Loading

พ่อเมืองระยอง นำข้าราชการ ประชาชน และนักเรียนร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว ในแปลงนาสาธิต ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

       วันที่ 5 ธ.ค.นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการเกี่ยวข้าว เพื่อสืบสานรักษาต่อยอดโครงการพระราชดำริ พร้อมนำลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาสาธิต เนื้อที่ 1.5 ไร่ ซึ่งมีการปลูกไว้เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ภายในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยมีนายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง นายสกนธ์ กรกฎ นอภ.ปลวกแดง ส่วนราชการ ประชาชน และนักเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมฯ

       ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่ 5 ธันวาคม ประจำ 2566 และเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดถึงโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งเพื่อให้ตระหนักในคุณค่าของข้าว วิถีชาวนาไทยและวิถีการทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ นอกจากนี้ยังเป็นการให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วิถีชาวนาไทยและสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวอีกด้วย

       ทั้งนี้สำหรับ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำดอกกราย แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินมา และทรงพระราชทานแนวทางในการพัฒนา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2523 ไว้ทั้งสิ้น 4 ด้าน คือ 1.ทรงแนะนำให้ดำเนินการพัฒนาการเกษตร 2.ทรงแนะนำให้มีศูนย์ปฏิบัติด้านประมง 3.ทรงแนะนำให้จัดตั้งศูนย์กลางการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ และ 4.ทรงแนะนำให้มีศูนย์พัฒนาการเกษตรที่ราษฎรไปดูและศึกษาเรียนรู้…0000

Loading

จังหวัดระยอง จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2566

      เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 5 ธ.ค.66 ที่บริเวณสนามสวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566

       ได้จัดกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้…000

Loading

เทคนิคระยอง เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ ‘อาชีวะสร้างสรรค์ แปรผันสู่ธุรกิจ RRR AWARD 2023’ ประกวดสุดยอดผลิตภัณฑ์ของ นศ.คัดเลือก 20 ทีมจากทั่วประเทศเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ มุ่งพัฒนา ต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นธุรกิจสร้างรายได้แก่ นศ.

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ธ.ค.นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงานแสดงผลิตภัณฑ์ ‘อาชีวะสร้างสรรค์ แปรผันสู่ธุรกิจ RRR AWARD 2023’ ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) วิทยาลัยเทคนิคระยอง ธนาคารออมสิน มีนางธิติมา โรจน์วัชราภิบาล ผอ.สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง นำผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ร่วมพิธีเปิดฯ ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการฐานนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่การเป็นผู้ประกอบการ, บูธ 1 ธุรกิจ 1 สาขาวิชา ภายใต้ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ จำนวน 5 ธุรกิจ, บูธจำหน่ายและแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์รางวัลระดับชาติ ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการระดับ 5 ดาว และการนำเสนอขายสินค้าในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายของ นศ.และการประกวดสุดยอดผลิตภัณฑ์ของ นศ.ที่มีการคัดเลือกจาก 85 ทีม เหลือ 20 ทีมจากทั่วประเทศเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันนี้

        นางธิติมา กล่าวว่า งานดังกล่าว จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาได้มีประสบการณ์ในเชิงลึกในการเป็นผู้ประกอบการ สามารถต่อยอด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือบริการ และสร้างรายได้ระหว่างเรียนได้ โดยได้คัดเลือกทีมธุรกิจจากสถานศึกษาภาครัฐ และเอกชนจากทั่วประเทศ จำนวน 85 ทีม เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 20 ทีม เพื่อคัดเลือกทีมธุรกิจที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงาน เพื่อสร้าง ส่งเสริม พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นธุรกิจ และอาชีพสร้างรายได้แก่ นศ.ต่อไป.

