Loading

สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ จ.ระยอง ติดตามความคืบหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชนตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ก.ย.ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร สมาชิกวุฒิสภา(สว.)พร้อมคณะกรรมาธิการ สมาชิกวุฒิสภา ได้เดินทางไปติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ร่วมกับคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก มีนายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม และชี้แจงให้ประเด็นที่ สว.ได้มาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง ประกอบด้วย ติดตามผลการดำเนินงานด้านการแก้ไขบัญหามลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง ตามแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ทั้ง 6 แผนงาน /ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเกาะเสม็ด ติดตามผลการขับเคลื่อนโครงการ “ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ปี พ.ศ.2565

โดยสมาชิกวุฒิสภา ยังได้ร่วมพูดคุยกับพี่น้องประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา จะได้รวบรวมข้อมูลรานละเอียด ปัญหา ข้อเสนอแนะที่ผู้เข้าร่วมประชุมได้นำเสนอ เร่งดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อไป.

Loading

หมอดูเทวดาจัดหนัก! เปิดลงนะหน้าทองฟรี หลังกระแส”นะหน้าทอง”ติดเทรนด์ หวังเป็นที่พึงทางใจให้ลูกศิษย์ และประชาชนทั่วไป

       เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักหมอดูเทวดา ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พบมีชาวบ้านรอคิวดูดวง และขอพรท้าวเวสอภิวรรณ รวยทันใจ โดยมีอาจารย์นิรุตน์ ลำดับวงศ์ หรือ หมอดูเทวดา (สัมผัสจิต สื่อกรรม) ที่กำลังประกอบพิธีขอพรจากท้าวเวสอภิวรรณ พร้อมนำลูกศิษย์นั่งสมาธิ นอกจากนี้อาจารย์นิรุตน์ยังเปิดให้คนที่เข้ามาดูดวงได้ลงนะหน้าทอง เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล เสริมดวงชะตา เมตตามหาเสน่ห์ เสริมบารมี โดยใช้แผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์มาปิดบนใบหน้า ถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงเชื่อกันว่าจะช่วยเรื่องทำมาค้าขาย มีโชคมีลาภ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง

      อาจารย์นิรุตน์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เดินทางมาดูดวง กับอาจารย์ ในช่วงนี้ทางสำนักจะคิดแค่ค่าครูดูดวง และทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม เพราะเงินรายได้อาจารย์จะนำไปทำบุญช่วยเหลือผู้ด้อยโกาส ผู้ยากไร้ในพื้นที่ ส่วนผู้ที่จะเดินทางมาตรวจดวงชะตา เปิดดวงเศรษฐีขอให้ติดต่อจองคิวเข้ามาก่อนที่หมายเลข 098-0538849 เริ่มลงนะหน้าทองฟรี วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน วันเดียวเท่านั้น โดยผู้ที่ต้องการจะลงนะหน้าทองต้องนำแผ่นทองคำเปลวมาเอง.

Loading

กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้น้ำท่วมน้ำแล้ง ด้วยผังภูมิสังคมฯ ซ่อมแซมท่อลอด และขุดลอกอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.ระยอง

    เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดระยอง ดำเนินโครงการซ่อมแซมท่อลอดเหลี่ยมคลองหนองฆ้อ และขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองฆ้อ หมู่ที่ 7 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ตามแผนโครงการพัฒนาตามผังภูมิสังคมเพื่อการบริหารจัดการน้ำหมู่บ้าน/ชุมชน แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน(Geo – Social Map) นำทีมโดยนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยนางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธวัชชัย สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง นายฉันท์ แป้นเพชร นอภ.บ้านค่าย คณะกรรมการจัดทำผังภูมิสังคมฯ อำเภอบ้านค่าย พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน อาสาสมัคร ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง ป้องกันดินถล่ม รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดี Change for Good ในพื้นที่

      ทั้งนี้สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในทุกพื้นที่ด้วยการจัดทำผังภูมิสังคมเพื่อการบริหารจัดการน้ำหมู่บ้าน/ชุมชนแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน (Geo – Social Map) ทั่วประเทศโดยใช้กลไกการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้าน/ตำบล เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำไปใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดโครงการ/กิจกรรม โดยน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และน้อมนำพระราชดำรัส “อารยเกษตร” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยมาเป็นหลักสำคัญในการบริหารจัดการน้ำชุมชน ภายใต้กลไกการทำงานในรูปแบบของการดำเนินงานโครงการอำเภอ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แบบบูรณาการของกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ 878 อำเภอ โดยใช้กลไกการบริหารราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดและ นอภ.ในการขับเคลื่อนกำกับดูแลร่วมกับ อปท.เป็นหน่วยดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย ปัจจุบันผลจากการดำเนินโครงการ/กิจกรรมพัฒนาตามผังภูมิสังคมฯ ในแต่ละพื้นที่โดยมีการขับเคลื่อนการดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณแบบประหยัดหรือไม่ใช้งบประมาณภาครัฐ โดยอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายประชาชนในพื้นที่และกิจกรรม CSR ของภาคเอกชนร่วมมือกันในการดำเนินโครงการโครงการ/กิจกรรมที่เกิดขึ้นมีความหลากหลายทั้งประเภทโครงการและขนาดโครงการขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศทางกายภาพและทางสังคมของพื้นที่ ทั้งนี้โครงการ/กิจกรรมต่างๆ ล้วนก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนมีส่วนช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และพัฒนาคุณภาพชีวิตตรงตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่

      นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า ปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ได้ดำเนินโครงการพัฒนาตามผังภูมิสังคมฯ ในหลายๆ พื้นที่ของจังหวัดระยอง สำหรับพื้นที่อำเภอบ้านค่าย อบต.หนองบัว อ.บ้านค่าย แจ้งว่า พื้นที่ตำบลหนองบัว ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทำให้เกิดน้ำท่วมและการถล่มของดิน ซึ่งได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่อำเภอบ้านค่ายเมื่อวันที่ 22 ก.ค.66 ที่ผ่านมา สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เร่งดำเนินโครงการซ่อมแซมท่อลอดเหลี่ยมคลองหนองฆ้อ และขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองฆ้อ หมู่ที่ 7 ต.หนองบัวดังกล่าว โดยมีแนวทางขุดลอกคลองหนองฆ้อ การดำเนินการซ่อมแซมท่อลอดเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็กที่ชำรุดจากการกัดเซาะของน้ำหลากและบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองฆ้อ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมถึงการป้องกันปัญหาภัยแล้งในอนาคต เพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่เกิดในช่วงฤดูน้ำหลาก และปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของตลิ่ง โดยอาศัยการดำเนินการความร่วมมือของเครือข่ายและภาคส่วนต่างๆ ในรูปแบบของจิตอาสา เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ ทำให้การจัดทำผังภูมิสังคมเพื่อการบริหารจัดการน้ำหมู่บ้าน/ชุมชน แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน (Geo – Social Map) จังหวัดระยอง เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

Loading

ผอ.เทคนิคระยอง เปิดโครงการฝึกอบรมช่างเชื่อมและผู้ตรวจสอบงานเชื่อมแบบไม่ทำลายสภาพ มุ่งเพิ่มทักษะความรู้ด้านงานตรวจสอบงานเชื่อมแก่ครูและ นศ.เตรียมความพร้อมให้แก่ นศ.ให้มีสมรรถนะสูง ก่อนออกฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการ

    เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่แผนกวิชาช่างเชื่อมและเทคนิคโลหะ วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการงานฝึกอบรมช่างเชื่อมและผู้ตรวจสอบงานเชื่อมแบบไม่ทำลายสภาพ ประจำปีการศึกษา 2566 แก่ครูผู้สอน และ นศ.ปวส.1 แผนกวิชาช่างเชื่อมและเทคนิคโลหะ สาขางานตรวจสอบ และ ทดสอบวัสดุ วิทยาลัยเทคนิคระยอง จำนวน 20 คน เข้ารับการอบรมฯ มีผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง มาเติมความรู้ให้ โดยมีนายธัญญพัฒน์ กิตติโพธิกลาง หัวหน้าศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายปรีชา จำลองรักษ์ นายอมร นัทรีประเสริฐ นายธนบดี ที่สุด นายดิเรก สุวรรณโชติ อาจารย์ประจำแผนกวิชาช่างเชื่อมและเทคนิคโลหะ ร่วมเป็นเกียรติฯ

      ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้สอน และ นศ.ได้เกิดองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านงานเชื่อมจากผู้เชี่ยวชาญ นำไปสู่การพัฒนาตนเอง เพิ่มทักษะความรู้ด้านงานตรวจสอบ และเตรียมความพร้อมให้แก่ นศ.ให้มีสมรรถนะสูง ก่อนออกฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการต่อไป.

Loading

 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ( มจพ.) วิทยาเขตระยอง ลงนาม MOU กับสวนสุภัทราแลนด์ มุ่งนำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรสู่เกษตรกรในพื้นที่

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 ก.ย.ที่สวนสุภัทราแลนด์ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง รศ.ดร.อัยยะ จันทรศิริ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.ระยอง) และ น.ส.ศุทธินี ฟ้าประทานชัย กรรมการบริหารสวนสุภัทราแลนด์ ลงนาม MOU ร่วมกันในการพัฒนาด้านการเกษตร และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากร สถานที่ และร่วมกันเผยแพร่องค์ความรู้กลับคืนสู่สังคมร่วมกันด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวด้านการเกษตรที่ยั่งยืนอีกด้วย

     สำหรับสวนสุภัทราแลนด์ ได้เปิดรับนักท่องเที่ยว ลักษณะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีนั่งรถรางบริการชมสวนผลไม้นานาชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง ลำไย และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ด้านการเกษตร มีศูนย์การเรียนรู้สถานีต่างๆ อยู่ในสวน เช่น ศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักอินทรีย์ การผลิตปุย การเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงผำหรือ ไข่น้ำ เป็นต้น สวนสุภัทราแลนด์ ได้รับรางวัลกินรี อันเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นว่า สวนสุภัทราแลนด์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับประเทศ

       ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน โดยการนำความรู้ และหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ภายในสวน รวมทั้งเป็นองค์ความรู้ในการถ่ายทอดให้เกษตรในพื้นที่ จึงได้มีการลงนาม MOU ดังกล่าวเกิดขึ้น….000

Loading

สกพอ.เปิดเวทีรับฟังเสียงประชาชน ครั้งที่ 2 เร่งศึกษาระบบ Feeder เชื่อมต่อไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบินในพื้นที่ EEC

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 19 ก.ย.ที่โรงแรมสิรินพลา รีสอร์ท แอนท์ เรสเตอรองท์ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน (ครั้งที่ 2 : สรุปผลคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ) โครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นของระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงกับการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกับการพัฒนาเมืองใหม่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อนำเสนอผลสรุปการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุม ได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ โดยมีผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ และประชาชนเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก

        ดร.กานต์ เฉลิมวงศ์พันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแบบจำลองการจราจรและขนส่ง กล่าวว่า สำหรับการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งที่ 2 ทาง สกพอ. และที่ปรึกษาโครงการฯ ได้มีการนำเสนอข้อมูลแนวเส้นทางและรูปแบบระบบขนส่งมวลชนรองของโครงการ โดยโครงการได้ศึกษาโครงข่ายให้มีการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่เมืองใหม่กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จำนวน 3 แนวเส้นทาง ได้แก่ แนวเส้นทางด้านเหนือ เมืองใหม่ อีอีซี – สถานีรถไฟความเร็วสูงศรีราชา แนวเส้นทางด้านตะวันตก เมืองใหม่ อีอีซี – สถานีรถไฟความเร็วสูงพัทยา แนวเส้นทางด้านใต้ เมืองใหม่ อีอีซี – สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา ซึ่งจากผลการเปรียบเทียบความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น พบว่า แนวเส้นทางด้านใต้ เมืองใหม่ อีอีซี – สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา เป็นแนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อนำมาเป็น “โครงการนำร่อง” สำหรับการศึกษาแนวเส้นทางและออกแบบรูปแบบแนวคิดเบื้องต้นของโครงการ ทั้งนี้ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้คัดเลือกแนวเส้นทาง สำหรับการออกแบบรูปแบบแนวคิดเบื้องต้น 4 แนวเส้นทาง โดยแนวเส้นทางที่ 1 จุดเริ่มต้นพื้นที่เมืองใหม่ อีอีซี ผ่านทางหลวงหมายเลข 331 -ทางหลวงหมายเลย 332 – ทางหลวงหมายเลข 3 และไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา แนวเส้นทางที่ 2 จุดเริ่มต้นพื้นที่เมืองใหม่ อีอีซี ผ่านทางหลวงหมายเลข 331 – มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ผ่านทางหลวงหมายเลข 3 และไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา แนวเส้นทางที่ 3 จุดเริ่มต้นพื้นที่เมืองใหม่ อีอีซี ผ่านถนนตามแนวผังเมือง ญ.16 -ทางหลวงหมายเลข 3376 -ทางหลวงหมายเลข 3 และไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา แนวทางเลือกที่ 4 จุดเริ่มต้นพื้นที่เมืองใหม่ อีอีซี ผ่านถนนตามแนวผังเมืองญ.16 – ทางหลวงหมายเลข 3 และไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา ซึ่งจากการคัดเลือกแนวเส้นทาง พบว่า แนวเส้นทางที่ 2 มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้น บริเวณพื้นที่เมืองใหม่ อีอีซี จากนั้นจะเป็นทางยกระดับเหนือทางหลวงหมายเลข 331 (ใกล้กับสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่) โดยทางยกระดับจะยาวต่อเนื่องประชิดเขตมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (เขาชีจรรย์ เขาชีโอน) จากนั้นยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) และไปจุดสิ้นสุดที่สถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา ผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 3 อำเภอ จังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง และ อำเภอสัตหีบ จังหวัดระยอง อำเภอบ้านฉาง รวมระยะทาง 20 กิโลเมตร ส่วนการคัดเลือกรูปแบบระบบขนส่งมวลชนรองที่มีความเหมาะสมกับโครงการนำร่อง สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่มหลัก โดยกลุ่มที่ 1 รถโดยสารที่วิ่งบนถนน โดยใช้พลังงานไฟฟ้า (Road – (Tire) based system) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.ระบบรถไฟฟ้าล้อยาง บังคับด้วยมนุษย์ เช่น รถโดยสารทั่วไป (Conventional Bus) รถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit : BRT) 2.ระบบรถไฟฟ้าล้อยาง นำร่องและบังคับอัตโนมัติด้วยทางเสมือน (Rubber Tire Vehicle with Virtual Track) เช่น รถโดยสารอัตโนมัติ (Automated Rapid Transit : ART) กลุ่มที่ 2 ระบบรางที่วิ่งบนทางเฉพาะ (Fixed guideway-based system) แบ่งเป็น 2 ประเภท มี 1.ระบบรถไฟฟ้าล้อเหล็ก (Conventional Rail-based) เช่น รถไฟฟ้าขนาดเบา/รถราง (Light Rail Transit : LRT/ Tram) รถรางบนทางรถไฟ (Tram-train) 2.ระบบรถไฟฟ้าร่วมสมัย (Contemporary Transit System) เช่น รถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) รถไฟฟ้าอัตโนมัติไร้คนขับ (Automated Guideway Transit : AGT / Automated People Mover : APM) หรือ รถไฟแม่เหล็กไฟฟ้า (Urban Maglev) ทั้งนี้จากการคัดเลือกรูปแบบระบบขนส่งมวลชนรองที่เหมาะสมพบว่า รูปแบบระบบราง มีความเหมาะสมที่สุด ในการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งหลังจากนี้ที่ปรึกษาโครงการฯ จะนำรูปแบบระบบขนส่งมวลชนรองนี้มาออกแบบรูปแบบแนวคิดเบื้องต้นของโครงการนำร่องและจะนำเสนอผลสรุปในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งภายหลังการประชุมครั้งนี้ สกพอ.และที่ปรึกษาโครงการฯ จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม มาปรับใช้และพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการให้มากที่สุด พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป.

Loading

ระยอง ชวนเที่ยวงาน’ถนนท่องเที่ยว วิถีชาวเล’ชิมช้อปอาหารถิ่น อาหารทะเล สินค้าจากชุมชนกว่า 100 ร้านค้า ชมคอนเสิร์ตนักร้องชื่อดังตลอดงาน

      เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 18 ก.ย.ที่บานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส นายสนาน เพชร์ฉ่ำ นายกเทศมนตรีตำบลแกลงกะเฉด นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง และนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ‘ถนนท่องเที่ยว วิถีชาวเล’ ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ปี 2566 โดยจัดขึ้น  2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ก.ย.นี้ ที่บริเวณชายหาดสวนสน อ.เมือง จ.ระยอง ภายใต้ชื่องาน’ชมวิวสวนสน ยลวิถี ชาวเล’ และครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 ต.ค.นี้ ที่บริเวณอนุสรณ์เรือหลวงประแส อ.แกลง จ.ระยอง ในงานมีร้านอาหารถิ่น อาหารทะเล สินค้าชุมชน 100 ร้านค้า มาจำหน่าย มีช่วงสินค้านาทีทอง สินค้าราคาพิเศษ กิจกรรมสาธิตการทำอาหารทะเล การสาธิตวิถีชาวเล กิจกรรมเพ้นท์หน้า โดยผู้มาร่วมงานที่แต่งกายแบบชาวเล ลุ้นรับกิฟท์วอยเชอร์ มูลค่า 100 บาท 50 รางวัล เพื่อนำมาข้อป ชิมในร้านค้าที่มาจำหน่ายในงาน นอกจากนี้ในงานยังมีการประกวดค้นหาหนุ่มสาวชาวเล และมีคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชื่อดัง เบล วริศรา เอิ๊ต ภัทรวี ตรี ชัยณรงค์ และเต๋า ภูศิลป์

       ทั้งนี้งานดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีความพร้อม และเพิ่มศักยภาพเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ New Nomal รวมทั้งเป็นการสนองนโยบายด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดด้านการท่องเที่ยวดำเนินไปอย่างมีทิศทาง โดยมีนักท่องเที่ยวได้เข้าสัมผัสวิถีชาวประมง หรือชาวเลอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้คนในพื้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยว มีคุณภาพชีวิตและมาตรฐานเป็นไปอย่างยั่งยืนต่อไป.

Loading

เพื่อนบ้านผวา ลุงป่วยทางจิตบุกทุบบ้าน ทำลายทรัพย์สินในบ้านยามวิกาล หวั่นถึงชีวิตต้องหนีไปอยู่บ้านญาติ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำตัวไปรักษา ขณะที่เพื่อนบ้านทั้งซอยยันลุงทะเลาะคนทั้งซอย

     เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ก.ย.66 ร.ต.อ.วรเดช ผงทอง ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากนางพิศมัย หรือไหม แก้วนวล อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/102 ซอย 13/5 ถ.บางจาก เขตเทศบาลนครระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ว่าถูกลุงวัย 60 ปี ป่วยทางจิต เพื่อนบ้านบุกทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ในช่วงกลางคืนวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุได้ปีนขอบปูนรั้วบ้านแล้วใช้มีดตะขอฟันต้นไม้ กระถางต้นไม้ในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด และใช้ไม้หน้า 3 ยาวประมาณ 1 เมตร เขวี้ยงหลังคาบ้านถูกบริเวณกันสาดบ้านเป็นรูโหว่ 1 รู

     นางพิศมัย กล่าวว่า ลุงเพื่อนบ้านรายดังกล่าว มีบ้านอยู่ตรงข้ามกัน โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้ใช้เหล็กมาขูดรถยนต์ของตนต่อหน้าต่อตาได้รับความเสียหายรอบคัน ซึ่งตนได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกับทางลูกสาว และลูกเขย ซึ่งตนไม่อยากมีเรื่อง อยากอยู่อย่างสงบ จึงยอมความไป ทั้งที่ผ่านมาก็ถูกคุกคามมาตลอดนานนับปีแล้ว มีทั้งตะโกนด่าทอ และส่งเสียงดังโดยใช้เหล็กเคาะประตูบ้านและรั้วเสียงดังสร้างความรำคาญให้ชาวบ้านทั้งซอย กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนสุดจะทนบุกมาช่วงกลางคืนใช้มีดฟันต้นไม้ในบ้านได้รับความเสียหายดังกล่าว กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว ต้องย้ายหนีไปอยู่บ้านญาติ เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัยในชีวิต และถ้าทนอยู่สภาพจิตใจคงจะย่ำแย่ โดยตนเตรียมจะขายบ้านทิ้ง โดยเพื่อนบ้านข้างที่หลังอยู่ติดกันก็ทนพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไม่ได้ต้องประกาศขายบ้านทิ้ง จึงอยาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำตัวไปรักษาด่วนด้วย เพราะชาวบ้านทั้งซอยกลัวจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

     ด้านนายธนากร เนตรวงค์ อายุ 31 ปี ชาวบ้าน เล่าว่า ลุงเคยมีเรื่องกับตนใช้มีดไล่ฟันพวกตนมาแล้ว จนต้องแจ้งความญาติต้องมาชดใช้ค่าเสียหายให้ บางวันปล่อยหมาในบ้านที่มีอยู่ 3 ตัว ซึ่งตัวใหญ่มากออกมา ไล่รถชาวบ้าน เด็กๆ ที่ไปโรงเรียนกลัวถูกกัด ต้องเดินผ่านไปทางซอยอื่นแทน ไม่รู้ลุงสติไม่ดีหรือเปล่าอยากให้ลูกหลานพาไปรักษาที

      ด้านนางจันทร์ บุญแสง อายุ 51 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ซอยดังกล่าว บอกว่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากลุงเล่นปล่อยหมาออกจากบ้านตลอดเวลา กลัวลูกหลานจะได้รับอันตรายจากหมากัด เด็กไปโรงเรียนผู้ปกครองต้องมารับถือไม้ไว้ตลอดเวลา และเดินลัดไปซอยอื่นแทน โดยไม่ผ่านซอยดังกล่าว และที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบคือลุงใช้สิ่งของเคาะเหล็กรั้ว และประตู บ้านตลอดเวลา นอกจากนี้เวลาลุงได้ยินเสียงรบกวนไม่ได้ก็จะตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายอีกด้วย

     ด้าน ร.ต.อ.วรเดช ผาทอง ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง ได้พูดคุยกับลุงคนก่อเหตุทราบชื่อคือ นายจรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งลุงไม่สามารถสื่อสารได้พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงติดต่อคนคอยดูแลโทรศัพท์ติดต่อไปหาลูกสาวทราบชื่อเล่นคือ น้ำผึ้ง โดยลูกสาวยืนยันว่า พ่อป่วยเป็นโรคสมองตีบ ปัจจุบันอยู่บ้านคนเดียว โดยมีคนดูแล ตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ นานๆ จะกลับมาดูแล เคยพาตัวไปรักษาทุกที่แล้ว หมดเงินเดือนละนับหมื่นบาทแต่ไม่หาย พูดจาไม่รู้เรื่อง ช่วงที่ตนอยู่ด้วยก็ไม่ได้ไปก่อเหตุ พอกลับไปทำงานถึงรู้เรื่องไปทำลายข้าวของชาวบ้าน ที่ผ่านมาก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายที่พ่อไปทำลายข้าวของเขามาโดยตลอด ทุกวันนี้จนปัญญาแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร วอนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยประสานหน่วนงานใดที่จะสามารถนำตัวพ่อไปรักษาได้ ก็ให้ทำเลย ตอนนี้ตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยึดมีดตะขอด้ามยาวไว้ก่อน พร้อมขอให้ทางลูกสาวได้กลับมา เพื่อหาแนวทางนำตัวพ่อไปรักษา ไม่อยากให้ชาวบ้านอยู่อย่างผวา หวั่นจะเกิดเหตุเป็นอันตรายต่อชีวิต ขณะเดียวกันก็ได้ให้นางพิศมัย ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

Loading

ทช.จับมือภาคเอกชน เก็บขยะชายหาด-ปลูกป่าชายเลน ปากน้ำประแส จ.ระยอง เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล ปี 66

     สำนักงานทรัพยากรทางทะเลที่ 1 ร่วมกับกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง นำโดย อินทรี อีโคไซเคิล พร้อมด้วย ‘ชุมชน-พันธมิตร’ กว่า 200 คน จัดกิจกรรม “เก็บขยะชายหาด” ระยะทาง 1.5 กม. พร้อม “ปลูกป่าชายเลน” จำนวน 400 ต้น ณ ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 กันยายน 2566 ที่ศูนย์เรียนรู้ปากน้ำประแส ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวสุจินตนา วีระรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด ร่วมเปิดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดและปลูกป่าชายเลน โดยมีทีมอินทรีอาสา พร้อมด้วยพันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือ ช่อง 7HD บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของพฤกษาโฮลดิ้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง และชุมชนปากน้ำประแส รวมกว่า 200 คน ร่วมเก็บขยะชายหาดและปลูกป่าชายเลน สำหรับขยะที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลและมีค่าความร้อน จะถูกคัดแยกและส่งไปที่อินทรี อีโคไซเคิล เพื่อนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF (Refuse Derived Fuel) นำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Energy Recovery) ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตปูนซีเมนต์

       นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับขยะเชื้อเพลิง และ ให้ความรู้เกี่ยวกับขยะไมโครพลาสติก และอันตรายที่เกิดจากการปนเปื้อนของขยะไมโครพลาสติกในระบบนิเวศ โดยดร.อุดมศักดิ์ บุญมีรติ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง

     นางสาวสุจินตนา วีระรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด บริษัทในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง เปิดเผยถึงกิจกรรมเก็บขยะชายหาดและปลูกป่าชายเลน ภายใต้โครงการ INSEE Green Heart Plus ว่า กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเสมอมา ตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาด้านความยั่งยืน ปี พ.ศ. 2573 ของกลุ่มบริษัทฯ จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากลประจำปี 2566 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ของสัปดาห์ที่ 3 ในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อช่วยลดปริมาณขยะไม่ให้หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม และมุ่งสร้างจิตสำนึกการแก้ปัญหาขยะในทะเลอย่างยั่งยืน “อินทรี อีโคไซเคิล ในฐานะผู้ให้บริการจัดการของเสียและบริการภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ได้สนับสนุนและผลักดันความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรในการจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่า “ขยะ” คือ “ทรัพยากร” ที่ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันปัญหาที่เกิดจากขยะมูลฝอยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตและสุขภาพของเราทุกคนเป็นอย่างมาก”

       จากรายงานประจำปี 2565 ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าขยะตกค้างชายฝั่งที่เก็บส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่ร้อยละ 81 นอกจากนี้ข้อมูลสถิติจากโครงการอนุรักษ์ชายฝั่งสากล (International Coastal Cleanup™ Results) พบว่า 3 อันดับแรกของขยะที่เก็บได้ของประเทศไทยในปี 2565 คือ ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก และหีบห่อบรรจุภัณฑ์อาหาร ตามลำดับ ซึ่งขยะเหล่านี้หากมีการคัดแยกและจัดการอย่างถูกวิธี จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปบ่อขยะ สามารถนำกลับมาใช้เป็นทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนต่อไป

     โดยอินทรี อีโคไซเคิล ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและการบริการภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน มีความเชี่ยวชาญในกระบวนการเผาร่วมในเตาเผาปูนซีเมนต์ (Co-processing) และการนำขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse derived fuel : RDF) ซึ่งจะทำให้ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และขยะตกค้างสะสมที่อาจหลุดรอดสู่ทะเลมีปริมาณที่น้อยลง

     อินทรี อีโคไซเคิล ได้ริเริ่มโครงการรื้อร่อนขยะมูลฝอยจากบ่อขยะ และส่งเสริมให้มีจุดรวบรวมขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ขยะที่ไม่มีการรับซื้อและมีมูลค่าต่ำไม่คุ้มในการนำมารีไซเคิล เช่น ถุงพลาสติก ภาชนะ ช้อนส้อมพลาสติก มาผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพและจัดการต่างๆ เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ ซึ่งเป็นการนำขยะมูลฝอยชุมชนมาใช้เป็นพลังงาน เป็นการสนับสนุนการปิดวงจร หรือ Close the Loop ของขยะที่หลงเหลือไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ไม่ให้รั่วไหลไปสู่บ่อขยะและสิ่งแวดล้อม ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ “BCG” หรือ Bio-Circular-Green Economy เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว ในแนวทางของการพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน (SDGs) รวมทั้งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างต่อเนื่อง.

Loading

SCGC จับมือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่าย เปิดตัวโมเดล Nets Up สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนอวนประมงไม่ใช้แล้วสู่ Marine Materials วัสดุรีไซเคิล ทางเลือกใหม่เพื่อความยั่งยืน

      เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่โรงแรมแคทารี่เบย์ อ.เมือง จ.ระยอง นายพิชิต สมบัติมาก รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานนวัตกรรม และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ร่วมเปิดตัวโมเดล Nets Up ซึ่งเป็นโมเดลในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อทะเลยั่งยืน เปลี่ยนอวนประมงที่ไม่ใช้แล้วสู่ Maine Mateials วัสดุทางเลือกใหม่จากนวัดกรรมริไซเคิล เพื่อนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจสิ่งทอด้วยการขึ้นรูปเป็นเส้นด้ายและทอเป็นผืนผ้าสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อัปไชเคิด สร้างทางเลือกใหม่ให้กับเจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปัญหาขยะทะเลพร้อมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืนและช่วยลดภาวะโลกร้อน

      ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานนวัตกรรม และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่า โมเดล “Nets Up” ได้เชื่อมโยงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างครบวงจร โดยเริ่มต้นที่การจัดการอวนประมงที่ไม่ใช้แล้ว และนำเข้าระบบการซื้อขายของธนาคารขยะชุมชน ผ่านแอปพลิเคชั่น “คุ้มค่า”จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการรีไชเคิลเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และพัฒนาเป็น Marine Materials วัสดุรีไซเคิลจากอวนประมงไม่ใช้แล้ว เช่น วัสดุผ้าในธุรกิจสิ่งทอ บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์รองเท้ากีฬา ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ภายในงานฯ ยังได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการบริหารจัดการขยะทะเล และการพัฒนานวัตกรรมตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งการประกาศเจตนารมย์แสดงความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ SCGC กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ทช.) สมาคมเยาวชน The Youth Fund องค์กร AEPW(Alliance to End Plastic Waste) ทีมพลาสเคมีคอล ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ Ny-One ไทยแทฟฟิต้า กลุ่มอุตสาหกรรมปีโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) ชุมซนประมงนำร่อง และเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล