Loading

สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

      เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พตอ.วีพงษ์  กงแก้ว ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง เป็นประธานเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง โดยมี นายวิชิต  ศรีชลา นายกเทศมนตรีเทศบาลนครระยอง ประธาน กก.ตร.สภ.เมืองระยอง พร้อม คณะกรรมการ เข้าร่วมพิธี

      พ.ต.อ.วีพงษ์  กงแก้ว  กล่าวว่า ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งของสำหนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นช่องทางการให้บริการและช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางเลือก สร้างความสมานฉันท์ ลดปริมาณคดีที่ขึ้นสู่ศาล และเกิดสันติสุขในสังคมอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการระงับข้อพิพาทของคู่พิพาทอีกด้วย การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นวิธิการและกระบวนการอำนวยความยุติธรรมที่สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยคู่ความสามารถยุติข้อพิพาทได้ด้วยความพึงพอใจร่วมกัน ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ แต่ถือว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายชนะด้วยกันทั้งคู่ และทั้งสองฝ่ายยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันได้ต่อไป….000

Loading

GC และ OR ผนึกกำลังสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

     กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังสร้างความแข็งแกร่งเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน จึงเกิดเป็นความร่วมมือในพิธี ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่าง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ครอบคลุมความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน ด้านการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า และด้านการพัฒนาธุรกิจ ภายในงาน มีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เป็นประธานในพิธี ดร.คงกระพัน  อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GC และนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR เป็นผู้ลงนาม MOU ณ  ศูนย์ความร่วมมือและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (CSC) อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

      นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ CEO PTT กล่าวว่า ความร่วมมือของสององค์กรภายใต้กลุ่ม ปตท. ในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. ในการนำความแข็งแกร่งของแต่ละองค์กรมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจร่วมกัน โดย GC เป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน ผนวกกับ OR เป็นผู้นำธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีกของไทย มีฐานผู้บริโภคทั่วประเทศ จึงถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งกับความร่วมมือครั้งนี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการขยายผลต่อยอดสู่การผสานความร่วมมือระหว่างองค์กร (Synergy) ของกลุ่ม ปตท. ในมิติด้านต่างๆ ได้อีกในอนาคตเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรและประเทศ

       ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง CEO GC กล่าวว่า GC มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยหลักความยั่งยืนภายใต้สมดุลระหว่าง สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจและธรรมาภิบาล มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Business) สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG)  การผสานร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพ จุดแข็งของ GC ในหลายมิติ ทั้งด้านการดำเนินการด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้านการผลิตที่มีผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ พลาสติกชีวภาพที่มีกำลังการผลิตเป็นอันดับ 1 ของโลก, พลาสติกรีไซเคิลมาตรฐานระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน อีกทั้งมีแพลตฟอร์มการบริหารจัดการขยะพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร (YOUเทิร์น Platform) ผสาน กับ OR ที่มีจุดแข็งเชี่ยวชาญโมเดลธุรกิจ มี physical platform ที่เข้าถึงผู้บริโภค  การลงนาม MOU ผสานความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพื่อสร้างคุณค่าและเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

        นายดิษทัต ปันยารชุน CEO OR กล่าวว่า ความร่วมมือกับ GC ในครั้งนี้เป็นไปตามแนวคิดในการผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท. ของ OR หรือ Synergy for Impact พร้อมเปิดประตูความร่วมมือสู่การเติบโตร่วมกัน โดยอาศัยจุดแข็งของทั้ง OR และ GC ใน 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน (Knowledge)  การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy) ความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Synergy)  และการผสานความร่วมมือด้านการพัฒนาธุรกิจ (Explore) นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน OR’s SDG ที่จะตอบโจทย์เป้าหมาย OR 2030 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “G” หรือ “GREEN” ที่มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-neutrality) ภายในปี 2030 อันจะนำไปสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรที่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Carbon Zero) ในปี 2050 ต่อไป

สำหรับโครงการความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ใน 4 ด้าน ได้แก่

• ความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน โดย GC แบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับองค์ความรู้ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและ Decarbonization ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล และ OR แบ่งปันองค์ความรู้ในการออกแบบโมเดลธุรกิจ และการสื่อสารการตลาด เพื่อสร้างการเติบโตร่วมไปกับสังคมและชุมชนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

• ความร่วมมือด้านการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เป็นการร่วมมือด้าน Supply Chain ทางพลังงาน อาทิ การผลิต การจัดหา และซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานทดแทน

• ความร่วมมือด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า อาทิ ร่วมกันต่อยอดขยายผลการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ด้วย YOUเทิร์น Platform ของ GC และโครงการ แยกแลกยิ้ม ของ OR เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม พร้อมช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกควบคู่ไปกับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมกันศึกษาและพัฒนาการใช้วัสดุและบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน มาใช้ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของ OR รวมทั้งการผสานความร่วมมือในการขยายพื้นที่สถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station Pluz  พร้อมจุดบริการซ่อมบำรุง FIT Auto \อีกทั้งร่วมกันศึกษาและพัฒนาการใช้ผลิตภัณฑ์ของ OR เช่น น้ำมันหล่อลื่นในโรงงานและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานของ GC

• ความร่วมมือด้านการพัฒนาธุรกิจ ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ด้านการพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกของ OR โดยใช้วัตถุดิบจากกลุ่ม GC 

ด้วยการผนึกกำลังสร้างความร่วมมือด้านธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ จะทำให้ทั้ง GC และ OR   สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป…..

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการเตรียมความพร้อมของประชากรในพื้นที่ก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ มุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

       เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการเตรียมความพร้อมของประชากรในพื้นที่ก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดยกองสวัสดิการและสังคม เทศบาลตำบลทับมา โดยนางรำไพ จันทะโพธิ์ ผู้อำนวยการฯ

        โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ จำนวน 80 คน โดยมีการบรรยายให้ความรู้หัวข้อ”เติมรู้ เตรียมพร้อมก่อนสูงวัย” และการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ หัวข้อ”สุขภาพ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย” “สังคม และเศรษฐกิจ” “เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมพร้อมของประชาชนในการเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย รวมทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้อีกด้วย.

Loading

พ่อเมืองระยอง ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.วังจันทร์ 

     เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ห้องประชุมโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รอง ผวจ.ระยอง นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.วังจันทร์ มีนายทศพล บวรโมทย์ นายอำเภอวังจันทร์ ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปภาพรวมในทุกมิติให้ทาง ผวจ.ระยอง และคณะรับทราบ

      นายไตรภพ กล่าวว่า นโยบายหลักที่จะเร่งทำมีทุกมิติ ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในเดือน เม.ย.นี้จะเห็นเป็นรูปธรรม โดยจังหวัดระยอง ได้กำหนดเป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหาจริงจัง ขอความร่วมมือผู้บริหาร อปท.ในการช่วยกันสอดส่องดูแล และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดประมาณ 20,000 ราย มีผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู 7,000 ราย ส่วนคนผู้ที่ไม่สมัครใจได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนการท่องเที่ยวนั้นในพื้นที่ อ.วังจันทร์ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ในส่วนนี้ก็จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นจุดแข็งของพื้นที่ ผลไม้หลักในพื้นที่ก็จะมีการส่งเสริม เพื่อกระจายผลผลิตให้เกิดรายได้

      นอกจากนี้ปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะช้างป่าที่ทำลายพืชผลทางเกษตร จะหามาตรการดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งปัญหาการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบขุดดิน รถบรรทุกวิ่งทำถนนพัง ซึ่งได้รับการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่ของอำเภอวังจันทร์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ เรื่องของการศึกษาก็จะมีการปรับรูปแบบการศึกษาใหม่ให้สอดรับกับที่เป็นพื้นที่ EEC อีกด้วย.

Loading

รมช.สธ.เปิดงานมหกรรมคุณภาพสุขศาลาพระราชทาน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ขับเคลื่อนและพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขปฐมภูมิคุณภาพแบบบูรณาการ เพื่อดูแล รักษาสุขภาพของคนพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

     เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมคุณภาพสุขศาลาพระราชทาน ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง ในงานมีการมอบใบรับรองคุณภาพสุขศาลาพระราชทาน จำนวน 16 แห่ง รวมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการ และผลการดำเนินงานของสุขศาลาพระราชทานทั้ง 26 แห่งจากทั่วประเทศด้วย

     ดร.สาธิต กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้การพัฒนางานสาธารณสุขตามแนวพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ”พระบรมวงศานุวงศ์” เป็นนโยบายสำคัญ จึงสนับสนุนและพัฒนา สุขศาลาพระราชทานให้เป็นสถานบริการสาธารณสุขปฐมภูมิ จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาห้องพยาบาลในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็น สุขศาลา ที่ให้การรักษาพยาบาลแก่นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่พิศษด้านความมั่นคง เพื่อให้พสกนิกรชาวไทย และประชาชนของประเทศ เพื่อนบ้านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

