Loading

     วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง เปิดงาน “อาชีพอนาคตกับว่าเศรษฐี RIETC” จัดประกวดแข่งขันหุ่นยนต์ Cover Dance และหนูน้อยบาริสต้า ชิงเงินรางวัลรวม 20,000 บาท มุ่งเผยแพน่การเรียน การสอนสายอาชีพแก่นักเรียน และผู้ปกครองเป็นทางเลือกในการเข้าเรียนเพื่อต่อยอดเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

    เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 ก.พ.ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงาน “อาชีพอนาคตกับว่าเศรษฐี RIETC” ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง มีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ใน อ.บ้านฉาง เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีนายกิติพงศ์ อุระวัตร นายอำเภอบ้านฉาง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง นายภูวิศธรณ์ เลิศวีระศิริกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ้านฉาง ร่วมเป็นเกียรติฯ ภายในมีการจัดประกวดแข่งขันหุ่นยนต์ Cover Dance ระดับชั้นมัธยมศึกษา ชิงเงินรางวัล 10,000 บาท และการประกวดหนูน้อยบาริสต้า แต่งหน้ากาแฟ เช่น แต่งหน้ากาแฟ ลาเต้ให้เป็นรูปต่างๆ เพิ่มมูลค่าให้สวยงาม น่าดื่ม ในระดับชั้นประถมศึกษา ชิงเงินรางวัล 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนิทรรศการ และสาธิตการปฏิบัติงานมี Destiny tree ต้นไม้แห่งโชคชะตา Modern DIY RIETC CNC เลเซอร์ DIY ช่างเชื่อมและช่างกล Smart Project Smart Farm ระบบทางข้ามถนนอัจฉริยะ (Maker Lab) Quinine Cafe (ควินิน คาเฟ่) Healthy Food ร้านอาหารเพื่อภาพ Digital Printing เข็มกลัด ปริ้นสกรีนเสื้อ Industrial Robot หุ่นยนต์แขนกลอุตสาหกรรม Check in  อาชีพอนาคตกับว่าที่เศรษฐี RIETC Professional กับว่าที่เศรษฐี RIETIC และ RIETC Careers Consulting ซุ้มที่ปรึกษาอาชีพกับ RIETC

       ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกในการศึกษาสายอาชีวศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษา และสามารถนำทักษะวิชาชีพไป ประกอบอาชีพในอนาคตได้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป เข้าใจแนวทางการจัดการเรียน การสอนด้านอาชีพของวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง รวมทั้งเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และมีกิจกรรมการจัดนิทรรศการ สาธิตการปฏิบัติงาน ภายในงาน “อาชีพอนาคตกับว่าที่เศรษฐี RIETC”ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ระหว่างวันที่ 15-19 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ้านฉาง.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา ตระหนักการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงทางถนน รณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในพื้นที่การใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัย

    เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการเสริมความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน พร้อมลงนาม MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งเสริมสร้างวินัยการจราจรกับคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัย

       เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการเสริมความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน ประจำปีงบประมาณ 2566 มีเจ้าหน้าที่เทศบาล และประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จำนวน 50 คน เข้าร่วมโครงการฯ มี น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา ร.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ กุณโฮง รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองระยอง นางพาขวัญ แซ่ลี้ หัวหน้าฝ่ายใบอนุญาตขับรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง และนางสาววราภรณ์ ภิบิววราภรณ์ ผู้จัดการสาขาอาวุโส บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด(สาขาระยอง) ร่วมเป็นเกียรติฯ

        ในงานมีการบรรยายเรื่องกฎหมายจราจร กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ สัญญาณมือ และความปลอดภัยด้านการจราจรทางถนน รวมทั้งเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย ขั้นตอนการทำใบขับขี่ สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการขับรถ พื้นฐานการขับขี่รถอย่างปลอดภัย การฝึกหัดขับรถอย่างถูกวิธีจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก สภ.เมืองระยอง สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง และโรงเรียนสอนขับรถในพื้นที่ และการลงนาม MOU ระหว่างเทศบาลตำบลทับมากับหน่วยงานดังกล่าว เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อเสริมสร้างวินัยการจราจรอันเป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ให้เกิดความปลอดภัย มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถถ และพื้นฐานการขับขี่รถอย่างปลอดภัยและถูกวิธี ลดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและร่างกาย รวมทั้งลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อีกด้วย.

