Loading

จ.ระยอง จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 มิ.ย.ที่พระอุโบสถ วัดป่าประดู่ พระอารามหลวง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำหัวส่วนราชการ ข้าราชการ ภาครัฐ และเอกชน ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 มีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

      ทั้งนี้ การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้พุทธศาสนิกชนที่เป็นพสกนิกร ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์.

Loading

ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง จับมือ สคบ.ระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลุยตรวจชุดสังฆทานในพื้นที่ ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงใกล้วันวิสาขบูชา

        เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีระวัฒน์ พลโลก นิติกรชำนาญการรักษาการชำนาญการพิเศษ แทนนายพุทธิกานต์ กิจเกื้อกูล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง สคบ.ระยอง พาณิชย์จังหวัดระยอง ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง และตำรวจ สภ.บ้านฉาง ออกสุ่มตรวจชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรมในพื้นที่ อ.บ้านฉาง เนื่องในช่วงใกล้วันวิสาขบูชา 2566

      ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาชุดสังฆทานให้เป็นธรรม และเห็นชัดเจน และสินค้าในชุดสังฆทานต้องมีวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุกำกับ รวมทั้งราคาเหมาะสมหรือไม่ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการแนะนำให้ผู้จำหน่ายได้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งถ้าตรวจพบสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือปรับ 50,000 บาท โดยเบื้องต้นจากการลงสุ่มตรวจร้านค้าในพื้นที่ อ.บ้านฉาง ยังไม่พบผู้จำหน่ายบรรจุสินค้าในชุดสังฆทานไม่ได้คุณภาพแต่อย่างใด.

Loading

กรมโรงงานอุตสาหกรรม สานต่อความร่วมมือ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จัดสัมมนาสัญจร “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ EEC

      กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดสัมมนาสัญจรในหัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” สานต่อนโยบาย BCG วางเป้าเดินหน้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC

        เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.66 ที่โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาสัญจร ภายใต้หัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน”เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้มีความปลอดภัยและยั่งยืนอาทิกฎหมายมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการจัดการสารเคมีในโรงงาน การจัดการความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

       นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจBCGซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ให้เกิดการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม  กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ในภาคอุตสาหกรรม จึงได้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีการดำเนินการตามโมเดลเศรษฐกิจดังกล่าวเช่นการส่งเสริมให้โรงงานและสถานประกอบการพัฒนาสู่“อุตสาหกรรมสีเขียว”เป็นต้นและในครั้งนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความปลอดภัยเพื่อการพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่ยั่งยืนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวนมาก และมีศักยภาพที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จึงได้จับมือกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Pumps and Valves Asia (PVA) และ Thai Water Expo (THW) รวมถึงงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW)  ร่วมกันจัดงานสัมมนาสัญจรในครั้งนี้ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์กฎระเบียบด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่ได้ประกาศขึ้นใหม่  รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยต่างๆ แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมให้ได้รับทราบ และนำไปปรับใช้ในการยกระดับภาคธุรกิจให้มีความปลอดภัยและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป    และเพื่อเป็นการสานต่อความรู้จากสัมมนาสัญจรในครั้งนี้กรมโรงงานฯก็ได้มีความร่วมมือในการจัดสัมมนาให้ความรู้ในเรื่อง “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” ภายในงาน Pumps and Valves Asia 2023 (PVA) งาน Thai Water Expo 2023 (THW) และงาน  ASEAN Sustainable Energy Week 2023 (ASEW)  อีกด้วย  ซึ่งที่ผ่านมากรมโรงงานฯถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนการจัดงานข้างต้นเนื่องจากเล็งเห็นว่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงแนวทางในการดำเนินการเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต 

