Loading

ผู้ประกอบการร้านอาหาร จับมือวิสาหกิจชุมชนใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และเทศบาลตำบลบ้านฉาง จัดงานสตรีทฟู้ด   @หาดพยูน กระตุ้นท่องเที่ยว ชวนประกวดแต่งผีชิงเงินรางวัลรับวันฮาโลวีน

      เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 ต.ค.67 ที่บริเวณหาดพยูน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง เป็นประธานเปิดงาน ‘สตรีทฟู้ด@หาดพยูน’ ท่องเที่ยววิถีไทย ตามรอยมหาราชที่สร้างชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจัดขึ้นโดย อ.บ้านฉาง เทศบาลตำบลบ้านฉาง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนริช 865 ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย.นี้ มีนายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง และนางศุภร จุลทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนริช 865 ร่วมงานฯ ภายในงานมีกิจกรรมการบวงสรวงพระบรมรูปจำลองพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การแสดงดนตรีสด การจำหน่ายสินค้าชุมชน อาหารทะเลสดๆ แบบ ‘ชั่งนั่งกิน’ อาหารพื้นถิ่น และอาหารคาวหวานที่หลากหลายด้วย นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดให้มีการประกวดแต่งกายผีโคฟเวอร์แดนซ์แบบผีๆ ประกวดธิดา – เทพีฮาโลวีน ประกวดหมา-แมวแต่งกายธีมฮาโลวีน ประกวดร้องเพลง ชิงเงินรางวัลรับวันฮาโลวีน ประจำปี 2567 และมี ปชช.ที่เที่ยวงานแต่งกายเป็นผีมาเดินในงานด้วย  

      ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร และประชาชนในพื้นที่โดยตรงทั้งยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่หาดพยูน และสร้างแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.ระยองด้วย รวมทั้งเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ชายหาดพยูน พร้อมเลือกชิม ช้อปอาหารทะเลสดๆ อาหารพื้นถิ่นที่มาร่วมออกบูทจำหน่าย 100 ร้านค้าอีกด้วย.

Loading

โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง เปิดการแข่งขันกีฬาภายใน ‘ประดู่เกมส์’ ประจำปี 2567 มุ่งส่งเสริมสุขภาพพลานามัยของนักเรียนให้แข็งแรงสมบูรณ์ และส่งเสริมกาเล่นกีฬาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

       เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ต.ค.ที่สนามกีฬาโรงเรียนวัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประภาพันธ์ วิเวก รอง ผอ. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี-ระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภายในของโรงเรียนวัดป่าประดู่ ‘ประดู่เกมส์’ ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ต.ค.- 1 พ.ย.นี้ โดยมีนางสุมาลี สุขสาร ผอ. โรงเรียนวัดป่าประดู่ นำครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดป่าประดู่ ให้การต้อนรับ และร่วมงาน

       โดยการแข่งขันกีฬาภายในดังกล่าว มีการแบ่งนักเรียน และนักกีฬาออกเป็น 5 สี ประกอบด้วย สีเหลือง ชมพู เขียว ส้ม และฟ้า รวมนักกีฬา 2,806 คน มีกีฬาใช้แข่งขัน 13 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เทเบิลเทนนิส เปตอง แชร์บอล ตะกร้อ แอโรบิค โคฟเวอร์แดนซ์ อีสปอร์ต กรีฑา และกีฬาพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการด้วย และมีประกวดกองเชียร์ เพื่อเป็นการสร้างสีสันในงานอีกด้วย

       ทั้งนี้การแข่งขันดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของนักเรียนให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬา รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะทางด้านกีฬาให้แก่นักเรียน รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างความรู้รักสามัคคีและการทำงานร่วมกันของนักเรียน เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกด้านต่างๆ ของนักเรียน นอกจากยังเป็นการเพื่อคัดเลือกตัวนักกีฬา เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปทำการแข่งขันในระดับต่างๆ ต่อไปอีกด้วย.

