Loading

วิสาหกิจชุมชนริช 865 จก. จับมือศูนย์การค้าชื่อดัง จัดประกวดเดินแบบผ้าพื้นถิ่นระยอง Kid Model Rayong Fabric Contest 2024 มุ่งส่งเสริมสนับสนุนผ้าพื้นถิ่นระยอง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

       เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง วิสาหกิจชุมชนริช 865 จก. และแบรนด์มารยาท ได้จัดกิจกรรมประกวดเดินแบบผ้าพื้นถิ่นระยอง Kid Model Rayong Fabric Contest 2024 เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์บ้านฉาง มีนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายณัฐพงค์ วงศ์พานิชย์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านฉาง นายพิธพร สมะลาภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง นางสุภร จุลทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนริช 865 นายภูวิรณ์ เลิศวีระศิริกุล ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ บ้านฉาง ร่วมงาน

       โดยมีเด็กเยาวชนหนูน้อยในพื้นที่ ได้สวมใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นระยองสีสันสดใส และหลากหลายสไตล์เข้าร่วมประกวดที่เฟ้นหาสุดยอดนางแบบ และนายแบบเยาวชน อายุระหว่าง 5-12 ปี แต่งกายที่ตัดเย็บด้วยชุดผ้าพื้นถิ่นระยอง หรือมีส่วนประกอบด้วยผ้าพื้นถิ่นระยอง ชิงรางวัล และถ้วยรางวัลเกียรติยศกว่า 15 ถ้วยรางวัล และรางวัลพิเศษจากร้านค้าภายในศูนย์การค้าด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนผ้าพื้นถิ่นระยอง และผ้าไทยในภูมิภาคอื่นๆ ให้ได้อวดโฉมให้กับผู้ที่หลงใหลและชื่นชอบในศิลปะและความสวยงามในการถักทอของผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดระยอง อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนชุมชนมั้งในบ้านฉาง และใกล้เคียง ผลิตผลงานผ้าพื้นถิ่นออกสู่สายตาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายอีกด้วย.

Loading

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง จัดพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ‘พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย’ เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

     เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ‘พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย’ ประจำปี 2567 จัดขึ้นโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง มี น.ส.จิตชญา อ่ำสาริกา ผู้อำนวยการสถาบันฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง เข้าร่วมพิธีฯ โดยผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ และเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย

      ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 เห็นชอบให้วันที่ 2 มีนาคมของทุกปี เป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ จังหวัดระยอง จึงได้จัดพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ‘พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย’ ประจำปี 2567 ขึ้น เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และได้สืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถด้านงานช่างฝีมือในการน้อมนำเป็นแบบอย่างสร้างงานสร้างคนสืบไป.

Loading

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เปิดงานสืบสานตำนานเมืองเก่า 4 แห่ง(บ้านฉาง) ‘เมืองเก่าเล่าเรื่องบ้านฉาง’ มุ่งกระตุ้นท่องเที่ยว ชูเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น

      บริเวณถนนเทศบาล 46 หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานสืบสานตำนานเมืองเก่า 4 แห่ง(บ้านฉาง) ‘เมืองเก่าเล่าเรื่องบ้านฉาง’ ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เทศบาลเมืองบ้านฉาง และ อบจ.ระยอง ระหว่างวันที่ 1-2 มี.ค.ที่ผ่านมา มีนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายก อบจ.ระยอง นายอติเทพ จริยเวชช์วัฒนา นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติ

         ภายในงานมีนิทรรศการเมืองเก่าบ้านฉางในอดีต การแต่งกาย และการแสดงบนเวทีที่สื่อถึงวิถีชีวิตพื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวบ้านฉาง รวมทั้งการจำหน่ายอาหารคาวหวาน และสินค้าพื้นถิ่น ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 4 อำเภอ คือ อ.บ้านค่าย อ.บ้านฉาง อ.เมืองระยอง และ อ.แกลง ที่มีวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตในอดีตที่มีความหลากหลาย โดยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลกระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย Soft power เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดระยอง ปลูกฝังความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งกระตุ้นกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวิถีไทย และดึงดูดกลุ่มผู้ที่มีความชื่นชอบเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่มีความหลากหลาย กลุ่มคนทำงานที่ต้องการผ่อนคลายความตึงเครียด และกลุ่มเยาวชนที่ต้องการมีกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อนให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดระยองให้มากขึ้น.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เสริมสร้างความรู้ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร และ ปชช. ให้ความสำคัญติดตั้งถังไขมัน เศษอาหารในครัวเรือน ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำเสียแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 มี.ค.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมาเป็นประธานเปิดโครงการบริหารจัดการน้ำเสียแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2567 มีผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร และ ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองสาธารณะเข้ารับร่วมโครงการฯ

      น.ส.เรวีญา กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลได้ให้ อปท. ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดน้ำเสียผ่านกลไก ‘ประชารัฐ’ (ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง) เพื่อช่วยลดปริมาณความสกปรกของน้ำเสียที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม ประกอบกับตามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) โครงการบูรณาการจัดการคุณภาพน้ำสาธารณะพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ จ.ระยอง ดังนั้น เทศบาลตำบลทับมา จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้แก่ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร และ ประชาชน ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองสาธารณะ ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการติดตั้งถังดักไขมันในครัวเรือน ช่วยกันกำจัดคราบไขมัน น้ำมัน และเศษอาหารในครัวเรือน ก็จะช่วยลดปัญหามลพิษทางน้ำ และเน้นการพัฒนา อนุรักษ์แหล่งน้ำ คลองสาธารณะ ต่างในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป.

Loading

บริษัททุนจีน ตั้งร้านจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์และให้บริการคำปรึกษาด้านวิศวกรรมในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมระยอง เป็นแห่งแรกในไทย ตอกย้ำเมืองระยองยังคงเป็นเมืองที่น่าลงทุน

     เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโกว เบียว รองประธานฝ่ายบริหารและฝ่ายการตลาดหลัก SUPCON ซึ่งเป็นผู้นำเข้าส่งออก และจำหน่ายเครื่องมือ อะไหล่ทางด้านวิศวกรรม และให้บริการคำปรึกษาที่เกี่ยวข้องในโรงงานอุตสาหกรรม ได้เปิดร้าน SUPCON 5S Store ให้บริการลูกค้า ตั้งอยู่เลขที่ 99/50 ริมถนนสาย 36 ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติมาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก

     นายโกว เบียว รองประธานฝ่ายบริหารบริษัทฯ กล่าวว่า เป็นผู้นำด้าน Process Automation และ Digital Transformation ในจีน ซึ่งได้เปิดสาขาแรกในจังหวัดระยอง และของไทย เพื่อให้บริการผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง โดยแนวคิดของร้านเพื่อเป็นศูนย์บริการที่ครอบคลุม และสะดวกตามหลัก 5S คือ Spare-parts, Specialist Solution, Sale  และ Service เช่น การจัดส่งอะไหล่ในวันเดียว และให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทันที ที่ร้านยัง S2B (Service to Business) แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้ออะไหล่และคำนวณสินค้าคงคลังแม่นยำ ทั้งนี้การเปิดร้าน SUPCON 5S Store ในจังหวัดระยองดังกล่าว เป็นการแสดงถึงการขยายตัวทางกลยุทธ์ของบริษัทฯ เข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นการให้บริการด้วยมาตรฐานความเป็นเอกลักษณ์ในท้องถิ่น ด้วยลูกค้ากว่า 30,000 รายทั่วโลก โดยในจีนมีร้านค้าถึง 180 ร้าน พร้อมที่จะขยายตัวไปในพื้นที่อุตสาหกรรมทั่วโลก

     ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเปิดร้านจำหน่ายและให้คำปรึกษาของนักลงทุนต่างชาติที่จังหวัดระยองดังกล่าว เป็นการตอกย้ำว่าจังหวัดระยอง ยังคงเป็นเมืองที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุน หรือนักธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลก.

