Loading

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขลั่นฆ้องเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ที่พระเจดีย์กลางน้ำระยอง


เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองร่วมกับเทศบาลนครระยอง และจังหวัดระยองร่วมจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 ณ พระเจดีย์กลางน้ำ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2564 มีกำหนดจัดตั้งแต่วันที่ 17 – 21 พฤศจิกายน 2564 นี้ ด้วยแนวทางชีวิตวิถีใหม่ปรับตัวสู้โรคโควิด-19


ทั้งนี้ ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เป็นประเพณีที่ดีงานของไทยที่สืบสานถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองจึงได้ร่วมงานกับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม รวมถึงสืบสาน ฟื้นฟู วัฒนธรรมไทยให้กับสังคมไทยต่อไป ทั้งยังเป็นการขยายโอกาสการสร้างรายได้ของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองให้เป็นที่รู้จักในมิติอื่น ๆ มากขึ้นด้วย

Loading

GPSC Group มอบถุงยังชีพสู้ภัย Covid-19 จำนวน 1,800 ถุงให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดระยอง



​ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC Group แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. นำโดยคุณสมชัย กลิ่นสุวรรณมาลี ผู้จัดการส่วนกิจการเพื่อสังคม มอบถุงยังชีพสู้ภัย Covid-19 จำนวน 1,800 ถุง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 630,000 บาท โดยจัดซื้อวัตถุดิบข้าวสาร อาหารแห้ง จากร้านค้ารายย่อยในชุมชน เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19

ซึ่งที่ผ่านมา GPSC Group ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนถุงยังชีพมาโดยตลอด เพื่อเป้าหมายให้ครอบคุลมแก่ประชาชนที่เดือดร้อนให้ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

Loading

อบจ.ระยอง นำร่องนำรถโดยสารไฟฟ้ามินิบัสมาใช้ มุ่งการเปลี่ยนระบบการขนส่งสู่แบบไร้มลพิษ สอดรับ EEC ของการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart city) สมบูรณ์แบบ

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 พ.ย.ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง รับมอบรถโดยสารไฟฟ้ามินิบัส จำนวน 2 คัน ราคาประมาณ 15 ล้านบาท พร้อมสถานีชาร์จรถไฟฟ้า จำนวน 2 หัวจ่าย จากนายสมศักดิ์ พะเนียงทอง กรรมการผู้จัดการ บ.โมบิลิตี้ วัน จำกัด ผู้ผลิตรถโดยสารไฟฟ้ามินิบัส ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง
สำหรับรถโดยสารไฟฟ้ามินิบัสรุ่นดังกล่าว ผลิตและพัฒนาโดย บ.โมบิลิตี้ วัน จำกัด มีขนาดความยาว 8.1 เมตร จำนวน 23 ที่นั่ง ระยะทางวิ่งสูงสุดได้ 230 กิโลเมตร เป็นรถที่มีเทคโนโลยีระบบอัจฉริยะทั้งคัน มีความคล่องตัว มีระบบกล้อง 360 องศารอบคัน เพื่อความปลอดภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสาร นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จสำหรับรถไฟฟ้าอีกด้วย โดยเป็นระบบชาร์จเร็ว DC(Fast Charge) ขนาด 140 กิโลวัตต์ จำนวน 2 หัวจ่าย ใช้เวลาชาร์จเพียง 1 ชั่วโมง ติดตั้งบริเวณหน้าอาคารเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง เพื่อความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน


นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง กล่าวว่า โครงการจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้าและสถานีชาร์จรถไฟฟ้าของ อบจ.ระยองดังกล่าว ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นำรถโดยสารไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็น มาใช้ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบโดยสารที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ทั้งยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมทั้งเพื่อเป็นการให้เมืองระยอง เปลี่ยนไปสู่ระบบการขนส่งแบบไร้มลพิษ นำมาซึ่งเมืองความทันสมัยและน่าอยู่ยั่งยืน
นอกจากนี้รถโดยสารไฟฟ้าและสถานีชาร์จยังเป็นประโยชน์กับบุคลากร นักเรียนนักศึกษา ที่จะได้เรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า อันเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเมืองอัจฉริยะ(Smart city) สมบูรณ์แบบ ตามเป้าหมายของโครงการ EEC ของรัฐบาล.

