Loading

    เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 นายรัชดา สวัสดิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นผู้แทนภาคเอกชนในจังหวัดระยองร่วมงาน

นายรัชดา สวัสดิรักษ์ กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชน ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผ่านการดำเนินงานโครงการต่างๆ ร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจโดยการนำแนวนโยบายด้าน BCG (BIO CIRCULAR GREEN ECONOMY) ของประเทศมาปรับใช้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและดูแลชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวทาง CIRCULAR ECONOMY เพื่ออนุรักษ์ท้องทะเลไทย ให้กลับมามีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ ในงานวันทะเลโลก “รวมพลังฟื้นฟู กอบกู้มหาสมุทร” ณ ป่าในเมือง พระเจดีย์กลางน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง โดยมีว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน

      นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสัตว์ทะเลด้วยการปล่อยพันธุ์ปลากะพงจำนวน 100,000 ตัว พันธุ์กุ้ง 100,000 ตัว พันธุ์ปลาตีนจำนวน 100 ตัว และพันธุ์ปูดำ จำนวน 200 ตัว รวมทั้งกิจกรรมล่องเรือเก็บขยะบริเวณแม่น้ำระยอง โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม..00

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

ร้านอาหาร “ใบชะมวง”วิทยาลัยเทคนิคระยอง กลับมาเปิดให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตามปกติแล้ว

      เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งทางเพจเฟสบุ๊คของวิทยาลัยเทคนิคระยองว่า ทางศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง “ร้านใบชะมวง”ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ได้กลับมาเปิดให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตามปกติอีกครั้งแล้ว หลังประสบสถานการณ์โควิด-19 โดยทางอาจารย์และนักศึกษา แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้มีความพร้อมที่จะเปิดให้บริการต้อนรับลูกค้าทุกคนมาใช้บริการ โดยมีอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนูเตรียมไว้รองรับผู้มาใช้บริการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้น โดยเปิดให้บริการ วันพุธ-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น.สำรองที่นั่ง โทร. 061-837-9991 ทั้งนี้”ร้านใบชะมวง”ได้ใส่ใจในความปลอดภัย ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด  

         สำหรับ ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง “ร้านใบชะมวง” ของวิทยาลัยเทคนิคระยอง ดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด มาตั้งแต่ปี 2561 ในการอบรมและประชุมร่วมกัน เพื่อพัฒนาเอกลักษณ์ด้านอาหารที่สรรค์สร้างโดยใช้วัตถุดิบใน จ.ระยอง รวมถึงมีการเชิญเชฟชื่อดังต่างๆ มาถ่ายทอดความรู้เมนูอาหารให้แก่อาจารย์ นำไปต่อยอดแก่ประชาชน และนักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้วิชาอาหารถิ่น และฝึกอาชีพในศูนย์ฯ เพื่อให้สามารถเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารได้ในอนาคต รวมถึงยังมีการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นและสอนการทำอาหารที่หลากหลาย ทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ประชาชนในจังหวัดระยองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย.

Loading

ผนึก 2 ยักษ์ “ดีพร้อม – GC” ปั้นไบโอพลาสติกสู่เชิงพาณิชย์ ผลิตงานวิจัยใช้กากกัญชง ลดขยะอุตสาหกรรมลง ตั้งธง Bio-Circular-Green

      ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ร่วมเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์ ระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC พร้อมเชื่อมโยงการตลาดของเครือข่ายพันธมิตรทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่ขับเคลื่อนเพื่อการลดปริมาณขยะพลาสติกและกากอุตสาหกรรม ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy Model) โดยใช้เส้นใยส่วนที่เหลือทิ้งจากกระบวนการแปรรูปกัญชงเพื่อจัดการของเสียแบบขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) มาเพิ่มมูลค่าสู่ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในเชิงพาณิชย์

       ดร.ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ร่วมหารือกับ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy Model) ตามนโยบายรัฐบาลโดยการนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ในการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ ได้ดำเนินการภายใต้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด หรือ GC  ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเม็ดพลาสติก ได้ร่วมกันต่อยอดการวิจัยพัฒนาสูตรการผลิตพลาสติกชีวภาพจากพืชกัญชงในเชิงพาณิชย์สู่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) โดยดีพร้อมจะรับบทบาทในการจัดหาเส้นใยกัญชงเพื่อเป็นวัสดุในการวิจัย พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงสำหรับธุรกิจที่สนใจ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของไทย นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลไปสู่การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในด้านการบริหารการผลิต การแปรรูป รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากเส้นใยสั้น หรือเส้นใยชีวภาพที่เหลือทิ้ง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าวัสดุและลดปริมาณขยะในภาคอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งปัจจุบันพบว่าการประกอบการในภาคอุตสาหกรรม มีปริมาณกากอุตสาหกรรมชนิดไม่อันตรายเกิดขึ้น จำนวนมากกว่า 17 ล้านตันต่อปี (ที่มา : กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม) ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากในการดูแลและกำจัด หนึ่งในนั้น คือ ขยะพลาสติกที่มีจำนวน 4.8 ล้านตัน/ปีที่จะมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณมากขึ้น   หลังกระบวนการแปรรูปเพื่อนำเส้นใยไปใช้ประโยชน์จะเกิด “เส้นใยสั้น”  ซึ่งเป็นสิ่งเหลือทิ้งจากกระบวนแปรรูปเฉลี่ยไร่ละประมาณ 400 กิโลกรัม ปัจจุบันมีการขออนุญาตเพาะปลูก   จำนวนกว่า 631.9 ไร่ ปลูกได้กว่า 2 รอบต่อปี ดังนั้น จะมีเส้นใยเหลือเป็นขยะในภาคอุตสาหกรรมกว่า505,400 กิโลกรัมต่อปี และสอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการ ขยะพลาสติกระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 – 2565) ที่มีเนื้อหาสาระการห้ามใช้พลาสติก 4 ชนิด ได้แก่ ถุงหิ้ว โฟม แก้ว และหลอดพลาสติกในปี 2565 นี้   อย่างไรก็ดี การผนึกความร่วมมือดังกล่าว ยังเป็นการเดินหน้านโยบายดีพร้อมแคร์ (DIPROM CARE) ซึ่งได้ออกแบบงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม พร้อมทั้งแก้ปัญหาได้ตรงจุดให้กับอุตสาหกรรมพืชกัญชงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (C-Customization) อีกทั้งยังช่วยภาคเกษตรอุตสาหกรรมในการจัดหาวัตถุดิบในเชิงพื้นที่ และขยายช่องทางการเข้าถึงสำหรับภาคอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของไทย (A-Accessibility) พร้อมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการซึ่งต้องปรับเปลี่ยนการผลิตให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของการดำเนินธุรกิจ (R-Reformation) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ตลอดจนมีการเชื่อมโยงพันธมิตรเพื่อยกระดับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ (E-Engagement) สะท้อนผลลัพธ์ไปสู่ศักยภาพของผู้ประกอบการในการต่อยอดอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน ผนวกกับประสบการณ์ในการส่งเสริมผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้นำผลงานวิจัยไปสู่การนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์โดยการเชื่อมโยงการตลาดและการประชาสัมพันธ์การใช้ประโยชน์จากพลาสติกชีวภาพในเครือข่ายพันธมิตรของดีพร้อมและบริษัทในเครือ ปตท.

      ด้าน นายวริทธิ์ นามวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด หรือ GC เปิดเผยว่า GC ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตลอดจนเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพลำดับต้น ๆ ของโลก พร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดจากเศษวัสดุเหลือทิ้งจากเส้นใยกัญชง ซึ่งนับเป็นเส้นใยชีวภาพที่มีศักยภาพในการนำไปใช้งาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้ GC จะสนับสนุนเม็ดพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic Compound) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพร่วมกับเส้นใยกัญชง อาทิ หลอดพลาสติกชีวภาพที่มีส่วนผสมของเส้นใยกัญชง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในอนาคต ที่จะช่วยลดขยะเส้นใยกัญชงเหลือทิ้งและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกัญชง นอกจากนี้ GC หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ แก่ผู้ประกอบการพืชกัญชงและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของไทย ผ่านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่องค์ความรู้ ประสบการณ์และข้อมูลทางวิชาการร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและต่อยอดการพัฒนาธุรกิจ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

Loading

สมาคมเพื่อนชุมชน ลงนาม MOU ม.ธรรมศาสตร์ หนุน 9 วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จังหวัดระยอง ภายใต้”โครงการธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 7” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และเพิ่มช่องทางการตลาด

     เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เป็นประธานในพิธีลงนาม MOU ระหว่างนายมงคล เฮงโรจนโสภณ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน ซึ่งสมาคมเพื่อนชุมชน เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด 12 แห่ง คณะพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก 9 วิสาหกิจชุมชนต้นแบบในเขตพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ตามแนวทางโครงการธรรมศาสตร์โมเดล รุ่นที่ 7/2565” เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่มาบตาพุด ให้สามารถขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเชิงการค้าสู่มาตรฐานสากล

         ทั้งนี้ โครงการธรรมศาสตร์โมเดล ดังกล่าว สมาคมเพื่อนชุมชน ได้ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ กนอ.ธนาคารออมสิน ได้ร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้กับวิสาหกิจชุมชน เพื่อประยุกต์องค์ความรู้ เทคโนโลยีต่างๆ โดยทำงานร่วมกับนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ถ่ายองค์ความรู้ให้ชุมชน เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าชุมชนอีกทั้งก่อให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง…00

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท   บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ร่วมสนับสนุนงบประมาณ และเข้าร่วมกิจกรรมวันทะเลโลก ณ พระเจดีย์กลางน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง จัดโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ฟื้นฟู คุ้มครองป้องกันและบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากมาย อาทิ โครงการรักษ์ป่าชายเลน พระเจดีย์กลางน้ำ  โครงการรักษ์หญ้าทะเลกับบีแอลซีพี โครงการอนุรักษ์เต่าทะเล เป็นต้น โครงการเหล่านี้แสดงถึงพันธกิจที่เด่นชัดของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นในการช่วยฟื้นฟูคุ้มครองป้องกันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อีกทั้งยังสนองนโยบายชาติที่ต้องการลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

     บีแอลซีพี ร่วมสร้างสังคมน่าอยู่ เคียงคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Loading

ชลประทานระยอง จัดกิจกรรมเนื่องในวันสถาปนาครบรอบปีที่ 120 กรมชลประทาน

     เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรม เนื่องในวันสถาปนาครบรอบปีที่ 120 กรมชลประทาน ซึ่งจัดขึ้นโดยโครงการชลประทานระยอง และหน่วยงานชลประทานภายในจังหวัดระยอง โดยมีกิจกรรม “Fruit Fun Fair” นิทรรศการทางวิชาการ การเสวนาเรื่อง”ระยองรวมพลัง & ประสาน จัดการน้ำเกษตร – อุตสาหกรรม พัฒนา EEC” และการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงในอ่างเก็บน้ำ เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย.นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน สร้างการรับรู้ถึงภารกิจ การพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดนั้นๆ ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง

     นายสุรชัย นานำผล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานระยอง กล่าวว่า ระบบชลประทานและการจัดการน้ำมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ที่ปรากฏชัดที่มีการจัดตั้งเป็นหน่วยงานคือในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงจัดตั้ง”กรมคลอง”ในวันที่ 13 มิ.ย.พ.ศ.2445 เพื่อช่วยขุดลอกคลอง และวางระบบน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อมาในปี พ.ศ.2457 รัชกาลที่ 6 ได้ทรงเปลี่ยนชื่อจาก”กรมคลอง”เป็น”กรมทดน้ำ”เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่ดำเนินการ และจากนั้นในปี พ.ศ. 2470 รัชกาลที่ 7 ทรงเปลี่ยนชื่อจาก”กรมทดน้ำ” เป็น”กรมชลประทาน”เพื่อให้ครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึง และใช้มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวันนี้เวียนมาบรรจบ”กรมชลประทานครบรอบสถาปนาปีที่ 120″ อีกครั้ง.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เดินหน้าสร้างความปลอดภัยแก่ชีวิตเด็กนักเรียนปฐมวัย ฝึกปฏิบัติเอาตัวรอดจากเหตุติดในรถยนต์ จมน้ำ ไฟฟ้าช็อต และไฟไหม้

    เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายฉัตร แก่กล้า รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างทักษะความปลอดภัยของเด็กนักเรียนปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลทับมา ประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งจัดขึ้นโดยกองการศึกษา เทศบาลตำบลทับมา มีผู้ปกครอง และเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลทับมา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทับมา 62 คน เข้ารับการฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติ มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง มาให้ความรู้ ความเข้าใจการเอาตัวรอดจากเหตุติดในรถยนต์ จากเหตุจมน้ำ ไฟฟ้าช็อต และไฟไหม้ โดยให้เด็กนักเรียนฝึกปฏิบัติจริงด้วย

     ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครอง ครู เด็กนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในแนวทางป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียน ตลอดจนเพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าใจขั้นตอน และวิธีการเสริมสร้างทักษะความปลอดภัยให้เกิดกับตัวเอง และฝึกปฏิบัติจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงในแต่และภัย เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดได้ หากเกิดเหตุการณ์จริงขึ้นมา.

Loading

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลระยอง พัฒนาศักยภาพความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษารวดเร็ว ใกล้บ้าน เพิ่มโอกาสรอดชีวิต พร้อมเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดูแลบุตรของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลระยอง

     วันที่ 13 มิ.ย. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข  นายอนันต์  นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง นายแพทย์สุนทร  เหรียญภูมิการกิจ สสจ.ระยอง  แพทย์หญิง สมบัติ  ชุติมานุกูล ผอ.รพ.ระยอง พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหารโรงพยาบาลระยอง และเจ้าหน้าที่ ร่วมเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ณ โรงพยาบาลระยอง อ.เมือง จ.ระยอง

     นายสาธิต  ปิตุเตชะ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) โดยให้สถานพยาบาลในสังกัดเพิ่มศักยภาพการบริการ มีโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปเป็นแม่ข่ายในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในระดับจังหวัด โดยเฉพาะศูนย์ความเชี่ยวชาญ 4 สาขา ได้แก่ ศูนย์ความเชี่ยวชาญโรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์ความเชี่ยวชาญโรคมะเร็ง ศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด และศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่  โดยจังหวัดระยอง เป็นจังหวัดหนึ่งในเขตสุขภาพที่ 6 ที่มีประชากรวัยทำงานป่วยด้วยโรคหัวใจสูง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในปี 2561 มีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 25 และมีผู้ป่วยที่สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยการสวนหัวใจเพื่อเปิดหลอดเลือดที่อุดตันเพียงร้อยละ 19.3 ทั้งนี้ เขตสุขภาพที่ 6 มีศูนย์โรคหัวใจที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรี และโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ซึ่งทั้ง 2 แห่งต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากจังหวัดระยองไม่ต่ำกว่า 120 นาที โรงพยาบาลระยองในฐานะเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายจึงได้พัฒนาศักยภาพความเชี่ยวชาญในการรักษาด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถให้การรักษาผู้ป่วยด้วยการสวนหัวใจ ใส่ขดลวดถ่างขยายเส้นเลือด และการผ่าตัดหัวใจ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลระยองร่วมกับโรงพยาบาลจุฬารัตน์ ทำให้ผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษาสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วในสถานพยาบาลใกล้บ้าน ไม่ต้องส่งต่อไปนอกจังหวัดหรือนอกเขต ช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

     ทั้งนี้ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดฯ มีเตียงรองรับผู้ป่วยวิกฤต 5 เตียง เตียงสามัญ 12 เตียง ห้องพิเศษ 1 ห้อง และห้องแยกโรคระบบแรงดันลบ 1 ห้อง เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม -พฤษภาคม 2565 มีผู้ป่วยได้รับการสวนหัวใจ  232 ราย และผ่าตัดหัวใจ 15 ราย ทำให้อัตราเสียชีวิตของผู้ป่วยกลุ่มโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันลดลงจากร้อยละ 19.8  ในปี 2564 เหลือร้อย 8.62

     สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงพยาบาลระยอง จัดขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการดูแลบุตรของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ที่มีอายุ 3 เดือน–3 ปี มีทีมสหวิชาชีพจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามวัยอย่างเหมาะสม รวมถึงจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อเตรียมเด็กเข้าสู่วัยเรียนอย่างมีคุณภาพ ตามนโยบายเล่นเปลี่ยนโลกของกรมอนามัย

        ธนัญธร   รวงผึ้ง   รายงาน

Loading

กลุ่มจีพีเอสซี ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะชุมชนบ้านไผ่ จังหวัดระยอง ออกบูธแสดงศักยภาพด้านการบริหารจัดการขยะ เนื่องในวันทะเลโลก ประจำปี 2565

     เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 นายสมชัย กลิ่นสุวรรณมาลี ผู้จัดการส่วนกิจการเพื่อสังคม บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ในฐานะผู้แทนกลุ่ม GPSC เข้าร่วมงาน “วันทะเลโลก” ประจำปี 2565 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ภายใต้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ พระเจดีย์กลางน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมีว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ถือเป็นวาระอันดีในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้ยังคงอุดมสมบูรณ์ต่อไป

    ทั้งนี้ กลุ่ม GPSC สนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ รวมทั้งยังได้ร่วมผลักดันศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะชุมชนบ้านไผ่ หมู่ 1 ตำบลหนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จัดกิจกรรมบริหารจัดการขยะ ประกอบด้วย การสาธิตการทำกระเป๋าใส่เหรียญจากก้นขวดพลาสติกสีทึบ,ไม้กวาดจากขวดพลาสติกและดอกไม้ประดิษฐ์จากขวดพลาสติก รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน เช่น หมอนหลอดจากหลอดพลาสติกใช้แล้ว พวงกุญแจเบาะลูกเต่าตนุจิ๋วซึ่งทำจากหลอดนมใช้แล้ว

     นอกจากนี้ ยังมีการจัดบูธเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจได้ร่วมกันประดิษฐ์สิ่งของจากขยะ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากขยะและสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป..000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

สมาคมมิตรภาพการค้าตะวันออก จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี แถลงผลการดำเนินงานเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา

       เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมมิตรภาพการค้าตะวันออก (EFA) นำโดยนางพิศมัย ศุกนันตฤกษ์ นายกสมาคมมิตรภาพการค้าตะวันออก นายธีรวัฒน์ สุดสุข อุปนายกสมาคมฯ คนที่ 1 นายวรวุฒิ ศีริเศรษฐ์ อุปนายกสมาคมฯ คนที่ 2 ดร.ปรีดา บุญศิลป์ เลขาธิการคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และสมาชิก ได้มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี แถลงผลการดำเนินงานเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมระยอง 1 โรงแรมโนโวเทลสตาร์ อ.เมือง จ.ระยอง

     ซึ่งการจัดประชุมให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ ข้อ 19 โดยมีระบุวัตถุประสงค์สมาคมฯ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มสมาชิกในการส่งเสริมและสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกันในการทำการค้าขาย การทำธุรกิจ การช่วยเหลือและสนับสนุนงานกันด้วยมิตรภาพและไมตรีจิตที่ดีที่มีต่อกัน จัดหาทุนเพื่อใช้ในการบริหาร การศึกษา การค้นคว้าวิจัย ทำสาธารณประโยชน์ของสมาชิก เพื่อให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกันในสังคมและมวลสมาชิกในการส่งเสริมสร้างสังคมคนดี คนเก่ง คนกล้า และเพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาสาธารณประโยชน์  และร่วมมือสานสัมพันธ์กับองค์กรสำคัญต่างๆ เช่น ธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์และวัฒนธรรมองค์กรไปในทิศทางเดียวกันในการสนับสนุนงานกิจกรรมที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม องค์กรและประเทศชาติ ที่ไม่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่เปิดโต๊ะสนุกเกอร์

      ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาของสมาคมฯ สามารถนัดพบเพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าและเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้มีสมาชิกใหม่ได้เพิ่มเข้ามา (แม้ในช่วงวิกฤติโควิด) จัดประชุมได้ 15 ครั้ง มีสมาชิกองค์กร ห้างร้านต่างๆ 34 ราย ในการสร้าง Busines Network ให้กลุ่มเจ้าของ นักธุรกิจ นักบริหาร ที่ปรึกษาองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในภาคตะวันออกและที่ทุกคนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศชาติในการช่วยเหลือและทำจิตอาสาสนับสนุนองค์กรต่างๆ ให้สามารถคำเนินงานได้อย่างเข้มแข็ง และได้บริงาคแบ่งปันทำงานจิตอาสาคืนประโยชน์และสร้างคุณค่าให้กับสังคมโรงเรียนและวัดกว่า 100,000 บาท ทั้งนี้เพื่อให้สังคมไทยโดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้มีงานและสานต่อธุรกิจต่างๆ สามารถเกื้อหนุนกันทำให้ชุมชนสังคมน่าอยู่ ในปี 2565 ก็จะมีการประชุมและติคตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และมีแผนจะขยายสมาชิกให้ได้ 100 ราย และสมาคมฯ จะทำหน้าที่สร้างความเข้มแข็งยั่งยืนให้กับสมาชิกได้ค้าขาย ทำธุรกิจให้เติบโตแข็งแรงและยั่งยืนร่วมกันต่อไป.