Loading

จังหวัดระยองทำพิธีอัญเชิญผ้าไตรพระราชทานโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ต.ค.นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีอัญเชิญผ้าไตรพระราชทาน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานมาเพื่อประกอบพิธีทอดผ้าป่า เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ อุโบสถ วัดเนินพระ ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง โดยจังหวัดระยองได้เปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาในจังหวัดระยองร่วมสมทบทอดผ้าป่าสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ระดับจังหวัด จังหวัดระยอง โดยมียอดทุนสนับสนุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 990,999 บาท

        ทั้งนี้ โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการสืบสานพระพุทธศาสนาให้เกิดความยั่งยืนโดยให้พระภิกษุและสามเณรได้ศึกษาพระธรรมอย่างแตกฉานและถ่ายทอดได้อย่างถูกต้อง ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิดโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมพระราชทานทุนปฐมฤกษ์ส่วนพระองค์เป็นทุนเริ่มแรก เพื่อสนับสนุนพระภิกษุและสามเณรให้ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัย พระปริยัติธรรมให้ลึกซึ้งแตกฉาน มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาขั้นสูงจากสถาบันพุทธศาสนาในประเทศ และนำไปเผยแผ่เพื่อเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจและความคิดในการดำเนินชีวิตของพุทธศาสนิกชน โดยผู้รับทุนจะต้องเป็นพระภิกษุหรือสามเณรที่มีสัญชาติไทย มีศีลาจารวัตรที่งดงามตามพระธรรมวินัย มีความประพฤติเรียบร้อย มีวิริยะอุตสาหะในการศึกษาเล่าเรียน จนสำเร็จหลักสูตร และมีจิตอาสา โดยต้องผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ของโครงการฯ และของสถานศึกษาที่ศึกษาอยู่ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ทุนเปรียญธรรม 6-9 ประโยค ทุนระดับอุดมศึกษาด้านพุทธศาสตร์ ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก ทุนอบรมพระนักเทศน์ ทุนอบรมพระวิปัสสนาจารย์ และทุนอบรมพระธรรมจาริก

Loading

ยุวเกษตรกรไทยสุดอินเทรนด์…ส่งสัญญานปลุกคนเกษตรรุ่นใหม่ให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “4-H Go For Green” ในงานวันยุวเกษตรกรโลก (Global 4-H Day) 

       กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมเฉลิมฉลองวันยุวเกษตรกรโลก จัดกิจกรรม “งานวันยุวเกษตรกรโลก” (Global 4-H Day) นำยุวเกษตรกรไทยร่วมปฏิญาณตน เป็นคนเกษตรรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตและเสวนา เชิญชวนเกษตรกรและประชาชนร่วมรับชมและร่วมกิจกรรมในรูปแบบ new normal ผ่านระบบออนไลน์ ถ่ายทอดสัญญาณผ่านเฟซบุ๊กเพจประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร

      นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรม “งานวันยุวเกษตรกรโลก” (Global 4-H Day) ในปีนี้ว่า สืบเนื่องมาจากการประชุม The 1st Global 4-H Network Summit 2014 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งที่ประชุมมีการรับรองกฎบัตรเครือข่ายยุวเกษตรกรโลก และประกาศปฏิญญากรุงโซล เพื่อการขับเคลื่อนงาน 4-H ร่วมกัน โดยกำหนดให้วันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี ถือเป็น “วันยุวเกษตรกรโลก (Global 4-H Day)” เพื่อให้การดำเนินงานขับเคลื่อนงานยุวเกษตรกร (4-H) ของทุกประเทศทั่วโลกมีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งประเทศไทยโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรมาโดยตลอด และเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้กำหนดจัดงานวันยุวเกษตรกรโลกขึ้น ในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ภายใต้แนวคิด “4-H Go For Green” ที่มีความหมายถึง ยุวเกษตรกรไทยรักโลก รักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาคการเกษตรก็นับว่าเป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ 

“การจัดงานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานยุวเกษตรกร (4-H) ของประเทศไทยให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของยุวเกษตรกร เพื่อให้สมาชิกยุวเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมกิจกรรม และยังถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันยุวเกษตรกรโลกไปพร้อมๆ กับประเทศสมาชิกที่มีการดำเนินงานยุวเกษตรกร (4-H) ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งการจัดงานในปีนี้ยังคงเป็นการจัดงานในรูปแบบใหม่ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ ถ่ายทอดสัญญาณจากกรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านเฟซบุ๊กเพจประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรจะเข้ามามีส่วนร่วมผ่านระบบ zoom ในขณะที่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปก็สามารถรับชมและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้ผ่านทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์”

        นางอุบล มากอง ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกิจกรรมพิธีเปิดที่ตัวแทนยุวเกษตรกรจะได้นำยุวเกษตรกรทั่วประเทศร่วมกล่าวคำปฏิญาณตนแล้ว ยังมีการสาธิตกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกร ภายใต้แนวคิด : “ 4-H Go For Green” ได้แก่ กิจกรรมการผลิตอาหารสัตว์ลดต้นทุน กิจกรรมจิตอาสาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมการขยายพันธุ์ไม้ประดับโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของภาคการเกษตร ที่ต้องการการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำการเกษตรเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดต้นทุนการผลิต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยังมีกิจกรรมการเสวนา หัวข้อ “ยุวเกษตรกรไทยรักโลก รักษ์สิ่งแวดล้อม” พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมการถ่ายทอดสัญญาณได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมกับการตอบปัญหาชิงรางวัลด้วย

      รับชมการถ่ายทอดสัญญาน “งานวันยุวเกษตรกรโลก  Global 4-H Day” พร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.30-12.00 น.ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร.

Loading

ปภ.ระยอง รุดตรวจสอบเหตุถังสารเคมีของ บ.มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินอล จก.ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เบื้องต้นพบสาเหตุ 2 ปัจจัย ที่ทำให้เกิดการระเบิด

      เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตรีรัตน์ หนูแก้วขวัญ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ และการจัดการ สำนักงาน ปภ.ระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบเหตุถังเก็บสารเคมี ชนิดแนปทา เป็นสารตั้งต้นกระบวนการทำผลิตภัณฑ์โปรดักส์ หมายเลข TK401C ของ บ.มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินอล จก.ตั้งอยู่ ถ.ไอ-8 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอ.เมืองระยอง เกิดระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.09 น.วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา มี นายดุสดี มีเงิน ผจก.ส่วนชีวอนามัยฯ ของ บ.มายตาพุด แทงค์ฯ พาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบสภาพถังบรรจุสารเคมีได้รับความเสียหาย โดยบริเวณหลังคาทรงกระทะคว่ำด้านบนของถัง หรือ floating roof ถูกแรงระเบิดจนเปิดออก ซึ่งมองเห็นได้ในระยะไกล

      ทาง บ.มาบตาพุด แทงค์ ได้ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องต้น พบว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุ 2 ปัจจัยคือ   (1)ปัจจัยด้านความผิดพลาดของบุคคล (Human error) อาทิ ความประมาทของตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

(2) ปัจจัยด้านสภาวะของสารเคมีที่ตกค้าง(สารไฮโดรคาร์บอน) ที่อาจจะเกิดปฏิกิริยาขึ้นในกระบวนการทำความสะอาดถังบรรจุสารเคมี (Cleaning tank)  อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยที่วิเคราะห์เบื้องต้น ยังอยู่ในการหารือของทางบริษัทฯ ที่จะสืบสวนเหตุการณ์ต่อไป 

       ทั้งนี้ สำนักงาน ปภ.ระยอง ได้มีการแนะนำพร้อมให้แนวทางในการสื่อสาร และการรายงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการสื่อสารหรือกระจายข่าวที่บิดเบือนไป พร้อมทั้งได้เน้นย้ำการเข้าเผชิญเหตุในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้เข้าเผชิญเหตุโดยเร็วและทันท่วงที ป้องกันความสูญเสียที่จะขยายวงกว้างมากขึ้น….000