Loading

ผู้ประกอบการขนส่งภาคเอกชนจังหวัดระยอง จับมือการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดขบวนรถทดลองขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ ระบบรางเส้นทางมาบตาพุด(ระยอง)ถึงสถานีท่านาแล้ง สปป.ลาว พร้อมเตรียมขยายต่อไปจีน และดันเปิดขบวนท่องเที่ยวระยอง-ลาว-จีน ในอนาคต

เมื่อเวลา 09.09 น.วันที่ 15 พ.ย.ที่สถานีรถไฟมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปัญญา ปะพุธสะโร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเก้าเจริญทรานสปอร์ต จำกัด นายณรงค์ ชูสลับ นายสถานีรถไฟมาบตาพุด พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 ที่ปรึกษา บริษัทเก้าเจริญฯ และนายชัยยุทธ มณีรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัทอินโดรามา จำกัด ร่วมปล่อยขบวนรถไฟทดลองขนส่งสินค้า ประเภทเม็ดพลาสติก ระบบรางทางรถไฟเส้นทางจากสถานีมาบตาพุด(ระยอง)ถึงสถานีท่านาแล้ง สปป.ลาว เป็นขบวนปฐมฤกษ์

นายปัญญา ปะพุธสะโร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเก้าเจริญทรานสปอร์ต จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าคอนเทรนเนอร์ระบบราง ตั้งแต่ปี 2562 ต่อมาในปี 2564 บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เป็นผู้ขอถ่ายลำและผู้ขอผ่านแดนทางรถไฟ จากกรมศุลกากร และการรถไฟแห่งประเทศไทย เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าผ่านแดนทางรถไฟตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา โดยขนส่งตู้สินค้าที่เข้ามาทางท่าเรือแหลมฉบัง และส่งต่อไปยัง สปป.ลาว เส้นทางจากท่าเรือแหลมฉบังถึงสถานีหนองคาย ระยะทาง 718 กม.ใช้เวลา 14 ชม.และรถไฟจะเดินขบวนส่งสินค้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ระยะทางอีก 3.5 กม.ใช้เวลา 15 นาที ถึงที่หมาย

นายปัญญา กล่าววต่อว่า การเปิดขบวนรถพิเศษเพื่อทดลองเดินขบวนรถส่งสินค้าจากสถานีมาบตาพุดถึงสถานีท่านาแล้งในครั้งนี้ จะใช้ระยะทาง 780 กม.ใช้เวลาเดินทาง 15 ชม.จะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนค่าขนส่ง และการขนส่งทางรางใช้เวลาเพียงครึ่งวันหรือหนึ่งวันครึ่งเท่านั้น เร็วกว่าทางถนน 2-3 วัน และทางทะเล 5-7 วัน และยังช่วยลดการแพร่ระบาดโควิด-1 ลดมลพิษและอุบัติเหตุทางถนนด้วย อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯ มีแผนที่จะขนส่งสินค้าทางรางขยายต่อไปยังประเทศจีนด้วย จากโครงการรถไฟลาว-จีน จาก สปป.ลาว เชื่อมต่อจากนครหลวงเวียงจันทร์กับคุนหมิง จึงนับว่าเป็นโอกาสของจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ของ EEC ในการพัฒนาระบบรางเพื่อให้เชื่อมต่อไปถึงประเทศจีนได้ และสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรม การยกระดับพื้นที่ให้เศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอย่างประสิทธิภาพตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ในวันที่ 2 ธันวาคม 2564 นี้ ทางบริษัทฯ มีแผนจะให้บริการในฝั่งลาวเชื่อมต่อนครหลวงเวียงจันทร์กับคุนหมิงดังกล่าว โดยขนส่งสินค้าประเภทผลไม้ อาหารทะเลของภาคตะวันออก รวมทั้งเตรียมแผนที่เปิดขบวนท่องเที่ยว ระยอง-ลาว-จีน เพิ่มเติมอีกด้วย
ด้านนายชัยยุทธ มณีรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัทอินโดรามา จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวร่วมกับบริษัทเก้าเจริญมาตั้งแต่ปี 2559 แล้ว ส่งสินค้ามี 2 เส้นทาง คือ สถานีมาบตาพุด-สถานีบ้านป่าหวาย จ.ลพบุรี และอีกเส้นทางสถานีมาบตาพุด-สถานีวัดงิ้วราย จ.นครปฐม ซึ่งการเปิดทดลองเดินขบวนรถส่งสินค้าดังกล่าว จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาโลกร้อน ลดถนนพัง และอุบัติเหตุทางถนนด้วย
ด้าน พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 2 ที่ปรึกษา บริษัทเก้าเจริญฯ กล่าวเสริมว่า บูรพกษัตริย์ชาติไทยได้มีวิสัยทัศน์วางรากฐานการรถไฟให้คนไทยไว้กว่า 130 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างโลกจากทุกภูมิภาค หลังจากนี้จะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจของภาคเอกชน และผู้ประกอบการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งทางรางที่มีระบบมาตรฐานโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบขนส่ง เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี ปริมาณที่มากกว่า ประหยัด เที่ยงตรงต่อเวลา และเรื่องของความปลอดภัยของอุบัติเหตุ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของคนไทยที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยการนำของรัฐบาล ได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนดังกล่าว….000

Loading

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นำประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวัน”พระบิดาแห่งฝนหลวง” ซึ่งพระองค์ทรงค้นคว้าวิจัยนำวิทยาศาสตร์ประยุกต์ใช้เกิดเมฆฝนบรรเทาปัญหาภัยแล้ง

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 14 พ.ย.64 ที่ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2564 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง ร่วมพิธี


ทั้งนี้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริโครงการฝนหลวง พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายในการคิดค้น วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงจนประสบความสำเร็จ และช่วยให้ประเทศชาติให้รอดพ้นวิกฤติภัยแล้งมาได้จนถึงปัจจุบัน ต่อมาวันที่ 20 สิงหาคม 2545 คณะรัฐมนตรีมีมติเฉลิมพระเกียรติ และกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย รวมทั้งให้ประชาชนได้แสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ชื่นชมในพระบารมีและร่วมกันถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติในทุกปี…000

Loading

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เข้ามารับวัคซีนต้านโควิด-19 ตามโครงการ Covid Free Stop ปั๊มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ตั้งเป้าฉีดครอบคลุมให้ได้ร้อยละ 80 ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีทีออโต้วัน เนินสำลี ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เข้ามารับวัคซีนต้านโควิด-19 ตามโครงการ Covid Free Stop ปั๊มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยมีจุดฉีดวัคซีนที่ปั๊มน้ำมีน รวม 4 แห่ง ใน อ.เมืองระยอง อ.บ้านค่าย และ อ.วังจันทร์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ โดยมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง ร่วมลงพื้นที่ โดยมีพนักงานบริษัท พนักงานปั๊มน้ำมัน ประชาชน และแรงงานต่างด้าวในพื้นที่มารับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก มีทั้งวอร์คอิน และมีจุดจอดรับวัคซีนบนรถยนต์

