Loading

      จ.ระยอง เปิดโครงการ 1 เมืองท่องเที่ยว 1 ประสบการณ์ท้องถิ่น โปรโมทเส้นทางท่องเที่ยว เตรียมพร้อมบุคลากรด้านท่องเที่ยว มุ่งสร้างประสบการณ์ ความประทับใจ น่าจดจำแก่ นทท.ให้กลับมาเที่ยวซ้ำอีก

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 มิ.ย.ที่อุทยานการเรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายมนตรี ชนะชัยวิบูลย์วัฒน์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการ 1 เมืองท่องเที่ยว 1 ประสบการณ์ท้องถิ่น (One Destination, One Local) กิจกรรมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ‘Surprise Rayong’ มีนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง นายนิทัศน์ นุ่นสูง หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด นางสุวรรณา โดตี้ ปธ.สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ระยอง ผู้แทนส่วนราชการ และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ร่วมโครงการฯ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 มิ.ย.นี้

        โดยคณะได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ประกอบด้วย อุทยานการเรียนรู้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมืองระยอง นั่งรถรางชมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนมหาวิทยาลัยบ้านนอก ชุมชนบ้านจำรุง ต.ชากโดน เยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านจักสาน(OTOP)บ้านมาบเหลาชะโอน ต.ชากพง เที่ยวชมป่าเสม็ดพันปี ทุ่งดอกบัว แพรหญ้าหนังหมาในพื้นที่ชุมน้ำขนาดใหญ่ระดับชาติ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง  ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกและทัศนียภาพรอบเกาะเสม็ด ร่วมสักการะสุนทรภู่กวีเอกของโลก อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ต.กร่ำ นั่งรถสามล้อพ่วงข้างท่องชุมชนยลวิถี รับประทานอาหารพื้นถิ่นบ้านเก่าชุมชนริมน้ำประแสร์ เที่ยวป่าชายเลน’ป่าสีทอง ทุ่งโปรงทอง’ศึกษาประวัติศาสตร์เรือรบประแส สักการะสมเด็จกรมหลวงชุมพร และชมต้นตะเคียน อายุกว่า 100 ปี รุกขมรดกของแผ่นดิน ต.ประแส อ.แกลง ก่อนจะเดินทางไปกราบไหว้พระวัดถ้ำเขาประทุน และนั่งเรือลอดถ้ำชมหินงอกหินย้อย ซึ่งเป็นแคมเปญ ‘Unseen New Chapters’ปุกหมุดมุมใหม่ เปิดไทยมุมต่าง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนจาก 77 แหล่งท่องเที่ยวคัดสรรใน 77 จังหวัดทั่วไทย และเที่ยวชมชิมผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดในพื้นที่ อ.เขาชะเมา

        ทั้งนี้โครงการดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้ตอบสนองความต้องการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้เกิดการเดินทางซ้ำของ นทท.โดยการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวให้น่าจดจำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดระหว่างจังหวัดและภูมิภาค พร้อมทั้งบูรณาการทำงานด้านการท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานภายใน จ.ระยองอีกด้วย…000

Loading

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี เปิดโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” ผนึกกำลัง กระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง

     บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี) โดย นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ได้จัดพิธีเปิด โครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” ณ หอประชุมบุญศิริบำเพ็ญ โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียระยองวิทยาคม จังหวัดระยองโดยมี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายยศพล เวณุโกเศศ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ผู้อำนวยการโรงเรียนระยองวิทยาคม (ดร.พรศักดิ์ ทิพย์วงษ์ทอง) รวมถึงคณะครู สภานักเรียน และนักเรียนจำนวน 300 คน เข้าร่วมในพิธีเปิด

     โครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกผู้เรียนให้มีการจัดเก็บผลงานของตนเองอย่างเป็นระบบ เพิ่มโอกาสในการสอบติด TCAS  รอบ 1 และช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ และการร่วมกันบูรณาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการปฎิรูปประเทศด้านการศึกษาตามนโยบายของรัฐและของกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะจัดทำเป็น Workshop ให้น้องๆนักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้สะสมผลงานตามที่มหาวิทยาลัยต้องการและในปี 2566 ได้จัดทำโครงการนำร่องให้กับ โรงเรียนระยองวิทยาคม และ โรงเรียนวัดป่าประดู่ โดยจัดให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 คน

       นายยุทธนา เจริญวงศ์ กล่าวว่า บีแอลซีพีมุ่งพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามแนวคิด ESG  ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม สังคม การกำกับดูแล (Environment, Social, Governance)  ซึ่งการส่งเสริมการศึกษาถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals; SDGs) เป้าหมายที่ 4 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้รับความรู้ ทักษะ ทัศนคติและค่านิยมที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการศึกษา จึงได้จัดทำโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” ซึ่งหวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้น้องๆ เรียนรู้ได้อยากสนุกสนาน และขอฝากน้องๆ ทุกคนว่า ”ความสำเร็จไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่มาจาก ความเสียสละ ขยันหมั่นเพียร ศึกษาเรียนรู้อย่างหนัก และเหนือสิ่งอื่นใด มันมาจากความรักในสิ่งที่กำลังทำหรือเรียนรู้อยู่นั่นเอง”

        บีแอลซีพีมุ่งพัฒนาองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อคนไทย เพื่อประเทศ เพื่อโลก อย่างยั่งยืน

Loading

   จ.ระยอง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์เอเชีย 2023 มีนักปั่นน่องเหล็กจาก 27 ชาติ เข้าร่วมการแข่งขัน โดยเป็นการเก็บคะแนนสะสมเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 มิ.ย.ที่อ่างเก็บน้ำดอกกราย ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการแข่งขันและปล่อยนักปั่นน่องเหล็กรายการจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์เอเชีย 2023 ครั้งที่ 42,การแข่งขันจักรยานประเภทถนนเยาวชน ชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 29 และการแข่งขันจักรยานคนพิการ ชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 11 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 มิ.ย.นี้ มี มร.ออนก้า ซิงค์ เลขาธิการสหพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย พลเอกเดชา เหมกระศรี ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียนและนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง พลเอกสุวิทย์ มหาศักดิ์สุนทร อุปนายกสมาคมกีฬาคนพิการไทย นายสุเมธ มุกดาพิทักษ์ ผู้แทนสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย และนายสกนธ์ กรกฎ นอภ.ปลวกแดง ร่วมพิธีเปิดและปล่อยตัวนักปั่นน่องเหล็กฯ

        ทั้งนี้ ทางสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดระยอง และ อบจ.ระยอง ได้รับเกียรติจากสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งจักรยานดังกล่าวขึ้น โดยมีชาติจากทวีปเอเชียเข้าร่วมการแข่งขัน 27 ชาติ ทั้งชายและหญิง ในรุ่นประชาชน,รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี,รุ่นเยาวชน และนักกีฬาจักรายนคนพิการ ทั้งเจ้าหน้าที่ประจำทีม และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ เข้าร่วมกว่า 700 คน โดยการแข่งขันดังกล่าว เป็นการเก็บคะแนนสะสมเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024…

Loading

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดตัวคณะอนุกรรมการชุดใหม่การค้าไทยจีน พร้อมเดินหน้าเชื่อมสัมพันธ์ เตรียมรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

      สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ TSC Trade ชุดใหม่ โดยมี นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร เป็นประธานอนุกรรมการ นายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ และนางสาวพรทิพย์ สุวรรณ์ เป็นรองประธาน และกรรมการจากธุรกิจหลายภาคส่วน พร้อมที่จะนำทัพคืบการเชื่อมโยงการลงทุนการค้าไทยจีนอย่างเต็มสูบ โดยทางคณะอนุกรรมTSC Trade ได้จัดการประชุมสามัญร่วมกัน ครั้งที่ 1 และจัดเลี้ยงต้อนรับคณะอนุกรรมการชุดใหม่ โดยได้รับเกียรติจากคุณจาง เซี่ยเซี่ย (Ms. Zhang Xiaoxiao) อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้าสถานทูตจีน (Counselor, Economic and Commercial Office of Chinese Embassy) มาร่วมงาน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องสินธูนาวี 3 ราชนาวีสโมสร

         นายเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ประธานคณะคณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศจีนกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตก (GO West Policy) เพื่อลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างภาคตะวันออกที่มั่งคั่งกับภาคตะวันตกที่ยากจน และมีจุดมุ่งหมายที่จะเชื่อมโยงจีนกับภูมิภาคอาเซียน โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างไทยและจีนเป็นจุดเริ่มต้น และได้กำหนดให้มหานครฉงเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคกลางกับภาคตะวันตกของจีน และให้มณฑลยูนานเป็นเมืองหน้าด่านของจีนภาคตะวันตกที่จะให้มุ่งหน้าลงใต้เชื่อมโยงกับไทย นอกจากนี้ยังมีมณฑลเสฉวนและเขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกวางสี ซึ่งเป็นมณฑลที่โดดเด่นและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่สนใจร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยในการเชื่อมโยงไปยังประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วย จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของไทยที่จะสร้างความร่วมมือกับจีนในหลากหลายมิติ เช่น เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งคณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการทำงานเพื่อจะเป็นตัวกลางในการรวบรวมข้อมูล ปัญหา อุปสรรคทางการค้า การลงทุน และด้านต่าง ๆ ระหว่างสองประเทศ และเชื่อมโยง ส่งเสริมการค้าระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะจีนตอนใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ“คณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและค้าข้ามแดนด้านจีนตอนใต้ชุดใหม่นี้ จะมาจากหลายภาคส่วนธุรกิจ ทั้งด้านอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การศึกษา การท่องเที่ยว รวมถึงภาคธุรกิจการเงิน ซึ่งนอกจากตัวผมที่เป็นประธานของคณะอนุกรรมการชุดนี้ ก็ยังมีนักธุรกิจคนสำคัญ และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายจากหลายภาคส่วน ที่จะเข้ามาร่วมกันทำงาน ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าด้วยชื่อเสียง และประสบการณ์ด้านธุรกิจของคณะกรรมการแต่ละท่านในชุดนี้ จะทำให้เราสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคธุรกิจของไทย”

          ทางด้าน ดร.กิริฎา เภาพิจิตร สถาบัน TDRI และเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ของคณะอนุกรรมการชุดนี้ ได้ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยและประเทศจีนมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกันอย่างสูงทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่เป็นอันดับสองของไทยรองจากสหรัฐ และไทยนำเข้าจากจีนเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนและวัตถุดิบ ในปีนี้เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัวจากการล็อกดาวน์ประเทศ เนื่องจากโควิด-19 การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนปีนี้ประมาณการว่าอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งสูงที่สุดในหมู่เศรษฐกิจใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป หรือญี่ปุ่น ซึ่งปีนี้ชะลอตัวลงจากปีที่แล้ว อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในประเทศจีนก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆในโลก ทำให้กำลังซื้อของประชาชนจีนเพิ่มขึ้นในปีนี้ เพราะฉะนั้นโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนยังมีอีกมาก และมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคตในเรื่องของการค้า ทั้งสินค้าและบริการ การลงทุนในประเทศไทย และการท่องเที่ยวของคนจีนในประเทศไทย

        นายฉัตรชัย เล่งอี้ อนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า แผนงานที่คณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและค้าข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ จะขับเคลื่อนในเบื้องต้นนี้ จะเน้นการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารการตลาด เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างไทยและจีน ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ เพื่อเน้นการสื่อสารให้ประชาชนได้รู้จักการค้า การลงทุนระหว่างไทยและจีนเพิ่มมากขึ้น โดยจะสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ประชาชนของแต่ละประเทศให้ความนิยม เช่น WeChat โต่วอิน เสี่ยวหงซู เวยป๋อ และโถวเถี่ยว ของจีน ในขณะที่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะใช้สื่อสารกับคนไทย คือ YouTube และ TikTok เป็นหลัก ร่วมกับการจัดทำเว็บไชต์ 3 ภาษา คือ www.thai-southchina.com