Loading

แห่สมัครเรียนเทคนิคระยอง โควต้าพิเศษเกรดเฉลี่ย 3.00 คึกคัก ผอ.เผยมุ่งพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะสูง ตอบโจทย์ EEC และสู่การเป็นผู้ประกอบการ เพื่อการพัฒนาประเทศ

    เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง พร้อมครู อาจารย์แผนกสาขาวิชาต่างๆ ได้เปิดรับรายงานตัว นศ.โควต้าพิเศษสำหรับนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ย 3.00 ที่จะศึกษาต่อในระดับ ปวช.และปวส.ประจำปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้ปกครองพาบุตรหลาน เดินทางมารายงานตัวจำนวนมาก

        นายกิตติพงค์ กล่าวว่า เทคนิคระยอง มีนโยบายส่งเสริมให้นักเรียนที่มีผลการเรียนดีและมีความประพฤติดี เข้าศึกษาต่อในระดับ ปวช. ปวส.และหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต(ทล.บ.)ในสาขาวิชาต่างๆ ตามความต้องการเป็นกรณีพิเศษ(โควต้า) จึงได้เปิดรับสมัครขึ้นระหว่างวันที่ 25 พ.ย.- 1 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นวันรับรายงานตัวเข้าศึกษาต่อ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ รมว.ศธ.’เรียนดี มีความสุข’ โดยการเปิดรับสมัครดังกล่าว เป็นการประกาศคุณภาพการศึกษาของเทคนิคระยอง ในรอบเกรดเฉลี่ย 3.00 นี้มีเด็กสมัครเข้ามาเต็มจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จะเปิดรับสมัครรอบสอบคัดเลือกเกรดเฉลี่ย 2.75 ซึ่งเทคนิคระยอง มุ่งหวังที่จะสร้างคุณภาพการศึกษา เพื่อที่จะพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะสูง เพื่อการพัฒนาประเทศ และน้อมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 มาอบรมลูกศิษย์ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และก็นำเข้าสู่สากลด้วยการจัดการเรียน การสอนร่วมกันเป็น Education โดยเฉพาะการเรียนในความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น จีน โดยเรียนที่ไทยและจีน จะได้วุฒิการศึกษา 2 ใบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เทคนิคระยอง มุ่งมั่นที่พัฒนา นศ.สู่สถานประกอบการใน EEC หรือสู่การเป็นประกอบการ จึงได้จัดให้มีการเรียน การสอนแบบทวิภาคีขึ้นมา โดยเฉพาะในระดับ ปวส.เป็นรูปแบบการเรียน การสอนแบบทวิภาคีเต็มทุกสาขาวิชา พร้อมกันนี้ยังเปิดการเรียน การสอนขึ้นมาเพิ่มอีก 2 สาขา คือสาขายานยนต์ไฟฟ้า และสาขาสถาปัตยกรรม ทั้งนี้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโลกปัจจุบัน สร้างกำลังคนให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในสถานประกอบการในเขต EEC.

Loading

ระยอง เปิดงาน’หาดแม่รำพึง หร่อย ริม เล’ เทศกาลอาหารอร่อย ดนตรี และของดีจังหวัดระยอง ชิม ช้อป กับร้านอาหารเด็ดกว่า 100 ร้านค้า พบคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

     เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่บริเวณถนนบ้านช่น-หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นอภ.เมืองระยอง เป็นประธานเปิดงาน”หาดแม่รำพึง หร่อย ริม เล” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 ธ.ค.นี้ โดยมีนายทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายพงศกรณ์ ชูช่อวงศ์  ผู้จัดการทั่วไป- ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ บ.SPRC น.ส.พรทิพย์ วีระพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมสัมพันธ์บ.SPRC นายนิทัศน์ นุ่นสง หัวหน้าอุทยานเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด และนายอดิศร พัฒนภักดี ประธานชมรมผู้ประกอบการหาดแม่รำพึง ร่วมพิธีเปิดงานฯ

        ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมผู้ประกอบการหาดแม่รำพึง ททท.สำนักงานระยอง อบต.ตะพง และ บ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนิ่ง จำกัด(มหาชน) หรือ SPRC ในงานได้มีการเนรมิตพื้นที่ริมชายหาดแม่รำพึงเป็นเทศกาลอาหาร ดนตรี และของดีจังหวัดระยอง สุดยิ่งใหญ่ตระการตากับ แสง สี เสียง พร้อมมีร้านอาหารชื่อดังกว่า 100 ร้าน ผลิตภัณฑ์ 0TOP กว่า 20 เมนูเด็ดมาให้ นทท.เลือกชิม ช้อปอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตสนุกสุดมันส์จากศิลปินชื่อดังทุกคืน มีตรี ชัยณรงค์ Dramma stream และ moccar garden ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอาหารถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่หาดแม่รำพึง และสร้างภาพลักษณ์ ทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว หาดแม่รำพึง ซึ่งเป็นหาดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม มีแนวทิวสนร่มรื่นตลอดแนวหาด ทรายละเอียดนุ่มเท้า และเรียบเป็นแนวทอดยาว 12 กม.อีกด้วย.

Loading

ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ Sustainable Manufacturing Center (SMC) เปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน

       เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ Sustainable Manufacturing Center (SMC) ภายใต้เมืองนวัตกรรมระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์และ- อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (ARIPOLIS) ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) หน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ พันธมิตรภาคอุตสาหกรรม จัดกิจกรรม เปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน: SMC OPEN HOUSE 2023 ภายใต้แนวคิด “การผลิตแบบยั่งยืน เส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสีเขียว” ครั้งแรกของการรายงานผลสำรวจ ระดับความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 ของไทย ปี 2566 พร้อมอัปเดตผลงาน ความก้าวหน้าการดำเนินงาน และบริการที่ผ่านมา รวมทั้ง แผนงาน/กิจกรรม ที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 ของ SMC ซึ่งภายในงานมี การบรรยายพิเศษจากตัวอย่างความสำเร็จในปรับตัวสู่ Industry 4.0 จากภาคเอกชน  โดยมี ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย

       ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) กล่าวว่า เป้าหมายหลักของศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมไทยก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 โดยส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมสามารถนําเทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรมมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตของโรงงาน ในปีนี้ การเปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน: SMC Open House 2023 ได้จัดงาน “ภายใต้แนวคิด “การผลิตแบบยั่งยืน เส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสีเขียว” ในรูปแบบ Low-Carbon Emission Event ที่มุ่งลดปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจากระดับปัจจุบัน นับเป็นกิจกรรมแรกๆ ที่ผนึกกำลังของหน่วยงาน ร่วมกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างแนวทางและตัวอย่างในการจัดงานที่ยั่งยืน การดำเนินงานในปี 2566 ของ SMC มีจำนวนโรงงาน ผู้ประกอบการ ที่ได้รับถ่ายทอดเพื่อยกระดับ อุตสาหกรรมให้ใช้เทคโนโลยี ARI (Automation Robotic and Intelligent System) นำไปใช้สะสมจำนวน 178 หน่วยงาน โดยผ่านบริการด้านต่างๆ ของศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน เช่น การที่ได้รับบริการประเมินความ พร้อมโรงงานด้วย Thailand i4 index การให้คำปรึกษา เพื่อขอรับการสนับสนุนด้าน สิทธิประโยชน์ BOI และบริการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคของ SMC จำนวนทั้งสิ้น 153 ราย การให้บริการฝึกอบรมถ่ายทอด เทคโนโลยีเพื่อยกระดับความพร้อมฯ ของ SMC จำนวนรวม 1,479 คน อีกทั้งสร้างผลกระทบทางสังคมและ การหมุนทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า เกิด Impact 5,262.24 ล้านบาท ผลักดันให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรม มากกว่า 120 ล้านบาท  สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานใน ปี 2567 SMC มุ่งเป้าการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยืดหยุ่น มุ่งสู่ Industry 5.0 ผ่านกลไก 3-4-5 อันได้แก่ 3 มิติของการพัฒนาสู่ความยั่งยืน  มุ่งเป้าความยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม  4 หัวข้อหลักในการวิจัยพัฒนาและให้บริการ ประกอบด้วย 1) การวัดระดับความพร้อมของอุตสาหกรรมตามแนวทาง Thailand i4.0 Index ซึ่งปีนี้จะเพิ่มเครื่องมือให้โรงงานประเมินตนเองเบื้องต้นได้   2) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในโรงงาน SMC จะเปิดบริการเครื่องมือช่วยพัฒนา Edge IoT และ Machine Learning โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม รวมถึงเริ่มนำ ChatGPT สัญชาติไทยมาให้บริการร่วมกับหุ่นยนต์บริการ   3) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก SMC พร้อมให้บริการศูนย์ทดสอบมอเตอร์ไฟฟ้าแห่งเดียวในประเทศที่สามารถทดสอบมอเตอร์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดสูงสุด 380 kW ได้ตามมาตรฐานนานาชาติ เช่น ISO-21782 และ UNECE-R85 และร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับใช้เป็นระบบคำนวณและทวนสอบ เพื่อให้สามารถรองรับภายใต้ข้อกำหนดของมาตรการการปรับภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) และ 4) การพัฒนายกระดับศักยภาพของบุคลากรในภาคการผลิต ผ่านโครงการ SMC Academy และ EEC Model Type B 5 สิทธิประโยชน์สุดพิเศษ ที่เตรียมให้กับสมาชิก SMC ในปี 2567 ประกอบด้วย 1) รับการประเมิน Thailand i4.0 Index ฟรีโดยผู้เชี่ยวชาญของ SMC 2) การใช้งานเครือข่าย 5G Private Network, AIS Paragon Platform และ AIS 5G Manufacturing Platform สนับสนุนโดย AIS 3) เครื่องมือสร้างอุปกรณ์ AIoT Edge Computing พร้อมที่ปรึกษาการพัฒนาและติดตั้ง สนับสนุนโดย Smart Sense 4) เครื่องมือ IoT ตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานเชิงลึก สนับสนุนโดย INET และ 5) การประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเบื้องต้นของโรงงาน สนับสนุนโดย บีไอจี 

        ดร. รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 เผยผลการสำรวจ ระดับความพร้อมอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทยประจำปี 2566 ด้วยดัชนี้ชี้วัด Thailand i4.0 Index โดยสำรวจบริษัทในภาคการผลิตจำนวน 150 บริษัท พบว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมของประเทศอยู่ในระดับ 2.8 (เต็ม 6) โดยการสำรวจเน้นใน 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศคือ ยานยนต์และชิ้นส่วน (53 ราย ค่าเฉลี่ย 2.71) อาหารและเครื่องดื่ม (39 ราย ค่าเฉลี่ย 2.77) ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (21 ราย ค่าเฉลี่ย 2.83) และ ที่เหลือเป็นอุตสาหกรรมอื่นๆ ในมิติของขนาดกิจการ ผู้ประกอบการขนาดเล็กมีค่าเฉลี่ยระดับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2.38 ผู้ประกอบการขนาดกลางมีค่าเฉลี่ยระดับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2.45 ผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีค่าเฉลี่ยระดับ อุตสาหกรรมอยู่ที่ 3.07 การตรวจวัดระดับนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการทราบสถานะปัจจุบันของตนแล้ว ยังทำให้ทราบว่า ตนอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยหรือผู้นำในอุตสาหกรรมเดียวกันอยู่เพียงใด อีกทั้งยังช่วยแนะนำจุด ที่ควรเริ่มต้นปรับปรุง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ออกมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยใช้ผลการประเมิน Thailand i4.0 Index เป็นเกณฑ์การพิจารณา ผู้ประกอบการสามารถนำเงินลงทุน 100% ไปหักจากภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นเวลา 3 ปี

