวนมาก พระองค์ทรงตระหนักถึงพิษภัยของโรคนี้ ที่อาจสร้างปัญหาให้กับ สังคมในภายหน้าได้ จึงทรงจัดตั้ง “โครงการต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน” ขึ้นโดยพระราชทาน ทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อดำเนินโครงการในเบื้องต้น และจากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้ทรงดำเนินโครงการนี้ต่อมา จนถึงปัจจุบัน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือให้กับผู้ที่เป็นโรค ขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องตลอดมา….000

Loading

จังหวัดระยอง จัดกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

       เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์ อบต.กะเฉด ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประจำปี 2566 มีนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม

โดยมีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ การออกหน่วยบริการด้านการเกษตรแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทารั้วอาคารเอนกประสงค์ ปลูกต้นไม้ และปรับภูมิทัศน์บริเวณ อบต.กะเฉด ทั้งนี้กิจกรรมจิตอาสาที่จัดขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะและพระปณิธานอันแน่วแน่ในการสืบสาน รักษาต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย ส่งเสริมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและสืบสานภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เกิดการสร้างงาน สร้งารายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง….000

Loading

เทศบาลตำบลทับมา จับผู้ปกครองเด็กนักเรียน ฝึกการปฐมพยาบาลและฝึกช่วยชีวิต (CPR) เบื้องต้นแก่บุตรหลานที่เป็นเด็กปฐมวัย ทั้งการปั๊มหัวใจ และการป้องกันการสำลักของเศษอาหาร หรือของเล่นติดในลำคอ

      เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายฉัตร แก่กล้า รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการปฐมพยาบาลและฝึกช่วยชีวิต (CPR) เบื้องต้นในเด็กปฐมวัย ประจำปีงบประมาณ 2566 แก่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนปฐมวัย จำนวน 60 คน โดยมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในเด็กปฐมวัย ฝึกปฏิบัติการใช้เครื่อง AED และการปั๊มหัวใจ (CPR) และฝึกปฏิบัติการป้องกันการสำลักจากเศษอาหาร หรือวัสดุของเล่นติดในลำคอของเด็กปฐมวัย โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก รพ.กรุงเทพระยอง รวมทั้งการลงนาม MOU สนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลและฝึกช่วยชีวิต (CPR) เบื้องต้นในเด็กปฐมวัยระหว่างเทศบาลตำบลทับมา และ รพ.กรุงเทพระยองด้วย

      ทั้งนี้โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลทับมา ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือ CPR คือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ที่ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพสำหรับผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นกลับมามีชีพจรดังเดิม และยังสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างปลอดภัยและถูกวิธี ก่อนที่จะนำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาล หรือ รพ.ได้ทันท่วงที.

Loading

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง ติวเข้มสถานประกอบการให้ทราบสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566

     เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเรื่อง สิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 แก่เจ้าหน้าที่ของสถานประกอบกิจการในจังหวัดระยอง จำนวน 220 คน โดยมีนางนฤมล พนาสนธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง นายสนธยา กาลาศรี จัดหางานจังหวัดระยอง นายน้อย นราเลิศ ประกันสังคมจังหวัดระยอง นางสาวโสพิศ หมัดป้องตัว แรงงานจังหวัดระยอง นางสาวสายทิพย์ แสงไฟ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง นางกนกวรรณ ศรีสุวรรณ นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงานชำนาญการพิเศษ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง ร่วมเป็นเกียรติฯ

       นางนฤมล กล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานเพิ่มมากขึ้น โดยมีมาตรการจูงใจด้านภาษีอากร สำหรับค่าใช้จ่ายที่สถานประกอบการจ่ายไปเพื่อจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานของตนเองเพิ่มขึ้นอีก 100 ละ 100 และสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ที่สถานประกอบการจะได้รับจากการฝึกอบรมฝีมือแรงงานฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้าง นอกจากนี้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ได้บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีเป้าหมายในการนำเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานมาใช้ในการช่วยเหลือหรืออุดหนุนสถานประกอบการที่ดำเนินการฝึกอบรมพนักงานของตนเอง ซึ่งผู้ประกอบการสามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานไปใช้ในการฝึกอบรมลูกจ้างของตนเองโดยไม่เสียดอกเบี้ย แต่หากสถานประกอบที่อยู่ในข่ายบังคับตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน คือมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ไม่ดำเนินการจัดฝึกอบรมลูกจ้างของตนเองให้ได้สัดส่วนร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยทั้งปี จะต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งการสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบกิจการเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ถูกต้อง นับเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

        สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง จึงได้จัดโครงการอบรสัมมนาดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่สถานประกอบการให้ดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมายตลอดจนรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบกิจการ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม.

Loading

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนาม MOU กับบริษัทภัทรเมธากิจ จก.เดินหน้าปีที่ 8 ส่งเสริมการจัดการเรียน การสอนในทุกมิติของอาชีวศึกษา เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้ครูผู้สอน ผู้เรียนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสอดคล้องกับตลาดแรงงาน

      เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงศ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนาม MOU กับนายชนะภัทร ภัทรเมธากุล กรรมการบริหาร บริษัทภัทรเมธากิจ จก.ผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ และตู้คอนโทรลไฟฟ้า เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัดการเรียน การสอนอาชีวศึกษาในทุกมิติ และพัฒนาผู้เรียน ครู รวมทั้งสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเรียน การสอนและแข่งขันทักษะวิชาชีพ ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จ.ปทุมธานี โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา และผู้แทนบริษัทฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้เพื่อให้มีความสามารถ มีความเป็นเลิศทางวิชาชีพ สอดคล้องกับตลาดแรงงาน

        สำหรับ บริษัทภัทรเมธากิจ จก.ได้สนับสนุนด้านการศึกษาแก่อาชีวศึกษามาตั้งแต่ ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 5 ภาค ทั้งการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ตู้คอนโทรล สายไฟ และการอบรมสัมมนาการออกแบบตู้ควบคุมไฟฟ้า อบรมเชิงปฏิบัติการเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบจำหน่ายไฟฟ้าใต้ดิน พัฒนาสื่อ นวัตกรรม เพื่อจัดการเรียน การสอนที่ทันสมัย เป็นต้น เป็นงบประมาณกว่า 20 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา

Loading

ชวนมาปรับโครงสร้างหนี้ และล้างหนี้นอกระบบ ในงานมหกรรมร่วมใจแก้ไขหนี้ เพื่อโอกาสต่อยอดสินเชื่อธุรกิจ

         สมาคมพิโกไฟแนนซ์ประเทศไทย ผนึกกำลังผู้ประกอบการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ 1,091 รายทั่วประเทศ ร่วมหาทางออกให้คนเป็นหนี้ในงานมหกรรมร่วมใจแก้ไขหนี้ “มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อประกอบอาชีพ โดยเน้น 5 มาตรการหลักช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งพักการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ ลดดอกเบี้ย ลดค่าผ่อนชำระต่องวด และไม่คิดค่าใช้จ่ายในการทวงถามและค่าปรับ มั่นใจจะช่วยลดปัญหาหนี้สินของประชาชนและเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสินเชื่อธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานรากได้ หลังจากที่กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐ สมาคมธนาคาร สมาคมพิโกไฟแนนซ์ประเทศไทย และหน่วยงานอื่น ๆ จัดงานมหกรรมร่วมใจแก้ไขหนี้ “มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน”  ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 20 -22 มกราคม 2566 ณ ศาลาประชาคมเทศบาลบ้านสวน จังหวัดชลบุรี โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน โดยการจัดงานในครั้งนี้เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบของประชาชน รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อประกอบอาชีพ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

        นายสมเกียรติ จตุราบัณฑิต นายกสมาคมพิโกไฟแนนซ์ประเทศไทย สถาบันการเงินที่มีสมาชิกผู้ประกอบการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ในปัจจุบันจำนวน 1,091  รายทั่วประเทศ (ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 7.17%) กล่าวถึงสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ว่าเป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น เพื่อลดการกู้หนี้นอกระบบ โดยผู้ประกอบการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จะให้บริการสินเชื่อ 2 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อพิโกธรรมดา วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท และคิดอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมแล้วไม่เกิน 36% ต่อปี หรือคิดเป็นเดือนละ 3% พร้อมลดต้นลดดอก และสินเชื่อพิโกพลัส วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท และคิดอัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 วงเงิน โดยวงเงินแรก  50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% เหมือนพิโกธรรมดา และส่วนที่เกินวงเงิน 50,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมแล้วไม่เกิน 28% ต่อปี

      ในช่วงปี 2564-2565 พิโกไฟแนนซ์มีอัตราการเติบโตของธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ในปี 2564 จำนวน 1,091 ราย และเพิ่มขึ้นอีก 73 รายในปี 2565 คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.17% และมีสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวนบัญชีรวม ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2565 เป็นจำนวนทั้งหมด 2,571,584 บัญชี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวนบัญชีทั้งหมด 1,135,016 บัญชี หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 126.56% โดยมีสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวนเงินรวมทั้งสิ้นในปี 2565 จำนวน 27,452.56 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 16,112.41 มากถึง 70.38% อย่างไรก็ตามในจำนวนนี้มีหนี้ที่ค้างชำระ 1-3 เดือนแรก (SM) 14.98 % และหนี้ที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน (NPL) 19.77% ซึ่งในปี 2566 คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 8 พันล้านบาท

         ด้าน นายฉัตรชัย เล่งอี้ ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ กล่าวถึงนโยบายความช่วยเหลือจากรัฐบาลว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาหนี้นอกระบบที่เกิดขึ้นในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนมาก จึงได้มีนโยบายจัดตั้ง พิโกไฟแนนซ์ ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีวัตถุประสงค์ที่เปิดกว้าง คือเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ ที่ผู้กู้สามารถนำไปชำระหนี้ต่าง ๆ  ได้ ทั้งเงินกู้นอกระบบ หรือชำระค่าเทอม หรือเพื่อประกอบอาชีพ โดยจะมีหลักประกันหรือไม่มีก็ได้ สำหรับวงเงินกู้นั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายจะเป็นผู้พิจารณา

“ผู้กู้มีทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน  ถ้าหากมีผู้ค้ำประกันก็อาจจะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์อื่น แต่หากไม่มีผู้ค้ำประกันก็ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น เล่มทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์  เล่มทะเบียนรถยนต์  หรือโฉนดที่ดิน  จากความยืดหยุ่นที่ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่าย ทำให้พิโกไฟแนนซ์เป็นสถาบันการเงินขนาดย่อยที่ใกล้ชิดชุมชนมากที่สุด โดยมีการปล่อยสินเชื่อดำเนินการมานานกว่า 5 ปี ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปัญหาหนี้เสียเกิดขึ้นด้วย แต่กระทรวงการคลังก็ยังมีนโยบายให้ดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้ใน 5 มาตรการ คือ 1. พักจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน 2. ขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระออกไปให้ยืดยาวออกไป  3. ลดดอกเบี้ย 4. ลดค่าผ่อนชำระแต่ละงวดให้น้อยลง และ 5. ไม่คิดการทวงถาม ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการปรับจากกรณีล่าช้า ซึ่งในงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ เราสามารถให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ได้ถึงสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่กู้เงินได้มีโอกาสมาปรับโครงสร้างหนี้  และกลุ่มที่เป็นหนี้นอกระบบ ได้มีโอกาสล้างหนี้นอกระบบและเข้าสู่ระบบพิโกไฟแนนซ์” นายฉัตรชัย เล่งอี้ กล่าว

             การจัดงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” โดย กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง รวมทั้งผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ ได้ร่วมผนึกกำลังจัดขึ้นในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน โดยลดปัญหาหนี้สินของประชาชน และต่อยอดสินเชื่อธุรกิจให้เดินต่อได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมต่อไป