Loading

ผู้เข้าฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารงานสวัสดิการสังคม คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาดูงานนวัตกรรมบริหารสวัสดิการสังคมใน อปท.ของเทศบาลตำบลทับมา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานต่อไป

      เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร นักบริหารงานสวัสดิการสังคม คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 80 คน เดินทางมาศึกษาดูงานเกี่ยวกับ “นวัตกรรมบริหารสวัสดิการสังคมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ของเทศบาลตำบลทับมา มี น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา นางรำไพ จันทะโพธิ์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม นางปราณี จิตติรบำรุง ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะพานหิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยคณะได้เยี่ยมชมกลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรงบ้านทับมา มีการแปรรูปชันโรงเป็นผลิตภัณฑ์ ศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนตำบลทับมา วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะพานหิน ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะ โดยใช้กระบวนการ ROSES แบบครบวงจร ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้มีความรู้ ความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชนหรือหน่วยงานต่อไป

        สำหรับเทศบาลตำบลทับมา มีความโดดเด่นในการขับเคลื่อน และการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ แก่ประชาชนในพื้นที่ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะการขยายผลศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ มุ่งให้คนในพื้นที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ในชุมชน ตลอดจนการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจรในพื้นที่ มุ่งหวังสร้างมูลค่าเพิ่มเกิดรายได้จากขยะอีกด้วย.

Loading

เกษตรระยอง ติวเข้มเจ้าของสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร หวังดึงนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

     เกษตรจังหวัดระยอง เปิดสัมมนาท่องเที่ยวเชิงเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ มุ่งสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่  13 ก.พ.ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดการสัมมนาท่องเที่ยวเชิงเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดระยอง จำนวน 80 ราย มี น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวรายงาน ในงานมีการบรรยายความรู้เรื่อง สถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว และมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการตลาด แผนธุรกิจเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุน

      น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดระยอง มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ประเภทสวนผลไม้ที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ สละ ลำไย และอื่นๆ อีกมากมาย รวม 83 แหล่งท่องเที่ยว ใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองระยอง จำนวน 32 แห่ง อำเภอแกลง 22 แห่ง อำเภอบ้านค่าย 8 แห่ง อำเภอวังจันทร์ 7 แห่ง อำเภอปลวกแดง 5 แห่ง อำเภอเขาชะเมา อำเภอนิคมพัฒนา และอำเภอบ้านฉาง อำเภอละ 3 แห่ง ซึ่งการสัมมนาท่องเที่ยวเชิงเกษตรแก่เกษตรกรผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ดังกล่าว มุ่งเน้นเพื่อสร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และมีการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดระยองเพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ชุมชน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและพัฒนาเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลต่อไป.

Loading

   รมช.ศธ.เป็นสักขีพยานลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ ระหว่างมูลนิธินโยบายสาธารณะไทยกับเทศบาลเมืองมาบตาพุด และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น 6 แห่งเพื่อร่วมกันถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชุมชน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำของชุมชนอย่างยั่งยืน

     เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ.เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน ระหว่างมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย นายโชติ โสภณพนิช ประธานมูลนิธิฯ กับเทศบาลเมืองมาบตาพุด และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นอีก 6 แห่ง ซึ่งจะมีการร่วมกันบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ มีเป้าหมายร่วมกันในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชุมชนและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การบริหารทรัพยากรน้ำมีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และคาดหวังว่าจะเกิดผลสัมฤทธิ์คือประโยชน์สุขของประชาชน อันเกิดจากการบริหารจัดการน้ำของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป.

Loading

ประมงจังหวัดระยอง ดึงกลุ่มประมงพื้นบ้าน ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลชายฝั่งให้อุดมสมบูรณ์

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดพันธุ์สัตว์น้ำฟื้นฟูทะเลชายฝั่งระยอง มีปลาฉลามกบ ปลาเก๋า ปลากะพง หอยหวาน และกุ้งกุลาดำ จำนวน 1 ล้านตัว มีนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รอง ผวจ.ระยอง นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง และผู้แทน บริษัท สตาร์ ปืโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก.(มหาชน) กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนมาก นอกจากจะมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเป็นการฟื้นฟูและเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลชายฝั่งให้อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีการจัดตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าประมงแปรรูป ในรูปแบบ Fisherman Market@Rayong ในเทศกาลวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ด้วย เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับพี่น้องชาวประมงด้วย

     นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง กล่าวว่า ระยอง มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 130 กม.เป็นแหล่งทรัพยากรประมงสำคัญ ที่มีพี่ชาวประมงพื้นบ้านได้ประกอบอาชีพจากการจับสัตว์น้ำ ประมาณ 2,500 ลำ มีเรือประมงพาณิชย์ ประมาณ 800 ลำ มีปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำที่จับจากธรรมชาติ ประมาณปีละ 39,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ลบ.ปัจจุบันสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจังหวัดระยอง เป็นเมืองอุตสาหกรรมทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ อจาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแพร่ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้รับผลกระทบ เช่น การรั่วไหลของน้ำมันดิบในทะเลที่ผ่านมา ดังนั้นการฟื้นฟูทรัพยากรประมงให้กลับคืนมาให้พี่น้องชาวประมงได้ใช้ประโยชน์อย่างยั่นยืน จึงจำเป็นและดำเนินการในหลากหลายกิจกรรมและหลายมิติ ซึ่งการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าว เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งในแผนงานการฟื้นฟูโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์ชายฝั่งระยอง ได้ทำการเพาะพันธุ์และปล่อยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มประมงพื้นบ้าน โดยการสนับสนุนการสร้างธนาคารสัตว์น้ำ การสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ รวมทั้งมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป อาหารทะเลสดๆ จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ 11-12 ก.พ.นี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับพี่น้องประมง และประชาชนในพื้นที่ด้วย.

Loading

จัดหางานจังหวัดระยอง สนธิกำลังบุกจับแรงงานต่างด้าวโรงงานสัญชาติจีนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ อ.ปลวกแดง หลังได้รับร้องเรียนมีแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จับผู้ต้องหาแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ 30 ราย

    เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธยา กาลาศรี จัดหางานจังหวัดระยอง พร้อมนายณัฐพล รักชาติ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการมีงานทำ สำนักงานจัดหางานจังหวัดระยอง สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กอ.รมน.ระยอง ตม.ระยอง ตำรวจสันติบาลจังหวัดระยอง สำนักงานศุลกากรมาบตาพุด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง แรงงานจังหวัดระยอง และประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง บุกตรวจโรงงานขึ้นรูปเหล็กเป็นผลิตภัณฑ์ของใช้ที่จำเป็นซึ่งเป็นโรงงานสัญชาติจีน ทราบชื่อคือ บ.โบฟังก์ เมทัล โปรดักส์(ไทยแลนด์)จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ปลวกแดง เลขที่ 7/531 ม.6 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง หลังมีผู้แจ้งไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองว่า มีการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาทำงานในโรงงานจำนวนมาก จึงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบตามคำสั่งการของนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง

      เจ้าหน้าที่ได้มีการวางแผนก่อนเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงได้กระจายกำลังเข้าอาคารผลิตทั้ง 3 โรง พบพนักงานมีสัญชาติเมียนมาร์  และจีน กำลังทำงานอยู่ จึงได้สั่งมารวมกัน ก่อนจะทำการตรวจสอบพาสปอร์ต และใบอนุญาตทำงานของคนต่างชาติ พบมีแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ เปลี่ยนงานโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงานจัดหางานจังหวัดให้รับทราบภายใน 15 วัน จำนวน 25 ราย และทำงานโดยไม่ใบอนุญาตทำงาน จำนวน 5 ราย รวมทั้งสิ้น 30 ราย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading

หอการค้าระยอง ประชุมใหญ่สามัญสมาชิกฯ ประจำปี 2566 เลือกประธานฯ และ คณะกรรมการ.ชุดใหม่

     เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดระยอง ประจำปี 2566 เพื่อพิจารณาแสดงผลการดำเนินงานในรอบปี พิจารณาอนุมัติงบดุล เลือกตั้ง คณะกรรมการหอการค้าชุดใหม่แทนชุดเก่าที่หมดวาระลง แต่งตั้งที่ปรึกษาและผู้ตรวจสอบบัญชีของหอการค้า

ซึ่งมีการเลือก คณะกรรมการชุดใหม่ จำนวน 50 คน และเลือกประธานหอการค้าคนใหม่ ซึ่ง นายพิธพร สมะลาภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าอีกวาระ พร้อมกับเลือกรองประธานหอการค้าอีก 9 คน

        นายพิธพร กล่าวว่า การขับเคลื่อนภาคธุรกิจเร่งด่วนคือ การส่งเสริมการค้าการลงทุนในพื้นที่ให้เติบโต รวมทั้งการส่งเสริมในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจะประสานความร่วมมือกับภาครัฐในการดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาในจังหวัดให้มากขึ้น รวมทั้งจัดกิจกรรมหรืออีเว้นท์ให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอีกด้วย.

