Loading

เจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม จ.ระยอง นำคณะสื่อมวลชน ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา หลังมีชาวบ้านคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง

     เมื่อวันที่ 23 พ.ย.บริษัท เดอะ พราว พาวเวอร์ จำกัด และ บริษัท มีขวัญ พาวเวอร์ จำกัด เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นำคณะสื่อมวลชน จ.ระยอง ไปศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมของบริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัด อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ กรรมบริหารฯ พาเยี่ยมชม ซึ่งโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้ดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมมาแล้วกว่า 6 ปี สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างไม่มีความขัดแย้ง การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามในประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อกังวลสงสัยด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการปฏิบัติจริงของโรงงาน ดูข้นตอนการจัดเก็บวัตถุดิบที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง กระบวนการผลิต การเผาไหม้ การควบคุมระบบต่างๆ ของโรงงานโดยละเอียด 

      นายศุภวัฒน์ กล่าวว่า การขยายโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรมถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการจัดการลดขยะอุตสาหกรรมและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้ผลผลิตคือไฟฟ้า เสริมระบบความมั่นคงด้านพลังงาน เป็นวัตถุประสงค์หลัก สำหรับข้อกังวลเรื่องกลิ่น และมลภาวะต่อชุมชนนั้น เราขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เพราะเชื้อเพลิงที่เรานำมาใช้นั้น ไม่ใช่ขยะจากครัวเรือน ไม่ใช่เศษอาหาร ไม่ใช่ขยะอิเล็คทรอนิกส์ หรือขยะกากอุตสาหกรรมที่มีพิษ ไม่ใช่เหล็ก โลหะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตในโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมประเภทนี้ได้ ใช้เชื้อเพลิงหลัก 6 ประเภทจากโรงงานอุตสาหกรรมได้แก่ เศษผ้า เศษกระดาษ เศษยาง เศษหนัง เศษไม้ และ พลาสติกเท่านั้น ส่วนข้อกังวลใจด้านน้ำเสีย โรงไฟฟ้านี้ใช้น้ำประปาที่ผ่านกระบวนการกรองให้สะอาด (ระบบ RO) และดึงสารเคมีในน้ำออกจนบริสุทธิ์ จึงเหมาะสมใช้ในกระบวนการต้มน้ำปั่นกังหันผลิตไฟฟ้า  น้ำในระบบใช้หมุนเวียนไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอกโรงงานจึงไม่มีน้ำเสียต่อแหล่งน้ำผืนดินและสิ่งแวดล้อม สำหรับข้อกังวลใจด้านผลกระทบทางอากาศและสุขภาพนั้น โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมนี้เป็นแบบเดียวกันที่จะมีโครงการสร้างขึ้นในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปลวกแดง จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ทั้งนี้เพราะกระบวนการเผาไหม้จะใช้ควบคุมอุณหภูมิที่ 850–950 องศาเซลเซียส ให้เวลาเผาไหม้มากกว่า 2 วินาทีทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ จะไม่มีควันและกลิ่น และการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ลดสารก่อมะเร็ง (ไดออกซิน) ได้กว่า 99 ฝุ่นละออง มีระบบถุงกรองฝุ่นอุตสาหกรรม กรองได้ถึง PM 2.5 สำหรับสารไนโตรเจนออกไซต์ จัดการโดยคุมระบบเผาไหม้ ไม่เกิน 1,100 องศาเซลเซียส และออกซิเจนในการเผาไหม้ โดยมาตรการทางกฎหมายและหน่วยงานภาคราชการจะมีการติดตามตรวจสอบควบคุมตลอดเวลา วัดแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์จากหน่วยงานภาครัฐที่กำกับและรายงานผลต่อสาธารณะ ชุมชนสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ส่วนขี้เถ้าเป็นขี้เถ้าที่ไม่มีสารพิษเจือปนเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำเชื้อเผลิงไม่มีสารพิษเจือปน และมีการนำไปฝังกลบในบ่อที่ได้อนุญาตจัดการที่ทางราชการที่กำหนดไว้เท่านั้น (อาทิ พื้นที่ สระบุรี  สมุทรปราการ เป็นต้น) โดยจะไม่มีเศษขยะต่างๆ ตกค้างในพื้นที่ จ.ระยอง

       อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คณะสื่อมวลชน จ.ระยอง ได้เยี่ยมชมขั้นตอนการทำงานของโรงงานฯ แล้ว ได้เสนอให้ทางบริษัทเจ้าของโครงการฯ ที่จะมาทำโครงการโรงไฟฟ้าฯ ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้เปิดเวทีให้ชาวบ้านในพื้นที่ ที่มีความกังวลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมแสดงความคิดเห็น และเสนอแนะ โดยทางโครงการฯ ต้องรับฟัง พร้อมตอบคำถามในทุกประเด็นข้อสงสัย สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนต่อไป.

Loading

บริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่เมืองไทย ‘วงษ์สยามก่อสร้าง จก.’ มอบเงินสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวังจันทร์วิทยา 3 ล้านบาท

      เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ห้องประชุมโรงเรียนวังจันทร์วิทยา อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุฤทธิ์ เกิดสินชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.วงษ์สยามก่อสร้าง จก.มอบเงินสนับสนุนการสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวังจันทร์วิทยา จำนวน 3 ล้านบาท เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น 8 ห้องเรียน โดยมีนายศักดา สรรเสริญ ผอ.โรงเรียนวังจันทร์วิทยา และนายปรีชัย ชุ่มบุญยืนยง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนวังจันทร์วิทยา รับมอบ และมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต รมช.สธ.นายทศพล บวรโมทย์ นอภ.วังจันทร์ และนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ร่วมเป็นสักขีพยาน

      ทั้งนี้ บ.วงษ์สยามก่อสร้าง จก.เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้างเมืองไทย ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ และบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำ ได้แก่ ระบบสูบน้ำดิบ ระบบผลิตน้ำประปา บำรุงรักษาระบบประปา ระบบท่อส่งน้ำดิบ ลดน้ำสูญเสีย และงานวางท่อส่งน้ำ หรือซ่อมท่อส่งน้ำเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับผิดชอบโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในจังหวัดระยอง และภาคตะวันออก วงเงิน 25,693 ล้านบาท

       สำหรับการมอบเงินสนับสนุนสร้างอาคารเรียนดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มีธรรมาภิบาล และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดระยอง ที่ทาง บ.วงษ์สยามฯ ได้มาดำเนินกิจการ

Loading

ชวนเที่ยงานทอดผ้าป่ากลางน้ำชุมชนปากน้ำประแส จ.ระยอง หนึ่งเดียวในโลกที่มีการอนุรักษ์มากว่า 100 ปีแล้ว ปีนี้จัดใหญ่มีไหลเรือไฟ 26-28 พ.ย.นี้

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 21 พ.ย.ที่บริเวณอนุสรณ์เรือหลวงประแส ม.1 ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง น.ส.กานต์จรัส เอียดทองใส นอภ.แกลง นายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง และนายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส ร่วมแถลงข่าวการจัดงานโครงการสืบสานประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำของชุมชนลุ่มน้ำประแส ประจำปีงบประมาณ 2567 พร้อมกับมีการลงนาม MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน พัฒนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวโครงการสืบสานประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำ หนึ่งเดียวในโลกให้คงอยู่สืบไป ทั้งนี้งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 พ.ย.นี้ ที่บริเวณอนุสรณ์เรือหลวงประแส ม.1 ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งในงานจะมีการทอดผ้าป่ากลางน้ำ โดยชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์ชักผ้าป่าตามพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ และนิมนต์พระสงฆ์ลงเรือเพื่อประกอบพิธีทอดผ้าป่ากลางลำน้ำประแส โดยทั้งหมดแบ่งกันลงเรือไปประกอบพิธีกลางน้ำ ถือว่าเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมไหลเรือไฟอย่างยิ่งใหญ่ด้วย โดยเรือไฟยาวกว่า 60 ม.ประดับไฟสูงกว่า 18 ม.โดยนำเรือมาจากจังหวัดบึงกาฬ รวมทั้งยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังทุกคืน และกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรมต่างๆ บนเวทีอีกด้วย

     สำหรับ การทอดผ้าป่ากลางน้ำเป็นประเพณีโบราณของชาวชุมชน ต.ปากน้ำประแสมีการสืบทอดกันมานานกว่า 100 ปีแล้ว ตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่วนใหญ่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำในคลอง ถ้าจะทำบุญทอดผ้าป่า โดยส่วนมากจะอาศัยเรือ ตัดไม้มาทำเป็นพุ่มผ้าป่า ใช้ไม้ไผ่ปักไว้หัวและท้ายเรือ นำไม้มาทำเป็นราวเล็กๆ เอาผ้าที่ใช้ทอดมาแขวน หรือพาดไว้ แล้วนิมนต์พระชักผ้าป่าในเรือ.

