Loading

ทต.ทับมา จัดแข่งขันจักรยานขาไถ Balance Bike เด็กนักเรียนอนุบาล จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และมุ่งส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้วย

     เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 26 ม.ค.ที่สนามกีฬาสวนสุขภาพเทศบาลตำบลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดการแข่งขันจักรยานขาไถ Balance Bike ภายใต้โครงการกีฬาปฐมวัยทับมามหาสนุก ประจำปี 2567

      ซึ่งจัดขึ้นโดยกองการศึกษา เทศบาลตำบลทับมา และโรงเรียนอนุบาลทับมา มีเด็กนักเรียนชั้นปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลทับมา เข้าร่วมแข่งขันฯ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 7 รุ่น แบ่งเป็น 2 ประเภท ชาย และหญิง ประกอบด้วย 1.รุ่นอายุ 3 ขวบ 6 เดือน ถึง 4 ขวบ 2.รุ่นอายุ 4 ขวบ 1 เดือน ถึง 4 ขวบ 5 เดือน 3.รุ่นอายุ 4 ขวบ 6 เดือน ถึง 5 ขวบ 4.รุ่นอายุ 5 ขวบ 1 เดือน ถึง 5 ขวบ 5 เดือน 5.รุ่นอายุ 5 ขวบ 6 เดือน ถึง 6 ขวบ 6.รุ่นอายุ 6 ขวบ 1 เดือน ถึง 6 ขวบ 5 เดือน และ 7.รุ่นอายุ 6 ขวบ 1 เดือน ถึง 7 ขวบ ซึ่งจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา ทั้งยังเป็นการปลูกฝังวินัยจราจร ส่งเสริมการออกกำลังกายพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย และสานสัมพันธ์ความรักในครอบครัวอีกด้วย.

Loading

พ่อเมืองระยอง นำเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ผสมเกสรดอกทุเรียน เริ่มฤดูกาลผลิตทุเรียนคุณภาพของจังหวัดระยอง

     เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 24 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รอง ผวจ.ระยอง นายทศพล บวรโมทย์ นอภ.บ้านค่าย และ น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง ร่วมกันใช้ไม้กวาดดอกหญ้าผสมเกสรดอกทุเรียน หรือผสมเกสรดอกทุเรียนให้เกสรตัวผู้ และตัวเมียผสมกัน เพื่อให้ติดลูกดีขึ้น ซึ่งเป็นสวนทุเรียนของนายเกรียงศักดิ์ มีสบาย เกษตรกรแปลงใหญ่ ม.8 ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตทุเรียนจังหวัดระยอง ภายใต้โครงการผู้ว่าการันตี ทูเรียนดี เมืองระยอง

      นายไตรภพ กล่าวว่า ปีนี้จังหวัดระยอง มุ่งเน้นให้เกษตรกรผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพภาพ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้ ใช้เทคโนโลยีมาช่วยการผลิต เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพ และรสชาติดี และมีนโยบายไม่ตัดทุเรียนอ่อน รวมทั้งนำทุเรียนต่างพื้นที่มาสวมเป็นทุเรียนระยอง สร้างความเสื่อมเสียให้กับจังหวัดระยอง โดยปีที่แล้วก็ได้มีมาตรการป้องกัน โดยมีการจัดชุดเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่เร็วตรวจจับทุเรียนอ่อนอย่างเข้มงวด สำหรับปีนี้ก็ได้มีการป้องปรามเกษตรกรไปแล้ว สำหรับทุเรียนระยอง จะเริ่มให้ผลผลิตเริ่มตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป ก็ขอเชิญชวน นทท.ได้ชิมทุเรียนคุณภาพระยอง นอกจากนี้ยังมีมังคุด เงาะที่มีคุณภาพเช่นกัน นอกจากมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยองที่มีความหลากหลายแล้ว ในฤดูผลผลไม้ออกสู่ตลาดยังได้มาลิ้มลองรสชาติผลไม้คุณภาพของระยองอีกด้วย

       สำหรับพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนของจังหวัดระยอง มีประมาณ 120,000 ไร่ คาดการณ์ว่าปีนี้ทุเรียนจะให้ผลผลิต ประมาณ 150,000 ตัน

Loading

รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งมอบหลอดไฟฟ้า 6,000 หลอด และปล่อยคาราวานรถเคลื่อนที่ Fix it Center สถานศึกษาอาชีวศึกษาระยอง 7 แห่ง ภายใต้โครงการหลอดไฟนำทาง แสงสว่างนำใจ เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าให้โรงเรียน วัด สถานพยาบาลและบ้านเรือน ประชาชน

     เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่บริเวณโดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการหลอดไฟนำทาง แสงสว่างนำใจ เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มี นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา 7 แห่ง และครู นศ.เทคนิคระยอง ร่วมโครงการฯ โดยในงานประธานในพิธี ได้รับมอบหลอดไฟฟ้า จำนวน 6,000 หลอด จากผู้แทนจากกองทัพไทย และกลุ่มอาชีวะราชภักดี ก่อนจะส่งมอบให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษาใน จ.ระยอง จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด วิทยาลัยการอาชีพแกลง วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี และวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง ก่อนที่จะมีการปล่อยคาราวานรถเคลื่อนที่ Fix it Center นำ นศ. ไปปฏิบัติการติดตั้ง เปลี่ยนหลอดไฟฟ้าในกับสถานศึกษา วัด โบสถ์คริสต์ มัสยิด สถานพยาบาล และบ้านเรือน ประชาชนที่มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดระยอง

       นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.เทคนิคระยอง กล่าวว่า โครงการดังกล่าว จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษา วัด โบสถ์คริสต์ มัสยิด สถานพยาบาล รวมถึงประชาชนที่รายได้น้อยในจังหวัดระยอง ที่มีความต้องการหลอดไฟฟ้า รวมทั้งเพื่อให้ นศ. ร่วมกับหน่วยบริการประชาชน Fix It Center ของวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง จำนวน 7 แห่ง ได้มีการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงเพื่อบริการและช่วยเหลือ ปชช.โดย นศ.จะการดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ก.พ.67 นี้…000

Loading

จังหวัดระยอง ส่งมอบปลากะตักแห้ง น้ำปลาและอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนต้านโรคขาดสารไอโอดีนแก่นักเรียน และประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

     เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 ม.ค.67 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีส่งมอบปลากะตักแห้ง น้ำปลาและอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนให้กับผู้แทนกองทัพเรือ โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน โดยมี นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว ผู้แทนกองทัพเรือ องค์กรภาคประมงของจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

      ทั้งนี้สมาคมประมงระยอง สมาคมอวนล้อมปลากะตัก สภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้รับการประสานจากทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมโครงการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน โดยเสด็จพระราชกุศล โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน เพื่อส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนให้กับสำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำไปพระราชทานให้แก่นักเรียน และประชาชนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ภาคเหนือ

      โครงการดังกล่าวได้เริ่มเมื่อปลายปี พ.ศ. 2538 ในการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ทรงพบเห็นพสกนิกรของพระองค์ท่านป่วยเป็นโรคขาดสารไอโอดีน (หรือโรค คอหอยพอก) จํานวนมาก พระองค์ทรงตระหนักถึงพิษภัยของโรคนี้ที่อาจสร้างปัญหาให้กับสังคมในภายหน้าได้ จึงทรงจัดตั้ง ‘โครงการต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน’ ขึ้น โดยพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อดำเนินโครงการในเบื้องต้น และจากนั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้ทรงดำเนินโครงการนี้ต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือให้กับผู้ที่เป็นโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องตลอดมา…000

Loading

เต้ มงคลกิตติ์’ ตรวจสอบโครงการขุดลอกคลองบางไผ่ จ.ระยอง หลัง ทร.จ้างเอกชนขุดลอกนำดินไปขายแทนค่าจ้าง ชี้ทำรัฐเสียประโยชน์ และควรสั่งยกเลิกสัญญาจ้าง

    เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อดีตโฆษกและกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ พร้อมทีมงานได้เดินทางไปตรวจสอบโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ระยะที่ 1 ฝั่ง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ของกองทัพเรือ โดยการดำเนินการจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการ งบประมาณ 65 ล้านบาท รับผิดชอบโดยฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง โดยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า โครงการดังกล่าวไม่ชอบมาพากลหลายประเด็น โดยมี น.อ.จตุรงค์ สุขเกษม หัวหน้ากองพระธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้การต้อนรับ พร้อมชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการขุดลอกอ่างเก็บคลองบางไผ่และการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการให้ได้รับทราบ

     นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หลังจากได้ดูสัญญาจ้างแล้ว เป็นลักษณะที่ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นสัญญาการขายดินมาโปะเป็นค่าจ้างการขุดลอกคลองบางไผ่ ซึ่งตอนร่างสัญญาน่าจะมีปัญหา ต้องไปดูสัญญาที่ทำกับเอกชนมาดำเนินการของ ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบคนเดิม มีการเข้าใจทรัพยากรมากน้อยเพียงใดในการขุดลอกตรงนี้ อย่างเช่นกรมชลประทาน เวลาขุดลอกคลอง ก็จะมีราคากลางขุดลอกไปเลย ดินที่ขุดมาก็จะไม่ไปไหน ไม่มีการขาย แต่ขุดคลองบางไผ่ จะเป็นลักษณะไม่ได้ใช้เงินแผ่นดิน โดยใช้เงินจากการขายดินมาเป็นค่าจ้างแทน ซึ่งเงื่อนไขการเซ็นสัญญามี 2 เหตุผลคือ 1.ไม่รู้ และ 2. มีเจตนาพิเศษ ซึ่งก่อนที่จะร่างสัญญาได้ต้องมี คกก.ในการร่างทีโออาร์ขึ้นมา ว่าค่าขุด และค่าจากการขายของได้เท่าไหร่ ในร่างสัญญาเดิมจะต้องเขียนว่าอิฐ หิน ดิน ทรายเท่าไหร่ ต้องดูในร่างสัญญาเดิมว่ามีการประเมินเฉพาะดินหรือไม่ตอนนั้น ซึ่งเขามองว่าค่าขุดดิน ขายดินเท่าไหร่ก็โปะค่าจ้างไปเลยซึ่งมีขายมูลดินไปคิวละ 20.44 บาท ได้ 80 กว่าล้านบาท ค่าจ้าง 60 กว่าล้านบาท ซึ่งหักลบกันได้กำไรอยู่เกือบๆ 20 กว่าล้านบาท แต่สุดท้ายแล้วพอมาดูหน้างานจริงๆ มูลดินแทบจะมองไม่เห็นเลย เห็นมีแต่เครื่องดูดทรายทั้งนั้นเลย และในรายละเอียดสัญญาแนบท้ายมีค่าขายทรายด้วย ซึ่งการขุดดิน จะต้องมีการแยกอิฐ หิน ดินทรายว่าราคากลางเท่าไหร่ ก่อนตีกลับมาเป็นเงินให้ส่วนราชการ ค่อยไปหักกับค่าจ้าง ซึ่งหากทำแบบนี้จะทำส่วนราชการมีรายได้จำนวนมาก สิ่งที่ตนจะเสนอแนะก็คือ อยากให้ ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบคนปัจจุบัน ตรวจสอบสัญญาและร่างทีโออาร์เดิมให้เป็นปัจจุบันว่าถ้าเห็นเสียเปรียบแบบนี้ควรยกเลิกสัญญานี้หรือไม่อย่างไร เพราะว่า สัญญานี้ดูค่อนข้างเสียเปรียบเอกชนผู้รับจ้าง ถ้าหากสมมติไม่ยกเลิกสัญญาบอกว่าร่างสัญญานี้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย บริษัทไม่รู้ ทัพเรือไม่รู้ เพราะฉะนั้นแล้วถ้ารู้ก็ต้องแก้ไขในรายละเอียดแนบท้ายสัญญาว่าควรที่จะต้องหารือ สตง. กำหนดขายให้ได้ราคา และในราคาที่เหมาะสม โดยให้บริษัท และภาครัฐไปได้ ซึ่งถ้าแก้ไขสัญญาแล้วจะไม่ผิด ถ้ายังรู้แต่ไม่แก้ หรือยกเลิกประมูลใหม่ เมื่อ สตง.มาตรวจสอบก็อาจจะะมีความผิดตามมาตรา 157 หรือสมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนได้ แต่ถ้าไม่รู้ก็ไม่ผิดในช่วงที่มีการเซ็นสัญญา แต่อย่างก็ตามเท่าที่ตรวจสอบสัญญามีการเขียนไว้หลวมมาก ทำให้ส่วนราชการเสียหาย เพราะฉะนั้นขอให้ ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบ ระงับสัญญาก่อน และหยุดดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบและเขียนสัญญาใหม่ ถ้าบริษัทเดิมจะดำเนินการต่อและให้ประโยชน์กับภาครัฐเยอะ ก็เชิญอัยการจังหวัด สตง.มาร่วมเขียนสัญญาใหม่ ในการดำเนินการขั้นต่อไป ตนจะทำหนังสือถึง ผบ.ฐานทัพเรือสัตหีบให้ทบทวนสัญญาใหม่ เพื่อไม่ให้หน่วยงานภาครัฐเกิดความเสียหาย และเสียประโยชน์ต่อไป

     ด้าน นอ.จตุรงค์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวทำด้วยความรอบคอบ ทางกองทัพเรือไม่ได้คิดตัวเลขขึ้นมาเอง โดยมีแบบจากกรมทรัพยากรน้ำให้ข้อมูลตัวเลขทุกอย่าง และกรมทรัพยากรน้ำก็เคยทำงานในลักษณะแบบนี้มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามกองทัพเรือ พร้อมที่จะนำทั้งหมดกลับไปตรวจสอบ.

Loading

กรมชลประทาน จัดประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดอาคารกักเก็บน้ำในลำน้ำคลองบางไผ่ และสาขา มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำของอ่างเก็บน้ำฯ รองรับการเติบโตของเมืองในพื้นที่ EEC

      เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 ม.ค.ที่ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 9 ต.บางพระ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายสุรชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน เป็นประธานเปิดการประชุมประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดอาคารกักเก็บน้ำในลำน้ำคลองบางไผ่ และสาขา มีผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

       ทั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ได้ดำเนินงานโครงการสำรวจออกแบบและจัดทำรายละเอียดเบื้องต้นการพัฒนาเมืองใหม่รอบสนามบินอู่ตะเภา พร้อมการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในพื้นที่เมืองใหม่นำร่องของมหานครการบินภาคตะวันออก ซึ่งผลการศึกษาได้มีการออกแบบเบื้องต้นในการพัฒนาทางน้ำธรรมชาติคลองบางไผ่และสาขา ในลักษณะการขุดลอกและเก็บกักน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์เป็นระบบระบายน้ำหลักของพื้นที่โครงการ การป้องกันการเกิดน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่ม 2 ฝั่งลำน้ำ และให้มีการใช้ประโยชน์จากปริมาณน้ำหลากอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นการเพิ่มแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว กรมชลประทาน จึงดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบยรายละเอียดอาคารกักเก็บน้ำ ในลำน้ำคลองบางไผ่และสาขา ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุงจ.ชลบุรี ดังกล่าวขึ้น

       ซึ่งเป็นโครงการพัฒนานำร่องของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ). ที่จะเริ่มดำเนินงานเป็นระยะแรกลักษณะโครงการเป็นอาคารทดน้ำในลำน้ำเพื่อการกักเก็บน้ำไว้ใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่มีคุณภาพและเสถียรภาพความมั่นคงในการเป็นแหล่งน้ำต้นทุน หรือเป็นการรักษาภาพแวดล้อมอันงดงามตาม แนวทางสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และแนวความคิดในการพัฒนาของพื้นที่ มีความงดงามเชิงสถาปัตยกรรม และสามารถกักเก็บน้ำต้นทุนได้ ซึ่งการประชุมวันนี้ ได้จัดกิจกรรมการบรรยายในหัวข้อต่างๆ มีความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ ขอบเขตพื้นที่การศึกษา สภาพปัญหาของพื้นที่การศึกษา แนวทางการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม การออกแบบรายละเอียดองค์ประกอบโครงการ และการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนร่วมด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทบทวนศักยภาพของปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่โครงการ เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนาคลองบางไผ่และสาขา เพื่อการเก็บกักน้ำการระบายน้ำ การเติมน้ำลงสู่ใต้ดิน และการใช้ประโยชน์เป็นแหล่งพักผ่อนโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อสำรวจออกแบบรายละเอียดเพื่อการก่อสร้างและจัดทำเอกสารประกวดราคาของโครงการอีกด้วย.

Loading

ชาวบ้านในตำบลสำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โวยสนามบินอู่ตะเภา ได้รับผลกระทบเสียงเครื่องบินขึ้นลง ยันไม่สามารถยอมรับได้ หลังขีดเส้นสีแดงชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก 480 หลังคาเรือน เหลือ 93 หลังคาเรือน เตรียมนำชาวบ้านแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ให้สนามบินอู่ตะเภาเห็น

    เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวลิต ร่มรื่น กำนันตำบลสำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และนายประเสริฐ แสงใหญ่ ตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงและมลพิษทางอากาศการขึ้นลงเครื่องบินสนามบินอู่ตะเภา พร้อมด้วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกว่า 400 หลังคาเรือน รวมตัวคัดค้านการทำ EHIA รวมถึงการทำแผนที่เส้นเสียง ขอให้มีการทบทวนโครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และ ปัญหาด้านเสียงดังจากเครื่องบินขึ้นลง หลังบริษัทฯ รับทำประเมินผลกระทบฯ ขีดเส้นสีแดงชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก 480 หลังคาเรือน เหลือ 93 หลังคาเรือน ไม่รู้ว่าใช้หลักเกณฑ์อะไรมาวัด จึงได้รวมตัวกันหารือ เตรียมจะไปแสดงพลังให้สนามบินอู่ตะเภาเห็นต่อไป

      นายชวลิต ร่มรื่น กำนันตำบลสำนักท้อน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการทำแผนที่เส้นเสียงครั้งล่าสุด ที่เหลือบ้านเรือนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบลดลงจากครั้งก่อน 480 หลังคาเรือน เหลือเพียง 93 หลังคาเรือน จึงทำให้ชาวบ้านไม่สามารถยอมรับได้กับการทำแผนที่เส้นเสียงในครั้งนี้ ซึ่งไม่รู้ใช้หลักเกณฑ์อะไรมาวัดจึงเหลือหลังคาเรือนเพียง 93 หลังคาเรือนเท่านั้น จึงต้องการให้มีการทบทวนโครงการใหม่ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้คัดค้านโครงการสนามบินอู่ตะเภา แต่เป็นการคัดค้านเพื่อความเป็นธรรมจากเสียงขณะขึ้นลงของเครื่องบินที่วัดได้ถึง 80 เดซิเบล ให้มีพิจารณาการเยียวยาให้เป็นธรรมด้วย ทั้งนี้ในเร็วๆ นี้ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะเดินทางไปแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ให้สนามบินอู่ตะเภาได้เห็นถึงการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้ต่อไป.

Loading

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เอาใจนักท่องเที่ยวสายมูเตลู พาทัวร์ไหว้พระเกจิชื่อดังเมืองระยอง ภายใต้กิจกรรมทัวร์วัด ‘เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ รับปีใหม่ 2567’ เตรียมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลายกิจกรรมเพิ่มไว้รองรับนักท่องเที่ยว

     เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง และนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง ร่วมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้กิจกรรมทัวร์วัด ‘เสริมพลังบุญ หนุนพลังใจ รับปีใหม่ 2567’ เป็นการเอาใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวสายมูเตลู โดยพาไหว้พระและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเกจิชื่อดังของจังหวัดระยอง อาทิ ไหว้พระวัดละหารไร่ ซึ่งมีหลวงปู่ทิม อิสริโก อดีตเจ้าอาวาสวัดเป็นเกจิพระชื่อดังแห่งภาคตะวันออก กราบไหว้สรีระหลวงพ่อสาคร มนุญโญ วัดหนองกรับ ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม กราบไหว้บูชาองค์ท้าวเวสสุวรรณ วัดหนองฆ้อ เสริมโชคลาภ เพิ่มความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีวัดบ้านนา วัดวังหว้า ซึ่งมีอดีตเจ้าอาวาส เป็นเกจิชื่อดังเช่นเดียวกัน และมีวัดเก่าแก่อีกมากมายให้เข้าเที่ยวชมอีกด้วย

      นางกัญญ์ชลา กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นดังกล่าว เป็นนโยบายภายใต้ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือการท่องเที่ยวภาคชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดระยอง ในการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด โดยมุ่งหวังให้เกิดรายได้ และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อดึงนักเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นความร่วมมือของภาคผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง และภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการกำหนดเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเบื้องต้นได้มีการกำหนด 4 เส้นทาง ทั้งสายศรัทธา หรือมูเตลู และสาย BCG  เป็นต้น ซึ่งวันนี้เป็นการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธา โดยพาไหว้พระวัดเกจิชื่อดังและวัดเก่าแก่ 7 วัด หลังจากมีการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวแล้ว ก็จะมีการนำกลับไปวางแผน เตรียมความพร้อม เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นต่อไป

      ด้านนายกัฬชัย กล่าวว่า การท่องเที่ยวดังกล่าว เป็นแบบ One Day Trip ซึ่งเป็นการมาสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะนำไปประชาสัมพันธ์ เชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มีความศรัทธา เลื่อมใสในพระเกจิชื่อดังของจังหวัดระยอง ได้เข้ามากราบไหว้พระ และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดต่างๆ ของจังหวัดระยอง เพื่อเป็นกระตุ้นให้เกิดรายได้ขึ้นในพื้นที่ต่อไป.

Loading

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับภาค ภาค ตอ.และกรุงเทพมหานคร ประจำปีการศึกษา 2566

     เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 19 ม.ค.ที่วิทยาลียเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดงานสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา และการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ระดับภาค ภาค ตอ.และกรุงเทพมหานคร ประจำปีการศึกษา 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-20 ม.ค.นี้ โดยวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น

      โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดของภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 12 แห่ง มีคณะครูนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,500 คน และมีประเภทของการประกวด/ประเมินสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ 6 ประเภทผลงาน ประกอบด้วย ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การเกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ จำนวน 23 ผลงาน ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์ จำนวน 24 ผลงาน ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสิ่งแวดล้อม จำนวน 24 ผลงาน ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร จำนวน 24 ผลงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Care) จำนวน 22 ผลงาน ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ จำนวน 22 ผลงาน ผลงานที่เข้าร่วมการประเมินสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566 รวม 140 ผลงาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน เสริมสร้างเยาวชนอาชีวศึกษาในการพัฒนาให้เป็นนักประดิษฐ์ นักคิดค้น และสร้างสรรค์ผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลกยุคปัจจุบันให้ประเทศมีบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาที่มีคุณภาพ เสริมสร้างสมรรถนะ และสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อการขับเคลื่อนงานวิจัยและการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยให้เยาวชนอีกด้ว

Loading

ทต.ทับมา แข่งกีฬามหาสนุก มุ่งเชื่อมความสัมพันธ์ ความสามัคคี และส่งเสริมการออกกำลังกายของเจ้าหน้าที่

     เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 19 ม.ค.ที่สนามกีฬาฟุตบอลบ้านขนาบ ม.1 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลทับมา ได้จัดแข่งขันกีฬาทับมาปาร์ตี้ 2024 มีผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา เข้าร่วมแข่งขัน

       โดยมีกีฬามหาสนุกใช้แข่งขัน ประกอบด้วย แข่งขันหนีบไข่ลงแก้ว ชักเย่อ ปิดตาป้อนกล้วย วิ่งผลัดกระสอบ ฟุตบอล โยนให้แม่น และตีกอล์ฟวิบาก ทั้งนี้การแข่งขันกีฬามหาสนุกดังกล่าว มุ่งเน้นเชื่อมความสัมพันธ์ และเสริมสร้างความสามัคคีของเจ้าหน้าที่ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีสุขภาพพลามัยที่แข็งแรงต่อไป.