Loading


สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก โชว์ศักยภาพกาแฟเหนือในงาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” ( Northern Thai Coffee Paradise 2024) รวมผู้ผลิตกาแฟจากยอดดอยคับคั่ง พร้อมจัดกิจกรรมแข่งขันกาแฟ TCE Brewer Cup 2024 และ TCE Taster Cup 2024 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี


นางสาวปาริชาติ พงค์พันเทา พาณิขย์จังหวัดตาก เปิดเผยถึงการจัดงาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” ( Northern Thai Coffee Paradise 2024) ว่าปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ การผลิตอย่างยั่งยืน (sustainable coffee production) และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีการนำผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟ ผลิตภัณฑ์ที่ต่อเนื่องกาแฟ ของภาคเหนือ 17 จังหวัด มาจัดแสดงและจัดจำหน่ายให้กับประชาชน และผู้ที่รักการดื่มกาแฟ โดยในงานยังมีการจัดกิจกรรมแข่งขันกาแฟ TCE Brewer Cup 2024 และการแข่งขัน TCE Taster Cup 2024 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พร้อมกิจกรรมมากมายทีแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกาแฟภาคเหนือที่มีมาตรฐานระดับสากล รวมถึงกาแฟ specialty coffee ของภาคเหนือ ที่มีเอกลักษณ์ของรสชาติโดดเด่น จนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางอีกด้วย “ที่ผ่านมาจังหวัดในภาคเหนือร่วมสานต่อแนวพระราชดำริฯ ได้มีนโยบายและกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาส่งเสริมการปลูกกาแฟในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้าผลผลิตประมาณ 9,355 ตันต่อปี มากที่สุดในประเทศไทย และโรบัสต้า ประมาณ 1,250 ตันต่อปี ซึ่งที่ผ่านมากรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้มีการขึ้นทะเบียนกาแฟดอยตุงและกาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงรายเป็นพืชสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) กาแฟดอยตุง ดอยช้างของจังหวัดเชียงราย และกาแฟเทพเสด็จของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการขอขึ้นทะเบียนสิ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI กาแฟดอยตุง ดอยช้าง ในสหภาพยุโรป(EU) และประเทศญี่ปุ่น และยังมีกาแฟของกลุ่มจังหวัดภาคเหนืออยู่ระหว่าง การพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน GI อีกหลายรายการ เช่น กาแฟอาราบิก้าดอยมูเซอจังหวัดตาก ทั้งหมดนี้ถือเป็นเครื่องการันตีให้เห็นถึงศักยภาพของผลผลิตกาแฟภาคเหนือที่ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 39,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริม พัฒนาต่อยอดเพิ่มโอกาส ช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกาแฟในภาคเหนืออย่างยั่งยืน จึงดำเนินโครงการจัดงาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” ( Northern Thai Coffee Paradise 2024 ) ภายใต้แนวคิด “การผลิตอย่างยั่งยืน (sustainable coffee production) และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นการกระตุ้นการรับรู้กาแฟภาคเหนือผ่านการทำตลาดเชิงรุกให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ และนำความโดดเด่นของกาแฟมาเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยว สร้างรายได้เพิ่ม เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวเขา และชุมชนผู้ปลูกกาแฟ และยังเป็นการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกาแฟเป็นพืชที่ปลูกได้ดีภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่บนดอย จึงถือเป็นพืชสร้างรายได้ที่จะช่วยรักษาป่าในอีกทางหนึ่งด้วย เพราะหากไม่มีป่า การปลูกกาแฟก็จะให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพได้ยากนั่นเอง”

งาน “ภาคเหนือ สวรรค์ของคนรักกาแฟ” ( Northern Thai Coffee Paradise 2024) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 18 มีนาคม 2567 ณ Alive Park ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค จังหวัดปทุมธานี ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การสาธิตเทคนิคการทำกาแฟ การเสวนาแนวโน้มการพัฒนาและการเติบโตของกาแฟภาคเหนือ กิจกรรมส่งเสริมการขายจำหน่ายสินค้าภายในงานราคาพิเศษ กิจกรรมสันทนาการดนตรีสด และมินิคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังทุกวัน กิจกรรมพบคู่ค้าและจับคู่เจรจาธุรกิจ กิจกรรมโซน Coffee for rest Coffee Camping Cofee trip & Tour และรับแจกต้นกาแฟกว่า 2,000 ต้น ฟรี ทุกวัน

Loading

เกษตรจังหวัดระยอง นำทีมลงพื้นที่ตรวจจับแผงทุเรียน หลังมีสาวรายหนึ่งร้องเรียนผ่านรายการข่าวช่องดัง ซื้อทุเรียนอ่อนไปกินทั้งน้ำตา

     เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รอง ผวจ.ระยอง น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง นายธนโชค พงษ์ชวลิต เกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง นางจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง สคบ.ระยอง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง พร้อมด้วยทีมงานเจ้าหน้าที่ตรวจจับทุเรียนอ่อน ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแผงขายทุเรียนริมถนนสาย 36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง หลังมีสาวรายหนึ่งซื้อทุเรียนจากแผงขายทุเรียนริมถนนบริเวณดังกล่าว ไปกินพบทุเรียนอ่อนทั้ง 3 แผง โดยร้องเรียนผ่านรายการข่าวช่องดัง ‘ใจจะขาดแวะ 3 ร้านเจอแต่เนื้อทุเรียนอ่อน ต้องกินทั้งน้ำตา’ สร้างความเสียหายกับภาพลักษณ์ชื่อเสียงของจังหวัดระยอง จึงได้นำทีมงานลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ทุเรียนที่นำมาวางขาย บางส่วนไม่ใช่ทุเรียนระยอง เป็นทุเรียนมาจากทางภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ทุเรียนของจังหวัดระยอง ยังไม่ถึงฤดูที่ให้ผลผลิต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ให้เจ้าของแผง ได้ติดป้ายให้ชัดเจนว่าทุเรียนมาจากแหล่งใด และปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจนด้วย พร้อมกำชับห้ามนำทุเรียนอ่อนมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยเด็ดขาด หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกดำเนินคดีตามมาตรการป้องกันทุเรียนอ่อนในพื้นที่ มีโทษข้อหาหลอกลวง ปชช. จำคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่นบาท หากยังกระทำผิดซ้ำอีกมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 แสนบาท

      น.ส.สลารีวรรณ กล่าวว่า ผวจ.ระยอง ได้มีประกาศ และมาตรการป้องกันการจำหน่ายทุเรียนอ่อน ประจำปี 2567 ที่เข้มงวด โดยมีหลักๆ 2 ประเด็นคือ นำทุเรียนมาขายก่อนฤดูกาลให้ผลผลิต หรือในห้วงฤดูกาลให้ผลผลิต รวมทั้งมีการแอบอ้างนำทุเรียนที่ไม่ใช่ของจังหวัดระยองมาวางขาย วันนี้จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการจำหน่ายทุเรียนอ่อนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคตามมาตรการและประกาศของจังหวัด การป้องกันการจำหน่ายทุเรียนด้อยคุณภาพในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค และผู้ค้าเองด้วยในตั้งแผงขาย จะต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ถอยล่นห่างจากริมขอบถนนไปอย่างน้อย 5 เมตรอีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจตรวจสอบเส้นทางน้ำไหลช่วงฝนตกหนัก รับมือน้ำท่วมในพื้นที่

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมา ร่วมประชุมกับผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง และชลประทานจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ โดยได้มีการหารือและสำรวจตรวจสอบเส้นทางน้ำไหลช่วงฝนตกหนัก

      ซึ่งที่ผ่านในช่วงที่เกิดฝนตกหนักจากพายุโซนร้อน และในช่วงฤดูฝน มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงเกิดฝนตกหนักเหนือพื้นที่ตำบลทับมา บริเวณพื้นที่ตำบลมาบข่า มวลน้ำจะไหลลงมารวมกันที่บริเวณถนนสาย 36 ต.ทับมา ทำให้ระบายไม่ทัน เอ่อเข้าท่วมถนนสาย 36 หลายจุด และบ้านเรือน ประชาชน ในพื้นที่บ่อยครั้ง จึงจำเป็นต้องเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ทราบเส้นทางน้ำไหล และเตรียมความพร้อมในระบายน้ำให้เร็วที่สุด ขุดลอกคลอง สำรวจสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการให้ช่วยเหลือ ประชาชน ด้วย รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เติมความรู้เจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล มุ่งนำความรู้ไปพัฒนาและเกิดประโยชน์ต่อองค์กร

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ 2567 มีนางรำไพ จันทะโพธิ์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม ผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน โดยมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องการเก็บข้อมูลผ่านระบบ Cloud Storage (คลาวด์ สตอเรกจ์) ในองค์กร เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะความสามารถให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถใช้โปรแกรม Canva (แคนว้า)ในการออกแบบงานกราฟิก และเพื่อพัฒนาและยกระดับความรู้แก่ผู้เข้าอบรมให้มีความเข้าใจในการใช้ Google Workspace (กูเกิ้ล เวิร์กสเปซ) ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกัน

      น.ส.เรวีญา กล่าวว่า การนำสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้ในองค์กร เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน และพัฒนาองค์กรนั้นมีความสำคัญ จึงจำเป็นต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลง และพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กรให้มีความพร้อมทั้งด้านทัศนคติ ความรู้ ทักษะ รวมไปถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้พร้อมรับต่อกระบวนการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และองค์กรต่อไป.

Loading

เปิดฉากซ้อมรบ ‘คอบร้าโกลด์ 2024’ สนับสนุนกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัดเน้นการฝึกรับมือสงครามไซเบอร์ และอวกาศเพื่อประโยชน์ของประชาชนภูมิภาค

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ.ที่บริเวณสนามบินอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยองง พลเอก ทรงวิทย์  หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ พลโท ซาเวียร์  บรันสัน (Xavier T. Brunson) แม่ทัพน้อยที่ 1 กองทัพบกสหรัฐอเมริกา เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 ณ สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง โดยมีเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมพิธีฯ

     การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารขนาดใหญ่และมีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2024 ในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 43 โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา คือ ออสเตรเลีย สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสม

      ส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน ๑๐ ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฝรั่งเศส มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ฟิจิ สหราชอาณาจักร และ บรูไน และประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก (Combined Observer Liaison Team) : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว บราซิล ปากีสถาน เวียดนาม เยอรมนี สวีเดน สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) คูเวต และศรีลังกา รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ ผู้เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวน 9,590 นาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธ์ร่วมและผสม โดยการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ อีกทั้งเพื่อฝึกการใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ โดยกำหนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 8 มีนาคมนี้ ประกอบด้วย การฝึกที่สำคัญดังนี้ 1.การฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา สำหรับปีนี้เป็นวงรอบการฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) ซึ่งเป็นการฝึกอำนวยการยุทธ์ของกำลังรบขนาดใหญ่ เพื่อรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบในทุกมิติ (All Domain Operations) ได้แก่ ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางด้านไซเบอร์ และทางอวกาศ สำหรับการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ปี 2024 เป็นการฝึกบนพื้นฐานของแผนยุทธการ (OPORD) และแนวความคิดในการปฏิบัติ (CONOP) โดยพัฒนาตามหนทางปฏิบัติที่ ผู้บัญชาการกองกำลังร่วมผสม นานาชาติ ตกลงใจเลือก ตามกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหารแบบนานาชาติ (MDMP-M) ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญของการฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAFFEX) ในวงรอบการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 23 ที่ผ่านมา 2.โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำหรับโรงเรียนในพื้นที่การฝึก จำนวน 5 พื้นที่ การฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ประกอบด้วย การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (HADR-TTX) ในหัวข้อบทบาททางทหารในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภายใต้กลไกลการตอบสนองในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมการฝึกสาธิตฯ (HADR-Demo) ซึ่งเป็นการฝึกสาธิตแนวทางในการปฏิบัติเป็นสถานี ได้แก่ การค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การส่งกลับสายแพทย์ สารเคมีรั่วไหล และการดับเพลิง ของประเทศต่าง ๆ   ที่เข้าร่วมการฝึกฯ 3. การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) ประกอบด้วย การฝึกแลกเปลี่ยน CTX  และการฝึกภาคสนามของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2024 นอกจากจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วมและผสมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารไทย และทหารมิตรประเทศ กับประชาชนในพื้นที่การฝึกฯ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตามิตรประเทศ และประชาคมโลก

     ด้านนาย โรเบิร์ต เอฟ โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระบุว่า ทร.สหรัฐ-ทร.ไทยยังคงดำเนินการเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัดต่อไป….