       นอกจากนั้น นายศุภกิจ ยังได้เผยถึงแผนงานในการยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry  โดย ปัจจุบันมีโรงงานเข้าร่วมแล้วกว่า 72%  กล่าวคือมีโรงงานเข้าร่วมถึง 46,487 โรงงาน จาก 64,265 โรงงาน  และมีแผนที่จะส่งเสริมให้โรงงานเข้าร่วม 100% ภายในปี 2568  อีกด้วย  ซึ่งโครงการนี้เป็นหมุดหมายที่สำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโรงงานใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวและสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ซึ่ง “กรมโรงงานฯพร้อมเดินหน้าพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน” นายศุภกิจฯ กล่าวปิดท้าย

        นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า อินฟอร์มาฯทำงานร่วมกับทางกรมโรงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ในมิติต่างๆที่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งในวันนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การจัดสัมมนาสัญจรถือเป็นหนึ่งกลไกที่สำคัญในการผลักดันและเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ เรายังเป็นหนึ่งในองค์กรที่ใส่ใจแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงร่วมกับ จังหวัดระยอง เทศบาลนครระยอง กรมประมง บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ชาวบ้านกลุ่มประมงและวิสาหกิจชุมชนแหลมรุ่งเรือง จัดกิจกรรม CSR ภายใต้  “โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง แหลมรุ่งเรือง จ.ระยอง” มีเป้าหมายในการเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสร้างความสมดุล อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ในปีนี้ Pumps and Valves Asia 2023 (PVA) งานแสดงเทคโนโลยีเฉพาะทางด้านปั้ม วาล์ว ท่อ ข้อต่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องชั้นนำของภูมิภาค และ Thai Water Expo 2023 (THW) งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรน้ำและน้ำเสียที่ครบวงจรที่สุดงานเดียวในประเทศไทย จะเป็นจุดเชื่อมโยงโอกาสที่สำคัญในการเรียนรู้ อัปเดตและชมนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม จากผู้จัดแสดงงานกว่า  350 แบรนด์ชั้นนำ และพาวิเลียนจากต่างประเทศกว่า 6 ประเทศ เพื่อตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม พร้อมพบสัมมนาสำคัญจากกรมโรงงานฯ ในการขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน  “ทั้งนี้ 2 งานดังกล่าว จัดคู่ขนานกับงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2023 (ASEW) งานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ ด้านพลังงานทดแทน การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งแวดล้อมที่ครบครันที่สุดของอาเซียน อีกหนึ่งเวทีทางธุรกิจที่ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม และโซลูชั่นที่ครบครัน พร้อมตอบสนองทุกความต้องการทางธุรกิจ โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Powering The Clean Energy Transition Toward Carbon Neutrality Goal” หรือ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุดแก่ผู้เข้าชมงานจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 1,500 แบรนด์ชั้นนำ และพาวิเลียนนานาชาติ รวมถึงการประชุมนานาชาติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกเวทีระดับภูมิภาคที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต” นายสรรชาย กล่าวทิ้งท้าย

        งาน Pumps and Valves Asia 2023 และ Thai Water Expo 2023 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02- 036- 0500  ต่อ 736 อีเมล pumpsandvalves-th@informa.com, thaiwater-th@informa.com

ลงทะเบียนเข้าชมงานได้ทันทีที่ www.pumpsandvalves-asia.com และ www.thai-water.com

Loading

GC เปิดมิวเซียมปิโตรเคมีแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “เคมี…มีค่ามากกว่าที่คิด”

       บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ GC เปิดประสบการณ์ดี ๆ ภายใต้แนวคิด “เคมี…มีค่ามากกว่าที่คิด” ที่ GC Chemical Experience Museum หรือ “เคมีค่ามิวเซียม”  ซึ่งเป็นมิวเซียมปิโตรเคมีแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อน้อมรำลึกใ   นพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาธุรกิจปิโตรเคมีไทย เป็นแหล่งศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทยที่เสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง   

           เคมีค่ามิวเซียม มีพื้นที่ 800 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของการเปิดโรงโอเลฟินส์แห่งแรกของประเทศไทย ความรู้เกี่ยวกับปิโตรเคมีไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และข้อมูลที่ทำให้คุณรู้ว่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกนี้ได้ ด้วยแนวคิดรักษ์โลกกับการใช้พลาสติกที่ยั่งยืน  พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ สนุกกว่าที่คิด ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย การขับเคลื่อนคุณค่าสู่สังคม  สร้างการรับรู้ “เคมี…มีค่ามากกว่าที่คิด” จากเคมีค่ามิวเซียมแห่งนี้

 แหล่งรวบรวม มากกว่าที่คิด

• สนุกมากกว่าที่คิด เคมีค่ามิวเซียมแห่งแรกในประเทศไทยในรูปแบบ Interactive Experience

• ได้ความรู้มากกว่าที่คิด รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับปิโตรเคมีไทยเอาไว้มากที่สุด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

• มีค่ามากกว่าที่คิด ปิโตรเคมีสามารถสร้างสรรค์และต่อยอดคุณค่าได้มหาศาล อย่างที่คุณเองก็คาดไม่ถึง

• รักษ์โลกมากกว่าที่คิด ที่นี่จะทำให้คุณรู้ว่าผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกนี้มากกว่าที่คุณคิด

• เก๋มากกว่าที่คิด กับผลิตภัณฑ์แฟชั่นของใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ที่พัฒนามาจากพลาสติกรีไซเคิล

        สำหรับปี 2566 นี้ เคมีค่ามิวเซียม เปิดบริการต้อนรับการเยี่ยมชมแบบหมู่คณะ นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานต่างๆ โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้าเยี่ยมชม ได้ที่ โทร. +66 (0) 3899 4000  กด 0 แจ้งความประสงค์ขอเข้าเยี่ยมชม และสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เคมีค่ามิวเซียม ได้ที่ : https://chemecamuseum.pttgcgroup.com

Loading

SPRC ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และกองการศึกษา เทศบาลเมืองมาบตาพุดจัดกิจกรรม “รวมพลังคนเก่ง ดี มีจิตอาสาต้านภัยยาเสพติด”ดึง “แพท เพาเวอร์แพท” ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ

      บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เดินหน้าสานต่อโครงการ “เครือข่ายแกนนำเยาวชนจิตอาสากับน้องสตาร์” ร่วมจัดกิจกรรม “รวมพลังคนเก่ง ดี มีจิตอาสาต้านภัยยาเสพติด”(New Gen Stop Drugs) ดึง “แพท เพาเวอร์แพท” ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และวิทยากรพิเศษให้ความรู้อย่างเข้มข้น พร้อมให้ความช่วยเหลือเยาวชนในกลุ่มเสี่ยงในชุมชน จังหวัดระยอง ให้ห่างไกลยาเสพติด เติบโตอย่างมีคุณภาพ ร่วมพัฒนาสังคมประเทศชาติต่อไป

       กิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ห้องประชุมโพธิทอง อาคารศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ได้รับเกียรติจาก นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรม ร่วมด้วย นายฉกาจ พัฒนศรี ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด ให้ความสนับสนุน และ นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป – ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ ผู้บริหาร SPRC โดยมีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น รวม 50 คน จากโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร, โรงเรียนระยองวิทยาคม นิคมอุตสาหกรรม , โรงเรียนเทศบาลมาบตาพุด เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเครือข่ายแกนนำเยาวชนจิตอาสา

       นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป – ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ SPRC กล่าวว่า “SPRC ได้จัดกิจกรรม “รวมพลังคนเก่ง ดี มีจิตอาสาต้านภัยยาเสพติด”(New Gen Stop Drugs) ขึ้น 2 วัน คือ วันที่ 30 และ 31 พ.ค. 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ ‘เครือข่ายแกนนำเยาวชนจิตอาสากับน้องสตาร์’ ด้วยตระหนักว่า ยาเสพติดถือเป็นภัยที่ร้ายแรง ทำลายทั้งสุขภาพ และอนาคตของผู้เสพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนรุ่นใหม่ หรือเยาวชน นับเป็นกำลังสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการร่วมพัฒนาสังคมประเทศชาติต่อไป จึงควรได้รับการช่วยเหลือหรือให้ความรู้แก่น้องๆ ให้ห่างไกล และไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท ซึ่งจิตอาสาของเรา จะทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยง คอยสอดส่องดูแล พร้อมให้ความช่วยเหลือเยาวชนในกลุ่มเสี่ยงในชุมชน จังหวัดระยอง ให้ห่างไกลยาเสพติด เติบโต อย่างมีคุณภาพ เพื่อร่วมพัฒนาสังคมประเทศชาติต่อไป”

