Loading

“สมาคมเพื่อนชุมชน” ชูผลงานรอบ 13 ปี เดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ปักหมุดนำ “ระยอง” สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับสูงสุด

สมาคมเพื่อนชุมชน หรือ CPA (Community Partnership Association) แถลงผลการดำเนินงานปี 2566 โชว์ผลงานตลอดระยะเวลา 13 ปี ในการขับเคลื่อน และยกระดับ “มาบตาพุดคอมเพล็กซ์” ในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งผลักดันให้จังหวัดระยองก้าวสู่ “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับสูงสุด” พร้อมเดินหน้าสู่ “สังคมคาร์บอนต่ำ” อย่างเป็นรูปธรรม ขานรับนโยบายประเทศ เพื่อให้จังหวัดระยองเป็นเมืองน่าอยู่ คู่อุตสาหกรรม และชุมชนมีความสุขอย่างยั่งยืน

    สมาคมเพื่อนชุมชน เป็นโมเดลความร่วมมือของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จ.ระยอง ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 โดย 5 บริษัทผู้ก่อตั้ง ได้แก่ กลุ่ม ปตท. กลุ่มเอสซีจี โรงไฟฟ้า      บีแอลซีพี กลุ่มบริษัทดาว (ประเทศไทย)และกลุ่มจีพีเอสซี ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 13 ปี โดยปัจจุบันมี    นายมงคล เฮงโรจนโสภณ เป็นนายกสมาคมเพื่อนชุมชน ซึ่งจะครบวาระในปี 2567 นี้ และพร้อมส่งไม้ต่อให้กับ นายทศพร บุณยพิพัฒน์ เป็นนายกสมาคมฯ คนใหม่ต่อไป

      นายมงคล เฮงโรจนโสภณ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน เผยว่า “ ตลอดระยะเวลา 13 ปี ที่ผ่านมา สมาคมเพื่อนชุมชนได้ร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อลดปัญหาและเร่งพัฒนาจังหวัดระยอง ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยนำแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ ESG มาเป็นกรอบการดำเนินงาน จนเกิดผลลัพท์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ ในปี 2566 ได้ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งบริษัทสมาชิกฯ ได้ร่วมกันดำเนินมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยสามารถลดก๊าซเรือนกระจก คิดเป็น 360,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 30 ล้านต้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำผ่านโครงการ LESS Model (Low Emission Support Scheme) สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 12,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น”   “สมาคมเพื่อนชุมชน ยังเดินหน้าโครงการด้านสังคมอีกมากมาย อาทิ การให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี และทุนอาชีวะเพื่อนชุมชน ช่วยสร้างโอกาสด้านการศึกษาให้กับเยาวชนในจังหวัดระยอง รวมกว่า 620 คน รวมทั้งโครงการด้านสาธารณะสุข อาทิ ทุนพยาบาลเพื่อนชุมชน รวม 440 ทุน ซึ่งนักเรียนทุนพยาบาลทั้งหมดได้สำเร็จการศึกษาและเข้าทำงานในโรงพยาบาลรัฐ 9 แห่งใน จ.ระยอง ช่วยดูแลและให้บริการสุขภาพแก่ชาวระยองรวมกว่า 300,000 คน  นอกจากนี้ สมาคมเพื่อนชุมชนยังมุ่งที่จะลดความเหลื่อมล้ำในด้านเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยได้พัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายกว่า 58 กลุ่ม  พร้อมส่งเสริมช่องทางการตลาด สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนกว่า 85 ล้านบาท นับจากปี 2559 จนถึงปัจจุบัน”

        นายทศพร บุณยพิพัฒน์ นายกสมาคมเพื่อนชุมชนคนใหม่ กล่าวว่า “เป้าหมายของสมาคมเพื่อนชุมชนในอนาคตเรายังคงมุ่งเน้นความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ จ.ระยองต่อไป เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาให้เกิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต้นแบบในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับที่ 5 (Happiness) ระดับสูงสุด โดยจะยังคงให้ความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรับผิดชอบต่อสังคม และบรรษัทภิบาล ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อนำผู้ประกอบการและชุมชนมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) โดยสมบูรณ์สร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นให้กับพี่น้องชุมชน

       นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “การขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ของชาวระยอง ของสมาคมเพื่อนชุมชนตลอด 13 ปีที่ผ่านมา นับเป็นต้นแบบความร่วมมือของภาคเอกชนที่มีพลังในการขับเคลื่อนงานร่วมกับท้องถิ่นได้อย่างเข้มแข็งและสมบูรณ์ จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญของจังหวัดที่จะเดินหน้าต่อไป ในการร่วมมือเพื่อขับเคลื่อน จ.ระยอง ให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม  เชิงนิเวศระดับสูงสุด โดยการสร้างนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์รองรับการเติบโตในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพราะ จ.ระยอง เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาเพื่อยกระดับเมืองและประชาชนให้มีคุณภาพชีวิติที่ดีและมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการดูแลสิ่งแวดล้อม”

        นางบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประจำสำนักผู้ว่าการ กล่าวว่า “นับเป็นความร่วมมือของสมาคมฯ ในการขับเคลื่อนงานที่เข้มแข็ง ผลงานที่ผ่านมามีโครงการต่าง ๆ ที่ได้สร้างประโยชน์ในพื้นที่ ทั้งด้าน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสัมคม จนเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการเครือข่ายเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมเชิงรุก ที่เป็นความร่วมมือของสมาคมฯ กลุ่มผู้ประกอบการ และชุมชน ภาคใต้การกำกับดูแลของ กนอ. ในพื้นที่ 5 นิคมอุตสาหกรรม 1 ท่าเรือ มีประเด็นข้อร้องเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด (คิดเป็น ร้อยละ 80) โดยขับเคลื่อนให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับ Eco-Champion  Eco-Excellence และ Eco-World Class ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้         จ.ระยอง ก้าวสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในระดับสูงสุดคือ ระดับ Happiness เป็นโมเดลความร่วมมือของผู้ประกอบการที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน

Loading

กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น จ.ระยอง ก้าวแรกของความสำเร็จกับอากาศยานไร้คนขับ ตอบโจทย์ลดแรงงาน ลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมี

      กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น จ.ระยอง ใช้โดรนฉีดพ่นยาทุเรียนช่วยลดต้นทุนการผลิต ทั้งแรงงานที่หายาก ลดเวลาฉีดพ่นยา ลดการใช้และสัมผัสสารเคมี และยังสามารถมีรายได้จากการรับจ้างใช้โดรนพ่นยาให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่อีกด้วย

      เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 6 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายมานพ โปษยาอนุวัตร์ เกษตรอำเภอวังจันทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่เกษตร ลงพื้นที่ติดตามการใช้โดรนบินพ่นยา หรือสารเคมีแปลงทุเรียนของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น ม.5 ต.วังจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกษตรจังหวัดระยอง และเกษตรอำเภอวังจันทร์ แนะนำให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่นนำมาใช้ เพื่อเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการผลิตทุเรียน

      นายจรูญ โพธิ์ทอง ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น เล่าว่า กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่บ้านเขาหินแท่น ได้กู้สินเชื่อแปลงใหญ่จาก ธ.ก.ส.ภายใต้โครงการนวัตกรรมการเกษตร ซื้อโดรนลำดังกล่าวมาในราคา 5 แสนบาท ตั้งแต่เดือน ธ.ค.66 ที่ผ่านมา โดยการแนะนำของสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง และสำนักงานเกษตรอำเภอวังจันทร์ มาใช้ในการฉีดพ่นยาในแปลงทุเรียนของสมาชิก และเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ โดยสมาชิกในกลุ่มมีจำนวน 73 ราย และมีคนขับโดรนเป็นที่ได้รับอนุญาต 7 คน ซึ่งจากการใช้โดรนบินพ่นยาในแปลงทุเรียนได้ผลสำเร็จคือ 1.สามารถลดต้นทุนจากปริมาณการใช้สารเคมี 50-60 เปอร์เซ็น แรงลมของโดรนทำให้สารเคมีที่พ่นฟุ้งกระจายได้ทั่วทุกต้นทุเรียน 2.สามารถลดระยะเวลาการฉีดพ่นยา หรือสารเคมีลงได้อย่างมาก จากเดิม 5 ไร่ ใช้เวลาพ่นยา 3-4 ชม.เหลือเวลาแค่ 40 นาที 3.ลดการจ้างแรงงานที่หายากลง กรณีวิธีลากสายยางจากที่ใช้แรงงาน 3- 4 คนต่อวัน เหลือแค่ 2 คน 4.ลดการสัมผัสการใช้สารเคมีโดยตรง ทำให้ลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ 5.สามารถเข้าถึงแปลงทุเรียนได้ทุกสภาพทั้งพื้นที่สูง-ต่ำ และต้นทุเรียนที่ความสูงด้วย และ 6.สมาชิกในกลุ่มฯ ยังมีรายได้จากการรับจ้างบินโดรนพ่นยาอีกด้วย โดยการพ่นยาแปลงทุเรียนของสมาชิกจะคิดอัตราไร่ละ 150 บาท คนขับได้ไร่ละ 60 บาท แบ่งเก็บเป็นค่าซ่อมบำรุงโดรน 15 บาท เก็บเข้ากลุ่มเพื่อปันผลสิ้นปีอีก 75 บาท ส่วนเกษตรกรจะคิดอัตราไร่ละ 200 บาท ซึ่งในอนาคตทางกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น มีแผนที่จะซื้อโดรนเพิ่มอีกลำ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ต่อไป

        นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อให้เข้ามาทดแทนแรงงานภาคเกษตร และให้มีการลดต้นทุนการผลิตแบบสิ้นเปลืองมาเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งโดรนเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่จังหวัดระยอง นำมาส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ เพื่อทดแทนแรงงานคนในการฉีดพ่นสารเคมี ประหยัดเวลา สามารถนำเวลาไปบริหารจัดการสวนได้เพิ่มขึ้นอีก จึงเป็นสิ่งที่จะนำมาใช้ขยายผลให้เพิ่มมากขึ้น

ด้าน น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวว่า สำหรับการใช้โดรน เพื่อการเกษตร เป็นการนำนวัตกรรมมาใช้ในสวนทุเรียน ซึ่งทุเรียนเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนสูง การใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเป็นการตอบโจทย์นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และของรัฐบาลในเรื่องของการส่งเสริมด้านการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยการขับเคลื่อนผ่านกรมส่งเสริมการเกษตร ในรูปแบบการส่งเสริมเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง “กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่” ซึ่งเป็นหนึ่งในงานหลักของกรมส่งเสริมการเกษตรใน 5 ด้าน คือ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพ การตลาด และการบริหารจัดการ

        ด้านนายมานพ โปษยาอนุวัตร์ เกษตรอำเภอวังจันทร์ กล่าวว่า สำหรับอำเภอวังจันทร์ มีเกษตรกรแปลงใหญ่ที่หลากหลาย โดยเฉพาะแปลงใหญ่ทุเรียนในอำเภอวังจันทร์ มีการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ โดยการนำโดรนมาใช้ฉีดพ่นสารเคมีแปลงทุเรียน ซึ่งเป็นช่วยทดแทนแรงงาน ประหยัดเวลาและลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะมีการแนะนำให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นการผลิตต่อไป.

Loading

พ่อเมืองระยอง นำเกษตรกรชาวสวนทุเรียนตัดแต่งผลทุเรียน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตามนโยบาย “ผู้ว่า…การันตีทุเรียนดี เมืองระยอง”

    เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 ก.พ.67 ที่สวนทุเรียน “สวนมีลาภ” ของนายสัมพันธ์ มีลาภ ม.7 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำเกษตรกรชาวทุเรียนตัดแต่งผลทุเรียนที่กำลังอยู่ในช่วงทยอยติดลูก เพื่อให้ได้ผล หรือลูกทุเรียนคุณภาพ มีผลสวยงาม หรือพลูเต็มลูกเป็นที่ต้องการของตลาด และใช้เชือกมัดโยงกิ่งทุเรียน เพิ่มความแข็งแรงให้กับกิ่งรองรับผลทุเรียนเมื่อโตเต็มที่ และรับน้ำหนักช่วงเกษตรกรปีนเก็บเกี่ยว ตามนโยบาย “ผู้ว่า…การันตีทุเรียนดี เมืองระยอง”ที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ทุเรียนคุณภาพดีของจังหวัดระยอง ตลอดจน เพื่อสร้างเรื่องราวการจัดการทุเรียนตั้งแต่การทำดอกและการจัดการผลทุเรียนตลอดช่วงฤดูกาลการผลิตของทุเรียนระยอง เพื่อนำสู่กระบวนการสร้าง Soft Power สำหรับการกระตุ้นกระแสการบริโภคทุเรียนระยองจากกระบวนการผลิตที่มีความประณีต

     นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า เกษตรจังหวัดระยอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการเตรียมการร่วมกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ ผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพให้สมกับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวรอคอยบริโภคทุเรียนของระยอง ซึ่งปีนี้มั่นใจว่า ภาคราชการและเกษตรชาวสวนทุเรียนทุกพื้นที่ ได้ร่วมมือกันผลิตทุเรียนคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งวันนี้เป้นขั้นตอนของการตัดแต่งลูกทุเรียน เพื่อให้ได้ทุเรียนคุณภาพ รสชาติหอมหวานอร่อย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นรองรับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะมาจังหวัดระยอง หรือซื้อทุเรียนของจังหวัดระยองไปบริโภคต่อไป..000

Loading

นศ. มหาลัยดังระยองกว่า 3,000 คน เดือดร้อนหนัก หลัง กยศ.ไม่ให้กู้ยืม อ้างไม่เกิดการเรียนการสอนทั้งที่เปิดเรียนตามปกติ ล่าสุด นศ. ยื่นฟ้องศาลปกครองระยอง พร้อมมีคำสั่งให้ กยศ.เข้ามาชี้แจงในวันที่ 9 ก.พ.นี้

      เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ถ.สุขุมวิท ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง หลังได้รับการร้องเรียนกรณีที่ทาง กยศ.ไม่ให้ นศ. ของมหาวิทยาลัยกว่า 3,000 คน กู้ยืม สร้างความเดือดร้อนให้กับ นศ. เป็นอย่างมาก

       น.ส.อริสรา สายสนอง อายุ 24 ปี น.ศ.ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารศาสตร์ สาขาการจัดการ ตัวแทน นศ. เปิดเผยว่า ตนเองในฐานะตัวแทน นศ. ที่เดือดร้อนขณะนี้ นศ. ของมหาวิทยาลัยทั้งหมดกว่า 3,000 คน กำลังเดือดร้อน กรณีที่ทางสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาทั้งที่ผ่านมายังสามารถกู้ยืมได้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 โดยมีข้อความแจ้งมาว่า “ไม่สามารถเบิกเงินกู้ยืมได้เนื่องจากคุณถูกระงับการให้กู้ยืม จากสาเหตุสถานศึกษาทำผิดข้อตกลงเงื่อนไขที่ให้ไว้กับกองทุน” ทั้งที่มีการเรียนตามปกติ ทางตนเองพร้อมด้วยตัวแทนรวม 5 คน จึงได้นำเรื่องเข้ายื่นฟ้อง ผู้จัดการ กยศ. ต่อศาลปกครองระยอง เมื่อวันที่ 25 ม.ค.67 เป็นคดีเลขดำที่ 37/2567 และ 38/2567 โดยศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ซึ่งหลังจากที่ยื่นฟ้องไปปรากฎว่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค.67 ที่ผ่านมาพวกตนทั้ง 5 คน ที่เป็นตัวแทน ได้ถูกมือมืดโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ในเวลาไล่เลี่ยกัน คือเวลา  09.30 น., 10.00 น., และ 10.45 น. เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นด้วยเบอร์ 02-******* โดยผู้โทรเป็นเสียงผู้หญิง อ้างว่ามาจากหน่วยงานแห่งหนึ่ง โดยกล่าวถึงกรณีที่พวกตนได้ไปยื่นฟ้อง ผจก.กยศ. โดยพูดผ่านโทรศัพท์ ให้ไปถอนฟ้อง แล้วจะอนุมัติเงินกู้ให้ พร้อมนัดหมายให้พวกตนมาเจอกันที่มหาวิทยาลัยโดยไม่ทราบเหตุผล ตนเองพร้อมเพื่อน นศ. จึงเดินทางไปที่มหาวิทยาลัย ปรากฎว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนมายืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย จึงเกิดความหวาดกลัว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิต จึงไม่กล้าเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมทั้งได้เดินทางไปแจ้งความต่อ ร.ต.อ. ณัฐวรรธน์ โง๊ะบุดดา รอง สว.(สอบสวน)สภ.เพ อ.เมืองระยอง ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น จะขอเจรจาเฉพาะที่ศาลปกครองเท่านั้น เพราะเรื่องกำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองระยอง ต้องการให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างเพื่อให้ นศ. ทั่วประเทศที่กู้ยืมเงินจาก กยศ.ได้รับความเป็นธรรม

     น.ส.อริสรา เปิดเผยต่อว่า สำหรับการเรียน การสอนของมหาวิทยาลัย จะมีการเรียนที่ไม่ตรงกัน จึงทำให้มี นศ. ทยอยกันเข้าเรียน ซึ่งมีการเรียนการสอนมาตลอด ไม่ทราบว่าทาง กยศ. ตรวจสอบแบบไหน จึงขอฝากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย หากไม่มีเงินจาก กยศ. นศ. กว่า 3,000 คน เดือดร้อนเรื่องการศึกษาต่อ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน พร้อมฝากไปยัง กยศ. ว่า สาเหตุใดจึงไม่อนุมัติให้ นศ. กู้ยืมเงิน ไม่รู้ว่าใช้หลักเกณฑ์ใด ทั้งที่ผ่านก็สามารถกู้ได้ทั้งที่เป็น นศ. คนเดียวกัน

       ขณะที่ น.ส.ละมุน ลาลุน แม่ค้าขายอาหารใกล้กับมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยอง เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านขายอาหารใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยจะขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่มทุกชนิด ทั้งน้ำชา กาแฟ โอเลี้ยง น้ำอัดลม ซึ่งจะมีทั้งขายอาหารให้นั่งกินที่ร้านของตนและรับทำอาหารนำเอาไปส่งให้กับ นศ. และอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยด้วย ขณะที่ตนนำเอาอาหารไปส่งให้ นศ.และอาจารย์ ตนพบเห็นว่ามี นศ.และอาจารย์มาทำการเรียนการสอนตามปกติ ซึ่งจะมี นศ. จำนวนมากมาเรียนหนังสือกันอย่างคึกคักมาโดยตลอด.

Loading

นอภ.เมืองระยอง ควงภรรยา ใส่ผ้าถิ่นระยอง ‘ลายตากะหมุก’ สีสันสดใส ทำบุญใส่บาตรวันเสาร์วัดป่าประดู่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และส่งเสริมใส่ผ้าพื้นถิ่น

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 3 ก.พ.67 ที่ศาลาการเปรียญวัดป่าประดู่ พระอารามหลวง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายอนุสรณ์ แสงกล้า นอภ.เมืองระยอง และนางช่อฟ้า แสงกล้า ภรรยา ได้นำ ปชช.ใส่ผ้าพื้นถิ่นระยอง ‘ลายตากะหมุก’ สีสันสดใสร่วมพิธี ‘เจริญพุทธมนต์-เจริญจิตภาวนา ทำบุญตักบาตรวิถีไทย วิถีพุทธสืบสานวัฒนธรรมไทย’  ใส่บาตรวันเสาร์ พระสงฆ์  3 รูป ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน โดยมีพระครูโสภิตปัญญากร เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งการทำบุญใส่บาตรวันเสาร์ดังกล่าว ได้จัดต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว

      ทั้งนี้ วัดป่าประดู่ ได้จัดกิจกรรมทำบุญใส่บาตรขึ้นทุกวันเสาร์และเชิญชวนพุทธศาสนิกชนได้ร่วมฟังธรรม เพื่อนำหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากใส่บาตรในวันนี้แล้ว ยังได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์-เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรเร็ววัน มีพลานามัยแข็งแรง และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ทั้งยังเป็นการรณรงค์ และส่งเสริมการสวมใส่ผ้าพื้นถิ่นระยอง-ผ้าไทย เป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทยอีกด้วย

Loading

พ่อเมืองระยอง ร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการดูแลความสงบและความปลอดภัยในสถานศึกษา หลัง ครม.ยกเลิกครูอยู่เวร บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลสถานศึกษาในพื้นที่

     เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานในการประชุมชี้แจงแนวทางดูแลความสงบและความปลอดภัยในสถานศึกษา มี สิบโทไชยยันต์ เกิดเหมาะ ศึกษาธิการจังหวัดระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.เทคนิคระยอง ร่วมประชุมชี้แจงฯ แนวทางมาตรการการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ และมี พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง ร่วมให้แนวทางการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

       โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังได้แก่ ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 และเขต 2 โรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี-ระยอง สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดระยอง โรงเรียนเอกชนในระบบ สถานศึกษาอาชีวศึกษา และโรงเรียนในสังกัดท้องถิ่น เพื่อบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองและตำรวจภูธรระยอง วางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ หลัง ครม.มีมติยกเลิกครูอยู่เวร เนื่องจากห่วงสวัสดิภาพครู

Loading

ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา นศ. ป.เอก ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ศึกษาดูงานระบบความร่วมมือกับสถานประกอบการของวิทยาลัยเทคนิคระยอง

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 ก.พ.67 ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.เทคนิคระยอง ให้การต้อนรับผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา นศ. ปริญญาเอก คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ม. เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานด้านระบบความร่วมมือการจัดการศึกษากับสถานประกอบการของวิทยาลัยเทคนิคระยอง นำโดย ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร อดีตรองอธิการบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ม. เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทั้งนี้เพื่อนำกลับไปพัฒนาวงการการศึกษาให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนต่อไป

      สำหรับวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นสถานศึกษา ที่มุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ ทักษะให้ก้าวทันเทคโนโลยีตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ตลอดจนร่วมมือกันกับสถานประกอบการ และสถานบันการศึกษาในต่างประเทศรูปแบบทวิภาคี ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงานและสามารถทำงานในสถานประกอบการได้ ร่วมมือในการจัดการทำหลักสูตรการฝึกอบรม ครู อาจารย์ บุคลากร และหลักสูตรการฝึกอาชีพของนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งรับนักเรียน นักศึกษา เข้าฝึกอบรม ฝึกงาน และเข้าทำงานอีกด้วย

      สำหรับ ม. เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพ และเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา เพื่อส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ทำการสอน ทำการวิจัย การผลิตครูวิชาชีพ ให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษามีโอกาสในการศึกษาต่อ ด้านวิชาชีพเฉพาะทางระดับปริญญาเป็นหลัก.

Loading

เทคนิคระยอง ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ‘OVEC Together Against Corruption’ ตามนโยบาย สอศ.ไม่ทน ไม่เฉยต่อการทุจริต

       เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 ก.พ.67 ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.นะยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง พร้อมด้วยนายอานุภาพ วาสะสิริ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ นางณัฐธารีย์ สิริกุลปัญญาพร รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา และนายชาคริต รุ่งรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร นำคณะครู นักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมย์ต่อต้านการทุจริต ‘OVEC Together Against Corruption’

       ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคระยองจัดขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไม่ทน ไม่เฉยต่อการทุจริต ‘OVEC together against Corruption’ อาชีวะยุคใหม่ โปร่งใส ร่วมกันต่อต้านคอรัปชั่นตามนโยบายของ สอศ.

Loading

เทคนิคระยอง เปิดตลาดนัดให้ นศ.แต่ละสาขาวิชานำอาหารหลากหลายเมนูวางขาย เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ทั้งยังมุ่งหวังต่อยอดให้ นศ. เป็นเจ้ากิจการในอนาคต

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 ม.ค.ที่บริเวณลานกิจกรรมลังนก วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดโครงการ RYTC Maket โดยเปิดให้ นศ.จาก 13 แผนกสาขาวิชา นำสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มที่ทำขึ้นเองหลากหลายเมนู มาเปิดบูธจำหน่ายให้ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และเพื่อน นศ. รวม 6,000 คน อาหารที่วางจำหน่ายมี หมี่คลุก ส้มตำ ไก่ทอด หมึกย่าง ยำมะม่วง ชาบู ขนมจีบ ก๋วยเตี๋ยว ไอศกรีม ลูกชิ้นทอด และประเภทเครื่องดื่ม ทั้งชา กาแฟ น้ำสมุนไพร  เป็นต้น รวมกว่า 31 รายการ

      นายกิตติพงค์ กล่าวว่า ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้เล็งเห็นธุรกิจที่จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับผู้เรียนแต่ละแผนกวิชา จึงได้จัดโครงการตลาดนัด RYTC Maket ดังกล่าวขึ้นโดยจะจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผู้เรียนมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ศึกษาการแก้ไขปัญหา ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์ความรู้ สร้างสรรค์ชิ้นงาน เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง และเพื่อให้แต่ละแผนกสาขาวิชามีธุรกิจในรูปแบบของตัวเองมีรายได้ระหว่างเรียน ตลอดจนเพื่อให้ นศ. มีองค์ความรู้และทักษะเชิงลึกในการเป็นผู้ประกอบการสามารถต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่การสร้างรายได้จริงในอนาคต.

Loading

เทคนิคระยอง เติมความรู้วิชาชีพระยะสั้นทำขนมอบยอดนิยม แก่ นศ. มุ่งพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการประกอบธุรกิจร้าน ‘ใบชะมวง คาเฟ่ เรสเตอรองท์’ ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยองของเทคนิคระยอง

    เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 ม.ค.ที่ร้านอาหารใบชะมวง วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.เทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดโครงการอบรมวิชาชีพระยะสั้นทำขนมอบยอดนิยม แก่ นศ. มุ่งพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการประกอบธุรกิจร้าน ‘ใบชะมวง คาเฟ่ เรสเตอรองท์’ ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยองของแผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง มี นศ. เข้ารับการอบรม จำนวน 40 คน

        โดยได้รับการสนับสนุนจาก บ.GC นำเชฟผู้เชี่ยวชาญคือ น.ส.นภาวดี พยัคฆโส เชฟร้าน R-Haan มาให้ความรู้การทำขนมอบ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และการออกแบบและจัดตกแต่งขนมหวาน โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานฝีมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ให้กับ นศ. ให้พร้อมกับการจัดตกแต่งขนมอบเพื่อการจำหน่าย พร้อมทั้งเพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักวางแผนการทำงานร่วมกันในระหว่างการฝึกอบรมและการนำความรู้มาประกอบธุรกิจด้านการทำผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เพื่อการจำหน่ายภายในร้าน ‘ใบชะมวง คาเฟ่ เรสเตอรองท์’ ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยองของวิทยาลัยเทคนิคระยองอีกด้วย.