Loading

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังชาวบ้านร้องโรงงานแปรรูปยางพารารุกคลองสาธารณะ เบื้องต้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ หน.สำนักงานจังหวัดระยอง นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นอภ.เมืองระยอง นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ผู้บริหาร อปท.กำนัน และ ผญบ.ในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบกรณีชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบจากการถูกโรงงานแปรรูปยางพารา 2 แห่งในพื้นที่ ม.2,4,8 ต.กะเฉด และ ม.1 ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง บุกรุกถมลำคลองหรือลำรางสาธารณะ โดยอ้างว่า โรงงานฯ มีการถมคลองสาธารณะเป็นบางช่วงจนลำคลองแคบจาก 35 ม.เหลือ 3-5 ม. ทำให้เกิดน้ำเปลี่ยนทิศทางเกิดตะกอนดินสะสม จนมีการงอกของพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง หรือที่เรียกว่าหัวไร่ปลายนา ก่อนจะยึดไปเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการไปออกเป็นโฉนดบริเวณที่มีการถมคลองด้วย โดยมีนายเฉลิมเกียรติ ลีวงศ์เจริญ พร้อมตัวแทนชาวบ้าน และเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบุกรุกถมลำคลองหรือลำรางสาธารณะดังกล่าว เข้าให้ข้อมูลกับคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดระยองด้วย โดยยืนยันว่าชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมเนื่องจากมีการถมคลองสาธารณะในพื้นที่ โดยยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อคือ ข้อ 1. ขอให้นำเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของกรมที่ดินลงมาทำการรังวัดปูเขตทางและคลองสาธารณะในบริเวณที่มีการรุกล้ำทั้งหมด ข้อ 2. เมื่อพบการกระทำความผิดแล้ว ขอให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายโดยเคร่งครัดและเด็ดขาด ข้อ 3. ขอให้ย้ายเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดระยองออกนอกพื้นที่ และ ข้อ 4. ขอให้จัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อทำการขุดลอกคลองที่ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลยึดครองไว้ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และดำเนินการฟื้นฟูสภาพถนนทางสาธารณะที่ถูกยึดครองให้กลับสู่สภาพเดิม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติ

       ด้าน นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้ตั้งคณะกรรมการจากหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบกรณีโรงงานรุกล้ำลำคลองสาธารณะดังกล่าวทั้ง 2 โรงงานก่อน ซึ่งทางคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐจังหวัดระยอง(กบร.) ก็เคยมีความเห็นแล้วว่าจะต้องมีการเบิกถอนโฉนดที่ดินบางส่วน โดยจะต้องรายงานให้ตนทราบภายใน 30 วัน ส่วนกรณีโรงงานรุกล้ำที่ดินของชาวบ้านด้วยนั้น ตนจะตั้ง คกก.อีกชุดมาตรวจสอบและมีการรังวัดที่ชัดเจนต่อไปด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องปัญหากลิ่นเหม็น และน้ำเสียที่ชาวบ้านร้องเรียนก็จะมีการตรวจสอบอีกด้วย.

Loading

พ่อเมืองระยอง นำข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

      เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่สวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และ ประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดระยอง ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์จากวัดลุ่มฯ วัดป่าประดู่ วัดเนินพุทธา วัดปากน้ำ และวัดเนินพระ จำนวน 46 รูป มีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 45 พรรษา 3 มิถุนายน 2566

Loading

อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ชวนเที่ยวน้ำตก 8 ชั้น-พายเรือลอดถ้ำไหว้พระ เตรียมดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องมา

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน อปท. และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ภาคเอกชนในจังหวัดระยอง เดินทางไปสำรวจศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เขาชะเมา ตามโครงการ “ผู้ว่าฯ พาทัวร์@ (8 อำเภอ)” มีนายอานนท์ วงศ์แย้ม นอภ.เขาชะเมา ผู้บริหาร อปท.ให้การต้อนรับ พร้อมพาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ นำไหว้พระวัดถ้ำเขาประทุม ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีหินงอกหินย้อยภายในถ้ำสวยงาม และเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ที่มีสภาพแวดล้อมที่มีภูเขาหินสูง พร้อมพายเรือชมถ้ำเขาชะอางคร่อมคลอง ดูการปลูกและแปรรูปโกโก้ของเกษตรกรในพื้นที่ ต.เขาน้อย และเที่ยวน้ำตก 8 ชั้นของน้ำตกเขาชะเมา อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ที่มีปลาพลวงอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีบรรยากาศร่มรื่น โดยเส้นทางขึ้นน้ำตกเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์

       โดยการจัดโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในการเตรียมความพร้อมรองรับ นทท.ด้วยการสำรวจข้อมูลศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอทั้ง 8 อำเภอ นำสู่การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ รวมถึงเพื่อประชาสัมพันธ์ดึงดูด นทท.มาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้น โดย อ.เขาชะเมา เตรียมประชาสัมพันธ์ใน นทท.ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องมา ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวทะเลในพื้นที่ของจังหวัดระยองต่อไป.

Loading

จ.ระยอง จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 มิ.ย.ที่พระอุโบสถ วัดป่าประดู่ พระอารามหลวง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำหัวส่วนราชการ ข้าราชการ ภาครัฐ และเอกชน ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 มีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

      ทั้งนี้ การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้พุทธศาสนิกชนที่เป็นพสกนิกร ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์.

Loading

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง จับมือ สคบ.ระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลุยตรวจชุดสังฆทานในพื้นที่ ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงใกล้วันวิสาขบูชา

        เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีระวัฒน์ พลโลก นิติกรชำนาญการรักษาการชำนาญการพิเศษ แทนนายพุทธิกานต์ กิจเกื้อกูล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง สคบ.ระยอง พาณิชย์จังหวัดระยอง ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง และตำรวจ สภ.บ้านฉาง ออกสุ่มตรวจชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรมในพื้นที่ อ.บ้านฉาง เนื่องในช่วงใกล้วันวิสาขบูชา 2566

      ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาชุดสังฆทานให้เป็นธรรม และเห็นชัดเจน และสินค้าในชุดสังฆทานต้องมีวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุกำกับ รวมทั้งราคาเหมาะสมหรือไม่ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการแนะนำให้ผู้จำหน่ายได้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งถ้าตรวจพบสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือปรับ 50,000 บาท โดยเบื้องต้นจากการลงสุ่มตรวจร้านค้าในพื้นที่ อ.บ้านฉาง ยังไม่พบผู้จำหน่ายบรรจุสินค้าในชุดสังฆทานไม่ได้คุณภาพแต่อย่างใด.

Loading

กรมโรงงานอุตสาหกรรม สานต่อความร่วมมือ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดสัมมนาสัญจร “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ EEC

      กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดสัมมนาสัญจรในหัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” สานต่อนโยบาย BCG วางเป้าเดินหน้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC

        เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.66 ที่โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาสัญจร ภายใต้หัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน”เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้มีความปลอดภัยและยั่งยืนอาทิกฎหมายมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีในโรงงาน การจัดการความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

       นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจBCGซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ให้เกิดการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม  กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ในภาคอุตสาหกรรม จึงได้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีการดำเนินการตามโมเดลเศรษฐกิจดังกล่าวเช่นการส่งเสริมให้โรงงานและสถานประกอบการพัฒนาสู่“อุตสาหกรรมสีเขียว”เป็นต้นและในครั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความปลอดภัยเพื่อการพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่ยั่งยืนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวนมาก และมีศักยภาพที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จึงได้จับมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Pumps and Valves Asia (PVA) และ Thai Water Expo (THW) รวมถึงงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW)  ร่วมกันจัดงานสัมมนาสัญจรในครั้งนี้ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์กฎระเบียบด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่ได้ประกาศขึ้นใหม่  รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยต่างๆ แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมให้ได้รับทราบ และนำไปปรับใช้ในการยกระดับภาคธุรกิจให้มีความปลอดภัยและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป    และเพื่อเป็นการสานต่อความรู้จากสัมมนาสัญจรในครั้งนี้กรมโรงงานฯก็ได้มีความร่วมมือในการจัดสัมมนาให้ความรู้ในเรื่อง “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” ภายในงาน Pumps and Valves Asia 2023 (PVA) งาน Thai Water Expo 2023 (THW) และงาน  ASEAN Sustainable Energy Week 2023 (ASEW)  อีกด้วย  ซึ่งที่ผ่านมากรมโรงงานฯถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงานข้างต้นเนื่องจากเล็งเห็นว่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงแนวทางในการดำเนินการเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต 

       นอกจากนั้น นายศุภกิจ ยังได้เผยถึงแผนงานในการยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry  โดย ปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมแล้วกว่า 72%  กล่าวคือมีโรงงานเข้าร่วมถึง 46,487 โรงงาน จาก 64,265 โรงงาน  และมีแผนที่จะส่งเสริมให้โรงงานเข้าร่วม 100% ภายในปี 2568  อีกด้วย  ซึ่งโครงการนี้เป็นหมุดหมายที่สำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโรงงานใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวและสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ซึ่ง “กรมโรงงานฯพร้อมเดินหน้าพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน” นายศุภกิจฯ กล่าวปิดท้าย

        นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า อินฟอร์มาฯทำงานร่วมกับทางกรมโรงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ในมิติต่างๆที่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งในวันนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การจัดสัมมนาสัญจรถือเป็นหนึ่งกลไกที่สำคัญในการผลักดันและเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ เรายังเป็นหนึ่งในองค์กรที่ใส่ใจแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงร่วมกับ จังหวัดระยอง เทศบาลนครระยอง กรมประมง บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ชาวบ้านกลุ่มประมงและวิสาหกิจชุมชนแหลมรุ่งเรือง จัดกิจกรรม CSR ภายใต้  “โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง แหลมรุ่งเรือง จ.ระยอง” มีเป้าหมายในการเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสร้างความสมดุล อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ในปีนี้ Pumps and Valves Asia 2023 (PVA) งานแสดงเทคโนโลยีเฉพาะทางด้านปั้ม วาล์ว ท่อ ข้อต่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องชั้นนำของภูมิภาค และ Thai Water Expo 2023 (THW) งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรน้ำและน้ำเสียที่ครบวงจรที่สุดงานเดียวในประเทศไทย จะเป็นจุดเชื่อมโยงโอกาสที่สำคัญในการเรียนรู้ อัปเดตและชมนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม จากผู้จัดแสดงงานกว่า  350 แบรนด์ชั้นนำ และพาวิเลียนจากต่างประเทศกว่า 6 ประเทศ เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม พร้อมพบสัมมนาสำคัญจากกรมโรงงานฯ ในการขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน  “ทั้งนี้ 2 งานดังกล่าว จัดคู่ขนานกับงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2023 (ASEW) งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ ด้านพลังงานทดแทน การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งแวดล้อมที่ครบครันที่สุดของอาเซียน อีกหนึ่งเวทีทางธุรกิจที่ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชั่นที่ครบครัน พร้อมตอบสนองทุกความต้องการทางธุรกิจ โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Powering The Clean Energy Transition Toward Carbon Neutrality Goal” หรือ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุดแก่ผู้เข้าชมงานจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 1,500 แบรนด์ชั้นนำ และพาวิเลียนนานาชาติ รวมถึงการประชุมนานาชาติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกเวทีระดับภูมิภาคที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต” นายสรรชาย กล่าวทิ้งท้าย

        งาน Pumps and Valves Asia 2023 และ Thai Water Expo 2023 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02- 036- 0500  ต่อ 736 อีเมล pumpsandvalves-th@informa.com, thaiwater-th@informa.com

ลงทะเบียนเข้าชมงานได้ทันทีที่ www.pumpsandvalves-asia.com และ www.thai-water.com