Loading

ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว จ.ชลบุรี และระยอง ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เช่าเหมาลำเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น

     ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาและผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว จ.ชลบุรี และระยอง ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 336 คน เช่าเหมาลำเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นของภาคตะวันออก ซึ่งจะมีเที่ยวบินเช่าเหมาจากรัสเซียเดินทางมาอย่างต่อเนื่องช่วงเดือน พ.ย.66-มี.ค.67 นี้

       เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พ.ย.ที่สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเรือเอกสิทธิชัย ต่างใจ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวใน จ.ชลบุรี และระยอง ร่วมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเมือง Novosibirsk ประเทศรัสเซีย 336 คน ที่เช่าเหมาลำเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นของภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเลือกมา โดยมีบริษัท Anex Tour นำมา และจะมีการนำนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.66-31 มี.ค.67 คาดว่าสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

        พลเรือเอกสิทธิชัย ต่างใจ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานนานาอู่ตะเภา กล่าวว่า ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา  ถือเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ของภาคตะวันออก ที่สามารถสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวให้แก่พื้นที่ภาคตะวันออกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกและกระจาย นักท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ของภาคตะวันออกได้ อาทิ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด รวมทั้งท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ยังเป็นพื้นที่สำคัญของโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ปัจจุบันมีเส้นทางบินทั้งในและต่างประเทศที่พร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุดในช่วงเร่งด่วนได้ 1,400 คน/ชั่วโมง หรือประมาณ 3 ล้านคนต่อปี.

Loading

โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บ.ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดกิจกรรม ‘ตามล่าฝัน ฟุตบอลคลินิก’ แก่เยาวชนในจังหวัดระยอง นำอดีตนักเตะทีมชาติ ผู้ฝึกสอนฝึกฝนทักษะฟุตบอลแก่เยาวชน มุ่งการเป็นนักเตะอาชีพ

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่สนามพีทีที สเตเดี้ยม อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล เนียมนัตน์ ผจก.ส่วนอาคารและสถานที่ โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บ.ปตท.จำกัด(มหาชน) และนายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ร่วมเปิดกิจการ ‘ตามล่าฝัน ฟุตบอลคลินิก’ ซึ่งจัดขึ้นโดยโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บ.ปตท.และทีมพีทีที อะคาเดมี่ ภายใต้โครงการ CSR กิจกรรมเพื่อสังคม มีเด็กเยาวชน จำนวน 121 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยแบ่งเป็นเยาวชนในพื้นที่จังหวัดระยอง 60 คน และเยาวชนจากทีมในการแข่งขันโปรแกรม PTT Group Cup U12 จำนวน จำนวน 61 คน โดยมีอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่อย่างสุธี สุขสมกิจ นิรุจน์ สุรเสียง ณัฐพล มาละมงคล ภูริภัทร์ นิยมจิตร รวมทั้งวรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย มาฝึกสอนให้เยาวชนแต่ละตำแหน่งด้วย อาทิเช่น กองหน้า กองหลัง และผู้รักษาประตู

ทั้งนี้เพื่อฝึกฝนทักษะทางฟุตบอลให้กับเยาวชน เพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพต่อไป.

Loading

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อน “ระยอง” นำร่องจัดการบรรจุภัณฑ์แบบ Closed-Loop ผ่านโครงการ ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่”

     วันที่ 6  พ.ย. ที่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซินีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นางสาววิภาวรรณ  ทัศนปรีชาชัย  ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) เป็นประธานเปิดโครงการ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่ โดยมี นายธีรพันธ์  ศิริปักมานนท์  ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น  สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจ.ระยอง นายอนล  ลอยชศักดิ์ ผู้จัดการฝ่าย Rigid Packaging Platform สายงานการตลาดและการขาย กลุ่มลูกค้าแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)  และ นายกิตติพงษ์  สิปิยารักษ์  ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การเซ็นทรัลระยอง  ร่วมเวทีสัมมนาในหัวข้อ “ข.ขวดหมุนเวียน ขวดใหม่  ระยองร่วมใจ นำร่องการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

      นางสาววิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า “หลังจากที่บริษัทฯ ประกาศใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ขวด rPET 100%) เป็นเจ้าแรกในตลาดเครื่องดื่มไทย บริษัทฯ จึงเดินหน้าส่งเสริมการคัดแยกขวดพลาสติก PET ใช้แล้วอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อรีไซเคิลหมุนเวียนกลับมาเป็นขวดใหม่ หรือที่เรียกว่า ‘Bottle-to-Bottle Recycling’ พร้อมกันนี้ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของจังหวัดระยองในการเป็นจังหวัดนำร่องจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน เพราะปัจจุบันจังหวัดระยองเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีทั้งผู้ผลิตสินค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้บริโภค ผู้คัดแยก และโรงงานรีไซเคิล ครบตามห่วงโซ่ของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม สามารถนำขวดพลาสติก PET ใช้แล้วมารีไซเคิลหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างครบวงจร ที่สำคัญโรงงานที่เป็นฐานการผลิตใหญ่ของบริษัทฯ ก็ตั้งอยู่ในจังหวัดระยองด้วย บริษัทฯ จึงร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนดำเนินโครงการ ‘ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่’ ผนึกกำลังเพื่อเก็บกลับและรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ใช้แล้วให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อน ‘ระยอง’ เป็นจังหวัดนำร่องจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

       นายธีรพันธ์ ศิริปักมานนท์ กล่าวว่า “โครงการ‘ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่’ เป็นโครงการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดระยอง เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับจังหวัดระยองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ยังช่วยส่งเสริมให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดระยองมีประสิทธิภาพ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามนโยบายของทางรัฐบาลอีกด้วย

     ด้านนายอนล  ลอยชศักดิ์  กล่าวว่าสำหรับการผนึกกำลังกับซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในครั้งนี้ เราได้นำอาสาสมัครชุมชนที่เข้าอบรมเรื่องการคัดแยกขยะ และนำแพลตฟอร์ม ‘GC YOUเทิร์น’ เข้ามาช่วยบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยก จัดเก็บ ขนส่ง ไปจนถึงการนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลผ่านโรงงานเอ็นวิคโค สร้างความมั่นใจให้กับขวดพลาสติก PET ใช้แล้วทุกขวดที่ชาวระยองตั้งใจคัดแยก จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ภายใต้แบรนด์อินโนอีโค (InnoEco) ที่สะอาด ปลอดภัย ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลทั้งจากอเมริกา (USFDA) ยุโรป (EFSA) และมาตรฐาน อย. ไทย.

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

พาณิชย์ระยอง ออกตรวจสอบหวั่นผู้ประกอบการขึ้นราคาน้ำตาลทรายขาวกระทบ ปชช.พบไม่ขึ้นราคา กักตุน พร้อมมั่นใจไม่ขาดแคลน

     เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ระยอง เจ้าหน้าที่ปกครองระยอง และ สคบ.ระยอง ออกสุ่มตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายขาวในตลาดสด และห้างสรรพสินค้าขายปลีกสินค้าในพื้นที่ อ.เมืองระยอง หลายแห่ง หลังราคาน้ำตาลทรายขาว และขาวบริสุทธิ์ขยับราคาขึ้น โดยราคารหน้าโรงงานจากเดิมน้ำตาลทรายขาวอยู่ที่ กก.ละ 19 บาท เป็นราคา กก.ละ 23 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จากเดิม กก.ละ 20 บาท เป็น กก.ละ 24 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค.เป็นต้นไป

     นางจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดระยอง กล่าวว่า จากการประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่ประกาศให้น้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งควบคุมในน้ำตาลทรายขาว และขาวบริสุทธิ์ ในกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล น้ำตาลทรายขาวต้องจำหน่ายปลีกไม่เกิน กก.ละ 24 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ไม่เกิน กก.ละ 25 บาท ในส่วนของจังหวัดระยอง เบื้องต้นได้มาตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ราคา พบว่าในห้างฯขายปลีกท้องถิ่นขาย กก.ละ 26 บาท ซึ่งมองว่าเป็นราคาสมเหตุสมผล เป็นราคาต้นทุนหน้าโรงงานที่ปรับขึ้นมาประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนปริมาณน้ำตาลในจังหวัดระยอง ยังพอมีจำหน่ายแก่ผู้บริโภคได้อีกประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งช่วงนี้ยังไม่มีการขาดแคลนแต่อย่างใด มั่นใจไม่มีการกักตุน ส่วนข้อสังเกตในร้านค้าปลีกย่อยในตลาดสด พบว่าราคาสูงกว่าราคาในห้างฯค้าปลีกท้องถิ่น อยู่ที่ กก.ละ 20-30 บาท ได้กำชับให้ปิดป้ายแสดงราคาที่ชัดเจน และให้คำแนะนำแก่ผู้จำหน่ายปลีกกรณีแบ่งขายอัตราส่วนราคาแบ่งขายก็ต้องเท่าราคาขายต่อ 1 กก.เช่นครึ่ง กก.ต้องขาย 14 หรือ 15 บาท หากพบมีขายในราคาที่สูงเกินจริงก็ร้องเรียนมาได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระยอง และ สคบ.ระยอง ได้.

Loading

จ.ระยอง ต้อนรับเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางเยี่ยมเยียนกระชับความสัมพันธ์

     เมื่อวันที่ 1 พ.ย.66 ที่ห้องรับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับนายระห์หมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยี่ยมเยียนกระชับความสัมพันธ์กับจังหวัดระยอง โดยได้ให้ความสนใจด้านเศรษฐกิจการลงทุน โดยเฉพาะจังหวัดระยอง เป็นเมืองอุตสาหกรรม และ 1 ในจังหวัด EEC ด้วย และด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และประเพณีวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังฝากให้ทางจังหวัดระยอง ดูแลคนของอินโดนีเซียที่ทำงานในจังหวัดระยอง จำนวน 21 คนด้วย ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย มีแผนจะเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์กับทุกจังหวัดของไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อินโดนีเซีย ในด้านเศรษฐกิจการลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร และแลกเปลี่ยนประเพณีวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน

      ด้านนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง เป็นเมืองเศรษฐกิจ 3 ขา ประกอบด้วย อุตสาหกรรม การเกษตร และท่องเที่ยว ทั้งยังอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ด้วย มีความพร้อมด้านสนามบินในพื้นที่ มีแหล่งท่องท่องเที่ยวชั้นชื่อ และภาคการเกษตรก็มีผลไม้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพความพร้อมทุกด้าน ยินดีต้อนรับนักลงทุนชาวอินโดนีเซียที่จะเข้ามาลงทุน และมาท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง.

Loading

จ.ระยอง เปิดเวทีเสวนาถอดบทเรียนงดเหล้าเข้าพรรษาช่วง 3 เดือน ในสถานประกอบการ นำข้อมูลขับเคลื่อนการลด ละ เลิก การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ

     เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ทีห้องประชุมเมืองระยอง ศูนย์การเรียนรู้เครือข่ายชุมชนไออาร์พีซี ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดเวทีเสวนา “ถอดบทเรียนงดเหล้าเข้าพรรษาในสถานประกอบการจังหวัดระยอง ช่วง 3 เดือน ปี 2566” ซึ่งจัดขึ้นโดยเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระยอง และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง มีส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายประชาสัมพันธ์ จำนวน 40 คน เข้าร่วมเวทีเสวนาฯ มีผู้แทนของสรรพสามิตระยอง สาธารณสุขระยอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ผู้ประกอบการ ภาคประชาชน และเยาวชน ร่วมเสวนา

      นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง กล่าวว่า สืบเนื่องด้วยเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระยอง และจังหวัดระยอง ได้จัดกิจกรรม “งดเหล้าเข้าพรรษาในสถานประกอบการ ประจำปี 2566” ขึ้น ภายใต้แผนงานโครงการสานพลัง ภาคีเครือข่ายลด ปัจจัยเสี่ยง สร้างสุขจังหวัดระยอง ปี 2566 ตลอดระยะเวลา 3 เดือนช่วงเข้าพรรษาผ่านมา โดยมีคณะทำงานด้านต่างๆ ช่วยกันขับเคลื่อนในระดับจังหวัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ลด ละ เลิก การดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ จึงได้มีการจัดเวทีเสวนาดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้เพื่อรับฟังปัญหา ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วน เช่น ด้านกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 ด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัย ด้านงานบุญประเพณีและอื่นๆ รวมทั้งเพื่อเป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนงาน ลด ละ ลเก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดเพื่อการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไปอีกด้วย.

Loading

ต้อนรับวันฮาโลวีน เทคนิคระยอง ถือฤกษ์เปิดร้านสปา แต่งผีนวดผ่อนคลาย อบซาวน่า ทำเล็บ สระไดร์ มุ่งสร้างรายได้ นศ.ระหว่างเรียน

     เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้ถือฤกษ์วันฮาโลวีน 2023 เปิดร้านสปาให้บริการนวดผ่อนคลาย นวดฝ่าเท้า นวดประคบ อบซาวน่า ทำเล็บ และสระไดร์ ภายในวิทยาลัย ชื่อร้าน ‘Salon Tour’ บริเวณชั้น 1 อาคารสาขาวิชาการท่องเที่ยว โดย นศ.สาขาวิชาการท่องเที่ยว ปวช.3 เป็นพนักงานนวด ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้สนใจมาใช้บริการนวด ช่วยให้ นศ.มีรายได้ระหว่างเรียน โดยวันแรกของการเปิดให้บริการ ได้มีการจับ นศ.แต่งเป็นผี เพื่อเป็นการโปรโมทร้านให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายด้วย โดยเปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-15.30 น.

     นายกิตติพงค์ อุตตะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง กล่าวว่า การฝึกทักษะวิชาชีพมุ่งเน้นให้ นศ.มีรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้นโยบาย ‘เรียนดี มีความสุข’ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว สามารถต่อยอดนำไปประกอบอาชีพได้ เป็นเจ้าธุรกิจเองได้ด้วย ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานมาเรียนสายวิชาชีพ จบไปมีงานทำแน่ๆ ซึ่งนอกจากจะเปิดร้านสปาแล้ว แผนกวิชาอื่นๆ ยังมุ่งส่งเสริมให้ นศ.มีรายได้เช่นกันด้วย เช่น แผนกวิชาการโรงแรม ได้มีการส่งเสริมให้ นศ.ฝึกวิชาชีพในการเป็นบาร์เทนเดอร์ และการฝึกวิชาชีพผูกผ้าตามงานพิธีต่างๆ อีกด้วย.

Loading

เทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง จับมือ GPSC ผุดจุดชาร์จ-ศูนย์ซ่อมรถ จยย.ไฟฟ้า พร้อมหนุนหลักสูตรซ่อมรถไฟฟ้าแก่ นศ.และ ปชช.ในพื้นที่

    เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง พร้อมคณะครู ร่วมรับมอบจุดชาร์จ-ศูนย์ซ่อมรถ จยย.ไฟฟ้าภายในวิทยาลัยฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จก.(มหาชน) หรือ GPSC มีนายวสันต์ สุสุนทร ผจก.แผนกชุมชนสัมพันธ์ GPSC ร่วมส่งมอบ และตรวจรับ

     นายวสันต์ สุสุนทร ผจก.แผนกชุมชนสัมพันธ์ GPSC กล่าวว่า ทางบริษัทฯ มองว่าทิศทางของรถไฟฟ้าในอนาคต ทัังด้านเทคนิค และวิศวกรรมจะต้องพัฒนาในด้านบุคลากร ครู และเครื่องมืออุปกรณ์ของเทคนิคอุตสาหกรรมที่มีความร่วมมือกันเกิดขึ้น ซึ่งบริษัทฯ เป็นธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน มองเห็นพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็น จึงได้มีการทำโครงการติดตั้งจุดชาร์จ และศูนย์ซ่อมรถ จยย.ไฟฟ้าขึ้นดังกล่าว เพื่อที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้และองค์ความรู้แก่ นศ.ซึ่งในอนาคตก็จะพัฒนาสำหรับรถยนต์ด้วย ซึ่งที่เทคนิคแห่งนี้อยู่ใกล้เขตนิคมอุตสาหกรรม มีทิศทางจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จะเป็นประโยชน์กับเทคนิคที่นี่ จึงเป็นจุดเริ่มที่ดีที่จะเริ่มโครงการเกี่ยวกับเรื่องของรถไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ความร่วมมือกับเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยองเสร็จสิ้นแล้ว จากนี้ไปก็เร่งติดตั้งจุดชาร์จรถ จยย.ไฟฟ้าที่กำหนดไว้ เพื่อรองรับผู้ใช้รถ จยย.ไฟฟ้าได้มาชาร์จ รวมทั้งมีศูนย์ซ่อมรถ จยย.ไฟฟ้าด้วย

       ด้าน นายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง กล่าวว่า เบื้องต้นต้องขอขอบคุณทาง GPSC ที่สนับสนุนงบประมาณทั้งจุดชาร์จรถ จยย.ไฟฟ้า ศูนย์ซ่อมที่มีเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ครบครัน ซึ่งอนาคตก็จะมีการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าต่อยอดพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนแก่ นศ.และหลักสูตรระยะสั้นแก่ ปชช.เพื่อเป็นอาชีพให้เกิดรายได้ต่อไปอีกด้วย.

Loading

‘ร้านใบชะมวง’ ของเทคนิคระยอง เปิดขายข้าวกะเพราไก่ จานละ 20 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย นศ.แถมไม่มีเงินยังให้กินฟรีแลกกับการเป็นจิตอาสาช่วยงานวิทยาลัย

    เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 30 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ร้านใบชะมวง’ ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ตั้งอยู่หน้าวิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเปิดจำหน่ายอาหารคาวหวาน อาหารพื้นถิ่น เครื่องดื่ม และกาแฟ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ เปิด 08.00 -17.00 น.โดยมีครู นำ นศ.แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ บริหารจัดการร้าน ทางวิทยาลัยฯ ได้เปิดจำหน่ายอาหารเมนูยอดฮิต ‘กะเพราไก่’ ราคา 20 บาท แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย นศ.

    นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง กล่าวว่า ที่ร้านใบชะมวง นอกจากจะจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น เครื่องดื่ม และกาแฟแล้ว ทางวิทยาลัยฯ ได้เล็งเห็นความจำเป็นในดำรงชีวิตประจำวันของ นศ.จึงได้เปิดจำหน่าย ‘ข้าวกะเพราไก่’ ในราคาจานละ 20 บาท เพื่อให้ นศ.รับประทานในราคาถูก ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มี นศ.จำนวน 6,000 คน ซึ่งมี นศ.บางส่วนต้องไปงานทำ พาร์ทไทม์ ทางวิทยาลัยฯ จึงได้มีโครงการดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยม คือ ‘กะเพราไก่’ ราคา 20 บาท ขึ้นมา เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของ นศ.ที่จะมาเรียนหนังสือ และเป็นการเพิ่มรายได้ให้ นศ.อีกส่วน ซึ่งเป็นผู้ที่มาทำข้าวกะเพราไก่ขายเอง เป็น นศ.แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ ส่วน นศ.บางคนที่ไม่มีรายได้ มีความตั้งใจที่จะมาเรียน ทางวิทยาลัยฯ ก็ให้รับประทานฟรี โดยแลกกับการเป็นจิตอาสาช่วยงานวิทยาลัยฯ อย่างเช่น ช่วยงานจราจรหน้าวิทยาลัยฯ ตอนเช้า-เย็น และมาช่วยงานในครัวแผนกวิชาอาหารฯ ล้างจาน หรือคัดแยกขยะในวิทยาลัยฯ ซึ่งจะมีคูปองให้มารับประทานอาหารฟรีสำหรับ นศ.ที่ไม่มีเงิน

     สำหรับ ‘ร้านใบชะมวง’ คือ 1 ในธุรกิจ 1 สาขาวิชา เป็นร้านอาหาร เรสเตอรองท์ และคาเฟ่ มีทั้งอาหารพื้นถิ่น กาแฟ และอิตาเลี่ยนโซดาไว้บริการ ปชช.ทั่วไป และ นศ.ในราคาที่จับต้องได้ ก็ขอเชิญชวนพี่น้อง ปชช.เข้ามาอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของ นศ.ซึ่งเป็นร้านอาหารถิ่นที่ นศ.ได้เรียนรู้การประกอบอาหาร ทำเป็นธุรกิจขึ้นมาเพื่อให้ นศ.มีรายได้ มีอาชีพระหว่างเรียน โดยไม่ต้องจบการศึกษา ซึ่งร้านอาหารดังกล่าวยังเป็นสถานที่ฝึกอาชีพแก่ นศ.เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้วสามารถนำไปต่อยอดทำเป็นอาชีพ และเปิดร้านเป็นเจ้าของธุรกิจเองได้

Loading

พ่อเมืองระยอง นำ ปชช.ชาว อ.แกลง นับพันคน ร่วมตักบาตรเทโว พระภิกษุสงฆ์สามเณรในพื้นที่ 188 รูป สืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2566

      เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 30 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำ ปชช.ชาว อ.แกลง ร่วมกันตักบาตรเทโว ใน’งานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2566′ เนื่องในวันออกพรรษา ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงป้ายทัมใจ อ.แกลง จ.ระยอง โดยมี ปชช.นับพันคนรอใส่บาตรเป็นแถวยาวกว่า 1 กม.ซึ่งจัดโดยเทศบาลตำบลเมืองแกลง ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 57 แล้ว มี น.ส.กานต์จรัส เอียดทองใส นอภ.แกลง นายสันติชัย กังสวานิช นายกเทศมนตรีตำบลเมืองแกลง และนายวิฑิต ลาวัณย์เสถียร ปธ.มูลนิธิช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจน ร่วมงานฯ

       โดยมีพระภิกษุสงฆ์สามเณร จากวัดต่างๆ ในพื้นที่ 18 วัด จำนวน 188 รูป มารับบิณฑบาต เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระราชปริยัติโมรี เจ้าอาวาสวัดสารนาถธรรมาราม แสดงธรรมเทศนา พร้อมทั้งมีขบวนแห่เครื่องสักการบูชา ถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วย ขบวนเทวดา-นางฟ้า-นางรำ ขบวนผีเปรต ขบวนพระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จกลับจากการเทศนา แสดงธรรมโปรดแด่พุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา และเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยที่มีมาแต่โบราณให้คงอยู่สืบไปด้วย.