Loading

เทคนิคระยอง จับมือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเกาหลี และชมรมชาวเกาหลี เปิด ‘โครงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี’ มุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย-เกาหลี รับประชาคมอาเซียนและกรอบความร่วมมืออาเชียน+3 (ASEAN+3)

      เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่โดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายชรินทร์ ชูชื่น นายอานุภาพ วาสะสิริ นางณัฐธารีย์ สิริกุลปัญญาพร และนายชาคริต รุ่งรัตน์ รอง ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง และ Ms. Kim Sun Hee ครูอาสาสมัครชาวเกาหลี ร่วมเปิด ‘โครงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี’ ภายในงานมีพิธีเปิดศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี การสาธิตและแสดงทางวัฒนธรรมของเกาหลี ได้แก่ การแสดงชามูลโนรี (เครื่องดนตรีพื้นบ้านเกาหลี) การสาธิตการทำกิมจิ คิมบับ ต็อกบกกี สาธิตการละเล่น เจกี ตั๊กจี ถ่ายภาพในชุดฮันบก งานประดิษฐ์กระดาษ การแข่งขัน K-POP Dancing Contest และ K-POP Singing Contest ของนักเรียน นักศึกษา

       ทั้งนี้ การจัด ‘โครงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี’ ดังกล่าว จัดขึ้นโดยหมวดวิชาภาษาต่างประเทศ แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ วิทยาลัยเทคนิคระยอง และ Korea International Cooperation Agency (KOICA) หรือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเกาหลี และชมรมชาวเกาหลี โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย-เกาหลี โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้เรียนและบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมกับอาสาสมัคร KOICA เพื่อเรียนรู้และปรับตัว รองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและกรอบความร่วมมืออาเชียน+3 (ASEAN+3) ต่อไป.

Loading

พาณิชย์ปทุมฯ จัดเสวนาเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร สร้างขุมพลังแห่งการแข่งขันในโลกธุรกิจไร้พรมแดน พร้อมรับมือทำ MOU ตั้งเป้ามูลค่ากว่า 8,000,000 บาท

       พาณิชย์ปทุมธานี ร่วมกับพัฒนาชุมชนปทุมธานี และพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จัดกิจกรรมเสวนา ‘ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing’ โครงการส่งเสริมธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Business) กิจกรรมหลัก เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล การตลาด เสริมแกร่งด้านตลาดดิจิทัลให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้ประกอบการนับ 100 ราย เตรียมความพร้อมสร้างมูลค่าการค้าจากการทำ MOU กว่า 8,000,000 บาท

        นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการเสวนาด้านการตลาดดิจิทัล ในกิจกรรมเสวนา ‘ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing’ โครงการส่งเสริมธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Business) กิจกรรมหลัก เพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องจูปิเตอร์ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการปรับตัว ปรับแนวคิด โดยคำนึงถึงการค้าและธุรกิจรูปแบบใหม่ ผ่านนโยบายต่างๆ อาทิ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาเสริมสร้างศักยภาพการค้าให้เป็นรูปธรรม การบริหารให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ประกอบการ การทำงานเชิงรุกระหว่างพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการนำสินค้าไทยไปขายในต่างประเทศ โดย ‘รักษาตลาดเดิม เสริมตลาดใหม่’ การแก้ไขข้อจำกัดของกฎหมายหรือปรับปรุงข้อกฎหมายที่เก่าล้าสมัยให้ทันสมัย เป็นเรื่องที่จำเป็น การร่วมขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดและเชื่อมต่อกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการเร่งผลักดันการส่งออกให้ตัวเลขเป็นบวกยิ่งกว่าเดิม ผ่านกลไกการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยเปิดตลาดการค้าใหม่ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล เพื่อให้สามารถแข่งขันและขยายช่องทางการตลาด สามารถสร้างโอกาสทางการค้า ทำให้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น และยังทำให้ผู้ผลิตสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้โดยตรงอีกด้วย

       ‘การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งพัฒนาภาคกลางให้เป็น ‘ฐานการผลิตสินค้าและบริการ มูลค่าสูง’ ซึ่งภาคกลางถือเป็นภาคที่มีบทบาทสําคัญในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกที่หลากหลาย และมีศักยภาพสูง การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นการเสริมศักยภาพด้านการตลาดดิจิทัลให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้ประกอบการให้สามารถขยายตลาดได้เพิ่มขึ้นในช่องทางใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคด้วย’