Loading

อบจ.ระยอง เดินหน้าแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นขยะของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจรกระทบชาวบ้านในวงกว้าง เชิญภาค ปชช.เป็น คกก.ไตรภาคี ร่วมแก้ไขปัญหา ยันทำทุกทางเพื่อลดปัญหากลิ่น วอนช่วยผลักดันโรงไฟฟ้าขยะเพิ่ม หวั่นขยะเต็มในอนาคตอันใกล้ หลังขยะเข้าวันละ 1,000 ตันต่อวัน 

    เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 พ.ย.ที่ห้องประชุมศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จ.ระยอง ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นประธานประชุม คกก.ไตรภาคีแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นขยะของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จ.ระยอง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ.ระยอง โดย คกก.ไตรภาคีดังกล่าว มาจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคผู้นำชุมชนและ ปชช.ใน 4 ตำบลประกอบด้วย ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา ต.ทับมา ต.น้ำคอก อ.เมืองระยอง ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย และภาคเครือข่าย ทสม.ใน จ.ระยอง ร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของศูนย์กำจัดขยะฯ ดังกล่าว หลัง ปชช.ร้องเรียนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

      นายปิยะ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นขยะดังกล่าว หลังชาวบ้านสะท้อนปัญหา อบจ.ระยอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการเร่งแก้ไขปัญหาทุกทาง ทั้งการฉีดน้ำ EM ลดกลิ่นเหม็น ใช้ผ้าคลุมกองขยะ ปรับช่วงเวลาการใช้เครื่องจักรโกยขยะ และสูบน้ำเสียจากบ่อฝังกลบลงบ่อบำบัด รวมทั้งคัดแยกขยะ เพื่อให้ลงหลุมฝังกลบน้อยที่สุด เนื่องจากหลุมฝังกลบขยะเต็ม ตลอดจนตั้งภาค ปชช.และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็น คกก.ไตรภาคี หาแนวทางแก้ไขทุกอย่าง ทั้งยังสั่งเจ้าหน้าที่เช็คทิศทางลม ซึ่งขณะนี้ลมเปลี่ยนทิศ เนื่องจากเข้าหน้าหนาวแล้ว เพื่อให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกลิ่นน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามยืนยันว่า อบจ.ระยอง มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และทำเต็มที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันปริมาณขยะเข้ามายังศูนย์กำจัดขยะดังกล่าววันละ 1,000 ตัน นำเข้าโรงไฟฟ้าได้แค่วันละ 500 ตัน ซึ่งทาง อบจ.ระยอง ได้เสนอของบประมาณตั้งโรงไฟฟ้าอีกโรง ซึ่งหากเกิดได้จะสามารถแก้ไขปัญหาขยะล้นศูนย์กำจัดขยะแห่งนี้ได้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นระบบใหม่ ไม่ต้องคัดแยก จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นไปได้อย่างมากอีกทางด้วย ขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าอยากให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยเร่งผลักดัน หากไม่มีการวางแผนในอนาคตอันใกล้ศูนย์กำจัดขยะแห่งนี้เต็มแน่นอน.

Loading

จ.ระยอง ชวนเที่ยวงาน’หาดแม่รำพึง หร่อย ริม เล’ เทศกาลอาหารอร่อย ดนตรี และของดีจังหวัดระยอง ชิม ช้อป กับร้านอาหารเด็ดกว่า 100 ร้านค้า พบคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

      เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่โรงแรมระยอง บีชรีสอร์ท หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง นายอดิศร พัฒนภักดี ประธานชมรมร้านอาหารหาดแม่รำพึง นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย น.ส.พรทิพย์ วีระพันธุ์  ผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บ.SPRC ร่วมแถลงข่าวกาจัดงานงานหาดแม่รำพึง หร่อย ริม เล เทศกาลอาหารอร่อย ดนตรี และของดีจังหวัดระยอง

      ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมผู้ประกอบการหาดแม่รำพึง ททท.สำนักงานระยอง อบต.ตะพง และ บ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ SPRC ในงาน จะมีการเนรมิตพื้นที่ริมชายหาดแม่รำพึงเป็นเทศกาลอาหารดนตรี และของดีจังหวัดระยอง สุดยิ่งใหญ่ตระการตากับ แสง สี เสียง พร้อมเที่ยวชม ชิม ช้อป กับร้านอาหารชื่อดังกว่า 100 ร้าน ผลิตภัณฑ์ 0TOP กว่า 20 เมนูเด็ด พร้อมมีคอนเสิร์ตสนุกสุดมันส์จากศิลปินชื่อดัง ตรี ชัยณรงค์ Dramma stream และ moccar garden เป็นต้น 

      โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหารถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่หาดแม่รำาพึง และสร้างภาพลักษณ์ ทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว หาดแม่รำพึง ซึ่งเป็นหาดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม มีแนวทิวสนร่มรื่นตลอดแนวหาด ทรายละเอียดนุ่มเท้า และเรียบเป็นแนวทอดยาว 12 กิโลเมตรอีกด้วย โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ธ.ค.66 นี้ ที่บริเวณถนนบ้านช่น-หาดแม่รำพีง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

Loading

จ.ระยอง ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ 16 โรงพัก ระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง ตามนโยบายรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 พ.ย.ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลลอยกระทง ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ย.66 นี้ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดระยอง 16 สถานี นำโดย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ ผบก.ภ.ระยอง เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองระยอง ตำรวจทางหลวงระยอง ตำรวจท่องเที่ยวระยอง ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัย รวม 200 นาย ยานพาหนะ 50 คัน

นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า งานเทศกาลลอยกระทงดังกล่าว จะมีพี่น้องประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทง ทั้งงานแสดงแสง สี เสียง งานเผาเทียนเล่นไฟเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเดินทางดังกล่าวอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการสัญจรของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงานต่างๆ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนด้านการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทงจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีคนร้ายที่เป็นชาวต่างชาติแฝงตัวมากับนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศ เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดระยองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จ.ระยอง จึงได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงระยะเวลาดังกล่าวขึ้นมา.

Loading

ทต.ทับมา MOU ขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ไปปรับใช้

เทศบาลตำบลทับมา และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะพานหิน ต.ทับมา ลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษากับโรงเรียนอนุบาลทับมา มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่นักเรียน ผู้ปกครอง และครู นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา น.ส.ปรานี จิตติรบำรุง ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะพานหิน ม.8 ต.ทับมา และ น.ส.ณัฐติรัตน์ เชิดชู ผอ.กองการศึกษา เทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทน ผอ.โรงเรียนอนุบาลทับมา ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา ประจำปี 2566 มีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลทับมา ผู้ปกครองนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลทับมา ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยโครงการดังกล่าว มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ตัวผู้เรียน อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กนักเรียนให้มีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาด้วย

Loading

เทคนิคระยอง ชวนชิมผัดไทยเส้นแกลง น้ำซอสรสเลิศฝีมือ นศ.ทำเอง

     เมื่อวันที่ 15 พ.ย.นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.เทคนิคระยอง เปิดเผยว่า ครูและ นศ.แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้รังสรรค์เมนู ‘ผัดไทยสูตรเฉพาะตัว’ ขึ้นมา ซึ่งเป็น 1 ในเมนูประจำร้าน ‘ใบชะมวง’ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียรู้อาหารถิ่นระยอง ในการฝึกวิชาชีพให้ นศ.โดยเส้นผัดไทยจะใช้เส้นของกลุ่มชุมชนในพื้นที่ อ.แกลง ที่ทำขึ้นเอง โดยไม่ใส่สารกันบูด ผัดกับน้ำซอสผัดไทยสูตรเข้มข้นรสกลมกล่อมใส่แบบไม่หวง โดยเป็นสูตรที่ทาง นศ.ทำขึ้นมาเอง มีทั้งผัดไทยกุ้งสด ผัดไทยทะเล ผัดไทยหมู เป็นต้น นอกจากนี้ นศ.ยังได้มีทำสูตร ‘น้ำพั้นซ์’ ที่มีรสชาติเด็ดไม่แพ้กันไว้คอยบริการที่ ‘ร้านใบชะมวง’ ด้วย

     สำหรับ ‘ร้านใบชะมวง’ คือ 1 ในธุรกิจ 1 สาขาวิชา เป็นร้านอาหาร เรสเตอรองท์ และคาเฟ่ มีทั้งอาหารพื้นถิ่น กาแฟ และอิตาเลี่ยนโซดาไว้บริการ ปชช.ทั่วไป และ นศ.ในราคาที่จับต้องได้ เป็นร้านอาหารถิ่นที่ นศ.ได้เรียนรู้การประกอบอาหาร ทำเป็นธุรกิจขึ้นมาเพื่อให้ นศ.มีรายได้ มีอาชีพระหว่างเรียน โดยไม่ต้องจบการศึกษา ซึ่งร้านอาหารดังกล่าวยังเป็นสถานที่ฝึกอาชีพแก่ นศ.เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้วสามารถนำไปต่อยอดทำเป็นอาชีพ และเปิดร้านเป็นเจ้าของธุรกิจเองได้.