      ปัจจุบันมีสุขศาลาพระราชทานจำนวน 26 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและตามแนวชายแดนระหว่างประเทศ สปป.ลาว เมียนมาร์ และมาเลเซีย อยู่ในความรับผิดชอบของ รร.ตชด. 23 แห่ง และ อบต. 3 แห่ง ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลทุกแห่ง และในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สุขศาลาพระราชทานได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานแล้ว จำนวน 16 แห่ง โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับรองคุณภาพให้ครอบคลุมทั้ง 26 แห่งภายในปี 2567 เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ และปลอดภัย ในแต่ละปีมีผู้รับบริการที่เป็นคนไทย ชาวต่างชาติ หรือบุคคลไร้รัฐ ประมาณ 25,000 – 30,000 ราย มีผู้ป่วยได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อยัง รพ.ประมาณ 250 – 300 ราย ทั้งนี้สุขศาลาพระราชทานได้นำระบบ  Telemedicine มาเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วย และการสื่อสารสุขภาพในอนาคตนั้นภาคีเครือข่าย มีแนวทางการบริหารและขับเคลื่อนสุขศาลาพระราชทานเป็นหน่วยบริการสาธารณสุขปฐมภูมิคุณภาพ ทั้งการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม การส่งเสริมและพัฒนาให้ได้รับการรับรองคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และนำระบบ Telemedicine มาประยุกต์ใช้รวมทั้ง พัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สุขภาพของชุมชนและประยุกติใช้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาเสริมสร้างสุขภาพของชุมชนอีกด้วย.

Loading

จัดงานบุญข้าวจี่ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของชาวบ้านนาอิสานในภาค ตะวันออก

     อบต.ท่ากระดาน จับมือชาวบ้านชุมชนบ้านนาอิสาน จ.ฉะเชิงเทรา จัดงานบุญข้าวจี่ มีขบวนแห่แสดงถึงวัฒนธรรมชาวอิสานจากชาวบ้านในพื้นที่กว่า 1,000 คน ทั้งนี้จัดขึ้นมุ่งสร้างจิตสำนึกเยาวชน ประชาชนสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

     เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อบต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ได้ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านนาอิสาน และชุมชนใกล้เคียง ได้จัดงานบุญข้าวจี่ ประจำปี 2566 ขึ้น โดยภายในงานมีขบวนแห่ประเพณีบุญข้าวจี่ของชาวบ้าน และนางรำร่วมแห่สร้างสีสันในงานให้คึกครื้นด้วย รวมทั้งมีกิจกรรมประกวดรถยนต์ขบวนแห่ประเพณีบุญข้าวจี่ และริ้วขบวนนางรำดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมเผยแพร่ประวัติความเป็นมาของประเพณีบุญข้าวจี่ตำบลท่ากระดาน การแสดงศิลปะพื้นบ้านอีกด้วย โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน ซึ่งงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายวรรณา รอดพิทักษ์ รอง นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา มาเป็นประธานเปิดงาน และมอบรางวัลการประกวดกิจกรรมด้วยและมีนายทรัพย์ทวี กุลสารี นายก อบต.ท่ากระดาน นำผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อบต.ท่ากระดาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลท่ากระดาน เข้าร่วมกิจกรรมฯ

      สำหรับประเพณีบุญข้าวจี่ หรือบุญเดือนสาม เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกิดจากความสามัคคีของคนชุมชนบ้านนาอิสาน เริ่มปฏิบัติกันมาตั้งแต่แรกเริ่มที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งเป็นหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งประเพณีบุญข้าวจี่ ถือว่ามีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่มีความผูกพันกัน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่า ทางวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ซึ่งเริ่มจัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2551 และได้สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน มุ่งเน้นปลูกจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นค่านิยมที่ดีงามและความเป็นไทย รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย.

Loading

เร่งหาทางออกตู้คอนเทรนเนอร์สินค้าตกค้าง ท่าเรือแหลมฉบัง หลังพบตกค้างนับพันตู้ทำสินค้าเสียหาย และผู้ประกอบการเสียโอกาส

      เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยโครงการท่าเรือสีขาว ได้มีคณะทำงานได้หารือแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องและข้อกฎหมายที่ให้อำนาจในการตรวจสอบตู้คอนเทรนเนอร์สินค้าที่ตกค้างอยู่ในท่าเรือกว่า 1,000 ตู้ (ตู้รีเฟอร์/ตู้เย็น ประมาณ 300 ตู้)โดยได้เชิญตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการขนถ่ายสินค้าในท่าเรือฯ และตัวแทนผู้ประกอบการท่าเรือ b5 เข้าชี้แจงปัญหาผลกระทบที่เกิดจากตู้ตกค้าง​ เช่น​ ไม่มีพื้นที่ในการวางตู้สินค้าซึ่งเข้ามาใหม่และต้องเสียเวลาในการขนย้ายตู้ตกค้างเพื่อเคลียร์พื้นที่ เพื่อจะจัดเรียงตู้สินค้าใหม่ที่เข้ามา ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรในท่าเรือติดขัดเป็นอย่างมาก และสมาคมผู้ประกอบการได้แจ้งว่ามียอดค่าใช้จ่ายที่เป็นตู้รีเฟอร์ตกค้างอยู่ ซึ่งต้องจ่ายค่าไฟรวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทต่อปี ในส่วนนี้ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสที่จะใช้สอยพื้นที่ได้คุ้มประโยชน์จากสัญญาการเช่าใช้พื้นที่​ดังกล่าว ซึ่งปัญหาที่ตู้ตกค้างเป็นเวลานานดังดล่าวนี้อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมและขั้นตอนการทำงานของศุลกากร ซึ่งในที่ประชุมเห็นควรเชิญศุลกากรเข้ามาร่วมชี้แจงในการประชุมในครั้งต่อไปด้วย

     ทั้งนี้วันนี้ได้มีการประชุมพูดถึงหัวข้อประเด็น คือเฉพาะการประชุมโครงการท่าเรือสีขาวตามนโยบายของ รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้มีการกำชับปรับปรุงพัฒนาเก็บกวาดสิ่งสกปรกและห้ามทำผิดกฎหมายภายในท่าเรือเด็ดขาด ทั้งจากเมื่อวานนี้ ได้มีการประชุมที่ท่าเรือแหลมฉบัง ในโครงการดังกล่าวโดยเชิญหน่วยงานเข้าร่วมทั้งตำรวจภูธร ภาค 2/กองทัพเรือ/และผู้สื่อข่าว เข้ารับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขตู้สินค้าตกค้างภายในท่าเรือแหลมฉบังที่ตั้งในท่าเทียบเรือเกินกว่า 45 วัน จำนวนนับร้อยตู้ สร้างความเสียหายปิดโอกาสลูกค้ารายอื่นๆ ที่จะมาใช้บริการ และบางตู้เก็บไว้หลายเดือนเกินที่กฏระเบียบของศุลกากรกำหนด แต่ทุกวันนี้ยังไม่ดำเนินการใดให้เป็นเหตุต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าต้องห้าม หรือมีของผิดกฏหมายหรือไม่ และหน่วยงานใดบ้างที่มีอำนาจในการตรวจสอบในความผิดปกติในครั้งนี้ นอกจากนี้ในที่ประชุม ยังได้เชิญผู้เช่าบริหารแต่ละท่าเทียบเรือสินค้า มาให้ข้อมูลและให้ส่งข้อมูลตู้ตกค้างแจ้งต่อคณะกรรมการท่าเรือสีขาวภายในวันอังคารนี้ เพื่อรวบรวมและนำส่งให้ตำรวจภูธรภาค 2 แจ้งต่อศุลกากรเพื่อเข้าตรวจร่วมในตู้ที่ตกค้างเกินกว่า 45 วัน ซึ่งทั้งหมดถึงเวลาต้องกวาดล้างทำความสะอาดท่าเรือให้เป็นไปตามนโยบายของ รมช.คมนาคม และจะมีการเฝ้าติดตามการทำงานของโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย.

Loading

ทีมงาน มูบาร็อค ออแกไนซ์ ยกคาราวานอาหารฮาลาล กว่า 50 ร้านค้าเกือบ 100 เมนู และเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิม มาให้พี่น้องชาวระยองได้ชิม ได้ช็อปกันอย่างเต็มอิ่ม

    เมื่อวันที่ 3 ก.พ ที่ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง นายไพศาล  อับดุลลอ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดระยอง และรองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน Walking Street by Mubarak Halal Food Fest @ Central Rayong โดยมี นายกิตติพงษ์  สิปิยารักษ์ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง ร่วมพิธี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์

      นายอภิชาต  ขุนศรี ผู้บริหารมูบาร็อค ออแกไนซ์ กล่าวว่า คาราวานอาหารฮาลาลของทีมงานบูมาร็อค เกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด 19 ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารฮาลาลขาดช่องทางในการค้าขาย จึงได้ร่วมกลุ่มกันออกเดินทางไปจัดกิจกรรมเทศกาลอาหารฮาลานในสถานที่ต่างๆเพื่อเพิ่มช่องทางการค้าขายของผู้ประกอบการ อีกทั้งยังได้เผยแพร่วัฒนธรรมการรับประทานอาหารฮาลาล(อาหารดีและปลอดภัย) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของพี่น้องมุสลิม และเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องต่างศาสนิกได้รับทราบว่าอาหารฮาลาลคืออาหารสำหรับทุกคนบนโลกนี้   และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม    ซึ่งภายในงานมีการจำหน่ายอาหารฮาลาลหลากหลายเมนู ทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่มกว่า 100 เมนู มีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง มาตรฐานอาหารฮาลาล จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ สัมภาษณ์แขกรับเชิญ “บังเอ  เชิญยิ้ม” นักธุรกิจมุสลิม (ดีนัทไอศกรีม) สถานประกอบการที่รับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล  มีการแข่งขันรูบิค 3 คูณ 3 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 15 ปี ชิงเงินรางวัลรวม 6.000 บาท และกิจกรรมสำหรับครอบครัวอีกมากมาย

    ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก พ่อแม่พี่น้องชาวระยอง ต้องขอขอบคุณทุกท่าน และสามารถติดตามการจัดกิจกรรมงานเทศกาลอาหารฮาลาลของทีมงานมูบาร็อค ออกาไนซ์ได้ที่เพจ Mubarak Team หากสนใจร่วมออกร้านอาหารฮาลาล สามารถสอบถามข้อมูงเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์ @902 ekewx …000

Loading

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล เปิดตัวผู้สมัคร 5 เขต พร้อมชนทุกพรรค ยัน ปชช.ชาวระยอง ต้องการเปลี่ยนการเมืองเดิม

     เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล ได้มีการเปิดตัวเพื่อลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส.ระยอง ซึ่งประกอบด้วย เขต 1 น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เขต 2 นายกฤช ศิลปชัย เขต 3 นายนครชัย ขุนณรงค์ เขต 4 นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ และเขต 5 น.ส.สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์

     น.ส.สว่างจิตต์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง ได้รับเสียงตอบจากประชาชนทุกกลุ่มเป็นอย่างดี โดยเฉพาะฐานเสียงเดิมสมัยที่ตนลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ระยอง จากการประกาศลงชิง ส.ส.ของพรรคครั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถช่วงชิงคะแนนเสียงได้ ประกอบกับกระแสของประชาชนต้องการเปลี่ยนการเมืองเดิม ซึ่งมีการร้องเรียนมาหลายเรื่องแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ พร้อมตัดสินใจการเปลี่ยนหน้าการเมืองใหม่มากขึ้น

     น.ส.สว่างจิตต์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ กกต. ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใน 3 รูปแบบนั้น โดยจะมีแตกต่างกัน คือใน อ.ปลวกแดง บางตำบลจะถูกแยกออกมา  โดยรูปแบบที่ 1 จะมีเฉพาะตำบลแม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง รูปแบบที่ 2 จะมี ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จะไปรวมกับ อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านฉาง และรูปแบบที่ 3 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จะมารวมกับ อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านฉาง สิ่งที่พรรคก้าวไกลเห็นด้วยกับ กกต.คือในรูปแบบที่ 2 เพราะว่า ต.มาบยาพร อ.ปลวกแดง ในลักษณะภูมิศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ของที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม จะทำให้ผู้แทนของพรรคทำงานง่าย และแก้ปัญหาได้ตรงจุด  ไม่กระจาย ก็ขอฝากประชาชน ถ้าเห็นด้วยกับทางพรรคก้าวไกลในรูปแบบที่ 2  ก็อยากให้ช่วยกันออกความเห็นไปยัง กกต.ว่าขอเลือกรูปแบบที่ 2.

Loading

“ควินิน คาเฟ่” ร้านกาแฟวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง แหล่งเรียนรู้-ศูนย์บ่มเพาะอาชีพเป็นเจ้ากิจการของนักศึกษา

       วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง เป็นสถานศึกษาสายอาชีพภายใต้การนำของหัวเรือใหญ่อย่างนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการฯ ที่มีภารกิจในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณภาพพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มภาคภูมิ ตลอดจนนำวิชาชีพได้จากการเรียนภาคทฤษฎีและฝึกประสบการณ์ทั้งในสถานศึกษา และสถานประกอบการ มาต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างงาน หรือเป็นผู้ประกอบการ และเจ้าของกิจการให้กับตัวเองได้ในอนาคต

       นายกิตติพงค์ กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยองแห่งนี้ จะมีความโดดเด่นในการเป็นแหล่งผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษา ป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยมีศูนย์บ่มเพาะนักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริงในทุกสาขาวิชา รวมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนฝึกงานในสถานประกอบการด้วย ซึ่งการจัดการเรียนการสอนของที่นี่ ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการศึกษายุคใหม่ที่เรียกว่า Work-integrated Learning คือ การได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน ทำให้นักศึกษาได้ทั้งความรู้ และมีรายได้ระหว่างเรียน ทั้งยังสอดรับตลาดแรงงานในพื้นที่ EEC ด้วย ที่สำคัญคือ การได้สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็เป็นตัวนักศึกษานั่นเอง อย่างเช่น ร้าน “ควินิน คาเฟ่ Quinine Cafe”  ร้านกาแฟของวิทยาลัยฯ ใช้ชื่อต้นไม้ประจำวิทยาลัยฯ “ต้นสะเดาอินเดีย”มาตั้งเป็นชื่อของร้าน ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอาชีพบาริสต้าผู้ชงกาแฟ และศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการของนักศึกษา โดยทางวิทยาลัยฯ ได้ให้ความสำคัญทุกรายละเอียดของกาแฟทุกขั้นตอน กระทั่งการออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเสาะหาเมล็ดกาแฟคุณภาพ โดยล่าสุดนำครู อาจารย์ และนักศึกษาบุกดอยสวนยาหลวง จ.น่าน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 ม. ไปดูการผลิตกาแฟชั้นดีของประเทศ และติดต่อรับซื้อเมล็ดกาแฟของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ ต.ผาทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน มาทำการคั่วที่โรงคั่วของทางวิทยาลัยฯ เอง เพื่อทำกาแฟคุณภาพหลากหลายเมนู ซึ่งเป็นการคัดสรรและใส่ใจทุกรายละเอียดของกาแฟ เพื่อให้ได้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริง ให้พร้อมที่สุดกับการออกไปเป็นผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการ ซึ่งที่ร้านกาแฟแห่งนี้ นักศึกษาที่มาฝึกงานก็จะมีรายได้ในระหว่างเรียน ซึ่งทางวิทยาลัยฯมีแนวคิดที่จะสร้างนักศึกษาได้เติบโตไปเป็นผู้ประกอบการเองได้ นอกจากนี้ทางวิทยาลัยฯ ยังมีโรงคั่วกาแฟเองด้วย โดยจะเป็นแหล่งฝึกฝนนักศึกษาให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่ การคัดแยกเมล็ดกาแฟ หรือการคัดสารกาแฟ การคั่วกาแฟ การรังสรรค์เมนูกาแฟ เป็นต้น นอกจากนี้ทางวิทยาลัยฯ โดยร้าน”กาแฟ ควินิน คาเฟ๋”ยังได้มีการเปิดสอนทั้งให้กับนักศึกษาและประชาชนที่สนใจ ซึ่งเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ในเรื่องของการทำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการได้นำผู้เชี่ยวชาญ มาสอนทักษะเพิ่มเติมให้กับอาจารย์ นักศึกษาให้สามารถสร้างสรรค์เมนูสุขภาพ เพื่อตอบรับกับเทรนด์อาหารสุขภาพที่กำลังมาแรงอยู่ในตอนนี้อีกด้วย

        ทั้งนี้ร้านกาแฟ “ควินิน คาเฟ”แห่งนี้เป็นร้านกาแฟที่ทั้งครู อาจารย์ และนักศึกษาสร้างขึ้นด้วยหัวใจ นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์บ่มเพาะอาชีพของนักศึกษาแล้ว ยังหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นอาชีพทางเลือกให้กับประชาชนในชุมชนโดยรอบวิทยาลัยฯ ที่สนใจทำเป็นอาชีพ ก่อรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวต่อไปอีกด้วย.