           ด้าน นายนิมิตร ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่ามีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด รวมถึงยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งประกอบด้วย 4 จังหวัดคือ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนครปฐม โดยมีผู้เข้าอบรม จำนวน 100 คน เป็นเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ซึ่งรูปแบบของกิจกรรมจะเป็นการเสวนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียน โดยวิทยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการตลาดดิจิทัล และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีการจัดพื้นที่แสดงสินค้า showcase เพื่อเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายเจรจาธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล 4 จังหวัด และมีการจัดบูธให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ด้านการเงิน และสินเชื่อกับผู้ประกอบการ ซึ่งกิจกรรมเสวนาเป็นกิจกรรมแรกของโครงการฯ ที่จะพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อนำไปต่อยอดสู่กิจกรรมการส่งเสริมช่องทางการตลาด ในกิจกรรมที่ 2 ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปและอุตสาหกรรมเกษตร จำนวน 1 ครั้ง ระยะเวลาการจัดงาน 5 วัน และจัดเจรจาธุรกิจการค้า Offline/ Online ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.67 นี้ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ซึ่งคาดว่าจะสามารถต่อยอดเจรจาธุรกิจซื้อขายสินค้า เกิดมูลค่าการค้าได้ไม่น้อยกว่า 8,000,000 บาท ‘กิจกรรมครั้งนี้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการ ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลจากทั้ง 4 จังหวัด จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการขยายตลาดสินค้าในช่องทางการตลาดใหม่ๆ เนื่องจากเกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ในการขยายช่องทางการจําหน่ายสินค้า จึงส่งผลทำให้สินค้าไม่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ และไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งหลังจากการเสวนาในครั้งนี้เสร็จสิ้น ก็เชื่อว่าเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการเสวนา จะสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงพัฒนาธุรกิจของตนเอง เพื่อทำให้เกิดการยกระดับสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม รองรับตลาดในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น’

  พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลว่าเป็นกลุ่มที่มีลักษณะเด่นคือเป็นเมืองศูนย์กลางการบริการ ธุรกิจและการพาณิชย์ การขนส่ง การศึกษา และเมืองที่อยู่อาศัย และยังเป็นฐานการผลิตและการบริการเชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์ ประกอบกับปัจจุบันแนวโน้มของผู้บริโภคมีความนิยมบริโภคสินค้าปลอดภัย และให้ความสําคัญในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทําให้พฤติกรรมในการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่มีการศึกษา และอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งจะนิยมเลือกซื้อสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมักเป็นกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง ซึ่งการเรียนรู้ทักษะด้านการตลาดดิจิทัล หรือตลาดออนไลน์จะสามารถช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า และก่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับโจทย์ความต้องการของตลาดได้มากขึ้นด้วย.

Loading

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จับมือกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด จัดทำโครงการ ‘แนวกันขยะแม่น้ำระยอง’ โดยนำไม้ไผ่ปักตามแนวสะพานทางเดินแม่น้ำระยอง ป้องกันขยะลอยเข้าติดป่าชายเลน

     เมื่อวันที่ 30 ต.ค.67 ที่กลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง นางณิชาพร คุ้มท้วม ผอ. กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อบจ.ระยอง นายธเนศ มั่นน้อย ผอ. ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 น.ส.ดวงกมล ร่มรื่น ประธานกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด นายไพฑูรย์ รัตนพรวารีสกุล สจ.ระยอง และนายอดิศร วังมูล ผอ. สายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บ.บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ร่วมเปิดโครงการ ‘แนวกันขยะแม่น้ำระยอง’ ซึ่งจัดขึ้นโดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีฯ โดยได้ร่วมกันนำลำไม้ไผ่ปักตามแนวสะพานทางเดินริมแม่น้ำจุดผูกเรือประมง และสะพานแนวป่าชายเลน เพื่อดักขยะที่ลอยมากับน้ำไม่ให้เข้าพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บ รวมทั้งได้ร่วมกันเก็บขยะชายหาด

      โครงการ ‘แนวกันขยะแม่น้ำระยอง’ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ขยะเข้าป่าชายเลน บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด และออกสู่ทะเล เพื่อทำให้แม่น้ำระยองสะอาด เกิดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งแม่น้ำระยองและมีการบริหารจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฯ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มประมงฯ ในพื้นที่ โดยโครงการนี้จะสร้างแนวกันขยะระยะทาง 40 เมตร ที่ทำจากไม้ไผ่สดขนาดเส้นรอบวง 4 นิ้ว ยาว 2.5 เมตร ประมาณ 400 ท่อน (ปักตามแนวสะพานทางเดิน) โดยร่วมมือกับสมาชิกกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะในป่าชายเลนได้ถึง 2,800 กิโลกรัมต่อปี หรือคิดเป็น 61.24% ของขยะในพื้นที่ ทั้งนี้โครงการแนวกันขยะแม่น้ำระยอง ที่จัดขึ้นดังกล่าวมุ่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง.

Loading

กลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด จ.ระยอง วอนนักท่องเที่ยวช่วยอุดหนุนซื้อปูม้า หลังช่วงนี้จับได้มาก ยันราคาเป็นกันเอง ถูกกว่าผ่านพ่อค้าคนกลาง

     เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาว ลมทะเลนิ่ง ชาวประมงในกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง ได้ออกทะเลจับปูม้าได้มากขึ้น สมาชิกในกลุ่มมีอยู่จำนวน 28 ราย สามารถวางอวนจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น โดยเฉพาะปูม้าออกเรือจับขึ้นมาได้ต่อรายครั้งละ 30 กก. ซึ่งได้มีนำมาวางขายถนนริมหน้าชายหาดแสงจันทร์ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง บริเวณที่ทำการของกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอดทุกวัน

     นายปั๊ง พร้อมเพรียง สมาชิกกลุ่มประมงเรือเล็กเก้ายอด เปิดเผยว่า ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ทำให้ชาวประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น ทั้งปูม้า หมึก กุ้ง หอยและปลาหลากหลายชนิด จึงอยากวิงวอนให้นักท่องเที่ยวได้มาอุดหนุนอาหารทะเลของทางสมาชิกฯ ซึ่งเป็นอาหารทะเลที่จับขึ้นมาสดๆ และช่วงนี้ปูม้า จับได้เยอะเป็นพิเศษ สมาชิกฯ 28 รายในกลุ่มจับปูม้าได้กว่า 30 กก. ทุกลำ จับขึ้นมาวางขายแบบสดๆ ทันที และราคาย่อมเยาว์ ถูกกว่าท้องตลาดที่มีพ่อค้าคนกลาง และราคาสามารถต่อรองได้ รวมทั้งอาหารทะเลอื่นๆ ด้วย ก็ราคาเป็นกันเองอีกด้วย จึงอยากให้นักท่องเที่ยว ได้ลองแวะเวียนเข้ามาลองเลือกซื้อดู

     นายปั๊ง เปิดเผยต่อว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้อาหารทะเลขายไม่ค่อยดี โดยเฉพาะปูม้าที่มีการจับได้มากขึ้น ชาวประมงก็ได้มีการลดรอบการวางอวนลงด้วย เพื่อให้ได้ปูม้าได้ในปริมาณที่พอประมาณ เนื่องจากถ้าจับขึ้นมาเยอะ ขายไม่หมดจะทำให้เน่าเสีย ขาดทุน นอกจากนี้ที่สำคัญทางกลุ่มประมงฯ ยังมีการรณรงค์ให้ชาวประมงไม่จับสัตว์น้ำในช่วงที่มีการวางไข่ หรือปูม้าที่อยู่ในช่วงสลัดไข่ เพื่อให้สามารถมีสัตว์น้ำจับขายได้ตลอดไปอีกด้วย.

Loading

เทคนิคระยอง ดึงสถานประกอบการ 118 แห่ง ลงนาม MOU จัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี-ผลิตกำลังคนให้มีสมรรถนะสูง มีอาชีพ ตรงตามสถานประกอบการ

วิทยาลัยเทคนิคระยอง ลงนามความร่วมมือการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีกับสถานประกอบการ เพื่อร่วมพัฒนาคนสมรรถนะสูง สร้างอาชีพที่ทันสมัยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และผลิตกำลังคนให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ต.ค.67 ที่โดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อร่วมพัฒนาคนสมรรถนะสูง สร้างอาชีพที่ทันสมัย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยมีนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง ลงนามร่วมกับสถานประกอบการ จำนวน 118 แห่ง มีสถานประกอบการร่วมจัดการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยี และสถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี หน่วยภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน สถานศึกษาสังกัด สพฐ. สกร. ท่ามกลางสักขีพยานจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการมอบโล่หน่วยงาน องค์กร และสถานประกอบการผู้มีอุปการะคุณในการอุทิศตนเพื่อพัฒนาการศึกษา จำนวน 76 แห่ง และบูธนิทรรศการผลงานการจัดการเรียนการศึกษาศูนย์บมเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระยอง มาแสดงโชว์ในงานด้วย