Loading

สพป.ระยอง เขต 1 ประเมินโรงเรียน 114 แห่ง ผ่านเกณฑ์พร้อมเปิดเรียนตามปกติในภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย.เพียง 7แห่ง โรงเรียนที่เหลือที่ไม่สามารถเปิดได้ให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบตามภาคเรียนที่ 1 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.นายสุพรรณ หารธุจิต ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 (สพป.) กล่าวว่า การเปิดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ที่ผ่านมานั้น โรงเรียนในจังหวัดระยอง ไม่สามารถเปิดได้หลังได้รับผลกระทบจากการสถานการโควิด-19 เป็นวงกว้างจังหวัดระยองอยู่ในพื้นที่สีแดง พบนักเรียนติดเชื้อ 192 ราย จากนักเรียน จำนวน 46,265 คน ครูติดเชื้อ 30 ราย ซึ่งจังหวัดระยอง จึงได้ให้มีการเรียน การสอนออนไลน์ในหลายรูปแบบขึ้น ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา ครู เด็กนักเรียน ปรับตัวกับการเรียนได้ รวมทั้งและผู้ปกครองก็เข้าใจโดยไม่มีปัญหาใดๆ ในภาพรวมนักเรียนก็ได้เรียนรู้ และการวัดประเมินผลของครูก็จะมีวิธีการเพื่อวัดองค์ความรู้ของเด็ก

ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้นั้น ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง ก็มีความกังวลการให้เด็กมีมาเรียนก็ไม่อยากให้เกิดคลัสเตอร์ขึ้นในโรงเรียน ซึ่งการเตรียมการในเรื่องนี้ ทาง สพป.ระยอง เขต 1 ก็ได้นำมาตรการป้องกันของทางกระทรวงศึกษา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง มาเป็นแนวปฏิบัติประเมินความพร้อมของโรงเรียนในการเปิดภาคเรียน 1 พ.ย.นี้ ต้องผ่านเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข(Thai Stop Covid) 44 ข้อ เช่น อาคารสถานที่ รถรับส่งนักเรียน การรับวัคซีนของครู-นักเรียน และการยินยอมของผู้ปกครองในการให้บุตรหลานมาเรียน ซึ่งเมื่อผ่านเกณฑ์แล้วก็ต้องผ่านการพิจารณาคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอีกขั้นถึงจะอนุญาตให้โรงเรียนเปิดเรียนตากปกติได้ ซึ่งจากโรงเรียนในสังกัด สพป.ระยอง เขต 1 จำนวน 114 แห่งที่ประเมินแล้ว ปัจจุบันมีโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาเตรียมเปิดภาคเรียนที่ 2 นี้เพียง 7 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 108(โรงเรียนบ้านสำนักทอง) อ.เมืองระยอง โรงเรียนบ้านท่าเสา โรงเรียนวัดตาขัน โรงเรียนบ้านคลองยายเมือง อ.บ้านค่าย โรงเรียนคลองบางไผ่ โรงเรียนวัดพลา อ.บ้านฉาง โรงเรียนบ้านเขาคลองซอง อ.ปลวกแดง ส่วนโรงเรียนอื่นๆ ที่ไม่สามารถเปิดเรียนตามปกติได้ในภาคเรียนที่ 2 ก็จะมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบตามภาคเรียนที่ 1 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในการเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ทางโรงเรียนมีความพร้อมในระบบต่างๆ ทั้งการคัดกรองผู้ที่เข้าไปโรงเรียน และมีการสุ่มตรวจหาเชื้อแบบ ATK ขอให้ผู้ปกครองมีความเชื่อมั่น.

Loading

สส.จัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทาน เยาวชนถ่ายทอดผลงานคลิปและสารคดีสั้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หวังเป็นเครื่องมือกระตุ้นความตระหนักรู้

     กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โครงการประกวดคลิปวีดีทัศน์และสื่อสารคดี หัวข้อ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ดึงเยาวชนร่วมสร้างสรรค์ผลงานถ่ายทอดความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านคลิปหรือสารคดีสั้น หวังช่วยสร้างแรงผลักดัน ขับเคลื่อนสังคมให้ตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

     นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (อสส.) กล่าวว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาในทุกด้านของประเทศ รวมทั้งการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญทั่วโลก เพราะส่งผลกระทบเกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพยากรเป็นวงกว้าง และทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการแก้ปัญหา ได้แก่ ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ที่กำหนดให้ทุกประเทศ เสนอเป้าหมายและความก้าวหน้าของการดําเนินงานภายในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นระยะ ซึ่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมเวทีการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาตั้งแต่ปี 2535 และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 7 – 20% ของภาวะปกติก่อนปี 2563 และสำหรับในปี 2564 ในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติครั้งที่ 26 หรือการประชุม COP26 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ มีความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ภายในปี 2593  อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญในการสร้างความร่วมมือในระดับบุคคล ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม สามารถสร้างแรงผลักดันให้สังคมเกิดความตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ จึงดำเนินโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดกิจกรรมประกวดคลิปวีดีทัศน์และสื่อสารสารคดี ภายใต้หัวข้อ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เปิดให้เยาวชนจากทั่วประเทศร่วมนำเสนอแนวคิดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแนวทางการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ผ่านการประกวดคลิปและสารคดีสั้น แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับเด็ก อายุ 7 – 12 ปี และระดับเยาวชน อายุ 13 – 18 ปี โดยผู้ชนะเลิศของแต่ละระดับจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พร้อมทุนการศึกษาและเกียรติบัตรตามลำดับ ซึ่งมีเด็กและเยาวชนให้ความสนใจส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 100 ผลงาน

            การจัดกิจกรรมในวันนี้ มุ่งหวังในการสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านสื่อที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกกลุ่ม และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างความเข้าใจ นำเสนอแนวคิด และแนวทางลดผลกระทบผ่านการประกวดคลิปหรือสารคดีสั้น นับเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการเสริมพลังความร่วมมือและเสริมสร้างศักยภาพในการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ “Action for Climate Empowerment” ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะนำผลงานที่ได้รับรางวัลออกเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีส่วนร่วมในการตั้งรับ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยกันลดผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมต่อไป อสส.กล่าวทิ้งท้าย.

Loading

 ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง วางพวงมาลา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ประจำปี 2564

      เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 23 ต.ค.64 ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ​ จนกระทั่งเสด็จสวรรคต

       ทั้งนี้​ วันปิยมหาราชตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5​ ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาส การพัฒนาระบบบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณูปการ การเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ทั้งนี้ พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาล จึงประกาศให้วันที่ 23​ ตุลาคม เป็น”วันปิยมหาราช”

Loading

ส.ส.ระยอง เสนอชดเชยวันหยุดให้คนภาคตะวันออก หลังไม่รวมภาคตะวันออกหยุด เนื่องในวันออกพรรษา ทำกระทบเศรษฐกิจ และท่องเที่ยว

     เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่อาคาร TSK ปาร์ค อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดแถลงข่าวกรณี ครม.ประกาศให้วันที่ 21 ต.ค.64 เป็นวันหยุด เนื่องในวันออกพรรษา แต่ไม่รวมภาคตะวันออก ทำให้ประชาชนคนภาคตะวันออก เกิดสับสนและส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว

       นายแพทย์บัญญัติ กล่าวว่า ขอแถลงในนามพี่น้องชาวระยอง และพี่น้องชาวภาคตะวันออกทั้ง 8 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก เพื่อเรียกร้องให้ ครม.ประกาศวันหยุดประจำภาคตะวันออก เช่นเดียวกับวันหยุดประจำภาคกลางและกรุงเทพมหานคร สาเหตุเนื่องจาก ครม.ได้ประกาศให้วันที่ 21 ต.ค.64 เป็นวันหยุดประจำภาคกลาง เนื่องในวันออกพรรษา โดยไม่มีภาคตะวันออก ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน ชาวพุทธภาคตะวันออกก็มีวัฒนธรรมในการทำบุญวันออกพรรษา และประเพณีตักบาตรเทโวเช่นเดียวกับชาวพุทธภาคกลาง การที่ ครม.ไม่ประกาศวันหยุดประจำภาคตะวันออกเช่นที่ประกาศให้ภาคกลางเท่ากับไม่ให้ความเสมอภาค ไม่ให้ความเท่าเทียม ไม่ให้ความเป็นธรรม สร้างความเหลื่อมล้ำให้แก่พี่น้องและประชาชนชาวภาคตะวันออก กระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของชาวภาคตะวันออกอย่างมาก รวมทั้งสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ทำงานที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยว

      ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ ครม.พิจารณาวันหยุดประจำภาคตะวันออกให้เหมือนกับภาคกลาง และขอเยียวยาจัดวันหยุดพิเศษให้แก่ภาคตะวันออก โดยขอเสนอให้วันที่ 28 ธ.ค.64 เป็นวันหยุดประจำภาคตะวันออก ซึ่งเป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมีความสำคัญกับชาวภาคตะวันออก โดยเส้นทางเดินทัพกู้เอกราชเกี่ยวพันกับทุกจังหวัดในภาคตะวันออก.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา นำเจ้าหน้าที่ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้วัดทับมา เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ

       เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่วัดทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายชูชาติ คงทน รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานเทศบาลตำบลทับมา ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้และใส่ปุ๋ย เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้วัดทับมา เนื่องวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 2564 มีพระครูปริยัติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดทับมา ร่วมกิจกรรมฯ

       ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2533 ได้อนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2533 ให้ใช้ชื่อว่า “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” ซึ่งกรมป่าไม้ได้เชิญชวนหน่วยงานทุกภาคส่วนและประชาชนร่วมกันบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้เกิดความรัก ความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติมาต่อเนื่องทุกปี.

Loading

โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ส่งมอบเครื่องสูบน้ำ จำนวน 10 เครื่อง ให้กับเทศบาลตำบลทับมาได้เร่งติดตั้งในคลองทับมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่

         เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธวัชชั สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ได้ส่งมอบเครื่องสูบน้ำ จำนวน 10 เครื่อง ส่งมอบให้นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา พร้อมทดลองเดินเครื่อง เพื่อให้นำไปติดตั้งตามจุดต่างๆ บริเวณคลองทับมา ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองทับมา เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่

         นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า เครื่องสูบน้ำดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมีอัตราการสูบน้ำ 0.4 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยเทศบาลตำบลทับมา จะได้เร่งนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆ บริเวณคลองทับมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองทับมาให้เร็วยิ่งขึ้น

         อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำทับมา ยังได้มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำ พร้อมเครื่องสูบน้ำอีก 5 เครื่อง ที่บริเวณปากคลองแม่น้ำระยอง-เกาะหวาย ซึ่งจุดดังกล่าว น้ำทะเลหนุนก็สามารถปิดบานประตูแล้วสูบน้ำออกเพื่อให้น้ำในลุ่มน้ำคลองทับมาระบายได้คล่องขึ้น รวมทั้งของสถานีสูบน้ำกลับบริเวณวัดเขาโบสถ์ มีการสูบน้ำกลับลงอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจะสามารถช่วยไม่ให้น้ำไหลลงคลองทับมาได้อีกทาง นอกจากนั้นมีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำตลอดคลองทับมาที่มีความยาว 13 กม.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำลงทะเลอีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เปิดการบริการอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แบบวันสต็อปเซอร์วิส(One Stop Service)รวมทุกงานไว้จุดเดียว มุ่งสู่ท้องถิ่นดิจิทัล สอดคล้องนโยบายไทยแลนด์ 4.0

      เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา ว่า เทศบาลตำบลทับมา ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นดิจิทัล โดยได้ลงนามความร่วมมือโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นดิจิทัล “ระบบบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เพื่อสนับสนุนการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล(Microsoft Team)กับสำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร.หรือ DGA เพื่อนำไปสู่ประโยชน์ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับบริการที่ดีและสะดวกรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และตอบโจทย์การพัฒนาหน่วยงาน อปท.ไปสู่ความเป็น “ท้องถิ่นดิจิทัล” สอดคล้องกับแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยมีการแบ่งเป็น 5 ระบบ ประกอบด้วย 1.ระบบบริหารจัดการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ(one stop service)รวมทุกงานบริการไว้จุดเดียว 2.บริหารงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์  (e-office) เปลี่ยนความยุ่งยากในงานสารบรรณให้ง่ายกว่าที่เคยเป็น 3.ระบบขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์  เสนออนุมัติในระบบได้ทุกที่ทุกเวลา ยกเลิกกรอบการทำงานแบบเดิม 4.ระบบหนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารออนไลน์ และ 5.ระบบชำระค่าธรรมเนียมขยะออนไลน์ โดยได้เปิดใช้ ระบบสารสนเทศสนับสนุนการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริหารราชการท้องถิ่นแนวใหม่ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมา.