Loading

สกพอ. ชวนผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักลงทุน และสื่อมวลชน ร่วมโครงการ ‘EEC Select’ ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งมั่นค้นหาและเชิดชู ‘อัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะถิ่น’ ในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC

     เมื่อวันที่ 20 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนบริษัท นักลงทุน สื่อมวลชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านโครงการ ‘EEC Select’ ที่มุ่งมั่นค้นหาและเชิดชู ‘อัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะถิ่น’ ของ 3 จังหวัดในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และเป็นกลไกสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค.นี้ โดยในวันนี้(19 ส.ค.) ได้พาคณะเที่ยวชม และสัมผัสความงามของพรรณไม้ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง และทดลองทำงานจักสานกระจูด ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มจักสานกระจูดมาบเหลาชะโอน อ.แกลง รวมทั้งชมสวนไม้กฤษณา มีสุขฟาร์ม อ.เมืองระยอง ส่วนวันที่ 21 ส.ค. จะพาคณะเดินทางไป จ.ชลบุรี สัมผัสประสบการณ์ทำนา ที่วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวพัทยา ร่วมกิจกรรมงานฝีมือผ้าพิมพ์รักษ์โลกจากใบไม้ของกูเก้ สไตล์ by พนัสนิคม สุดประณีต เรียนรู้เรื่อง Siam Bugs ฟาร์มจิ้งหรีด อาหารแห่งอนาคต และผ่อนคลายทั้งกายและใจที่ deya spa สุดยอด wellness experience แห่งเมืองพัทยา ชิมเมนูเด็ดประจำถิ่นอย่างแกงไก่กะลา กาแฟมะพร้าวจากวิสาหกิจชุมชนตะเคียนเตี้ย และผัดยอดปาล์มสด ที่ร้านอาหารบ่อทองบุรี และในวันที่ 22 ส.ค.จะพาคณะเดินทางไป จ.ฉะเชิงเทรา สัมผัสวิถีชีวิตริมสายน้ำและแหล่งเกษตรกรรมชั้นยอด ที่ผสมผสานความเชื่อและความศรัทธาเข้ากับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทำไวน์ผลไม้ที่ วิสาหกิจชุมชนทิพย์วารี และร่วมworkshop ผ้า eco print กับทิสาผ้าไทย

       ทั้งนี้ โครงการ EEC Select ดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์และบริการ แต่เป็นการเฟ้นหาสินค้าและบริการที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และสะท้อนตัวตนของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ผ่านการพัฒนาให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวัตถุดิบขึ้นชื่อ งานหัตถกรรมที่สืบทอดภูมิปัญญา หรือบริการด้านการท่องเที่ยวที่นำเสนอวิถีชีวิตดั้งเดิมให้ประสบการณ์ท้องถิ่น (local experience) ที่สุดประทับใจ โดย สกพอ. เชื่อว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี แต่คือการดึง ‘คุณค่า’ จากเรื่องราวและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาผสานเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อให้สินค้าจากชุมชนเหล่านี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นและมี ‘หัวใจ’ โดยในแต่ละจังหวัดก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป การสร้างแบรนด์  ‘EEC Select’ เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของ สกพอ. ที่ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ไปรษณีย์ไทย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คุณภาพเหล่านี้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศและตลาดต่างประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

       ทั้งนี้ สกพอ. จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชน ได้มาสัมผัสประสบการณ์พิเศษที่หาจากที่อื่นไม่ได้ และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการจากท้องถิ่น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแกร่งให้กับชุมชนในพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืนสืบไป.

Loading

เทคนิคระยอง นำครู และนศ. ร่วมลงแขกดำนา ‘ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ’ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

   เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่บริเวณแปลงนาสาธิตวิสาหกิจชุมชนเกาะกก ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดระยอง ได้ร่วมกับกลุ่มผู้ผ่านโครงการผู้นำคลื่นลูกใหม่จังหวัดระยอง (YPC) ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาลงแขกดำนาภายใต้กิจกรรม ‘ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ’ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

     โดยนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้มอบหมายให้ครู อาจารย์ นำ นศ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง เข้าร่วมกิจกรรมลงแขกดำนาด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโครงการปลูกข้าววันแม่ และกิจกรรมสืบสานประเพณีปลูกข้าวในวันแม่ เพื่อเก็บเกี่ยววันพ่อ ประจำปี 2568 โดยกำหนดเก็บเกี่ยวในวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นวันพ่อแห่งชาติ และเพื่ออนุรักษ์ประเพณีลงแขกดำนา และเกี่ยวข้าวให้อยู่คู่กับชุมชน.

Loading

ทต.ทับมา เติมความรู้แก่แกนนำสุขภาพ และ อสม. ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก

     เมื่อวันที่ 19 ส.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายสุทิน แก้วประถม นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกภายใต้โครงการป้องกันและควบคุมโรคที่เกิดจากยุงลาย ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยเป็นการให้ความรู้กับแกนนำสุขภาพ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลทับมา(อสม.) จำนวน 60 คน เข้าร่วมการอบรมฯ โดยมีวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง และ รพ.ระยอง มาบรรยายให้ความรู้เรื่อง โรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค การป้องกัยภัยจากยุงลาย และการป้องกันโรคจากยุงลาย รวมทั้ง การเฝ้าระวังโรคและการควบคุมโรคไข้เลือดออก และมีการแบ่งกลุ่มปฏิบัติการใช้สารเคมีและอุปกรณ์กำจัดยุงตัวเต็มวัย

     ทั้งนี้การอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่แกนนำสุขภาพ และ อสม.ในการป้องกันตนเองและประชาชนในชุมชน จากโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา สามารถควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลายที่เกิดในชุมชนได้ทันท่วงที ถูกต้องตามหลักการควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลาย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง เมื่อเกิดโรคไข้เลือดออกในชุมชน.

Loading

ทต.ทับมา ติวเข้มผู้ประกอบกิจการด้านอาหาร มุ่งให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการประกอบอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องจากการบริโภคอาหารและน้ำ

      เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ส.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายสุทิน แก้วประถม นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการบริโภคอาหารสะอาดปลอดภัยปราศจากสารปนเปื้อน ประจำปีงบประมาณ 2568 มีผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหาร จำนวน 50 คน เข้ารับการอบรมฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง มาให้ความรู้ในการอบรมหลักสูตร ดังกล่าว รวมทั้งมีกิจกรรมตรวจประเมินตลาด สถานที่จำหน่ายอาหาร แผงลอย โรงอาหารในสถานศึกษาและเฝ้าระวังคุณภาพตู้น้ำหยอดเหรียญด้วย

      ทั้งนี้การอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ จัดอบรมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด รวมถึงให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายโดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหาร และตลาดได้อย่างถูกต้อง ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการประกอบอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องจากการบริโภคอาหารและน้ำ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ รวมถึงเพื่อยกระดับตลาดและสถานที่จำหน่ายอาหารให้ได้มาตรฐานด้าสุขาภิบาลอาหารมากยิ่งขึ้นอีกด้วย.

Loading

เด็กเทคนิคระยอง สุดเจ๋ง!คว้าถ้วยรางวัลพระราชทานแข่งขัน ระดับ ปวส. รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขัน The Chef Challenge 2025 ‘การประกอบอาหารเรียกน้ำย่อย และอาหารจานหลัก’

     เมื่อวันที่ 18 ส.ค.68 นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง พร้อมด้วยคณะครู ร่วมแสดงความยินดีกับ นศ.ระดับชั้น ปวส. ประกอบด้วย นายจักริน  คงเจริญ นายพีรวิชญ์ ประกอบสุข ปวส.1 และน.ส.สมจิตร  ทองสีใส ครูผู้ควบคุม หลังคว้ารางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมโล่และเกียรติบัตร เงินรางวัล 10,000 บาท ในการแข่งขัน The Chef Challenge 2025 ครั้งที่ 2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ‘การประกอบอาหารเรียกน้ำย่อย และอาหารจานหลัก โดยใช้วัตถุดิบหลักจากเป็ด’ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ซึ่งการแข่งขันดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 28 ทีม ใช้เวลาในการแข่งขันจำนวน 2 ชั่วโมง และผู้เข้าร่วมแข่งขัน 2 คนต่อทีม

      นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีกับ นศ.ระดับชั้น ปวช.ด้วย มีนายภาคภูมิ กาลบุตร นายพงศธร ธนบริหาร ปวช .1 และ น.ส.อาทิตยา สมุทรคชรินทร์ ครูผู้ควบคุม หลังคว้าถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลชมเชย ลำดับที่ 6 รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท จากการแข่ง The Chef Challenge 2025 ครั้งที่ 2 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีทีมแข่งขัน 27 ทีม.

Loading

ไทยฮอนด้า ฉลองครบรอบ 60 ปี มอบหมวกกันน็อก 2,480 ใบ แก่จังหวัดระยอง หวังปลูกฝังวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยในกลุ่มเยาวชน สร้างสังคมไทยที่ยั่งยืน

    เวลา 09.30 น. วันที่ 21 ส.ค. บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมกับผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในจังหวัดระยอง จัดพิธีส่งมอบหมวกกันน็อก ภายใต้โครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ และสถานศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

       นายยุทธนา มั่งคั่ง ตัวแทนผู้บริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า บริษัท ไทยฮอนด้ามีพันธกิจหลักในการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่องตลอด 60 ปีที่ผ่านมา และให้ความสำคัญกับการปลูกฝังวัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืน ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ได้จัดหมวกกันน็อค จำนวน 112,440 ใบ มูลค่า 112 ล้านบาท แจกจ่ายให้ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ  โดยหวังว่าหมวกกันน็อกที่มอบให้จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใยต่อเยาวชนและประชาชน และจะช่วยผลักดันให้การสวมหมวกกันน็อกกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในอนาคต

     นายวสินธ์  ล่องดุริยางค์ และ นายธนภัทร  ล่องดุริยางค์ ผู้บริหารบริษัทฮอนด้าปิยะจำกัด  กล่าวว่า สำหรับจังหวัดระยอง ไทยฮอนด้าได้ส่งมอบหมวกกันน็อก จำนวน 2,480 ใบ มูลค่ารวม 2,480,000 บาท ให้กับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษาในสังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นสื่อรณรงค์และปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยเยาว์

     ด้าน นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวชื่นชมความตั้งใจของบริษัท ไทยฮอนด้า ที่ใช้โอกาสครบรอบ 60 ปี สร้างคุณค่าแก่สังคม โดยเฉพาะการรณรงค์สร้าง “วัฒนธรรมการสวมหมวกนิรภัย” ในกลุ่มเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความปลอดภัยในอนาคต พร้อมยืนยันว่าภาครัฐให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจัง และการรณรงค์ผ่านโครงการ “ถนนปลอดภัย” ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจในสถานศึกษา ก็จะช่วยลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยขึ้น

      ทั้งนี้ โครงการ “60 ปี ไทยฮอนด้า ขับขี่ปลอดภัย เพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคเอกชนและภาครัฐ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างวัฒนธรรมการสวมหมวกกันน็อกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การขับขี่บนท้องถนนของประเทศไทยปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป….000

      ธนัญธร    รวงผึ้ง   รายงาน

Loading

พาณิชย์ปทุมธานี เปิดงาน  ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ ระดมผู้ประกอบการกว่า 100 ร้านมาแสดงจัดจำหน่ายสินค้า ตั้งเป้าสร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน

      สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี เดินหน้ายกระดับสินค้าศักยภาพปทุมธานี ระดมผู้ประกอบการกว่า 100 ร้านค้า ร่วมโชว์ศักยภาพในงาน ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ งานแสดงและจำหน่ายสินค้าศักยภาพจากเกษตรกร และผู้ประกอบการจังหวัดปทุมธานี ภายใต้โครงการ THE PATHUMTANI INNNOTECH & EXPO 2025 หรือ Pathum InnoTech 2025 คาดการณ์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมตลอดทั้งโครงการไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

      นายองครักษ์  ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ ซึ่งจัดขึ้น ณ ALIVE PARK HALL ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค.68 โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ย้ำว่าได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ ซึ่งจังหวัดปทุมธานี ก็มีศักยภาพสูงในด้านการผลิต ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริการ จึงมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี ดำเนินโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร และธุรกิจบริการ เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดสินค้าศักยภาพจังหวัดปทุมธานี ภายใต้โครงการ ‘THE PATHUMTANI INNNOTECH&EXPO 2025’  หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘Pathum Innotech 2025’  ซึ่งประกอบกด้วยการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการตลาดสมัยใหม่ และการส่งเสริมช่องทางการตลาดและสร้างรายได้ ผ่านการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า และการเจรจาธุรกิจการค้างาน ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ ครั้งนี้นับเป็น 1 ใน 3 งานแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ทางจังหวัดปทุมธานี ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีดำเนินการจัดทำขึ้น ภายใต้โครงการ THE PATHUMTANI INNNOTECH & EXPO 2025 หรือ Pathum InnoTech 2025 โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าศักยภาพของจังหวัดปทุมธานี และยังเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้สินค้าคุณภาพของปทุมธานีเป็นที่รู้จักในวงที่กว้างมากขึ้น ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้และกระจายสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับเป้าหมายของจังหวัดที่ต้องการพัฒนาไปสู่ ‘ปทุมธานีเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม’ โดยการจัดงาน ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025′ นี้ยังเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ รวมถึงขยายเครือข่ายช่องทางการตลาดของตัวเองด้วย’

      ด้าน นายนิมิตร ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของการจัดงาน ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ ว่า เป็นงานที่ได้นำเอากิจกรรมทางธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม บริการ การเกษตร การค้าพื้นฐานในทุกระดับของจังหวัดปทุมธานี มานำเสนอให้กับนักธุรกิจ คู่ค้า ประชาชน และบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสในการรับทราบ และเข้าถึงธุรกิจตลอดจนเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัดปทุมธานีในรูปแบบของงานแฟร์ ภายใต้ชื่อ Pathum Innotech จะเน้นการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการเกษตร ธุรกิจบริการ SMEs หรือสินค้าที่มีศักยภาพ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว อาทิ หอการค้าจังหวัดปทุมธานี, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี, ตลาดไท, ตลาดสี่มุมเมือง, ตลาดไอยรา, ดูโฮม ผู้ประกอบการ OTOP, SMEs, GI, BizClub, สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยเลือกทำเลเศรษฐกิจสำคัญในการจัดงาน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าศักยภาพของสินค้าจังหวัดปทุมธานีได้ง่ายขึ้น  ‘กิจกรรมภายในงานจะประกอบไปด้วย กิจกรรมชอป ชม ชิลล์ สินค้าของผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดปทุมธานี มีจุด Check in และ Showcase และกิจกรรมการเจรจาธุรกิจทั้งแบบออนไซต์ และออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้ลงทุน หรือเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น ในส่วนของผู้บริโภคจะมีกิจกรรมการจัดโปรโมชันสุดคุ้มเพื่อแจกของรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมชมงาน และมีการแสดงจากศิลปินชื่อดังทุกวันด้วยอาทิ เปา เปาวลี เฟิร์ส พรชิตา เป็นต้น’ จังหวัดปทุมธานี จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชน นักธุรกิจ และผู้สนใจในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, นนทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมสัมผัสศักยภาพของจังหวัดปทุมธานี และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพได้ในงาน ‘PATHUM FANTASTIC FAIR 2025’ ระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค.68 ณ ALIVE PARK HALL ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี.

Loading

2 เทคนิคในระยอง พาครูผู้สอนบุกดอยสะเก็ด เรียนรู้ศาสตร์บาริสต้า มุ่งจัดทำหลักสูตรอาชีพบาริสต้า ฝึกอาชีพ ปชช. และ นศ.ให้เป็นผู้ประกอบการ

     ผอ.เทคนิคระยอง-เทคนิคนิคมอุตฯ ระยอง นำครูผู้สอนจาก ‘เมืองทะเลสู่ดอยเมืองเหนือ’ เรียนรู้ศาสตร์นักชงกาแฟ หรือบาริสต้าอย่างลึกซึ้ง มุ่งนำองค์ความรู้จัดทำเป็นหลักสูตรอาชีพระยะสั้นบาริสต้า หรือนักชงกาแฟ สอนอาชีพ ปชช.สร้างรายได้ และ นศ.เพื่อเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

     เมื่อวันที่ 15 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง และนายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง พาครูผู้สอนแผนกวิชาอาหารและโภชนาการ และแผนกวิชาการโรงแรม และบุคลากรประจำร้าน ‘ใบชะมวง’ ของวิทยาลัยเทคนิคระยอง และร้านกาแฟ ‘ควินิน คาเฟ่’ ของวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง จาก ‘เมืองทะเลสู่ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่’ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟขึ้นชื่อของประเทศไปอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการ Cupping Coffee & Roaster ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะและศักยภาพการจัดการเรียนการสอน อาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 14-18 ส.ค.นี้ ที่ Palore Coffee & Tea House ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการอบรมในหัวข้อ Roaster เริ่มตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษาต้นการเก็บเมล็ดกาแฟ การคั่วเมล็ดกาแฟ และมีการอบรมในหัวข้อ Cupping Coffee การชงกาแฟ การชิมประเมินคุณภาพรสชาติกาแฟ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้มีการเดินทางไปศึกษาดูงาน Cafe Coffee ต่างๆ ด้วย ก่อนจะมีการประชุมสรุปแนวทางการจัดทำเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น อาชีพบาริสต้า เรื่องการ Roaster การคั่วกาแฟ และ Cupping Coffee การเทส หรือการประเมินคุณภาพและรสชาติของกาแฟ เพื่อเปิดสอนอาชีพสร้างรายได้ให้กับ ปชช.ในพื้นที่ และนำองค์ความรู้ไปพัฒนารสชาติกาแฟของร้านกาแฟประจำวิทยาลัยให้ถูกปากคอกาแฟ รวมทั้งฝึกอาชีพให้ นศ. เรียนรู้ศาสตร์นักชงกาแฟอย่างลึกซึ้ง เพื่อต่อยอดเป็นเจ้าของธุรกิจ และผู้ประกอบการในอนาคตอีกด้วย

      นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง เปิดเผยว่า การอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเทคนิคระยอง เทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง สนับสนุนโดยสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอาชีวศึกษา(สสอ.)เป็นการมาอบรมการคั่วกาแฟ หรือ Roaster และCupping หรือการชิมกาแฟ การมาอบรมครั้งนีั เพื่อการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นอาชีพ ‘บาริสต้า’ ซึ่งจะได้หลักสูตรเพิ่ม 2 หลักสูตร คือ Roaster ‘นักคั่วกาแฟ’ และ Cupping ‘นักชิมกาแฟ’ เพื่อที่นำกลับพัฒนา นศ. ให้มีความรู้ ทักษะที่หลากหลาย ซึ่งจะเป็นบาริสต้าที่มีสมรรถนะสูง ซึ่งในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรได้มีการร่วมกับภาคเอกชน ‘palore Coffee & Tea House’ ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยได้วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้มาพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน ทั้งหลักสูตรรายวิชาชีพ และระยะสั้น ซึ่งจะทำให้การจัดการศึกษาพัฒนา นศ. และ ปชช.ทั่วไป เพื่อที่จะสร้างอาชีพการเป็นผู้ประกอบการของร้านคาเฟ่ หรือร้านกาแฟ รวมถึง นศ. ที่ต้องการมีอาชีพเป็นบาริสต้า เพื่อที่จะไปประกอบอาชีพอิสระ หรือเป็นพนักงานในร้านกาแฟต่างๆ ก็จะทำ นศ. มีรายได้ระหว่างเรียน และเมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้ว ก็สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ ทั้งเป็นบาริสต้า ในร้านกาแฟ และเป็นผู้ประกอบการต่อไป ส่วนการจัดการเรียนการสอนบาริสต้าของวิทยาลัยเทคนิคระยอง มีอุปกรณ์เครื่องมือที่ครบครันแบ่งเป็น 2 โซน ทั้ง Slow Bar และ Speed Bar นศ. ที่เรียนจะได้เห็นทั้ง 2 ส่วน และในเรื่องของการประกอบธุรกิจด้วย นอกจากนี้การจัดการเรียนการสอนบาริสต้าดังกล่าว ที่เป็นคอร์สสั้นๆ ให้สามารถประกอบธุรกิจได้ โดยมีการสอนตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนด้วย ยังได้มีการสอนในเรื่องของการเขียนแผนธุรกิจด้วย เพื่อได้ไปหาแหล่งเงิน มาสร้างธุรกิจของตัวเองอีกด้วย

       ด้านนายจรูญ แสงสงวน วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ เปิดเผยว่า การอบรมของเทคนิคทั้ง 2 แห่งครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ครูจะได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นหลักสูตรแก่ นศ. ที่สามารถติดตัวไปประกอบอาชีพได้ เนื่องจากเรื่องของกาแฟมีการเติบโตขึ้น มีการบริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอาชีพที่มีอนาคต ซึ่งหาก นศ. ได้เรียนจากหลักสูตรที่จะจัดขึ้นดังกล่าวเป็นพื้นฐาน และไปศึกษาเพิ่มเติมหรือฝึกงานในสถานประกอบการร้านกาแฟ ซึ่งในเรื่องของกาแฟ มีกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่หลากหลาย สามารถที่จะนำไปประกอบธุรกิจในส่วนที่ตัวเองถนัดได้ อย่างไรก็ตามการดำเนินธุรกิจจะให้ประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ที่ลึกซึ้งในเรื่องนั้น และขายความเป็นจุดแข็งของตัวเอง เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตมีอนาคตต่อไปได้.

Loading

GPSC Group ผนึกกำลังป่าชุมชน สร้างฝายชะลอน้ำ เสริมระบบนิเวศ – หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero

        เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 คุณปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบริหารองค์กร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอัจฉริยะของกลุ่ม ปตท. ร่วมมือกับเทศบาลตำบลบ้านฉางและเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดระยอง จัดกิจกรรม “สร้างฝายชะลอน้ำ ประจำปี 2568” ณ ป่าชุมชนบ้านภูดรห้วยมะหาด อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยมีการสร้างฝายชะลอน้ำแล้วกว่า 187 ฝาย มีส่วนช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า และลดการพังทลายของดินอย่างมีประสิทธิภาพ

       สำหรับปีนี้ GPSC ยังได้เพิ่มมิติด้านเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชอาหาร จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นชัน กระชายบ้าน ว่านม่วง หัวไพล หัวกระทือและขิงแห้ง รอบพื้นที่ฝายชะลอน้ำ เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตหมุนเวียนได้ตลอดปี และนำไปสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืน

       นอกจากประโยชน์ทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจแล้ว กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำยังเป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจากธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยดูดซับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในระดับชุมชน กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GPSC ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างสมดุลและความยั่งยืนในระยะยาว…000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

เทคนิคระยอง เจ๋งคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ระดับชาติ ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา ระดับ ปวส.

     เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง พร้อมด้วยครู และบุคลากรทางการศึกษา ร่วมแสดงความยินดีกับตัวแทนนักศึกษาแผนกวิชาการโรงแรม ประกอบด้วย นายคณสันต์ แคสันเทียะ น.ส.พรกนก อุดมกัน น.ส.ลิดา ฤทธิ์ น.ส.เหมี่ยว แก้วบุญตา น.ส.ปาณิตา ชนินทรพัฒ และครูที่ปรึกษา ประกอบด้วย น.ส.อัญชนา งาเจือ นายสุกฤษ ศรีวรรณะ และน.ส.กมลชนก นาทอง พร้อมด้วยครูที่ปรึกษาพิเศษ

มีนางอติณัช แสนยศ นางสุภาวดี บรรเทาทุกข์ และน.ส.มานิดา หยาดทอง ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ระดับชาติ จากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประจำปี 2568 ชื่อ ‘โครงงานการเปรียบเทียบกรดในน้ำผักและผลไม้ที่มีผลต่อการขึ้นฟูของไข่ขาวเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์กรอบกรอบโปรตีน’ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12–14 ก.ค. ที่ผ่านมา.