ทั้งนี้พิธีลงนามความร่วมมือจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ สามารถพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะเท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันและเชื่อมโยงองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ด้านความรู้ ด้านทักษะและด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบตามมาตรฐานการเรียนรู้แต่ละระดับการศึกษาการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติเป็นไปตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐานของชาติกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ ตลอดจนยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ รวมทั้งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ เกิดความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาผู้สอนทั้งในสถานศึกษาและสถานประกอบการ และสร้างแรงจูงใจใฝ่เรียนของผู้เรียน พัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ยังเพื่อรองรับความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี จึงเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่กำหนดสมรรถนะของผู้สำเร็จการศึกษาจากความต้องการของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐอย่างแท้จริงอีกด้วย

นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า การลงนาม MOU กับสถานประกอบการที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีคือ อันดับแรก จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถานประกอบการเองที่จะได้คนที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของสถานประกอบการเองว่าจบไปแล้วสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องไปฝึกใหม่ ส่วนประโยชน์ของผู้เรียน ก็จะมั่นใจได้ว่าจบไปแล้วมีงานทำแน่นอน มีสถานประกอบการรองรับ ซึ่งที่ผ่านมาการลงนามกับสถานประกอบการถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ตัวเลขผู้เรียนระบบทวิภาคียังไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้เรียนในระบบทวิภาคีเพิ่มขึ้นถึง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะเพิ่มขึ้น เพราะว่าทางเรามีนโยบายดูแลผู้เรียน ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าส่งบุตรหลานมาเรียนแล้วมีงานทำ มีอาชีพแน่นอน.

Loading

จ.ระยอง จัดแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชน 3 คูณ 3 รายการ SPRC 3×3 Street Basketball Competition 2024 ระหว่าง 26-27 ต.ค.นี้ มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อพัฒนาทักษะก้าวสู่การเป็นทีมชาติต่อไป

       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ต.ค.67 ที่ยิมเนเซียม 2,500 ที่นั่ง สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รอง นายก อบจ.ระยอง เป็นประธานกล่าวเปิดการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลเยาวชน 3 คูณ 3 รายการ SPRC 3×3 Street Basketball Competition 2024 ระหว่าง 26-27 ต.ค.นีั มี น.ส.พรทิพย์ วีระพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม และโครงการพิเศษ บ.SPRC นายอรรถพล  วงศ์บุปผา ผอ.โรงเรียนระยองวิทยาคมปากน้ำ นายวิรุณ ทองพิลา ผู้ช่วยฝ่ายต่างประเทศดูแลคะแนนของทีมสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย นายนิรันดร์ กล่อมแก้ว ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง นายบัญชา ฮาดสม ประธานชมรมการท่องเที่ยวหาดแม่รำพึง นายภูเบศร์ วงษ์วุฒิ ประธานชมรมบาสเกตบอลหนุมานดรีมทีม และนายธนกร เปรมสมบัติ บก น.ส.พ.ไทยรวมพลัง ร่วมเป็นเกียรติ

     โดยการแข่งขันแบ่งเป็นประเภทเยาวชนชาย-หญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12,15, 18 ปี และยังมีรุ่นประชาชนทั่วไปด้วย มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 70 ทีม ทั้งนี้การจัดการแข่งขันดังกล่าว บ. SPRC ให้การสนับสนุนงบประมาณ คุณพรทิพย์ วีระพันธุ์  กล่าวว่า “SPRC ภูมิใจที่ได้สนับสนุนวงการกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  ปีนี้ได้ยกระดับการแข่งขันสู่มาตรฐานระดับประเทศ พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 250,000 บาท เพื่อสร้างเวทีให้นักกีฬาเยาวชนได้แสดงศักยภาพ พัฒนาทักษะ และสร้างประสบการณ์ในการแข่งขันระดับสูง นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดระยองอีกด้วย”

    การแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชน 3 คูณ  รายการ SPRC 3×3 Street Basketball Competition 2024 มุ่งเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างทั่วถึงอันจะก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี และมีพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ และให้เยาวชนได้ออกกำลังกายแสดงออกในทางที่ถูกต้อง มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด เสริมสร้างประสบการณ์กีฬาบาสเกตบอล ทั้งยังเผยแพร่กีฬาบาสเกตบอล 3×3 ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้แสดงออกการเล่นกีฬาบาสเกตบอล 3×3 พัฒนาทักษะการเล่นก้าวสู่ระดับทีมชาติต่อไป….0000

Loading

นายก อบจ.ระยอง เปิดงาน’ย้อนรำลึกตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ รัชกาลที่ 5′ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ประจำปี 2567 วันปิยมหาราช

      เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 ต.ค.ที่วัดสมมติเทพฐาปนาราม หรือวัดแหลมสน ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงาน ‘ย้อนรำลึกตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ รัชกาลที่ 5’ ซึ่งจัดขึ้นโดย อบจ.ระยอง เทศบาลตำบลปากน้ำประแส สภาวัฒนธรรม จ.ระยอง สภาวัฒนธรรมตำบลแกลง เครือข่ายสภาวัฒนธรรมในพื้นที่ วัดสมมติเทพฐาปนาราม และประชาชนชาวบ้สนแหลมสน และชาวตำบลปากน้ำประแส ระหว่างวันที่ 23-29 ต.ค.นี้ ภายในงานมีกิจกรรมวางพวงมาลาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 การแสดงทางวัฒนธรรมของเด็ก และเยาวชนประชาชนในพื้นที่ การจำหน่ายสินค้าชุมชน และการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังด้วย ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ประจำปี 2567 ‘วันปิยมหาราช’ และสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน ประชาชนใน จ.ระยอง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชุมชนของชาวบ้านชุมชนปากน้ำประแสให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางอีกด้วย

       สำหรับวัดสมมติเทพฐาปนาราม หรือวัดแหลมสน แห่งนี้นั้นมีประวัติความเป็นมาคือเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เสด็จประพาสเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกขึ้นประทับที่ ต.ปากน้ำประแส ฝั่งแหลมสนเมืองแกลง เสด็จมาใกล้เจดียสถาน ทรงพระราชดำริว่า ‘ปากน้ำแหลมสนนี้สมควรเป็นที่สร้างอารามได้’ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระแกลงแกล้วกล้า (มั่ง) ผู้ว่าราชการเมืองแกลงสร้างอารามขึ้นใกล้เจดีย์และพระราชทานนามว่า ‘วัดสมมติเทพฐาปนาราม’ พร้อมพระราชทานที่ดินสร้างวัดจำนวน 10 ไร่ 2 งานด้วย.

Loading

    จ.ระยอง ชวนเที่ยวงาน ‘สืบสานตำนานเมืองเก่า เมืองแกลง’ ชมการแสดง แสง สี เสียงตำนานเมืองเก่าเล่าเรื่องเมืองแกลง การแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และกิจกรรมหลากหลายทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว-ชูความเป็นอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมายาวนานของเมืองแกลง

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 ต.ค.67 ที่ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายวรวุฒิ ด่านสมพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง นายอรรถกร ผาสุข ปลัดอำเภอแกลง นายเสถียร งามฉาย รองนายกเทศมนตรีตำบลเมืองแกลง และนางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ‘สืบสานตำนานเมืองเก่า เมืองแกลง’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 1-3 พ.ย.นี้ ที่บริเวณหอประวัติเมืองแกลง ถนนสุนทรโวหาร ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง ภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการประวัติเมืองแกลงในอดีตบนหอประวัติเมืองแกลง การแสดง แสง สี เสียงตำนานเมืองแกลง การแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ การแต่งกายย้อนยุค-เดินแบบผ้าไทย กิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชนเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม โดยมีร้านอาหารจำหน่ายอาหาร สินค้าพื้นถิ่นจากชุมชนกว่า 200 บูธ และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปิน GUN THE STAR

       ทั้งนี้งานดังกล่าว จัดขึ้นมุ่งชูความเป็นอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมเมืองแกลงในอดีต อนุรักษ์สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เป็นการส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายเป็นการกระจายรายได้สู่ภูมิภาคและประชาชนทุกระดับ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดระยองสู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติอีกด้วย..000