 นาย พงษ์กรณ์ กล่าวด้วยว่าการจัดอบรมในครั้งนี้ ได้รับความสนับสนุนอย่างดียิ่ง จากบุคคลมีชื่อเสียง ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนวิทยากรพิเศษ ที่เสียสละเวลามาร่วมให้ความรู้แก่เยาวชนจิตอาสา เพื่อนำความรู้ความความเข้าใจไปให้ความช่วยเหลือเยาวชนเมืองระยองต่อไป

      กิจกรรมวันแรก ในช่วงเช้าได้นำทีมจิตอาสา เดินทางศึกษาดูงาน ณ ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จ.ระยอง จากนั้น ช่วงบ่ายเป็นพิธีเปิดโครงการอบรมแกนนำเยาวชน อย่างเป็นทางการ ต่อด้วยการรับฟังความรู้และแชร์ประสบการณ์จากวิทยากรพิเศษ “วรยศ บุญทองนุ่ม” (แพท พาวเวอร์แพท)

        กิจกรรมวันที่สอง เริ่มด้วย กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์สร้างรอยยิ้ม โดยวิทยากร ทีมงานแจ่มบรรเจิด ต่อด้วยการบรรยาย “ยาเสพติด” โดย  ร.ต.ต. ทรงศักดิ์  ต่อมคำ รอง สว. (สส.) สภ. ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เสร็จแล้วเป็นการระดมสมอง สร้างโครงการสานต่อความตั้งมั่น “รวมพลังคนเก่ง ดี มีจิตอาสาต้านภัยยาเสพติด (New Gen Stop Drugs)” ทั้งนี้ เพื่อให้มีการคิดโครงการที่อยากทำ และนำเสนอเพื่อจัดทำโครงการภายในปี จำนวน 1 โครงการ จากนั้น เป็นการบรรยาย “ปลูกฝัง ปกป้อง สถาบัน” โดยวิทยากรอารมณ์ดี ครูต่าย-อารมย์ ขวัญม่วง ก่อนจะปิดท้ายด้วยพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรม เป็นอันสิ้นสุดกิจกรรมท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขความยินดีกันถ้วนหน้า

Loading

เทศบาลตำบลทับมา ดึงทัพเรือภาคที่ 1 ช่วยเตรียมรับมือน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้ ป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ตำบลทับมา

    เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 พ.ค.66 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.อ.อโศก ศรีสวัสดิ์ รอง เสธ.ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ ประชุมหารือร่วมกับนายประเสริฐ วงศ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา ผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทับมา กำนัน ผญบ.ผู้นำชุมชนในตำบลทับมา เพื่อวางแผนเตรียมรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่ติดตามและดูศักยภาพระบบระบายน้ำของสถานีสูบน้ำ ประตูระบาย การก่อสร้างพนังกั้นตลิ่งพังคลองทับมา บริเวณสะพานแตง คลองกิ่ว และคลองต่างๆ ในลุ่มน้ำทับมา  

       นายประเสริฐ วงศ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า พื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนในทุกปีคือ ม.1-4 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวในอดีตเป็นแหล่งรับน้ำ คลองหลายสายจะมารวมที่คลองทับมาก่อนไหลลงทะเล ซึ่งปัจจุบันพบว่าฝนตกไม่มากก็ท่วมแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน สร้างบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น ประกอบกับพื้นที่แก้มลิงใน อ.นิคมพัฒนา เหนือพื้นที่ตำบลทับมาถูกถมสร้างเป็นโรงงานอุตสาหกรรมด้วย จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก หลังฝนตกหนัก

        อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหา เทศบาลฯ ได้มีแผนเตรียมความรองรับไว้แล้ว ทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย โดยเฉพาะลงพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยง เตรียมเครื่องผลักดัน เครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบเช็คประตูระบายน้ำ ขุดลอกคลอง มีแผนตอบโต้สถานการณ์ฉุกฉิน อพยพ ปชช.ลำเลียงน้ำดื่มอาหารเข้าพื้นที่น้ำท่วมช่วย ปชช. และการฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด รวมทั้งแผนโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ พนังกั้นตลิ่งพัง เป็นต้น และมีการถอดบทเรียนน้ำท่วมที่ผ่านมา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้รวดเร็ว ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง และเป็นการให้ความช่วยเหลือ ปชช.ได้ทันท่วงทีด้วย

          ส่วนทัพเรือภาคที่ 1 ที่จะเข้ามาสนับสนุนเทศบาลตำบลทับมาในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนที่จะมาถึงนี้เป็นความร่วมมือ ความตั้งใจที่ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะการสนับสนุนเครื่องจักรหนัก และกำลังพลทหาร เพื่อให้การช่วยเหลือ ปชช.ได้อย่างทั่วถึง

Loading

ระยอง สำรวจศักยภาพแหล่งท่องท่องเที่ยว อ.บ้านค่าย ตามโครงการ “ผู้ว่าฯ พาทัวร์@(8 อำเภอ)” หาจุดแข็งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิญชวน นทท.

       เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน อปท. และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ภาคเอกชนในจังหวัดระยอง เดินทางไปสำรวจศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.บ้านค่าย ตามโครงการ “ผู้ว่าฯ พาทัวร์@ (8 อำเภอ)” มีนายฉันท์ แป้นเพ็ชร นอภ.บ้านค่าย พร้อมผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.บ้านค่าย ให้การต้อนรับ โดยพาเที่ยวชมรับฟังข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ประกอบด้วย นั่งชมสวนสุภัทราแลนด์ 800 ไร่ ชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว และสักการะบูชาหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ต.หนองละลอก

       ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเดือนละ 2 อำเภอ มีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในการเตรียมความพร้อมรองรับ นทท.ด้วยการสำรวจข้อมูลศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอทั้ง 8 อำเภอ หาจุดแข็งหรือแลนด์มาร์คสถานที่ท่องเที่ยว นำไปสู่การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ รวมถึงเพื่อประชาสัมพันธ์ดึง นทท.ให้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้น.

Loading

นายทุนรุกเขาตัดไม้ในเขตป่าสงวนจังหวัดระยอง ขุดดินปรับพื้นที่ เพื่อปลูกทุเรียนพืชเศรษฐกิจ นอภ.เตรียมส่ง จนท.ปกครอง ตรวจสอบจับกุมดำเนินคดี

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนมีนายทุนกว้านซื้อที่ดิน ภ.บ.ท.5 ติดหุบเขาเพื่อปลูกสวนทุเรียนที่บริเวณทางเข้าฐานหน่วยป้องกันรักษาป่าที่รย.3 (ห้วยทับมอญ) บ้านเขาห้ายอด ต.เขาน้อย อ.เขาชะเมา จ.ระยอง จึงได้เข้าตรวจสอบ พบบริเวณปากทางซอยเข้าถนนมีป้ายเขียนว่า หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.3 (ห้วยทับมอญ) เมื่อเข้าไปประมาณ 1 กม.เป็นหุบเขามีเขาล้อมรอบพบรถแบ็คโฮสีเหลือง กำลังปรับพื้นที่ทำสวนทุเรียนและโดยบริเวณที่ดินโดยรอบได้ขุดร่องน้ำเป็นแนวรอบที่ดินเพื่อป้องกันช้างป่าเข้าไป ด้านหลังติดเขายังขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่

      ชาวบ้านในพื้นที่ได้เปิดเผยว่า ที่ดินผืนดังกล่าวนั้นส่วนมากเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่ปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถให้ชาวบ้านทำกินได้โดย จนท.ป่าไม้ มาทำการรังวัดเขต ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนี้ห้ามมีการแผ้วถางตัดไม้หรือนำเครื่องจักรเข้าไปขุดดินถมดินโดยเด็ดขาดเพราะถือว่าอยู่ในเขตป่าสวงนแห่งชาติ 2484 ซึ่ง จนท.ป่าไม้เป็นผู้ดูแลและในส่วนที่มีการร้องเรียนไม่ทราบว่า จนท.ป่าไม้รย.3 ไม่เห็นหรือมีอะไรมาปิดตาจึงไม่กล้าเข้าดำเนินการจับกุม พื้นที่ดังกล่าวเป็นของชาวบ้านแต่ดั่งเดิมและขายต่อให้กับนายทุน โดยเข้ามาซื้อที่ดินประมาณ 80 ไร่ และได้ขุดดินปรับพื้นที่มีรถบรรทุกดินวิ่งตลอดทั้งวัน จนชาวบ้านในพื้นที่มึนงงว่ามีเครื่องจักรเข้ามาแผ้วถางในเขตป่าสงวนได้อย่างไร และไม่มีการเข้ามาตรวจสอบจับกุมแต่อย่างใดทั้งที่อยู่ปากทางเข้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.3 (ห้วยทับมอญ) จึงอยากฝากไปยังนายอำเภอเขาชะเมา จนท.ปกครองในพื้นที่เข้ามาตรวจสอบก่อนจะมีนายทุนบุกรุกมากไปกว่านี้

      นอกจากนี้ยังพบนายทุนรุกป่าอีกในพื้นที่ ซอยตัวอย่าง ม.2 บ้านห้วยทับมอญ ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา พบการลักลอบตัดไม้ยางในเขตป่าสงวนเช่นกันซึ่งพบแรงงานต่างด้าวได้ตั้งแคมป์ในสวนยางกำลังตัดโค่นต้นยางในพื้นที่ 22 ไร่ โดยมีนายเม้ง ชาวกัมพูชา เป็นผู้รับเหมาตัดไม้โดยนำคนงานต่างด้าวเข้ามาตัดไม้ยางโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายและไม่มี จนท.หน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบจับกุมด้วย

        นายอานนท์ วงศ์แย้ม นายอำเภอเขาชะเมา กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเพราะอยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ แต่อย่างไรก็ตามจะให้ จนท.ฝ่ายปกครองสนธิกำลังทางกอ.รมน.จังหวัดระยอง หรือชุดปฏิบัติการพิเศษปกครองระยอง เข้าตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดลักลอบบุกรุกแผ้วถางเขตป่าสงวนหรือไม่ ซึ่ง จนท.จะบังคับใช้กฎหมายและแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดทุกรายไม่มีละเว้นต่อไป.

Loading

CP LAND ขนทัพคาราวานส่งความสุขทั่วไทย’เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’นำดา เอ็นโดรฟิน นักร้องชื่อดัง สร้างความสุขลูกบ้านคอนโด ริมชายหาดแสงจันทร์ จ.ระยอง

     เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 27 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ได้ต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์โฆษณา ‘ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่รอบตัวคุณ’ ที่นำแสดงโดยสิงโต นำโชค ศิลปินนักร้องชื่อดัง ซึ่งถูกปล่อยไปเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ให้เกิดขึ้นจริงด้วยการขนทัพคาราวานความสุขทั่วไทย กับแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ นำคาราวานความสุขดังกล่าวไปที่จังหวัดระยอง นำทัพโดย ดา เอ็นโดรฟิน ที่โครงการคอนโดเดอะ คอร์ทยาร์ด ระยอง และโรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช หาดแสงจันทร์ อ.เมือง จ.ระยอง     

            นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า CP LAND เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งความสุขต่อเนื่อง หลังจากที่ประกาศรีเฟรชแบรนด์ใหม่ในรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ หรือ ‘Accessible Communities for Li fe’ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกชีวิต และเพื่อต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์โฆษณา ‘ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่รอบตัวคุณ’ ที่นำแสดงโดยสิงโต นำโชค ให้เกิดขึ้นจริงด้วยการขนทัพคาราวานความสุขทั่วไทยผ่านกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสบการณ์ผ่านเสียงเพลง (Dynamic Experiential Marketing Strategy) กับแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ พบกับแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ ได้ที่โครงการของ CP LAND ตามวันที่กำหนด รวมทั้งสามารถติดตามกิจกรรมสร้างความสุขต่อไปได้ที่ Facebook Fanpage CP LAND และ CP LAND Property แหล่งรวมข้อมูลและกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ในเครือ CP ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกชีวิต.

Loading

     นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนแห่เที่ยวชมงาน“วิจิตร 5 ภาค @ระยอง แสงแห่งขุมทรัพย์ตะวันออก, The Treasure Of Lighting Eastperience”ชมพลุไฟตระการตาท่ามกลางป่าชายเลน

     เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 27 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงาน“วิจิตร 5 ภาค @ระยอง แสงแห่งขุมทรัพย์ตะวันออก, The Treasure Of Lighting Eastperience ซึ่งจังหวัดระยอง เป็น 1 ใน 5 ภูมิภาคที่ได้มีการจัดงานดังกล่าวขึ้น โดย ททท.ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2566 นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. ณ พระเจดีย์กลางน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง โดยพิธีเปิดในวันนี้ มี นทท.จากทั่วสารทิศนับหมื่นคนแห่มาเที่ยวชมพลุไฟที่ถูกจุดขึ้นบริเวณสะพานข้ามป่าชายเลน สลับกับการเปิดไฟ แสง สีอย่างสวยงามตระการตา

      ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว มีโซนการจัดแสดงรวม 15 จุด ประกอบด้วย 1.รากแห่งความวิจิตร ประตูสู่ภาคตะวันออก จุดต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ความอุดมสมบูรณ์ของภาคตะวันออก 2.เจดีย์กลางนํ้า (จุดการแสดง) รากฐานแห่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ที่สืบสานและส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน 3.สบ๊ายสบาย ภาคตะวันออก จุดพักผ่อนหย่อนใจ ประดับประดาด้วยแสงไฟสวยงาม 4.ประตูสู่ความอุดมสมบูรณ์ จุดเริ่มต้นความวิจิตรตระการตา เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แห่งภาคตะวันออก 5.นํ้าตกอัญมณี แร่ธาตุและอัญมณี ขุมทรัพย์แห่งภาคตะวันออก 6.สะพานวิจิตร จุดแสดงแสง สี เสียง พลุ ดอกไม้ไฟสุดอลังการ 7.ทางแห่งสีสันภาคตะวันออก สีสันแห่งผืนป่าและท้องทะเล 8.เส้นทางแห่งอัญมณี เรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของอัญมณี มหัศจรรย์แสง สีแห่งภาคตะวันออก 9.เกาะแห่งความอุดมสมบูรณ์ ดินแดนเหนือจินตนาการ เล่าเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ภาคตะวันออก 10.วิถีวิจิตรระยอง วิถีชีวิตชาวตะวันออกที่ผูกพันกับสายน้ำและผืนป่า 11.แสงดาวภาคตะวันออก การผจญภัยยามค่ำคืนท่ามกลางแสงสว่างของดวงดาว 12.สายนํ้าแห่งชีวิต จุดประกายวิถีชีวิตของชุมชนที่เชื่องโยงกับสายน้ำ 13.วิจิตรแห่งท้องทะเล ความงามและความอุดมบูรณ์ สีสันแห่งโลกใต้ท้องทะเล 14.แสงหิ่งห้อยนำทาง กระพริบวิบวับยามค่ำคืน ดัชนีชี้วัดระบบนิเวศที่สำคัญ 15.สีสันแห่งพฤกษา มหัศจรรย์ธรรมชาติรายล้อมส่องสว่างตลอดทางเดิน

นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีของศิลปินชั้นนำหลายคน มี ETC. SERIOUS BACON SLAPKISS และเอิ๊ต ภัทรวี ทั้งนี้งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่…000