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวหากจังหวัดมีการดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนและจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยอย่างเพียงพอก็จะสามารถเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดนั้นได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการควบคุมโรคโควิด-19 จะต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านเศรษฐกิจและการควบคุมโรค ซึ่งจากนี้ไปจนถึง 1 ธันวาคมนี้ ถ้ามีอัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมสูงถึง 75–80% จะทำให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและลดความรุนแรงของโรคหากได้รับเชื้อ ซึ่งบางกิจกรรมหรือกิจการที่มีความเสี่ยงสูงมากเกินไปจะยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการในช่วงนี้เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ ปัจจุบันจังหวัดระยอง มีการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่าร้อยละ 70 อย่างไรก็ตามตนได้กำชับให้สาธารณสุขจังหวัดระยอง เร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกคน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ให้ได้ร้อยละ 80 ภายในเดือน พ.ย.นี้

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหม่ในจังหวัดระยอง ในช่วงนี้ขอให้ชะลอนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาใหม่มาทำงานในพื้นที่ ขอให้มีการฉีดวัคซีนประชาชนในพื้นที่ให้ครอบคลุมมากที่สุดก่อน ซึ่งหากนำเข้ามาอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันพบคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแรงงานต่างด้าวในจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งมีการพบคลัสเตอร์งานบุญกฐินเกิดขึ้นอีกด้วย.

Loading

จังหวัดระยองลงนาม MOU บูรณาการจัดการปัญหาคุณภาพน้ำแหล่งน้ำสาธารณะ ( คลองน้ำหู ) พื้นที่เขตควบคุมมลพิษ นำร่องติดตามคุณภาพแหล่งน้ำแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองน้ำหู และเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการผิวดินและคลองสาธารณะในพื้นที่ จังหวัดระยอง

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ในการดำเนินโครงการบูรณาการจัดการปัญหาคุณภาพน้ำแหล่งน้ำสาธารณะ(คลองน้ำหู) พื้นที่เขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง กับหน่วยงาน และ อปท.ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สมาคมเพื่อนชุมชน เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลตำบลเนินพระ เทศบาลตำบลทับมา สำนักงานจัดการน้ำเสีย สาขาบ้านเพ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ชลประทานระยอง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานพื้นฐานอนุรักษ์คลองน้ำหู


ทั้งนี้สืบเนื่องจากจังหวัดระยอง ได้ประกาศนโยบายการพัฒนาจังหวัดสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศตามเกณฑ์ตัวชี้วัดการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชุมชนโดยรอบเจริญเติบโตไปด้วยกันรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตตะวันออก(EEC)ภายใต้การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี และการร่วมมือขับเคลื่อนอย่างจริงจังของคนในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจังหวัดระยอง ได้มีมติคัดเลือกแหล่งน้ำสาธารณะคลองน้ำหู เป็นโครงการนำร่องในการติดตามคุณภาพแหล่งน้ำสาธารณะในจังหวัด ซึ่งเดิมเกิดจากการขุดคลองของชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณหนองโพรง คลองทับมาในอดีต ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรองรับน้ำเสียที่ระบายมาจากแหล่งชุมชน บ้านจัดสรร จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำเสีย ด้วยเหตุนี้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองน้ำหู จึงเกิดความร่วมระหว่างเครือข่ายของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังกล่าว โดยได้มีการจัดการประชุมถอดบทเรียนแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียคลองน้ำหู และเพื่อเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการน้ำผิวดิน และคลองสาธารณะในพื้นที่จังหวัดระยองต่อไป

ด้านนายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า พื้นที่ของ ต.ทับมาเชื่อมคลองน้ำหูบริเวณเขตติดต่อ ม.2 บ้านแหลมมะขาม โดยสูบน้ำจากหนองโพรงลงคลองน้ำหู เพื่อลงทะเล น้ำเสียจากคลองน้ำหูส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่ ต.ทับมาที่มีหมู่บ้านจัดสรรใหญ่ๆ ในพื้นที่อยู่ 4 โครงการ ซึ่งทางเทศบาลตำบลทับมา มีความยินดีที่จะทำความร่วมมือในการกำจัดน้ำเสียในคลองน้ำหูให้สำเร็จ ทั้งนี้หากมีดำเนินการเสร็จสิ้นเชื่อว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาและปรับภูมิทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่พักผ่อน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง.

Loading

สกพอ.อบจ.ระยอง และกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ระยอง หารือ บ.ปตท.จำกัด(มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนห้องเย็นเทคโนโลยีทันสมัยควบคุมคุณภาพรสชาติผลไม้ นำร่องทุเรียน 4,000 ตัน หลังมีการลงนาม MOU ร่วมกันแล้ว ตั้งเป้าให้ทันฤดูการผลิต พ.ค.65 นี้

วันที่ 10 พ.ย.64 ที่ห้องประชุมสวนสุภัทราแลนด์ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นางพจนี อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) หรือ EEC หารือกับนายชาญศักดิ์ ชื่นชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน บ.ปตท.จำกัด(มหาชน) นายโชติชัย บัวดิษ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ผลจังหวัดระยอง และผู้แทนนายก อบจ.ระยอง ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างห้องเย็นเทคโนโลยีทันสมัยรักษาคุณภาพรสชาติผลไม้ ภายหลังได้มีการลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาผลไม้อย่างครบวงจรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)กันมาแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก(Eastern Fruit Corridor : EFC)และแผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
นางพจนี อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กล่าวว่า หลังลงนามกัน 3 ฝ่ายแล้ว ทาง EEC ได้มีการประสานงานกับทาง ปตท.เพื่อที่จะดู Business Model ประกอบกลุ่ม ปตท.เปลี่ยนทีม จึงจำเป็นต้องมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเข้าประชุมคณะอนุกรรมการบริหารบริหารนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ซึ่งมีความเห็นว่าโครงการห้องเย็นดังกล่าวจะนำร่องทุเรียน 4,000 ตัน ควรจะเริ่มได้ในฤดูกาลผลิตในเดือน พ.ค.65 นี้
นอกจากนี้ทางคณะอนุกรรมการบริหารนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) มีความเห็นว่าในเรื่อง Business Model ถ้า ปตท.เป็นผู้บริหารจัดการมาดำเนินโครงการแทน สกพอ.ที่จะได้โฟกัสการพัฒนานำนักลงทุนมาลงทุนใน EEC ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมกับ ปตท.ทีมใหม่ พร้อมกับพาลงพื้นที่มาพบชาวสวนแปลงใหญ่โดยตรง เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามความก้าวหน้า เพื่อให้ทราบว่าฝั่งผู้ผลิตมีความพร้อมมากน้อยเพียงไร และมีผลผลิตที่ป้อนเท่าไหร่ เงื่อนไขอย่างไร Business Model จะเป็นอย่างไร เพื่อให้ ปตท.ได้มีความมั่นใจ ส่วนเรื่องที่ดิน กนอ.พร้อมที่จะสนับสนุนพื้นที่ห้องเย็น เตรียมเข้าบอร์ด กนอ.ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ผลการประชุมวันนี้เป็นระยะแรก ซึ่ง ปตท.จะมีการสำรวจข้อมูล วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อให้โครงการได้เกิดขึ้นโดยเร็วและยั่งยืน โดยมีเกษตรกรเป็นหุ้นส่วน เหตุที่ต้องนำร่องทุเรียน เนื่องจากตลาดเป็นของผู้ขายเป็นผู้กำหนดราคา ประกอบกับในจังหวัดระยอง มีการขยายปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 ปีข้างหน้า อาจจะประสบผปัญหาล้นตลาด ซึ่ง MODEL ดังกล่าวที่เกิดขึ้น จะช่วยดันราคาทุเรียนภาคตะวันออก และจะช่วยแก้ไขปัญหาราคาทุเรียนตกต่ำด้วย.
ด้าน นายชาญศักดิ์ ชื่นชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน บ.ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ด้วยภารกิจที่ ปตท.ได้รับร่วมกับคณะกรรมการ EEC ให้ช่วยดูแลภาคเกษตรกรในดูแลผลผลิตให้มีเสถียรภาพด้านราคา โครงการห้องเย็นเป็นโครงการหนึ่งอยู่ในแผนงาน ทีม ปตท.และ EEC มาเก็บข้อมูลให้เป็นเชิงลึกร่วมกับเกษตรกร จะเร่งดำเนินการศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรให้มีผลตอบแทน มีความก้าวหน้า และสามารถจับต้องได้ในเรื่องของความยั่งยืนให้เร็วที่สุด