Loading

สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

      เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พตอ.วีพงษ์  กงแก้ว ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เป็นประธานเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง โดยมี นายวิชิต  ศรีชลา นายกเทศมนตรีเทศบาลนครระยอง ประธาน กก.ตร.สภ.เมืองระยอง พร้อม คณะกรรมการ เข้าร่วมพิธี

      พ.ต.อ.วีพงษ์  กงแก้ว  กล่าวว่า ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งของสำหนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นช่องทางการให้บริการและช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางเลือก สร้างความสมานฉันท์ ลดปริมาณคดีที่ขึ้นสู่ศาล และเกิดสันติสุขในสังคมอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการระงับข้อพิพาทของคู่พิพาทอีกด้วย การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นวิธิการและกระบวนการอำนวยความยุติธรรมที่สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยคู่ความสามารถยุติข้อพิพาทได้ด้วยความพึงพอใจร่วมกัน ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ แต่ถือว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายชนะด้วยกันทั้งคู่ และทั้งสองฝ่ายยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันได้ต่อไป….000

Loading

GC และ OR ผนึกกำลังสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

     กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังสร้างความแข็งแกร่งเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน จึงเกิดเป็นความร่วมมือในพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ครอบคลุมความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน ด้านการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และด้านการพัฒนาธุรกิจ ภายในงาน มีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เป็นประธานในพิธี ดร.คงกระพัน  อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GC และนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR เป็นผู้ลงนาม MOU ณ  ศูนย์ความร่วมมือและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (CSC) อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

      นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ CEO PTT กล่าวว่า ความร่วมมือของสององค์กรภายใต้กลุ่ม ปตท. ในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. ในการนำความแข็งแกร่งของแต่ละองค์กรมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจร่วมกัน โดย GC เป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน ผนวกกับ OR เป็นผู้นำธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกของไทย มีฐานผู้บริโภคทั่วประเทศ จึงถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งกับความร่วมมือครั้งนี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการขยายผลต่อยอดสู่การผสานความร่วมมือระหว่างองค์กร (Synergy) ของกลุ่ม ปตท. ในมิติด้านต่างๆ ได้อีกในอนาคตเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรและประเทศ

       ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง CEO GC กล่าวว่า GC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยหลักความยั่งยืนภายใต้สมดุลระหว่าง สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและธรรมาภิบาล มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Business) สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG)  การผสานร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพ จุดแข็งของ GC ในหลายมิติ ทั้งด้านการดำเนินการด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้านการผลิตที่มีผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ พลาสติกชีวภาพที่มีกำลังการผลิตเป็นอันดับ 1 ของโลก, พลาสติกรีไซเคิลมาตรฐานระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน อีกทั้งมีแพลตฟอร์มการบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร (YOUเทิร์น Platform) ผสาน กับ OR ที่มีจุดแข็งเชี่ยวชาญโมเดลธุรกิจ มี physical platform ที่เข้าถึงผู้บริโภค  การลงนาม MOU ผสานความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพื่อสร้างคุณค่าและเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

        นายดิษทัต ปันยารชุน CEO OR กล่าวว่า ความร่วมมือกับ GC ในครั้งนี้เป็นไปตามแนวคิดในการผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท. ของ OR หรือ Synergy for Impact พร้อมเปิดประตูความร่วมมือสู่การเติบโตร่วมกัน โดยอาศัยจุดแข็งของทั้ง OR และ GC ใน 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน (Knowledge)  การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy) ความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Synergy)  และการผสานความร่วมมือด้านการพัฒนาธุรกิจ (Explore) นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน OR’s SDG ที่จะตอบโจทย์เป้าหมาย OR 2030 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “G” หรือ “GREEN” ที่มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-neutrality) ภายในปี 2030 อันจะนำไปสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Carbon Zero) ในปี 2050 ต่อไป

สำหรับโครงการความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ใน 4 ด้าน ได้แก่

• ความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน โดย GC แบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับองค์ความรู้ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและ Decarbonization ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล และ OR แบ่งปันองค์ความรู้ในการออกแบบโมเดลธุรกิจ และการสื่อสารการตลาด เพื่อสร้างการเติบโตร่วมไปกับสังคมและชุมชนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

• ความร่วมมือด้านการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เป็นการร่วมมือด้าน Supply Chain ทางพลังงาน อาทิ การผลิต การจัดหา และซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานทดแทน

• ความร่วมมือด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า อาทิ ร่วมกันต่อยอดขยายผลการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ด้วย YOUเทิร์น Platform ของ GC และโครงการ แยกแลกยิ้ม ของ OR เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม พร้อมช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกควบคู่ไปกับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมกันศึกษาและพัฒนาการใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน มาใช้ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของ OR รวมทั้งการผสานความร่วมมือในการขยายพื้นที่สถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station Pluz  พร้อมจุดบริการซ่อมบำรุง FIT Auto \อีกทั้งร่วมกันศึกษาและพัฒนาการใช้ผลิตภัณฑ์ของ OR เช่น น้ำมันหล่อลื่นในโรงงานและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานของ GC

• ความร่วมมือด้านการพัฒนาธุรกิจ ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ด้านการพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของ OR โดยใช้วัตถุดิบจากกลุ่ม GC 

ด้วยการผนึกกำลังสร้างความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ จะทำให้ทั้ง GC และ OR   สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป…..

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน