Loading

จ.ระยอง ลงนามบันทึกข้อตกลงสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5

     เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 25 ก.ย.ที่วัดเนินพระ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ลงนามบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ร่วมกับพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง ท้องถิ่นจังหวัดระยอง และนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดระยอง โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ร่วมเป็นสักขีพยาน

       ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างความตระหนัก รักและเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เป็นสถาบันหลักของประเทศอย่างมั่นคง และเพื่อขยายผลการดำเนินโครงการ จากโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางศาสนา’หมู่บ้านรักษาศีล 5’ขยายผลสู่หมู่บ้านศีลธรรม รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ ประชาชนได้นำหลักธรรมทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นการให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ลดปัญหาความขัดแย้ง สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของ ประชาชนอีกด้วย.

Loading

GC มอบรางวัลผลงานจากโครงการมหัศจรรย์ปิโตรเคมี ปี 8 ในหัวข้อ “Hero To Zero ถ้าโลกอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”ชิงทุนการศึกษารวม 660,000 บาท 

      GC มอบรางวัลในโครงการประกวดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มหัศจรรย์ปิโตรเคมี ปีที่ 8 ในหัวข้อ “Hero To Zero ถ้าโลกอยู่ได้ เราก็อยู่ได้” โดยความพิเศษในปีนี้ นอกจากผลงานภาพวาดระบายสี มีผลงานประติมากรรมต้นแบบเป็นปีแรก ที่ได้รับการสร้างสรรค์ไอเดียจากเยาวชน เพื่อตอบโจทย์การดูแลโลกไปด้วยกัน

      ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า “GC จัดโครงการประกวดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ “มหัศจรรย์ปิโตรเคมี ปีที่ 8”  มุ่งหวังให้น้องๆ และเยาวชน เห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขวิกฤตภาวะโลกร้อน  มีแนวคิดที่จะร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน รวมถึงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์และคุณค่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่มีการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ ควบคู่ไปกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ น้องๆ และเยาวชนได้แสดงความสามารถ โดยใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ผสานความรู้รอบตัว ผ่านผลงานศิลปะการออกแบบประติมากรรม และการวาดภาพระบายสี”   “หัวข้อการสร้างสรรค์ผลงานในปีนี้คือ “Hero To Zero ถ้าโลกอยู่ได้ เราก็อยู่ได้” โดยผลงานทุกชิ้นมีการนำเสนอแนวคิดอย่างสร้างสรรค์และมีความสวยงาม  สะท้อนถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมปกป้องโลกใบนี้ ผ่านทักษะการใช้ลายเส้น การให้โทนสี  และการสร้างผลงานแบบ 3 มิติ (ประติมากรรมต้นแบบ) ได้เป็นอย่างดี  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและให้ความสำคัญในการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขวิกฤตภาวะโลกร้อน รวมไปถึงวิธีการปรับตัวในโลกยุคปัจจุบัน ที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า  ได้ถูกถ่ายทอดผ่านผลงานของเด็ก ๆ และเยาวชนอย่างมีคุณค่า” ดร.คงกระพัน กล่าว

       ในปีนี้  โครงการประกวดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มหัศจรรย์ปิโตรเคมี จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ได้รับความสนใจจากเด็ก ๆ และเยาวชนที่ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยเกณฑ์การตัดสินนั้นให้ความสำคัญในด้านการสื่อความหมายเกี่ยวกับการสร้างสมดุลเพื่อความยั่งยืน การแก้ไขวิกฤตภาวะโลกร้อนด้วยการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ ควบคู่ไปกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ องค์ประกอบและเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น โดยผลงานที่นักเรียนส่งเข้าประกวดและได้รับคัดเลือกจะได้จัดแสดงอยู่ใน Facebook PTTGC: มหัศจรรย์ปิโตรเคมี

สำหรับคณะกรรมการตัดสินการประกวดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มหัศจรรย์ปิโตรเคมี ปี 8ประกอบด้วย

1. ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

2. รศ. ดร.สิงห์ อินทรชูโต

 หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Research & Innovation for

 Sustainability Center หรือ RISC) และศิลปินศิลปาธร สาขาการออกแบบปี 2562

3. คุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์

 Design Director & Owner, Beyond Living Co., Ltd. ดีไซเนอร์ด้านผลิตภัณฑ์อัพไซเคิลและสิ่งทอ 

 และมีผลงานศิลปะอัพไซเคิลจัดแสดงนิทรรศการและหอศิลป์ เช่น นิทรรศการ The Sea Ghost and

 Beyond, นิทรรศการเดี่ยวผลงานศิลปะทอ เป็นต้น

4. คุณจรีรัตน์ เพชรโสม

 Miss Earth Thailand 2021 และฑูตสิ่งแวดล้อม มูลนิธิโลกสีเขียว  และเป็นนักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อม

        ผลการประกวดโครงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มหัศจรรย์ปิโตรเคมี ปี 8  แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 

1) การประกวดวาดภาพ ระดับประถมศึกษา

– รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท : ด.ญ.ชลนัฐ นามจันดี ป.6 โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี จ.สระแก้ว

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 20,000 บาท : ด.ญ.อารดา สวัสดี ป.5 โรงเรียนวิเชียรชม จ.สงขลา

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท : ด.ญ.ดาลียา บัวเกตุ ป.5 โรงเรียนวัดรวก กรุงเทพฯ

– รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท จำนวน 9 รางวัล

2) การประกวดวาดภาพ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

– รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท : ด.ญ.บุญญิสา จั่วแจ่มใส ม.2 โรงเรียนเทศบาลวัดขจรรังสรรค์ จ.ภูเก็ต

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 20,000 บาท : ด.ญ.อชิรญา อัตถศาสตร์ ม.2 โรงเรียนวิชัยวิทยา           จ.เชียงใหม่

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท :  นายชยานันท์ ศิลาวัชนาไนย ม.1 สถาบันสอนศิลปะ บ้านสวนศิลป์ลูกเจี๊ยบ จ.ตรัง

– รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท จำนวน 7 รางวัล

3) การประกวดวาดภาพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

– รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท : นายธาม จุลรัตน์  ม.4 โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จ.สงขลา

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 20,000 บาท : น.ส.วิไลลักษณ์ จันทบุตร ม.4 โรงเรียนอนุบาลพุทธเมตตา จ.อุบลราชธานี

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 10,000 บาท จำนวน 3 รางวัล :

น.ส.นรากร โกกิจ ม.5  โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จ.สงขลา

น.ส.พรรษกร หัดประสม ม.5 โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จ.สงขลา

น.ส.เบญจทิพย์ ทาสมบูรณ์ ม.6 โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ จ.เลย

– รางวัลชมเชย เงินรางวัล 5,000 บาท จำนวน 8 รางวัล

4) การประกวดประติมากรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

– รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 60,000 บาท : น.ส.สิริรัช รัตตมณี ม.5 สถาบันสอนศิลปะ บ้านสวนศิลป์ลูกเจี๊ยบ

จ.ตรัง

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 35,000 บาท : นายธนวัฒน์ เจิมวรรธนะ ม.4 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

จ.อุดรธานี

5) การประกวดประติมากรรม ระดับอุดมศึกษา

– รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 60,000 บาท : นายนวพล หมัดสุเด็น ปี 3 วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ

– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 35,000 บาท : น.ส.วิกาวี รัตตมณี ปี 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม

Loading

GC Group 19 โรงงาน คว้ารางวัล CSR-DIW Continuous Award ประจำปี 2566 มุ่งมั่นรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน สร้างความดี ด้วย “หัว” และ “ใจ”

      GC Group 19 โรงงาน ได้รับรางวัล โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน เพื่อเป้าหมายการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจและสังคม (CSR-DIW Continuous Award) ประจำปี 2566 ซึ่งได้รับรางวัลต่อเนื่อง 10 ปีขึ้นไป จำนวน 8 โรงงาน ได้แก่ พีทีที โกลบอล เคมิคอล สาขา 2 (โรงโอเลฟินส์ 1), สาขา 3 (โรงโอเลฟินส์ 2), สาขา 4 (โรงอะโรเมติกส์ 1), สาขา 5 (โรงอะโรเมติกส์ 2), สาขา 7 (ท่าเทียบเรือและคลังผลิตภัณฑ์), สาขา 8 (คลังสำรองอะโรเมติกส์), สาขา 18 (โรงฟีนอล) และ สาขา 18 (บิสฟีนอล เอ)  ได้รับรางวัลต่อเนื่องน้อยกว่า 10 ปี จำนวน 11 โรงงาน ได้แก่ พีทีที โกลบอล เคมิคอล สาขา 6 (โรงกลั่นน้ำมัน), สาขา 11 (โรงโอเลฟินส์ 3), สาขา 12 (โรงโพลีเอททิลีน 1), สาขา 16 (เอทิลีนออกไซด์/เอทิลีนไกลคอล), สาขา 16 (เอทานอลเอมีน), สาขา 17 (โรงสไตรีนิกส์), เวนคอเรกซ์ (ไทยแลนด์),บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท จีซี-เอ็ม พีทีเอ จำกัด, บริษัท ไทยอีทอกซีเลท จำกัด และ บริษัท ไทย เพ็ท เรซิน จำกัด โดยได้รับเกียรติจาก คุณจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

      โครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน CSR-DIW Continuous Award เป็นตัวชี้วัดถึงความตระหนักของผู้บริหารและพนักงาน GC Group ในการรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน มุ่งมั่นในการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตั้งเป้าหมายให้โรงงานมีมาตรฐานการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมดูแลชุมชน ตามนโนบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม ใช้ “หัว” และ “ใจ” ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชนอย่างยั่งยืน..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

SPRC สนับสนุนพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2566

      วันที่ 17 กันยายน 2566 ประมงจังหวัดระยองร่วมกับสำนักงานเทศบาลนครระยอง สมาคมประมงระยอง พี่น้องประมงพื้นบ้าน  หน่วยงานกรมประมงในจังหวัดระยอง สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด และภาคเอกชน จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ บริเวณหาดแหลมเจริญ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง  มีคุณสุพจน์  ต่ออาจหาญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี โอกาสนี้ SPRC ได้สนับสนุนเสื้อคอปกสำหรับแจกผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย  

        โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน โดยพันธุ์สัตว์น้ำที่ปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ พันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน 300,000 ตัว, พันธุ์กุ้งแชบ๊วย จำนวน 10,000 ตัว, พันธุ์ปลากะพงขาว จำนวน 3,000 ตัว และพันธุ์ปลาเก๋า จำนวน 500 ตัว รวมจำนวนทั้งสิ้น 313,500 ตัว…000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

SPRC หนุนโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลด้วยฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง 3D Cement Printing บริเวณเกาะสะเก็ด จังหวัดระยอง

    วันที่ 14 กันยายน 2566 มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์-ฟื้นฟูปะการังและชายหาด (มอป.) ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานทรัพยากรทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลด้วยฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง 3D Cement Printing บริเวณพื้นที่โดยรอบเกาะสะเก็ด จังหวัดระยอง โดย SPRC ร่วมสนับสนุนทุนในโครงการดังกล่าวจำนวน 500,000 บาท โดยคุณอัญชลี ชวนิชย์ ประธานมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูปะการังและชายหาด เป็นประธานในพิธีรับมอบทุนสนับสนุน

      วัตถุประสงค์ในการจัดงานคือ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการังบริเวณเกาะสะเก็ด ตำบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์ทะเลให้เป็นฐานทรัพยากรประมงให้กับชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ เพื่อผลักดันเกาะสะเก็ดเป็นหนึ่งจุดหมายในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในภาคตะวันออกของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น และเพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยเชิงลึกของสถาบันการศึกษา…000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

คนแห่ลงนะหน้าทองฟรี! สำนักหมอดูเทวดาระยอง เชื่อจะทำให้ประสบความสำเร็จ หนุนดวง เสริมมงคลให้กับชีวิต

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สำนักหมอดูเทวดา ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พบมีประชาชนจากทั่วสารทิศนับร้อยคนเดินทางมารับบัตรคิวดูดวง และลงนะหน้าทอง พร้อมขอพรท้าวเวสอภิวรรณ รวยทันใจ เพื่อขอโชคลาภ โดยมีอาจารย์นิรุตน์ ลำดับวงศ์ หรือ หมอดูเทวดา(สัมผัสจิต สื่อกรรม) นำประชาชนนั่งสมาธิ นอกจากนี้อาจารย์นิรุตน์ยังเปิดให้คนที่เข้ามาดูดวงได้ลงนะหน้าทองฟรี เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคล เสริมดวงชะตา เสริมบารมี เมตตามหาเสน่ห์ โดยใช้แผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์มาปิดบนใบหน้า เชื่อกันว่าจะช่วยเรื่องทำมาค้าขาย มีโชคมีลาภ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมารับบัตรคิว

      อาจารย์นิรุตน์ กล่าวว่าการลงนะหน้าทองนั้นแต่ละคนจะใช้แผ่นทองไม่เท่ากัน แตกต่างกันไปตามลักษณะของใบหน้าแต่ละจุด บางคนปากหนา ปากบาง แก้มโนก หน้าผากกว้างไม่เท่ากัน อาจารย์จะแก้เฉพาะจุดเพื่อปรับใบหน้าให้มีนะเมตตา ส่งเสริมดวง ในการพูดเจรจาการค้า เมตตามหาเสน่ห์ ที่สำคัญศาสตร์ครูนี้เป็นศาสตร์ชั้นสูง ผู้ที่จะลงนะหน้าทองต้องประพฤติตัวดี ต้องอยู่ในศีลในธรรม เพราะต่อให้ปิดทองทั้งตัวแต่ประพฤติชั่วไม่ทำความดีก็ยากที่จะได้ดี

     อาจารย์นิรุตน์ กล่าวอีกว่าทุกคนควรจะนำความรู้ที่ได้จากคำสอนของครูบาอาจารย์มาปฏิบัติ จึงจะได้รับความมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับชีวิต ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ขอให้ทุกคนทำจริงความสำเร็จมีจริงแน่นอน

      สำหรับผู้ที่จะเดินทางมาตรวจดวงชะตา เปิดดวงเศรษฐี ลงนะหน้าทองกับหมอดูเทวดา ขอให้ติดต่อจองคิวเข้ามาก่อนที่หมายเลข 098-0538849 รับเพียงวันละ 50 คิวเท่านั้น

Loading

ชมรมประชาสัมพันธ์กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดการประกวดวงดนตรี MPR Music Contest ปีที่ 11 สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถด้านดนตรี ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด

    เมื่อวันที่ 23 ก.ย.66 ที่ระยองฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมประชาสัมพันธ์กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุด หรือ MPR ได้จับมือกันจัดประกวดดนตรีเยาวชน ‘MPR Music Contest ปีที่ 11’ มีวงดนตรีเยาวชนเข้าร่วมแข่งขัน 15 ทีม

     โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรีได้มีเวทีแสดงความสามารถและเพิ่มประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความเข้าใจในทักษะด้านดนตรีระหว่างผู้เข้าร่วมจากสถานศึกษาต่างๆ ทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนหันมาเล่นดนตรี และรวมกลุ่มใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้ห่างไกลจากยาเสพติด

       โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยนางบุษบา บุญมั่น ประธานชมรมประชาสัมพันธ์กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุด ร่วมมอบเงินรางวัลทุนการศึกษาแก่วง P.D.Band ที่ชนะเลิศ 12,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่วง blue layerได้รับเงิน 9,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่วงนัดทะวิด ได้รับเงิน 7,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลวงดนตรีชมเชย วงดนตรีขวัญใจ MPR ได้เงินรางวัลละ 3,000 บาท วงดนตรียอดเยี่ยม นักร้องนำ และวงดนตรีขวัญใจกรรมการ นักร้องยอดเยี่ยม และนักดนตรียอดเยี่ยม ได้รับเงินรางวัลละ 1,500 บาท.

Loading

ประชาชนแห่ร่วมพิธีเฉลิมฉลองเดือนเกิดองค์พระพิฆเนศคเณศวรจตุรถี วัดหนองแฟบ จ.ระยอง

    เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่วัดหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง คณะกรรมการจัดงานนำโดยนายอิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานชุมชนหนองแฟบ ได้จัดให้มีพิธีพราหมณ์บวงสรวงเทพเทวาศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องบายศรี ประกอบพิธีโดย อาจารย์จั้ม ศรีบูรพา ได้จุดเทียนชัย ถวายเครื่องบายศรี และของบวงสรวงต่างๆ และภายในงานได้จัดพิธีสงฆ์ พิธีพุทธาภิเษก เทวาภิเษก โดยพระเกจิอาจารย์ดัง นั่งปรก อธิษฐานจิตวัตถุมงคล “พระพิฆณศ มหาเศรษฐี รุ่น 1” เจริญพุทธมนต์ พระ 9 รูป นั่งปรก พระสงฆ์ 5 รูป และมีการถวายเครื่องสังฆทาน พร้อมจตุปัจจัย รวมทั้งปะพรมน้ำพระพุทธมนต์และพิธีบรรจุดวงเศรษฐี ยกพระชัยมงคล พิธีโซฮา สวดสรรเสริญบูชาองค์เทพ และพิธีอารตีไฟ บูชาเทพพราหมณ์ฮินดู โดยคณะศิวกร

     นอกจากนี้ยังได้ถวายเทียน จุดเทียนหนุนดวงมหามงคล ถวายชุดของไหว้ ถวายบายศรี เครื่องสักการะเทพเทวา องค์พระพิฆเนศวร เจิมผงซินดู ภายหลังจากเสร็จพิธี คณะกรรมการได้แจกฟรีวัตถุมงคล เหรียญ “พระพิฆเนศ มหาเศรษฐี รุ่น 1” จำนวน 1,000 เหรียญ แก่ ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งมี ประชาชนจำนวนมากมารอเข้าแถวยาวเพื่อรับเหรียญดังกล่าว.

Loading

‘ธนุ’ คีย์แมนคนสำคัญของ สอศ.เดินหน้าขับเคลื่อน 9 Quick Wins เต็มกำลัง อาชีวะพร้อม การศึกษาพร้อม ประเทศไทยเดินหน้า ผลักดันผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงเพื่อการพัฒนาประเทศ

      ปัจจุบันการอาชีวศึกษาในประเทศไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจ ดังนั้นคุณภาพการอาชีวศึกษาที่ดีจะสามารถช่วยสร้างสังคมที่ยั่งยืนและพัฒนาได้ หากมีมาตรฐานการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะสามารถส่งเสริมการทำงานร่วมกันและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีความยั่งยืนมีประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

       ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)หนึ่งในหัวเรือใหญ่ และเป็นคีย์แทนคนสำคัญของ สอศ. ได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่เน้นผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยได้ขับเคลื่อนงานตาม 9 นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ได้แก่

 1. บริหารงานบุคคลและวิทยฐานะของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการพลเรือน

 2. ยกระดับอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

 3. ยกระดับโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ

 4. ขับเคลื่อนโครงการทวิศึกษาแนวใหม่

 5. ขับเคลื่อนศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน

 6. ขับเคลื่อนศูนย์ความปลอดภัย

 7. ปฏิรูปกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและประมง

 8. ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา

 9. ปรับปรุงกฎประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง

      ซึ่งการใช้นโยบาย ‘9 Quick Wins’ ในอาชีวศึกษาถือเป็นการใช้กลยุทธ์ที่รวดเร็วเพื่อเพิ่มคุณภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและความรู้ที่ตอบสนองตลาดแรงงาน พร้อมทั้งเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และเตรียมความพร้อมในการทำงานในอาชีพต่างๆ ในสังคมเมืองอุตสาหกรรมของวันนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนการอาชีวศึกษา และตอบสนองต่อนโยบายการศึกษา และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย ‘เรียนดี มีความสุข’ ของพลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะ, ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่นด้วยความโปร่งใส, แก้ไขปัญหาหนี้สิน, จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ 1 ครู 1 Tablet และเร่งลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 6 ด้าน เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime เรียนฟรี มีงานทำ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง, 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ, ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต, การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ, การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา, มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำอย่างมีคุณภาพ

       ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ  วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะเน้นย้ำเกี่ยวกับแนวทางร่วมกันดําเนินงาน โดยผู้บริหารที่รับนโยบายไปสู่สถานศึกษาและคณะผู้บริหารสถานศึกษาในระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) รวมถึงส่งเสริมการจัดการและการพัฒนาอาชีวศึกษาในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม พัฒนาและยกระดับการอาชีวศึกษาให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสูง โดยนำ 16 soft skills เป็นแนวทางให้ผู้เรียน ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น เข้าใจความแตกต่างที่หลากหลาย มีความเป็นผู้นำ และความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังต้องมีคุณธรรม จรรยาบรรณและความรับผิดชอบในการทำงาน มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ นี่คือสิ่งผู้เรียนอาชีวศึกษาของต้องมี เพื่อการขับเคลื่อนอาชีวศึกษา ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ สามารถช่วยสร้างแรงงานที่มีความชำนาญและมีมาตรฐานสูง ส่งผลให้ประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนสืบไป.

Loading

รมว.เกษตรฯ พบปะพี่น้องกลุ่มประมงระยอง รับทราบปัญหาการทำกินภาคประมง รับปากจะแก้ไขกฎหมายภาคประมง และเตรียมออกโฉนดที่ดิน สปก. 36 ล้านไร่ ให้ประชาชน

     เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 22 ก.ย.ที่สมาคมประมงจังหวัดระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม และพบปะพี่น้องกลุ่มประมงและเกษตรกรชาวจังหวัดระยอง เพื่อรับทราบปัญหาการทำกินภาคประมง และภาคเกษตรในพื้นที่ โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องภาคประมง เกษตรกร และ ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยมีประเด็นที่ตรวจเยี่ยมและรับทราบปัญหาในครั้งนี้คือ การประกอบการประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน และอาชีพประมง การจัดการที่ดิน สปก.และโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวแก่ ประชาชนจำนวน 10 ราย มอบถุงยังชีพกรมชลประทาน 10 ราย มอบเงินสนับสนุนโครงการชุมชนประมงเข้มแข็ง 4 ราย มอบเอกสาร สปก.4-01 แก่เกษตรกร 20 ราย นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้รับมอบน้ำปลา จำนวน 5,000 ขวด จากสมาคมประมงจังหวัดระยอง สมาคมอวนล้อมจับปลากระตัก สื่อมวลชนออนไลน์ และประมงไทยด้วย เพื่อ ให้นำไปช่วย ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ ก่อนจะร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กุ้งแชบ๊วย ปลากะพง จำนวน 500,500 ตัว ลงทะเลระยองอีกด้วย

     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัญหาของพี่น้องภาคประมง และเกษตรกรชาวจังหวัดระยองมีปัญหาเรื้อรังมานาน โดยเฉพาะภาคประมง จะมีการแก้กฎหมายประมงที่เป็นกำแพงกั้นกระทบกับดารทำมาหากิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับมาเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องภาคประมงทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน และประมงชายฝั่ง โดยจะมีการตั้ง คกก.ศึกษาขับเคลื่อนการแก้ไขกฎหมายประมง โดยเฉพาะความขัดแย้งการทำการประมงพาณิชย์ ประมงชายฝั่ง ประมงพื้นบ้าน โดยตนได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คกก.แล้ว จะเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง ในส่วนที่นักวิชาการที่กังวลจะกระทบกฎ IUU นั้น นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้คำนึงวิถีชีวิตชาวประมงเป็นลำดับแรกด้วย ส่วนเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรที่ถือครองที่ดิน สปก.4-01 ที่มีอยู่ 36 ล้านไร่ทั่วประเทศ จะเปลี่ยนที่ดิน สปก.ให้เป็นโฉนดให้ได้ รวมทั้งที่ดิน สปก.ที่อยู่ในพื้นที่ EEC ด้วย จะนำเข้าร่วมโครงการเพื่อให้ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์เกิดรายได้ด้วย.