Loading

หลายภาคส่วนใน จ.ระยอง ยื่นมือช่วยเหลือนำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้แรงงานเมียนมาร์ 180 คน ที่ถูกนายจ้างลอยแพ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ ก็ได้เร่งสอบแรงงานทั้งหมดว่าถูกบังคับมาเพื่อค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวกัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นอภ.นิคมพัฒนา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย จัดหางานจังหวัดระยอง สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง แรงงานจังหวัดระยอง พม.จังหวัดระยอง ประกันสังคมจังหวัดระยอง ตม.ระยอง กอ.รมน.ระยอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยองและผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม WHA ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวนมาก ไปมอบให้แรงงานสัญชาติเมียนมาร์ทั้งชายและหญิง จำนวน 180 คน ที่ถูกนายจ้างเบี้ยวค่าจ้างและปล่อยทิ้งในแคมป์คนงานพื้นที่ ม.5 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

      นางสาวกัลยา กล่าวว่า เบื้องต้นข้าวสาร อาหารแห้งที่นำมามอบให้คาดว่าจะอยู่ได้สักประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ภาคเอกชนยื่นมือเข้ามาช่วยเพิ่มเติม นอกจากนี้จะจัดชุดเจ้าหน้าที่ อส.มาดูแลความเรียบร้อย ไม่ให้กลุ่มแรงงานดังกล่าวเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ ไปสร้างความเดือดร้อนให้ ปชช.ในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาดูแลเรื่องความสะอาดภายในแคมป์ด้วย

        ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนการเจรจากับนายจ้างของเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง ทราบว่าสามารถติดตามได้แล้ว โดยทางนายจ้างยืนยันว่าจะนำเงินที่ค้างค่าจ้างแรงงานทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามหากไม่มาภายในกรอบกำหนดระยะเวลา 90 วัน เจ้าหน้าที่ฯ ก็จะเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป พร้อมกันนี้แรงงานที่ถูกลอยแพทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนว่าเข้าข่ายของการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่.

Loading

ชาวตะพง อ.เมืองระยอง เฮเตรียมได้สะพานต่างระดับข้ามแยกไฟแดงตะพง แก้ปัญหารถติด และอุบัติเหตุ

     เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่บริเวณ อบต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง ได้เปิดเวทีโครงการสภาที่ปรึกษา (Advisory council) อบต.ตะพง ซึ่งเป็นเวทีเปิดโอกาสให้ ปชช.ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือต้องการพัฒนาในพื้นที่ ต.ตะพง ด้านใด เสนอต่อฝ่ายบริหาร อบต.ตะพง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป

     นายทวีป กล่าวว่า เวทีดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชน ปชช.ในพื้นที่ ได้นำเสนอปัญหาในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาต่อไป ซึ่งปัญหาการจราจรติดขัดจำนวนมากบนถนนสุขุมวิทในพื้นที่ ต.พง โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกไฟแดงตะพง ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว จะพบปัญหารถติดยาวนับกิโลเมตร รวมทั้งมีปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งตามมาด้วย จึงได้มีการเชิญแขวงทางหลวงระยอง มาชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสี่แยกไฟแดงตะพงดังกล่าวขึ้น

      นายสุชาติ เชาว์เสฏฐกุล ผอ.แขวงทางหลววระยอง กล่าวว่า การพัฒนาถนนในพื้นที่ EEC ของจังหวัดระยอง มีจำนวน 11 โครงการ แล้วเสร็จแล้ว 3 โครงการ ส่วนพื้นที่ ต.ตะพง มีถนนทางหลวงหมายเลข 3 หรือสุขุมวิท ซึ่งอยู่ในแผนการการปรับปรุงและพัฒนาเป็นชั้นพิเศษ ตอนที่ 1 ระยะทาง 50 กม.มี 6 ช่องทางจราจรา รูปแบบการก่อสร้างจะมีรางระบายน้ำรองรับน้ำท่วมด้วย พร้อมกับจะมีการก่อสร้างสะพานต่างระดับข้ามแยก 2 ช่วง คือ เชื่อมต่อสะพานต่างระดับข้ามแยกบริเวณหน้า บ.ไออาร์พีซี และบริเวณสี่แยกไฟแดงตะพง ซึ่งบนสะพานจะเป็น 4 ช่องทางจราจร ด้านล่างต้องมาศึกษาอีกครั้งว่า จะใช้แบบวงเวียนคล้ายบริเวณหน้าสำนักงานขนส่งระยอง หรือจะใช้แบบแยกไฟสัญญาณ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของกระบวนการขั้นตอนกฎหมายเรื่องระเบียบเงินงบประมาณ คาดว่าน่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณกลางปีหน้า หากแล้วเสร็จจะสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณดังกบ่าวได้ รวมทั้งปัญหาการอุบัติเหตุจะลดน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ หรือวันหยุดยาว.