      ดร. รวีภัทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับบันได 4 ขั้น ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ขั้นแรกคือ การประเมินความพร้อมด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ที่ www.nstda.or.th/i4platform/checkup เพื่อให้ทราบว่าเบื้องต้นอุตสาหกรรมของตนอยู่ในระดับใด ขั้นที่สอง คือการประเมินความพร้อมในการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำในการยกระดับโรงงาน โดยผู้ประกอบการและพนักงานอาจเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และทักษะด้านอุตสาหกรรม 4.0 ด้วย ขั้นที่สาม คือการรับคำแนะนำในการยกระดับอุตสาหกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และสิทธิประโยชน์ และอาจนำแผนงานมาทดสอบจำลองสถานการณ์ (Simulation) ด้วย Testbed อาทิ เครื่องจักร สายการผลิต และระบบดิจิทัลที่มีให้บริการ ก่อนลงทุนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และกระบวนการผลิตภายในโรงงานจริง เพื่อลดการสูญเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย  และขั้นสุดท้ายคือการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม นำไปสู่การเพิ่มความยืดหยุ่นในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน ลดข้อเสีย และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ทั้งนี้ได้เปิดระบบให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าทำการประเมิน Thailand i4.0 Index ได้ด้วยตนเองได้แล้ววันนี้ ผ่านเว็บไซต์ www.nstda.or.th/i4platform และเข้าไปยัง i4.0 Checkup ซึ่งเป็นระบบ Online Self-Assessment โดยผู้ประกอบการสามารถป้อนข้อมูลและรับผลการประเมิน ได้ทันที ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องการรับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก สามารถสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์ SMC เพื่อรับการประเมินได้ฟรี

        ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ Sustainable Manufacturing Center (SMC) อยู่ภายใต้การดูแล ของศูนย์เทคโนโลยี- อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ภายในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ตั้งอยู่ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิต ผู้พัฒนาระบบ นวัตกร นักวิจัยตลอดจนนักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งในรูปแบบการสาธิต การเรียนรู้และการทดลองปฏิบัติจริง รวมไปถึงกิจกรรมวิจัย เพื่อการสร้างนวัตกรรม SMC ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการ พัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย เพื่อมุ่งไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) และส่งแรงขับเคลื่อนถึงการ เป็นประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Thailand 4.0) ตั้งขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563

Loading

สทนช. เสนอร่างผังน้ำฉบับสมบูรณ์ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนพิจารณาให้ความคิดเห็น ก่อน ชง กนช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา

       เช้าวันนี้ (29 พ.ย. 2566) นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมผังน้ำ ครั้งที่ 3 โครงการจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่ห้องจันทร์สุดา โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น ระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด รวม 150 คน

         รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า การจัดทำผังน้ำมีการรับฟังความคิดเห็นตลอดการศึกษารวม 3 ครั้ง โดยดำเนินการไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 1 ดำเนินการเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 เพื่อนำเสนอ (ร่าง) ผังน้ำให้ผู้มีส่วนได้เสียพิจารณา และมีส่วนร่วมในการจัดทำผังน้ำ และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2566 เพื่อนำเสนอ (ร่าง) ผังน้ำ ที่ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะในคราวการประชุมผังน้ำ ครั้งที่ 1 ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพิจารณาและมีส่วนร่วมในการจัดทำผังน้ำ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม และครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 3 เพื่อนำเสนอ (ร่าง) ผังน้ำฉบับสมบูรณ์ที่ปรับแก้หลังผ่านการประชุมผังน้ำ ครั้งที่ 2 และให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในผังน้ำที่เกี่ยวข้องทั้งในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือได้รับผลกระทบจากการมีผังน้ำ ได้ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและสมบูรณ์ของข้อมูล พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ก่อนนำเสนอ กนช. ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ แล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

         รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สทนช.ได้มีการปิดประกาศผังน้ำลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกและรายการประกอบผังน้ำที่สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 2 ที่ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล และที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็น โดยสามารถดาวน์โหลด ผังน้ำและรายการประกอบผังน้ำ รวมทั้งไฟส์ขอบเขตขององค์ประกอบของผังน้ำและคู่มือการใช้งานผังน้ำได้ผ่านทาง OR Code ที่แนบท้ายประกาศ จึงขอเชิญชวนประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของ หรือครอบครองที่ดิน หรืออาคาร ที่ตั้งอยู่ในเขตผังน้ำ ร่วมดาวน์โหลดผังน้ำและข้อมูลต่างๆ รวมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อผังน้ำและรายการประกอบผังน้ำ ทั้งนี้ นอกจากประกาศที่ติดตามที่ทำการต่างๆ ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด 5 แห่ง ที่ทำการอำเภอ 31 แห่ง ที่ทำการเทศบาลต่างๆ จำนวน 70 แห่ง และที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล 48 แห่ง รวม 154 แห่ง โดยครอบคลุมเขตการปกครอง 156 ตำบล 31 อำเภอ 5 จังหวัด

        นอกจากนี้ สทนช. ยังได้เผยแพร่แผนที่แสดงขอบเขตลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกและระบบทางน้ำ แผนผังแสดงผังน้ำ แผนที่แสดงพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ และรายการประกอบผังน้ำ ทางระบบอินเทอร์เน็ตของ สทนช. (www.org.go.th) ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2567 ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียในเขตผังน้ำมีสิทธิเสนอข้อสอบถาม ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นต่อผังน้ำและรายการประกอบผังน้ำดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเสนอคำร้องตามแบบฟอร์มที่อยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตของ สทนช. ภายในวันที่ 12 มกราคม 2567 ทั้งนี้ เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดให้ส่งข้อสอบถาม ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจะทำการรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปผลการพิจารณาข้อสอบถาม ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นดังกล่าว รวมทั้งผลการปรับปรุงผังน้ำและรายการประกอบผังน้ำ (ถ้ามี) โดยนำเสนอให้ผู้สนใจได้รับทราบผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (www.onwr. go.th) หลังครบกำหนดการรับฟังความคิดเห็น “สทนช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการครั้งนี้จะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันพิจารณา “ผังน้ำ ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก” เพื่อให้หน่วยงานสามารถนำผังน้ำไปใช้ประกอบการพิจารณาการใช้ที่ดินให้เหมาะสม สอดคล้องกับระบบทางน้ำและใช้ประกอบการบริหารจัดการน้ำในเขตลุ่มน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Loading

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับมือกรมบัญชีกลาง และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง จัดงาน MiT RoadShow 5 ภูมิภาค-ตะวันออก ‘MiT สร้างโอกาสสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ’

     เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงาน MiT RoadShow 5 ภูมิภาค-ตะวันออก ‘MiT สร้างโอกาสสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ’ ซึ่งจัดขึ้นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง มีนายนาวา จันทนสุรคน ปธ.คณะอนุกรรมการกำกับการขึ้นทะเบียน MiT(Made in Thailand) และนายสงวน แสงวงศ์กิจ ปธ.สภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นางสาวธนพร จูแย้ม นักวิชาการชำนาญการ คลังจังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติฯ โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจำนวนมาก ภายในงานมีการเสวนาเรื่อง แนวทางปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2563 บูธแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในพื้นที่

      สำหรับโครงการ Made in Thailand เป็นโครงการที่จะช่วยสร้างความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ความภาคภูมิใจของสินค้าไทยต่อชาวไทยและนานาชาติ มีตลาดเป้าหมายที่เป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริโภค และการส่งออก โดยโครงการ Made in Thailand (MiT) ได้เริ่มเปิดตัวแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนมีนาคม 2564 เพื่อเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยสภาอุตสาหกรรมฯ และกรมบัญชีกลาง ร่วมกันผลักดันผ่านกฎกระทรวง สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐซื้อสินค้าไทยที่ได้รับการรับรอง Made in Thailand(MiT) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถยกระดับพัฒนาสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดการค้าภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการมาขึ้นทะเบียนแล้ว 5,000 ราย จำนวนสินค้าที่รองรับมากกว่า 50,000 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ขึ้นทะเบียนรับรอง MiT สูงสุด 5 ลำดับแรก คือ อุปกรณ์งานก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก ปูนซีเมนต์ และเครื่องปรับอากาศ และอื่นๆ ได้แก่ สินค้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ทำให้เกิดการกระจายเม็ดเงินสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับ SMEs ถึงรากหญ้าต่อไป และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากภาครัฐสู่ผู้ประกอบการ และอีกเป้าหมายหนึ่งคือ การเร่งส่งเสริมสินค้าที่ได้รับรอง Made in Thailand เพื่อสร้างความภูมิใจ ความเชื่อถือ และความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน ผู้บริโภค และนำสินค้า Made in Thailand ออกสู่ตลาดโลกผ่านการส่งออก.

Loading

ระยอง ชวนเที่ยวงานเทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด 7-11 ธ.ค.66 นี้ ชิมอาหารทะเล-ชมฟรีคอนเสิร์ตศิลปินดัง มุ่งดึงนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวงาน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาในพื้นที่

       เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่บริเวณลานหมุดกวีที่ 18 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายไพรัตน์ อรุณเวสสะเศรษฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเพ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลเที่ยวทะเลหาดบ้านเพ-เกาะเสม็ด ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.66 นี้ ที่บริเวณท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลบ้านเพ อ.เมือง จ.ระยอง มีนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นอภ.เมืองระยอง นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง และนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนา และยกระดับร้านค้า ร้านอาหารทะเลสด อาหารท้องถิ่นให้เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงการกระตุ้นประชาชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้ยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาและส่งเสริมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวด้วย

       นายไพรัตน์ กล่าวว่า งานดังกล่าว มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาร่วมงาน ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านเพ จังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจด้านการบริการ ร้านค้า และการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย ซึ่งภายในงานฯ จะมีร้านอาหารทะเลซีฟู้ดสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน และของดีของเด่นจังหวัดระยอง  120 บูธ เปิดจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติ รวมทั้งมีฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ตลอดทั้ง 5 วัน มีสล็อตแมชชีน บุรินทร์ กระแต อาร์สยาม สงกรานต์ และเจนี่ ลิลลี่เต็มวงอีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลสุนทรภู่ จัดงานลอยกระทง ลงทะเล นำโคมลอยทรงบอลลูนขนาดใหญ่โชว์นักท่องเที่ยว พร้อมจุดพลุอย่างสวยงาม

      เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่บริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง น.ส.กานต์จรัส เอียดทองใส นอภ.แกลง เป็นประธานเปิดงานประเพณีลอยกระทง ลงทะเล ประจำปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลสุนทรภู่ มีนายคเชนทร์ แจ่มใส นายกเทศมนตรีตำบลสุนทรภู่ นำหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ร่วมเป็นเกียรติ

      โดยในงานได้จัดให้มีการลอยกระทง ลงทะเลบริเวณโป๊ะยาง มีทุ่นลอยดักวัสดุกระทง และเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำเก็บกระทงทุกชิ้นไม่หลุดลอดทำลายสิ่งแวดล้อม หลังงานประเพณีลอยกระทงเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมประกวดกระทง โชว์โคมลอยทรงบอลลูนขนาดใหญ่สีสันสวยงาม พร้อมมีการจุดพลุสวยงามตระการตาด้วย ทั้งยังมีเวทีคอนเสิร์ต และการจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นถิ่นด้วย โดยการจัดงานประเพณีลอยกระทง ลงทะเลดังกล่าว มุ่งส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน องค์กร ผู้ประกอบการ เยาวชน และประชาชนได้มีส่วนร่วมบูรณาการความร่วมมือกันผ่านกิจกรรมงานประเพณีลอยกระทง และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานประเพณีลอยกระทงให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่งานประเพณีลอยกระทง ภายใต้แนวคิดลอยกระทง ลงทะเลให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย.