Loading

เทศบาลตำบลทับมา บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจตรวจสอบเส้นทางน้ำไหลช่วงฝนตกหนัก รับมือน้ำท่วมในพื้นที่

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมา ร่วมประชุมกับผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง และชลประทานจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ โดยได้มีการหารือและสำรวจตรวจสอบเส้นทางน้ำไหลช่วงฝนตกหนัก

      ซึ่งที่ผ่านในช่วงที่เกิดฝนตกหนักจากพายุโซนร้อน และในช่วงฤดูฝน มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงเกิดฝนตกหนักเหนือพื้นที่ตำบลทับมา บริเวณพื้นที่ตำบลมาบข่า มวลน้ำจะไหลลงมารวมกันที่บริเวณถนนสาย 36 ต.ทับมา ทำให้ระบายไม่ทัน เอ่อเข้าท่วมถนนสาย 36 หลายจุด และบ้านเรือน ประชาชน ในพื้นที่บ่อยครั้ง จึงจำเป็นต้องเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ทราบเส้นทางน้ำไหล และเตรียมความพร้อมในระบายน้ำให้เร็วที่สุด ขุดลอกคลอง สำรวจสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการให้ช่วยเหลือ ประชาชน ด้วย รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เติมความรู้เจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล มุ่งนำความรู้ไปพัฒนาและเกิดประโยชน์ต่อองค์กร

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ก.พ.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนสู่องค์กรดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ 2567 มีนางรำไพ จันทะโพธิ์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม ผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน โดยมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องการเก็บข้อมูลผ่านระบบ Cloud Storage (คลาวด์ สตอเรกจ์) ในองค์กร เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะความสามารถให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถใช้โปรแกรม Canva (แคนว้า)ในการออกแบบงานกราฟิก และเพื่อพัฒนาและยกระดับความรู้แก่ผู้เข้าอบรมให้มีความเข้าใจในการใช้ Google Workspace (กูเกิ้ล เวิร์กสเปซ) ในการเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานร่วมกัน

      น.ส.เรวีญา กล่าวว่า การนำสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้ในองค์กร เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน และพัฒนาองค์กรนั้นมีความสำคัญ จึงจำเป็นต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลง และพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กรให้มีความพร้อมทั้งด้านทัศนคติ ความรู้ ทักษะ รวมไปถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้พร้อมรับต่อกระบวนการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และองค์กรต่อไป.

Loading

เปิดฉากซ้อมรบ ‘คอบร้าโกลด์ 2024’ สนับสนุนกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัดเน้นการฝึกรับมือสงครามไซเบอร์ และอวกาศเพื่อประโยชน์ของประชาชนภูมิภาค

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ.ที่บริเวณสนามบินอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยองง พลเอก ทรงวิทย์  หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ พลโท ซาเวียร์  บรันสัน (Xavier T. Brunson) แม่ทัพน้อยที่ 1 กองทัพบกสหรัฐอเมริกา เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 ณ สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง โดยมีเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมพิธีฯ

     การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารขนาดใหญ่และมีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2024 ในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 43 โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา คือ ออสเตรเลีย สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสม

      ส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน ๑๐ ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฝรั่งเศส มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ฟิจิ สหราชอาณาจักร และ บรูไน และประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก (Combined Observer Liaison Team) : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว บราซิล ปากีสถาน เวียดนาม เยอรมนี สวีเดน สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) คูเวต และศรีลังกา รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ ผู้เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวน 9,590 นาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธ์ร่วมและผสม โดยการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ อีกทั้งเพื่อฝึกการใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ โดยกำหนดการฝึกหลัก ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 8 มีนาคมนี้ ประกอบด้วย การฝึกที่สำคัญดังนี้ 1.การฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา สำหรับปีนี้เป็นวงรอบการฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) ซึ่งเป็นการฝึกอำนวยการยุทธ์ของกำลังรบขนาดใหญ่ เพื่อรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบในทุกมิติ (All Domain Operations) ได้แก่ ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางด้านไซเบอร์ และทางอวกาศ สำหรับการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ปี 2024 เป็นการฝึกบนพื้นฐานของแผนยุทธการ (OPORD) และแนวความคิดในการปฏิบัติ (CONOP) โดยพัฒนาตามหนทางปฏิบัติที่ ผู้บัญชาการกองกำลังร่วมผสม นานาชาติ ตกลงใจเลือก ตามกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหารแบบนานาชาติ (MDMP-M) ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญของการฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAFFEX) ในวงรอบการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 23 ที่ผ่านมา 2.โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำหรับโรงเรียนในพื้นที่การฝึก จำนวน 5 พื้นที่ การฝึกการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ประกอบด้วย การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (HADR-TTX) ในหัวข้อบทบาททางทหารในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภายใต้กลไกลการตอบสนองในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมการฝึกสาธิตฯ (HADR-Demo) ซึ่งเป็นการฝึกสาธิตแนวทางในการปฏิบัติเป็นสถานี ได้แก่ การค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การส่งกลับสายแพทย์ สารเคมีรั่วไหล และการดับเพลิง ของประเทศต่าง ๆ   ที่เข้าร่วมการฝึกฯ 3. การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) ประกอบด้วย การฝึกแลกเปลี่ยน CTX  และการฝึกภาคสนามของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2024 นอกจากจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วมและผสมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารไทย และทหารมิตรประเทศ กับประชาชนในพื้นที่การฝึกฯ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตามิตรประเทศ และประชาคมโลก

     ด้านนาย โรเบิร์ต เอฟ โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระบุว่า ทร.สหรัฐ-ทร.ไทยยังคงดำเนินการเร่งค้นหาผู้สูญหายจากเรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัดต่อไป….

Loading

นศ. ม.เฉลิมกาญจนากว่าครึ่งหมื่นแห่ร่วมพิธีเปิดป้ายมหาวิทยาลัยแห่งแรกของระยองอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมรับทุนการศึกษาสู้ค่าครองชีพ ก่อนที่ศาลปกครองระยอง จะพิจารณาตัดสินคดีที่ นศ. ฟ้อง ผจก.กยศ.ที่ไม่อนุมัติเงินกู้ให้นักศึกษาหลายพันคน

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 24 ก.พ. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยอง อ.แกลง จ.ระยอง ดร.เชวง  ชูศิริ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยอง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของ จ.ระยอง โดยมี ดร.พอพันธ์ สนเจริญ อธิการบดีกิตติคุณ นำคณะอาจารย์ นศ. กว่า 5,000 คน มาร่วมพิธีและให้การต้อนรับ  มีการจัดพิธีบวงสรวงศาลพระพรหมประจำมหาวิทยาลัย และพิธีกราบไหว้สักการะบูชารูปหล่อจำลองของ  พระพรหมวชิรคุณ หรือ “หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล” เจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต)  และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคเหนือ จากนั้นแกนนำ นศ. ยังได้เชิญ ดร.เชวง ตัดริบบิ้นเปิดแพรคลุมป้ายมหาวิทยาลัย โดยมีคณะสงฆ์สวดชยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคล และมีคณะสิงโตชื่อดังมาแสดงและจุดประทัด เพื่อเป็นการฉลองพิธีเปิดป้ายมหาวิทยาลัยแห่งนี้อย่างยิ่งใหญ่ตระการต และมีการนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 139 รูป มาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ด้วย

      จากนั้น ดร.เชวง ชูศิริ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้มอบทุนการศึกษาให้ นศ. ของมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาทุกระดับชั้น ซึ่งมีนักศึกษาจำนวนมากกว่า 5,000 คน มาเข้าร่วมพิธีรับทุนในครั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมาก เนื่องจาก นศ. ทุกคนต่างดีใจที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ เพื่อจะได้นำเอาเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพและการศึกษาเล่าเรียน ก่อนที่ศาลปกครองระยองจะพิจารณาตัดสินคดีที่ นศ. ฟ้อง ผจก.กยศ.ที่ไม่อนุมัติเงินกู้ให้ นศ. มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยองจำนวนกว่า 3,000 คน

      ดร.เชวง ชูศิริ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยองเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของ จ.ระยอง ปัจจุบันก็มีเพียงแห่งเดียว ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มี ดร.พอพันธุ์ สนเจริญ เป็นอธิการบดีคนแรก ทั้งนี้ขอแสดงความยินดีกับ นศ. ทุกคนที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ขอให้ นศ. นำเงินทุนการศึกษาที่ได้รับไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยองให้โอกาสกับ นศ. ทุกคนที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อจะได้นำเอาวิชาความรู้ไปใช้ในการประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว และจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

      ทางด้าน น.ส.อริสรา รอบรู้ และ น.ส.อริสรา สายสนอง  นศ. ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารศาสตร์ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยอง กล่าวว่า หลังจากวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนและเพื่อนรวม 5 คน ได้เป็นตัวแทน นศ. ที่ได้รับความเดือนร้อนกว่า 3,000 คน เข้ายื่นฟ้องผู้จัดการ กยศ. ต่อศาลปกครองระยอง จนเป็นคดีเลขดำที่ 37/2567 และ 38/2567  โดยศาลปกครองระยอง ได้นัดไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกพวกตนไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกตนจำเป็นต้องพึ่งบารมีของศาลปกครองระยอง เนื่องจากว่าได้รับความเดือดร้อน เพราะว่า กยศ. ไม่ยอมอนุมัติเงินกู้ให้กับพวกตนมานานหลายเดือนแล้ว ทำให้พวกตนไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเพื่อมาเรียนหนังสือ และไม่มีเงินค่าเทอม แต่ว่าได้รับความเมตตาจากมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยองที่ให้พวกตนเรียนหนังสือไปก่อน เพื่อไม่ให้การเรียนหนังสือต้องหยุดชะงักลง เพราะว่าหากไม่จ่ายค่าเทอมแล้วก็จะต้องหยุดการเรียนไปโดยปริยาย ตนขอฝากถึงนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของ กยศ. ว่าควรที่จะพิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้กับพวกตนอย่างเร่งด่วนด้วย เพราะว่าขณะนี้พวกตนได้รับความเดือดร้อนมาก.

Loading

ผู้ว่าฯ ระยองนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดระยองร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในวันมาฆบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 24 ก.พ. 2567 ที่วัดเนินพระ ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำประชาชนชาวจังหวัดระยอง ร่วมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2567 ซึ่งจัดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดระยอง วัดเนินพระ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง โดยมีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เจ้าอาวาสวัดเนินพระ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายกัฬชัย เทพวรชัย นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนจำนวนมากมาร่วมทำบุญตักบาตร ซึ่งจังหวัดระยอง โดยสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดระยอง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง และวัดเนินพระ ได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนออกมาทำบุญตักบาตร ฟังธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม และเวียนเทียนในทุกวัด เพื่อเป็นการแสดงการสักการะน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และร่วมน้อมรำลึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

       วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นการบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ เรียกว่า วันจาตุรงคสันนิบาต หมายถึง การประชุมด้วยองค์ 4 มีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์โดยไม่ได้นัดหมาย พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” คือเป็นผู้ที่ล้วนได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ล้วนเป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้ว และเป็นวันที่ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ วันมาฆบูชาจึงถือว่าเป็นวันพระธรรม ขณะที่วันวิสาขบูชาถือว่าเป็นวันพระพุทธ และวันอาสาฬหบูชา เป็นวันพระสงฆ์

Loading

เทคนิคระยอง ปัจฉิมนิเทศ นศ. ที่จบการศึกษา ประจำปี 2566 เป็นการเตรียมความพร้อมให้ นศ. ก่อนออกสู่ตลาดแรงงาน

       เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 23 ก.พ.ที่โดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดโครงการปัจฉิมนิเทศ นศ. ระดับชั้น ปวช. 3 จำนวน 830 คน และ ปวส. 2 จำนวน 1,140 คน ที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566

      ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน และมีบูธรับสมัครงาน แนะเทคนิคการสัมภาษณ์งาน และแนะแนวอาชีพจากศิษย์เก่าแก่ นศ. ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานด้วย ตลอดจนแนะแนวคิดสำหรับ นศ. ที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และออกไปประกอบธุรกิจ หรือเป็นผู้ประกอบการ.

Loading

เกษตรระยอง จับมือหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้บริการปรึกษาทั้งด้านพืช สัตว์ ประมง ดิน น้ำ สนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ก.พ.ที่ อบต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่นพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมาร ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยองและหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ มี น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ ร่วมเป็นเกียรติ ภายในงานมีการให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ให้คำปรึกษา และความรู้วิเคราะห์ วินิจฉัยโรคทั้งพืช สัตว์ ประมง ดิน น้ำ สนับสนุนปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์พืช และต้นกล้าไม้แจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

     ทั้งนี้โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารดังกล่าว เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้การแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร โดยการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.

Loading

ทร. แจงปมจ้างเอกชนขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ จ.ระยอง โครงการ ‘ดินแลกน้ำ’ ยันโปร่งใส รัฐไม่เสียผลประโยชน์

     เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.ท.ชยุต นาเวศภูติกร ผบ. ฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือ เปิดแถลงข่าว กรณีการจ้างบริษัทเอกชนรับเหมาเข้าดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง(ในส่วนพื้นที่ จ.ระยอง) และพาเยี่ยมชมจุดที่มีการดำเนินการขุดลอก พร้อมเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว เป็นโครงการ ‘ขุดดินแลกน้ำ’ เป็นการนำเอาวัสดุมูลดินที่ได้จากการขุดลอก มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ และเปลี่ยนเป็นมูลค่า โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขุดลอกโครงการทั้งหมด ทางผู้รับเหมาจะใช้เงินจากการนำเอามูลดินที่ขุดลอกขึ้นมาได้ส่วนหนึ่งมาเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนรายได้จากการจำหน่ายดินที่เหลือจะส่งคืนให้กองคลัง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกับทางภาครัฐ ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ และยังได้เงินจากโครงการเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป ซึ่งโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ ‘ขุดดินแลกน้ำ’ โดยได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ตามนโยบายของ ผบ.ทร. ที่ต้องจัดการทำทุกโครงการให้โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่วนประเด็นที่สงสัยเรื่องการนำกรวด หิน ดิน ทราย ที่ได้จากการขุดลอกไปเป็นค่าจ้างในการขุด ซึ่งจะทำให้รัฐเสียประโยชน์นั้น ยืนยันเป็นไปตามสัญญาที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เซ็นสัญญากับบริษัทรับเหมาได้มีการประเมินราคามูลดินโดย คกก. กำหนดราคามูลดินขุดลอกงานจ้างขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ดังกล่าว สัญญาจ้างเฟส 1 เป็นเงิน 65 ลบ. รวมยอดเงินที่ได้ 82,338,312 บาท โดยมีเงินส่วนต่างที่เหลือจากการทำโครงการจะอยู่ที่ 16,758,312 บาท ซึ่งฐานทัพเรือสัตหีบ จะส่งเข้าคลัง เพื่อเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป ยืนยันรัฐไม่เอื้อประโยชน์เอกชนแน่นอน และการร่างสัญญาจ้าง หรือ TOR มีหลายหน่วยงานร่วมพิจารณาตรวจสอบ            

สำหรับโครงขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ‘ขุดดินแลกน้ำ’ เป็นโครงการที่จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม รวมทั้งรองรับ EEC ด้วย โดยมีการดำเนินการใน 4 เฟส จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพปริมาตรรองรับน้ำจากเดิม 9.89 ลบ.ม. เป็น 21.89 ลบ.ม. โดยจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี และระยอง มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเพียงพอ.

Loading

ศูนย์บริการและฟื้นฟูสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน เทศบาลตำบลทับมา จัดกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดผู้สูงอายุ ภายใต้การสร้างเครือข่ายและสัมพันธภาพของครอบครัวและผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม

น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดการสร้างเครือข่ายและสัมพันธภาพของครอบครัวและผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ผ่านกิจกรรม Dementia Cafe ที่โรงแรมคอนเทจไพน์ ระยอง รีสอร์ทแอนด์คาเฟ่ ม.3 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง

มุ่งให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน เป็นการผ่อนคลาย ไม่ให้เกิดความเครียด มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมออกมาเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ในส่วนของผู้ดูแลยังสามารถรับรู้ปัญหาความต้องการของผู้สูงอายุ และได้เข้าร่วมกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด และมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมสนับสนุนกันทำประโยชน์เพื่อสังคมอีกด้วย.

Loading

SPRC จัดตลาดนัดชุมชนครั้งที่ 2 สร้างรายได้แก่ชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดระยอง

      วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “SPRC เปิดตลาดนัดชุมชน” ครั้งที่ 2 มาให้พนักงานและผู้รับเหมาได้อุดหนุนสินค้าชุมชนกัน ณ โรงอาหาร SPRC โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในจังหวัดระยอง เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของชุมชน พร้อมกับประชาสัมพันธ์ สินค้าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายขึ้น ภายในงานมี การจัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายทั้งอาหาร ขนม เครื่องดื่ม เสื้อผ้า กระเป๋า ฯลฯ จากร้านค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ของจังหวัดระยองมากกว่า 10 ร้านโดยสามารถสร้างรายได้รวมกันมากกว่า 60,000 บาท

         โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในข้อ 1 การยุติความยากจนทุกรูปแบบ และในเป้าหมายที่ 2 คือยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับการส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน SPRC มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้แก่ชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดระยอง และจะจัดตลาดนัดชุมชนครั้งต่อไปตลอดทั้งปีทุกๆ 2 เดือน