นายมานพ โปษยาอนุวัตร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง กล่าวว่า เกษตรจังหวัด มีบทบาทในการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตทุเรียนมีคุณภาพ ทั้งการรวมตัวเป็นเกษตรกรแปลงใหญ่ การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเป็นวิสาหกิจชุมชน เป้าหมายเพื่อลดต้นการผลิต การพัฒนาคุณภาพ และแนวทางการจัดการตลาดในอนาคต ซึ่งทุเรียนมีแนวโน้มผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 120,000 ตันต่อปี จากมีพื้นที่ปลูกใหม่เพิ่มขึ้นในปี 63-64 รวมกว่า 10,000 ไร่ ใน 5 ปีข้างหน้าผลผลิตจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 200,000 ตัน ซึ่งอาจประสบปัญหาล้นตลาดได้ ซึ่งการมีห้องเย็น จะเป็นโอกาสของจังหวัดระยองและใกล้เคียงที่จะสามารถช่วยยืดอายุการขาย และช่วยเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำได้อีกด้วย


นายสุเทพ เจริญชนม์ เกษตรกรสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ผลจังหวัดระยอง กล่าวว่า โครงการห้องเย็นดังกล่าว จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียน เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้น แต่การตลาดทุเรียนยังเท่าเดิม การมีโครงการดังกล่าว จะแก้ไขปัญหาในหลายๆ อย่าง ทั้งคุณภาพผลผลิต และราคา เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ไม่สามารถกำหนดราคาเองได้เหมือนพ่อค้าคนกลาง ถ้าหากมีห้องเย็นขึ้นมา เกษตรกรสามารถที่จะได้รู้ว่าผลิตทุเรียนอย่างไรที่มั่นคง และมีรายได้มั่นคง ที่สำคัญความคาดหวังของเกษตรกรในอนาคตคือการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศของที่ส่งออกไปมีคุณภาพ

นายโชติชัย บัวดิษ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ผลจังหวัดระยอง กล่าวว่า ในภาคการผลิตการเกษตรปัญหาที่เกษตรกรพบคือ ช่วงที่เกษตรกรปลูกทุเรียนเวลาออกสู่ตลาดจะพร้อมกัน ทำให้ราคาตกต่ำ และเวลาเก็บเกี่ยวไม่ทันทำให้หล่นเสียหาย การมีห้องเย็นจะช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพเหมือนเดิม และช่วยป้องกันคุณภาพไม่ดีได้อีกด้วย เพราะการนำผลผลิตเก็บในห้องเย็น ต้องเป็นผลผลิตที่แก่พร้อมกินเท่านั้น นอกจากนี้ในช่วงผลผลิตออกมาก ยังช่วยในการดึงทุเรียนออกจากตลาด ออกไปจากระบบโดยการเก็บไว้ในห้องเย็นเป็นลดปัญหาล้นตลาด และราคาตกต่ำ….000

Loading

รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการการทำงานให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่ สวท.ระยอง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของกรมประชาสัมพันธ์ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง ต.น้ำคอก อ.เมือง จ.ระยอง โดยมีนายอธิชัย ต้นกันยา ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.จันทบุรี ในฐานะผู้แทนผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 จันทบุรี นายกุมพล ชวนชม ประชาสัมพันธ์ จ.ระยอง และนายนพคุณ สุนทรหงส์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.ระยอง พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ


นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ นอกจากมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แล้ว ยังได้นำนโยบายของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ต้องการให้สื่อของกรมประชาสัมพันธ์ที่อยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐทุกกระทรวงให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจ ซึ่งมีด้วยกัน 3 เรื่อง คือ 1. เรื่องที่ประชาชนต้องรู้ ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิหรือได้รับความเสียหาย 2. เรื่องที่ประชาชนควรรู้เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น และ 3. เรื่องที่ประชาชนอยากรู้และกำลังอยู่ในความสนใจ นำมาสอดแทรกในสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม กรมประชาสัมพันธ์มีทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์และสื่อใหม่ ต้องทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน จำเป็นต้องควรนำเสนอประเด็นดังกล่าวฯควบคู่กันด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด


ในโอกาสนี้ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้เยี่ยมชมห้องส่งวิทยุและห้องบันทึกเสียงใหม่ ของ สวท.ระยอง ที่ได้รับงบจากกรมประชาสัมพันธ์ ปี 2564 จำนวน 450,000 บาท และ จากผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง อีก 400,000 บาท นำมาปรังปรุงใหม่และออกแบบใหม่ทั้งหมด หลังจากใช้งานมานานถึง 26 ปี ตั้งแต่ปี 2538

Loading

เมื่อวันที่ 7 พ ย ที่โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ได้จัดอบรมสัมมนาศาสตร์การพัฒนาชีวิต ให้กับผู้สื่อข่าวในจังหวัดระยอง มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 20 ราย จัดโดยโคชติ๋ว นันทนา
ติ๋ว นันทนา ผู้คืนความสุขให้กับผู้คน นอกจากจะโค้ช และจัดอบรมสัมมนา ในหลายหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาทางด้านจิตใจให้กับผู้บริหารและพนักงานในองค์กรแล้ว ยังให้บริการในการบำบัดและโค้ชกับบุคคลทั่วไปและผู้สนใจ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด การทำงานในหลายพื้นที่ หลายบริบท ทำให้เห็นปัญหาที่หลากหลาย ซึ่งการแก้ปัญหาควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ จึงสนับสนุนให้เกิดเรียนรู้เพื่อป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันในชีวิต
ได้นำศาสตร์การพัฒนาตนเอง ทั้งศาสตร์ทางด้านการบำบัด Therapy และศาสตร์ทางด้าน Coaching ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิต
เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยในการพัฒนาตนเองที่ได้ผลดีที่สุดศาสตร์หนึ่ง และสามารถดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
เพราะเชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนควรพัฒนาที่จิตใจ จึงตระหนักว่าศาสตร์นี้สามารถพัฒนาคนได้อย่างยั่งยืน เพราะเป็นการพัฒนาในระดับลึก คือระดับจิตใต้สำนึก

จิตใต้สำนึกคืออะไร ?
คือจิตที่อยู่ในส่วนลึกที่สุด ที่เก็บข้อมูลความทรงจำทุกอย่างไว้มากมาย
คอยขับเคลื่อนชีวิตของเราตลอดเวลา จิตใต้สำนึก สั่งให้เราทำทุกอย่างตามความรู้สึก ถ้ารู้สึกดีก็ทำสิ่งดี ถ้ารู้สึกไม่ดีก็ทำสิ่งไม่ดี ที่ไม่เป็นประโยชน์ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งนำมาถึงการมีพฤติกรรมมีนิสัยที่เป็นผลลัพธ์ในชีวิตของเรา เพราะเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของจิตใจ จึงได้มุ่มมั่นในการใช้ความรู้
ที่ได้จากการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ขึ้นเขาลงห้วยเพื่อแสวงหาความรู้ ทางด้านจิตใจศึกษาทั้งศาสตร์ทางตะวันออกและตะวันตก ในการพัฒนาจิตใจ อารมณ์ความคิด ความรู้สึก และได้เห็นถึงการสอดรับเชื่อมโยงกันของร่างกายและจิตใจ ทำให้ค้นพบสาเหตุที่ทำให้ความสุขของคนเราหายไป เมื่อได้พูดคุยและใช้กระบวนการทำให้สามารถนำความสุขกลับคืนมาได้ไม่ว่าจะชาติไหน ภาษาไหน ก็มีร่างกาย จิตใจ มีเรื่องราวในการดำเนินชีวิต
มีความคิดความรู้สึกเช่นเดียวกัน การทำงานนั้นมีทั้งแบบตัวต่อตัวและเป็นกลุ่ม ทั้งในองค์กร และสาธารณะ
ติ๋วดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เพื่อให้ทุกท่านได้เรียนรู้ฝึกฝน ทั้งทางด้านกายภาพ สมอง ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกและจิตวิญญาณ ทำให้มีมุมมองที่เพิ่ขึ้นในทุกมิติของชีวิต สามารถปลดล็อค คลีคลายจากภายใน ได้คำตอบสิ่งที่ติดค้างอยู่ด้วยตัวเอง เป็นการอัพเดทแผนที่ชีวิต อัพเดทข้อมูลในสมองและจิตใจ ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น สามารถยกระดับสภาวะจิตใจสภาวะอารมณ์ทำให้มีพฤติกรรรมใหม่ที่สอดคล้องกับเป้าหมายในชีวิตอย่างแท้จริงด้วยกระบวนการทางจิตวิทยารวมถึงองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาตนเองจากหลายศาสตร์ ที่สามารถนำมาประยุกต์ผสานให้เหมาะควรกับบุคคลและเข้ากับสถานการณ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือขึ้นกว่า สามารถดึงศักยภาพที่มีอยู่ภายในให้นำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ การเรียนรู้จากภายในสามารถสร้างรากฐานสมดุลชีวิต เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนแล้วนำความสุขออกไปสร้างความสำเร็จในแบบที่เป็นตัวเรา ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีกับทุกเพศทุกวัย

ติ๋ว นันทนา เคยทำธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จทางด้าน Event Marketing กระทั่งวันนึงมีเหตุการณ์ที่มากระทบจิตใจ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่าจิตใต้สำนึกคืออะไร จึงเรียกได้ว่าเป็นคำถามเปลี่ยนชีวิต ที่ทำให้เปลี่ยนเส้นทางการทำงานจึงวางมือจากธุรกิจเดิมและหันหัวเรือเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อไปศึกษาเกี่ยวกับศาตร์การพัฒนาตนเองทางด้านจิตใจ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะรับหน้าที่ให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพและดูแลสุขภาพจิตใจให้กับผู้บริหาร พนักงานในองค์กร และบุคคลทั่วไปที่สนใจแล้ว ยังได้ก่อตั้งเพจ
7Life และ 7Life Academy เพื่อแบ่งปันความรู้ เกี่ยวกับหลักการใช้ชีวิต ทักษะที่สำคัญและจำเป็นในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้คนรู้จักตนเอง เข้าใจตนเองและผู้อื่น มีเป้าหมายในชีวิต ความต้องการของมนุษย์ ความกลัวของมนุษย์
วงล้อแห่งชีวิตที่สมบูรณ์ หลักสู่ความมั่งคั่งและความสุข การสื่อสารและองค์ความรู้เกี่ยวความคิด เพื่อสนับสนุนให้คนแข็งแรงจากภายใน เริ่มจากสถาบันที่เล็กที่สุดคือตัวเราเอง แล้วจึงขยายไปสู่ครอบครัวและสังคมรอบข้างต่อไป

ซึ่งศาสตร์นี้จะเรียกว่าเป็นวิทยาศาสตร์ทางจิตก็ได้ เพราะว่าเรื่องความคิดจิตใจของคนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ คนเราจะสุขจะทุกข์ ก็ขึ้นอยู่กับว่าลึกๆเรากำลังคิดอะไรในหัว ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ซึ่งข่าวดีก็คือเราสามารถเรียนรู้เพื่อดูแลความคิดจิตใจของเรา เพื่อออกแบบชีวิตให้มีความสุขจากการความคิดและการกระทำของเราเองได้เสมอ….000