Loading

จัดงานบุญข้าวจี่ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของชาวบ้านนาอิสานในภาค ตะวันออก

     อบต.ท่ากระดาน จับมือชาวบ้านชุมชนบ้านนาอิสาน จ.ฉะเชิงเทรา จัดงานบุญข้าวจี่ มีขบวนแห่แสดงถึงวัฒนธรรมชาวอิสานจากชาวบ้านในพื้นที่กว่า 1,000 คน ทั้งนี้จัดขึ้นมุ่งสร้างจิตสำนึกเยาวชน ประชาชนสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

     เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อบต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ได้ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านนาอิสาน และชุมชนใกล้เคียง ได้จัดงานบุญข้าวจี่ ประจำปี 2566 ขึ้น โดยภายในงานมีขบวนแห่ประเพณีบุญข้าวจี่ของชาวบ้าน และนางรำร่วมแห่สร้างสีสันในงานให้คึกครื้นด้วย รวมทั้งมีกิจกรรมประกวดรถยนต์ขบวนแห่ประเพณีบุญข้าวจี่ และริ้วขบวนนางรำดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมเผยแพร่ประวัติความเป็นมาของประเพณีบุญข้าวจี่ตำบลท่ากระดาน การแสดงศิลปะพื้นบ้านอีกด้วย โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน ซึ่งงานดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายวรรณา รอดพิทักษ์ รอง นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา มาเป็นประธานเปิดงาน และมอบรางวัลการประกวดกิจกรรมด้วยและมีนายทรัพย์ทวี กุลสารี นายก อบต.ท่ากระดาน นำผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อบต.ท่ากระดาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลท่ากระดาน เข้าร่วมกิจกรรมฯ

      สำหรับประเพณีบุญข้าวจี่ หรือบุญเดือนสาม เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกิดจากความสามัคคีของคนชุมชนบ้านนาอิสาน เริ่มปฏิบัติกันมาตั้งแต่แรกเริ่มที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งเป็นหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งประเพณีบุญข้าวจี่ ถือว่ามีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่มีความผูกพันกัน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่า ทางวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ซึ่งเริ่มจัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2551 และได้สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน มุ่งเน้นปลูกจิตสำนึกให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นค่านิยมที่ดีงามและความเป็นไทย รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย.

Loading

เร่งหาทางออกตู้คอนเทรนเนอร์สินค้าตกค้าง ท่าเรือแหลมฉบัง หลังพบตกค้างนับพันตู้ทำสินค้าเสียหาย และผู้ประกอบการเสียโอกาส

      เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยโครงการท่าเรือสีขาว ได้มีคณะทำงานได้หารือแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องและข้อกฎหมายที่ให้อำนาจในการตรวจสอบตู้คอนเทรนเนอร์สินค้าที่ตกค้างอยู่ในท่าเรือกว่า 1,000 ตู้ (ตู้รีเฟอร์/ตู้เย็น ประมาณ 300 ตู้)โดยได้เชิญตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการขนถ่ายสินค้าในท่าเรือฯ และตัวแทนผู้ประกอบการท่าเรือ b5 เข้าชี้แจงปัญหาผลกระทบที่เกิดจากตู้ตกค้าง​ เช่น​ ไม่มีพื้นที่ในการวางตู้สินค้าซึ่งเข้ามาใหม่และต้องเสียเวลาในการขนย้ายตู้ตกค้างเพื่อเคลียร์พื้นที่ เพื่อจะจัดเรียงตู้สินค้าใหม่ที่เข้ามา ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรในท่าเรือติดขัดเป็นอย่างมาก และสมาคมผู้ประกอบการได้แจ้งว่ามียอดค่าใช้จ่ายที่เป็นตู้รีเฟอร์ตกค้างอยู่ ซึ่งต้องจ่ายค่าไฟรวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทต่อปี ในส่วนนี้ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสที่จะใช้สอยพื้นที่ได้คุ้มประโยชน์จากสัญญาการเช่าใช้พื้นที่​ดังกล่าว ซึ่งปัญหาที่ตู้ตกค้างเป็นเวลานานดังดล่าวนี้อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมและขั้นตอนการทำงานของศุลกากร ซึ่งในที่ประชุมเห็นควรเชิญศุลกากรเข้ามาร่วมชี้แจงในการประชุมในครั้งต่อไปด้วย

     ทั้งนี้วันนี้ได้มีการประชุมพูดถึงหัวข้อประเด็น คือเฉพาะการประชุมโครงการท่าเรือสีขาวตามนโยบายของ รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้มีการกำชับปรับปรุงพัฒนาเก็บกวาดสิ่งสกปรกและห้ามทำผิดกฎหมายภายในท่าเรือเด็ดขาด ทั้งจากเมื่อวานนี้ ได้มีการประชุมที่ท่าเรือแหลมฉบัง ในโครงการดังกล่าวโดยเชิญหน่วยงานเข้าร่วมทั้งตำรวจภูธร ภาค 2/กองทัพเรือ/และผู้สื่อข่าว เข้ารับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไขตู้สินค้าตกค้างภายในท่าเรือแหลมฉบังที่ตั้งในท่าเทียบเรือเกินกว่า 45 วัน จำนวนนับร้อยตู้ สร้างความเสียหายปิดโอกาสลูกค้ารายอื่นๆ ที่จะมาใช้บริการ และบางตู้เก็บไว้หลายเดือนเกินที่กฏระเบียบของศุลกากรกำหนด แต่ทุกวันนี้ยังไม่ดำเนินการใดให้เป็นเหตุต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าต้องห้าม หรือมีของผิดกฏหมายหรือไม่ และหน่วยงานใดบ้างที่มีอำนาจในการตรวจสอบในความผิดปกติในครั้งนี้ นอกจากนี้ในที่ประชุม ยังได้เชิญผู้เช่าบริหารแต่ละท่าเทียบเรือสินค้า มาให้ข้อมูลและให้ส่งข้อมูลตู้ตกค้างแจ้งต่อคณะกรรมการท่าเรือสีขาวภายในวันอังคารนี้ เพื่อรวบรวมและนำส่งให้ตำรวจภูธรภาค 2 แจ้งต่อศุลกากรเพื่อเข้าตรวจร่วมในตู้ที่ตกค้างเกินกว่า 45 วัน ซึ่งทั้งหมดถึงเวลาต้องกวาดล้างทำความสะอาดท่าเรือให้เป็นไปตามนโยบายของ รมช.คมนาคม และจะมีการเฝ้าติดตามการทำงานของโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย.

Loading

ทีมงาน มูบาร็อค ออแกไนซ์ ยกคาราวานอาหารฮาลาล กว่า 50 ร้านค้าเกือบ 100 เมนู และเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิม มาให้พี่น้องชาวระยองได้ชิม ได้ช็อปกันอย่างเต็มอิ่ม

    เมื่อวันที่ 3 ก.พ ที่ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง นายไพศาล  อับดุลลอ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดระยอง และรองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน Walking Street by Mubarak Halal Food Fest @ Central Rayong โดยมี นายกิตติพงษ์  สิปิยารักษ์ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง ร่วมพิธี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์

      นายอภิชาต  ขุนศรี ผู้บริหารมูบาร็อค ออแกไนซ์ กล่าวว่า คาราวานอาหารฮาลาลของทีมงานบูมาร็อค เกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและโควิด 19 ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารฮาลาลขาดช่องทางในการค้าขาย จึงได้ร่วมกลุ่มกันออกเดินทางไปจัดกิจกรรมเทศกาลอาหารฮาลานในสถานที่ต่างๆเพื่อเพิ่มช่องทางการค้าขายของผู้ประกอบการ อีกทั้งยังได้เผยแพร่วัฒนธรรมการรับประทานอาหารฮาลาล(อาหารดีและปลอดภัย) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของพี่น้องมุสลิม และเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องต่างศาสนิกได้รับทราบว่าอาหารฮาลาลคืออาหารสำหรับทุกคนบนโลกนี้   และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม    ซึ่งภายในงานมีการจำหน่ายอาหารฮาลาลหลากหลายเมนู ทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่มกว่า 100 เมนู มีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง มาตรฐานอาหารฮาลาล จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ สัมภาษณ์แขกรับเชิญ “บังเอ  เชิญยิ้ม” นักธุรกิจมุสลิม (ดีนัทไอศกรีม) สถานประกอบการที่รับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล  มีการแข่งขันรูบิค 3 คูณ 3 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 15 ปี ชิงเงินรางวัลรวม 6.000 บาท และกิจกรรมสำหรับครอบครัวอีกมากมาย

    ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก พ่อแม่พี่น้องชาวระยอง ต้องขอขอบคุณทุกท่าน และสามารถติดตามการจัดกิจกรรมงานเทศกาลอาหารฮาลาลของทีมงานมูบาร็อค ออกาไนซ์ได้ที่เพจ Mubarak Team หากสนใจร่วมออกร้านอาหารฮาลาล สามารถสอบถามข้อมูงเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์ @902 ekewx …000

Loading

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล เปิดตัวผู้สมัคร 5 เขต พร้อมชนทุกพรรค ยัน ปชช.ชาวระยอง ต้องการเปลี่ยนการเมืองเดิม

     เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล ได้มีการเปิดตัวเพื่อลงสมัครชิงตำแหน่ง ส.ส.ระยอง ซึ่งประกอบด้วย เขต 1 น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เขต 2 นายกฤช ศิลปชัย เขต 3 นายนครชัย ขุนณรงค์ เขต 4 นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ และเขต 5 น.ส.สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์

     น.ส.สว่างจิตต์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง ได้รับเสียงตอบจากประชาชนทุกกลุ่มเป็นอย่างดี โดยเฉพาะฐานเสียงเดิมสมัยที่ตนลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ระยอง จากการประกาศลงชิง ส.ส.ของพรรคครั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถช่วงชิงคะแนนเสียงได้ ประกอบกับกระแสของประชาชนต้องการเปลี่ยนการเมืองเดิม ซึ่งมีการร้องเรียนมาหลายเรื่องแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ พร้อมตัดสินใจการเปลี่ยนหน้าการเมืองใหม่มากขึ้น

     น.ส.สว่างจิตต์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ กกต. ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใน 3 รูปแบบนั้น โดยจะมีแตกต่างกัน คือใน อ.ปลวกแดง บางตำบลจะถูกแยกออกมา  โดยรูปแบบที่ 1 จะมีเฉพาะตำบลแม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง รูปแบบที่ 2 จะมี ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จะไปรวมกับ อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านฉาง และรูปแบบที่ 3 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จะมารวมกับ อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านฉาง สิ่งที่พรรคก้าวไกลเห็นด้วยกับ กกต.คือในรูปแบบที่ 2 เพราะว่า ต.มาบยาพร อ.ปลวกแดง ในลักษณะภูมิศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ของที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม จะทำให้ผู้แทนของพรรคทำงานง่าย และแก้ปัญหาได้ตรงจุด  ไม่กระจาย ก็ขอฝากประชาชน ถ้าเห็นด้วยกับทางพรรคก้าวไกลในรูปแบบที่ 2  ก็อยากให้ช่วยกันออกความเห็นไปยัง กกต.ว่าขอเลือกรูปแบบที่ 2.

Loading

“ควินิน คาเฟ่” ร้านกาแฟวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง แหล่งเรียนรู้-ศูนย์บ่มเพาะอาชีพเป็นเจ้ากิจการของนักศึกษา

       วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง เป็นสถานศึกษาสายอาชีพภายใต้การนำของหัวเรือใหญ่อย่างนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการฯ ที่มีภารกิจในการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณภาพพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มภาคภูมิ ตลอดจนนำวิชาชีพได้จากการเรียนภาคทฤษฎีและฝึกประสบการณ์ทั้งในสถานศึกษา และสถานประกอบการ มาต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างงาน หรือเป็นผู้ประกอบการ และเจ้าของกิจการให้กับตัวเองได้ในอนาคต

       นายกิตติพงค์ กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยองแห่งนี้ จะมีความโดดเด่นในการเป็นแหล่งผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษา ป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยมีศูนย์บ่มเพาะนักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริงในทุกสาขาวิชา รวมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนฝึกงานในสถานประกอบการด้วย ซึ่งการจัดการเรียนการสอนของที่นี่ ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการศึกษายุคใหม่ที่เรียกว่า Work-integrated Learning คือ การได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน ทำให้นักศึกษาได้ทั้งความรู้ และมีรายได้ระหว่างเรียน ทั้งยังสอดรับตลาดแรงงานในพื้นที่ EEC ด้วย ที่สำคัญคือ การได้สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ขึ้นมา ซึ่งก็เป็นตัวนักศึกษานั่นเอง อย่างเช่น ร้าน “ควินิน คาเฟ่ Quinine Cafe”  ร้านกาแฟของวิทยาลัยฯ ใช้ชื่อต้นไม้ประจำวิทยาลัยฯ “ต้นสะเดาอินเดีย”มาตั้งเป็นชื่อของร้าน ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอาชีพบาริสต้าผู้ชงกาแฟ และศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการของนักศึกษา โดยทางวิทยาลัยฯ ได้ให้ความสำคัญทุกรายละเอียดของกาแฟทุกขั้นตอน กระทั่งการออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเสาะหาเมล็ดกาแฟคุณภาพ โดยล่าสุดนำครู อาจารย์ และนักศึกษาบุกดอยสวนยาหลวง จ.น่าน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 ม. ไปดูการผลิตกาแฟชั้นดีของประเทศ และติดต่อรับซื้อเมล็ดกาแฟของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ ต.ผาทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน มาทำการคั่วที่โรงคั่วของทางวิทยาลัยฯ เอง เพื่อทำกาแฟคุณภาพหลากหลายเมนู ซึ่งเป็นการคัดสรรและใส่ใจทุกรายละเอียดของกาแฟ เพื่อให้ได้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์จริง ให้พร้อมที่สุดกับการออกไปเป็นผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการ ซึ่งที่ร้านกาแฟแห่งนี้ นักศึกษาที่มาฝึกงานก็จะมีรายได้ในระหว่างเรียน ซึ่งทางวิทยาลัยฯมีแนวคิดที่จะสร้างนักศึกษาได้เติบโตไปเป็นผู้ประกอบการเองได้ นอกจากนี้ทางวิทยาลัยฯ ยังมีโรงคั่วกาแฟเองด้วย โดยจะเป็นแหล่งฝึกฝนนักศึกษาให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่ การคัดแยกเมล็ดกาแฟ หรือการคัดสารกาแฟ การคั่วกาแฟ การรังสรรค์เมนูกาแฟ เป็นต้น นอกจากนี้ทางวิทยาลัยฯ โดยร้าน”กาแฟ ควินิน คาเฟ๋”ยังได้มีการเปิดสอนทั้งให้กับนักศึกษาและประชาชนที่สนใจ ซึ่งเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ในเรื่องของการทำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการได้นำผู้เชี่ยวชาญ มาสอนทักษะเพิ่มเติมให้กับอาจารย์ นักศึกษาให้สามารถสร้างสรรค์เมนูสุขภาพ เพื่อตอบรับกับเทรนด์อาหารสุขภาพที่กำลังมาแรงอยู่ในตอนนี้อีกด้วย

        ทั้งนี้ร้านกาแฟ “ควินิน คาเฟ”แห่งนี้เป็นร้านกาแฟที่ทั้งครู อาจารย์ และนักศึกษาสร้างขึ้นด้วยหัวใจ นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์บ่มเพาะอาชีพของนักศึกษาแล้ว ยังหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นอาชีพทางเลือกให้กับประชาชนในชุมชนโดยรอบวิทยาลัยฯ ที่สนใจทำเป็นอาชีพ ก่อรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวต่อไปอีกด้วย.

Loading

รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบเกียรติบัตรนักศึกษาทีมชนะการแข่งขันงานเชื่อมโลหะและงานตรวจสอบวัสดุงานเชื่อม ระดับ ปวช. และ ปวส.การแข่งทักษะวิชาชีพระดับชาติ

      เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ก.พ.66 ที่แผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะและเทคนิคโลหะ วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมืองระยอง  จ.ระยอง  เรือโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานมอบเกียรติบัตรทีมนักศึกษาที่ชนะเลิศ สาขางานเชื่อมโลหะและสาขางานตรวจสอบวัสดุงานเชื่อม ระดับ ปวช. และ ปวส.ซึ่งจัดขึ้นในงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ระดับชาติ  ครั้งที่ 31 ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-2 ก.พ.66 นี้ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิชาชีพแก่นักศึกษา และใช้ความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนและการฝึกมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานจริงตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานคุณภาพด้วย

      โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า การแข่งขันทักษะการเชื่อม SMAW&GTAW ระดับ ปวช. ชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคเลย รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี กษะการเชื่อม SMAW& GTAW&GMAW ระดับ ปวส. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคเลย รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี การแข่งขันทักษะการตรวจสอบและทดสอบวัสดุงานเชื่อม ระดับ ปวช. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก และการแข่งขันทักษะการตรวจสอบและทดสอบวัสดุงานเชื่อม ระดับ ปวส. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคเลย รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ

Loading

ททท. สำนักงานระยอง จัดประชุมทิศทางการส่งเสริมการตลาด การท่องเที่ยวสื่อสารแนวทางและกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดระยองในปี 2566                                                                                                   

      วันนี้ (31 ม.ค.66)  ที่โรงแรม อักษร ระยอง เดอะ ไวทัลลิตี้ คอลเล็คชั่น จ.ระยอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเครือข่ายภาคท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ร่วมประชุมทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ปี 2566 โดยวันนี้ ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในการเปิดการประชุมฯ ร่วมด้วย นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง นายเอสารัช วรุตมะพงธ์พันธุ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญจังหวัดระยอง ร่วมให้ข้อมูลเพื่อสื่อสารทิศทางและแนวทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ให้เกิดการบูรณาการและขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง

       โดยในช่วงแรก นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ให้ข้อมูลแนวทางการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ปี 2566 นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยว พร้อมทั้งแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวภาพรวมของภาคตะวันออก 4 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ 365 วัน สบ๊าย สบายภาคตะวันออก ส่งเสริมการขายภายใต้แนวคิด “เที่ยวไป กินไป สบายพุง ผ่านการเสนอขายกับกลุ่มเป้าหมายสายกิน โครงการเที่ยวเมืองรอง สบ๊าย สบาย สไตล์ภาคตะวันออก ผ่านการท่องเที่ยวตามรอยหนัง/ซีรี่ส์ โครงการ Workation วันธรรมดา เสนอขายแพ็คเกจที่พัก คาเฟ่ กิจกรรมท่องเที่ยว ชุมชน ในช่วงวันธรรมดา โครงการ East at Ease เสนอขายกิจกรรมในรูปแบบ Luxury นำเสนอกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านดนตรี ศิลปะและด้านอาหาร เพื่อเพิ่มความถี่ในการเดินทาง พร้อมทั้งเกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวภาคตะวันออก

      ต่อด้วย นายเอสารัช วรุตมะพงธ์พันธุ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญจังหวัดระยอง ให้ข้อมูลด้านมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดระยอง มาตรการสาธารณสุขในการเดินทางเข้าประเทศไทย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดระยองและช่วงท้าย นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง ชี้แจงประชุมทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ปี 2566 สถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดระยอง กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ โครงการส่งเสริมการตลาดจังหวัดระยอง 3  โครงการ ได้แก่  โครงการ Rayong Eat at Ease เสนอขายอาหาร ผลไม้ และกิจกรรม CSR พื้นที่จังหวัดระยอง โครงการ Rayong Weekday เสนอขายกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดาผ่านการท่องเที่ยวด้านกีฬา อาทิ กอล์ฟ /SUP รวมไปถึงกิจกรรมดำน้ำ โครงการ Rayong Stay & Play เสนอขายที่พักพร้อมกิจกรรมให้เกิดการพักค้างเพิ่มขึ้น และในช่วงไตรมาสที่ 2 ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2566 ได้มีกิจกรรมเปิดรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจัดส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้แก่ ร่วมกับผู้ประกอบการกีฬาทางน้ำ (SUP/SURF/ดำน้ำฯลฯ) เสนอขายกิจกรรมภายใต้แคมเปญ Let’s  sea  Rayong จัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2566 ร่วมกับผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ เสนอขายแพ็คเกจในช่วงวันธรรมดา ในช่วงเดือนมีนาคม- มิถุนายน 2566 ร่วมกับผู้ประกอบการสวนผลไม้ เตรียมเสนอขายผลไม้ระยอง ช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2566 ร่วมกับผู้ประกอบการที่พักและกิจกรรม adventure/Spa เสนอขายแพ็คเกจ ช่วงเดือนเมษายน-กันยายน 2566 ประชาสัมพันธ์กิจกรรมท่องเที่ยว CSR/ศึกษาดูงาน/ชุมชนท่องเที่ยวเสนอขายผ่านบริษัทนำเที่ยว/กลุ่ม Outing/อปท. มอบสิทธิประโยชน์ในการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวและทำกิจกรรมในพื้นที่ช่วงเดือนตุลาคม 2565 – กันยายน 2566 เพื่อกระตุ้นความถี่ในการเดินทางของนักท่องเที่ยว 

       ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวกับ ททท. สำนักงานระยอง ได้ที่โทร 0 3965 5420-1 FB : ททท.สำนักงานระยอง หรือ E-mail : tatrayong@tat.or.th

Loading

อีอีซี จัดแคมเปญ “อีอีซี มีฝัน” โรดโชว์สร้างความรู้ เพิ่มการมีส่วนร่วม ปลุกพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ EEC สำนึกรักบ้านเกิด สร้างชุมชนเข้มแข็ง                                                                                                                    

      วันนี้ (31 ม.ค. 66) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ได้จัดนิทรรศการ “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ประจำปี 2566 ในระหว่างวันที่ 31 มกราคมถึง 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร” อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

      นางสาวอ่อนอุษา ลำเลียงพล ที่ปรึกษาพิเศษด้านสื่อสารบูรณาการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี เปิดเผยว่า ในปี 2566 อีอีซี พร้อมจะเร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ ภารกิจสำคัญในหลายๆ ด้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ อีอีซี เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็กเล็กระดับประถม เด็กระดับมัธยม  และเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เกิดการสำนึกรักบ้านเกิด และมีส่วนร่วมเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มครอบครัว โรงเรียน หรือขยายผลไปยังชุมชนต่อไป โดย อีอีซี ได้จัดทำแคมเปญ “อีอี ซี มี ฝัน” ที่จะเข้าถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจภารกิจของอีอีซี ภายในสถานศึกษาพื้นที่อีอีซี ตรงเข้าถึงกลุ่มเยาวชนในรูปแบบการจัดนิทรรศการความรู้ การประกวดภาพวาด การจัดกิจกรรม เผยแพร่ความรู้โครงการต่าง ๆ ที่อีอีซีได้ขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาในพื้นที่ภาคตะวันออก

       ทั้งนี้ อีอีซี ได้เริ่มจัดทำแคมเปญ อีอีซี มีฝัน โดยร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมจัดนิทรรศการ “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ประจำปี 2566 ในระหว่างวันที่ 31 มกราคมถึง 3 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงเรียน แกลง “วิทยสถาวร” มีกลุ่มเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และจากโรงเรียนใกล้เคียงเข้าร่วมมากกว่า 4,000 คน โดยอีอีซีได้นำชุดนิทรรศการ เอกสาร ข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี การจัดกิจกรรม เล่นเกมส์สอดแทรกความเข้าใจโครงการต่างๆ ของอีอีซี ที่สำคัญ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนา 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเป็นการลงทุนหลักของประเทศ ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนในการศึกษาต่อเพื่อพัฒนาสู่การสร้างอาชีพในอนาคต โดยอีอีซีจะขยายผลกิจกรรมแคมเปญ อีอีซีมีฝันต่อเนื่อง ซึ่งในครั้งต่อไปจะจัดกิจกรรมในโรงเรียนกลุ่มเด็กประถมที่โรงเรียนบ้านหนองสะพาน จังหวัดระยอง จะมีรูปแบบกิจกรรมสร้างการเรียนรู้การพัฒนาอีอีซี ในรูปแบบ Edutainment ปลูกฝังให้เรื่องการพัฒนาของอีอีซี เป็นส่วนหนึ่งของยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มนักเรียน ครู และภายในชุมชน การพัฒนาการศึกษาที่ตอบโจทย์การสร้างงานที่ตั้งเป้าหมายให้คนรุ่นใหม่ เรียนจบสามารถได้ทำงานภายในท้องถิ่นของตนเองมีความสุขอยู่กับครอบครัว อันจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่ดี เข้มแข็ง และยั่งยืน ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ภายใต้โครงการอีอีซีต่อไปอีกด้วย.

Loading

แผนกวิชาเทคนิคพื้นฐาน ทักษะงานฝึกฝีมือ วิทยาลัยเทคนิคระยอง จัดแข่งขันทักษะวิชาชีพพื้นฐานประเภทอุตสาหกรรม ระดับชาติ

     เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.สิริชัย นัยกองศิริ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะวิชาชีพและทักษะพื้นฐาย ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขาวิชาเทคนิคพื้นฐาน ทักษะงานฝึกฝีมือ ระดับชาติ ครั้งที่ 31 ประจำปีการศึกษา 2565 ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มีนักศึกษาจากสถานศึกษา 15 แห่ง จาก 5 ภาค เข้าร่วมการแข่งขัน

        โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนเสริมสร้างนักศึกษาอาชีวศึกษาในการพัฒนาตัวเองด้านทักษะวิชาชีพ และทักษะฝีมือให้ได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอาชีวศึกษา ตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในการ “ผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง เพื่อการพัฒนาประเทศต่อไป”

Loading

เปิดแข่งขันทักษะวิชาชีพ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมทักษะงานยานยนต์ไฟฟ้า ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2565

    วันนี้ (31 ม.ค.66) ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.ยศพล เวณุโกเศศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะวิชาชีพประเภทวิชาอุตสาหกรรม ทักษะงานยานยนต์ไฟฟ้า ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา 2565 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 30 ม.ค.- 1 ก.พ.66 มี ดร.ปริวิชญ์ ไชยประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันทักษะงานยานยนต์ไฟฟ้าระดับชาติ คณะผู้บริหารสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน คณะครู และผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ร่วมพิธีเปิดฯ

     โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขัน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ตามหลักวิศวกรรม และความปลอดภัย เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา มีทักษะในการตรวจสอบและบริการยานยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงการทดสอบสมรรถนะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง รวมทั้งเพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศการแข่งขันทักษะวิชาชีพทักษะงานยานยนต์ไฟฟ้า ระดับชาติอีกด้วย โดยในปีการศึกษา 2565 มีสถานศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันทักษะงานยานยนต์ไฟฟ้า ระดับชาติ 5 ภาค จำนวน 15 ทีม.