Loading

ระยอง ดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับมาเรียนใหม่ ภายใต้โครงการ “พาน้องกลับมาเรียน เปลี่ยนความคิด เสริมทักษะชีวิต สู่โลกอาชีพ”

        สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง จับมือวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง ดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับมาเรียนใหม่ ภายใต้โครงการ “พาน้องกลับมาเรียน เปลี่ยนความคิด เสริมทักษะชีวิต สู่โลกอาชีพ”มุ่งเน้นเพื่อสร้างความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาให้เยาวชนผู้เรียน และฝึกทักษะด้านอาชีพสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต

      เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน เปลี่ยนความคิด เสริมทักษะชีวิต สู่โลกอาชีพ” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง มีนางนฤมล พนาสนธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง นางสาวบุศรินทร์ เกิดมณี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง และภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมเป็นเกียรติฯ มีเด็กนักเรียนเข้าร่วมอบรม จำนวน 17 คน โดยมีกิจกรรมบรรยายให้ความรู้ การสร้างบันดาลใจ กิจกรรมเวิร์คช้อป เส้นทางและถอดบทเรียนสู่โลกอาชีพ เป็นต้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 มิ.ย.และวันที่ 30 มิ.ย.นี้

           ทั้งนี้โครงการดังกล่าว มุ่งเน้นเพื่อสร้างความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาให้เยาวชน(ผู้เรียน) ที่หลุดออกจากการศึกษาและการออกกลางคัน ช่วยเหลือ ส่งต่อผู้เรียนเข้าสู่ระบบ การศึกษาให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ จนจบการศึกษาภาคบังคับและได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือมีทักษะด้านอาชีพนำไปประกอบอาชีพได้ รวมทั้งเพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการติดตาม ค้นหาผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเข้าสู่ระบบการศึกษาและฝึกทักษะด้านอาชีพสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ต่อไปในอนาคต.

Loading

สวนกระแสเศรษฐกิจ พาณิชย์ฯ ชวนคนไทยร่วมช้อปสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด

      สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ สนองนโยบายภาครัฐ จัดกิจกรรมชวนคนไทยร่วมช้อปสินค้าจากเกษตรกร ในงานมหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด ตั้งเป้ากระตุ้นการบริโภค ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ขยายช่องทางการค้า สร้างมูลค่าเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระดมสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือมาจัดจำหน่ายคับคั่งตลอดระยะเวลาการจัดงาน 5 วัน

        นายสุพล ศรีทับทิม พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยถึงที่มาของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด เป็นกลุ่มที่ให้ความสําคัญกับด้านการเกษตร มีการกําหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาผลผลิตและสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานรองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสินค้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์นั้น แม้จะมีการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ แต่ก็ยังไม่แพร่หลาย สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์จึงได้มีการดําเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเชื่อมโยงการค้าอนุภูมิภาค ภาคเหนือ ผ่านกิจกรรมการจัดงานแสดงและจําหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องขึ้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายและขยายช่องทางการค้าของ ภาคเหนือ โดยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ “พัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนือ

        การจัดงาน มหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจ เจ มอลล์ จตุจักร กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยทำให้เกษตรกรรายย่อยมีโอกาสจำหน่ายสินค้าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้บริโภคเองก็ยังได้บริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย    “งานนี้นับเป็นมหกรรมสินค้าที่ระดมสุดยอดสินค้าเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรแปรรูปเกรดพรีเมียมจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ มารวมไว้ให้ผู้บริโภคได้เลือกช้อปอย่างจุใจ เอาใจทั้งสายกินและสายสุขภาพ ถือเป็นการรวมของดี ของอร่อย ผลิตภัณฑ์เด่นระดับจังหวัดมาให้ช้อปกันอย่างหลากหลาย เช่น แมคคาดิเมีย อะโวกาโด มะขามหวาน กาแฟ พืชผักอินทรีย์ ผลไม้เมืองหนาว สมุนไพร และยังมีผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของ 17 จังหวัดภาคเหนือ เช่น ผ้าทอ งานเซรามิก ผ้าฝ้าย เป็นต้น”

          นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้ง 5 วัน ยังมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ ช้อปรับโชค โดยทุกยอดซื้อ 500 บาท จะได้รับคูปองลุ้นโชคฟรีทุกวัน เวลา 19.00 น. และยังมีช่วงสินค้านาทีทอง ซื้อ 1 แถม 1 และสินค้าลดกระหน่ำ 30 – 80% ให้ผู้บริโภคได้ร่วมสนุกช้อปสินค้าราคาพิเศษกันทุกวันด้วย และยังมีการแสดงดนตรีสด โดยในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 พบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน “ลำไย ไหทองคำ”

การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากผู้บริโภคจะได้มีโอกาสสนับสนุนสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ที่มีคุณภาพได้โดยตรงแล้ว ในด้านผู้ผลิตสินค้ายังมีโอกาสได้เพิ่มช่องทางการตลาด และขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้ระบบการค้าเสรีอีกด้วย

           งานมหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด จัดระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจ เจ มอลล์ จตุจักร กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 0 5673 7049

Loading

เกษตรกรชาวสวนทุเรียนระยอง ใช้หินแร่ภูเขาไฟใส่ปลูกทุเรียน 50 ต้น ได้ผลผลิตส่งขายได้เงินนับล้านบาท เปิดให้คำปรึกษา

      นายไพรัช ญาโนภาส เจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่หมู่ 6 บ้านยางเอน ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง บอกว่า ตนมีที่ดินกว่า 200 ไร่ แบ่งเป็นสวนยาง 70 กว่าไร่ สวนมังคุด ยูคาลิปตัสและสวนทุเรียน 150 กว่าไร่ มีต้นทุเรียน จำนวน 50 ต้น โดยตนจบการศึกษามหาวิทยาลัยเกษตร อดีตทำงานบริษัทส่งออกผักเมืองหนาว หลังทางบริษัทฯประสบปัญหาสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด จึงตัดสินใจมาพัฒนาสวนทุเรียนที่กำลังเป็นโรคไฟทอปธอรา ยอดแห้ง หนอนเจาะ ต้นทุเรียนทรุดโทรมมาก จึงเริ่มใช้ยาหลายชนิดฆ่าเชื้อโรค ฉีดพ่นทางใบ ใส่ปุ๋ย ฮอร์โมนทุกอย่าง รักษาอยู่ประมาณ 2 ปี แต่ต้นทุเรียนก็ยังมีความสมบูรณ์ไม่พอ จึงต้องหันมาปรึกษานักวิชาการรุ่นพี่ จึงรู้ว่าเซลล์ไม่แข็งแรงเนื่องจากต้นมีอายุมากพร้อมให้คำแนะนำให้ใช้สารซิลิก้า ที่ชาวบ้านเรียกว่าหินแร่ภูเขาไฟ  ซึ่งมีขายอยู่หลายยี่ห้อ จึงตัดสินใจมาทดลองใช้สารปรับปรุงดิน จี-ซอยล์ มาทดลองใส่บริเวณโคนต้นและใช้สารละลายหินแร่ภูเขาไฟจี-สปีด ฉีดพ่นใบและลำต้น ผ่านไป 1 เดือน ต้นที่กำลังจะตายเริ่มฟื้นคืนสภาพปลอดโรคต่างๆ ต้นเริ่มแข็งแรง

         หลังจากใช้สารหินแร่ภูเขาไฟดังกล่าวเข้าปีที่ 2 ยอดทุเรียนจะอวบมีความสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมจะให้ผลผลิต จึงใช้บอแรคซึ่งเป็นสารตั้งต้นมีผลระยะการสืบพันธุ์ของพืชในช่วงระยะที่กำลังติดดอกออกผลฉีดพ่น จากการใช้จี-สปีด ทำให้ขั้วทุเรียนมีความเหนียวทนต่อแรงลม ทนต่อโรคแมลง ปีนี้สวนโดนลมพายุถึง 2 รอบ ผลทุเรียนไม่มีร่วง กิ่งไม่หัก

          นายไพรัช  กล่าวต่อว่า ผลผลิตทุเรียนปีนี้ 90 เปอร์เซ็น จาก 50 ต้นได้ประมาณ 10 ตัน นำไปแกะใส่กล่องขายที่พัทยา จ.ชลบุรี สามารถทำรายได้ถึง 1,000,000 บาท  โดยตนแกะขายได้ทุกลูกไม่ได้ขายส่ง เนื้อทุเรียนแห้ง เหนียว กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่แรง ผู้บริโภคบอกว่ารับประทานแล้วไม่มีอาการร้อนใน เก็บไว้ได้นาน นี่เป็นข้อดีของการใช้สารซิลิก้า(หินแร่ภูเขาไฟ)  ใช้น้อยแต่ได้ผลผลิตมาก ทดลองใช้มาหลายชนิดแล้วแต่ไม่ได้ผล เจ้าของสวนที่สนใจสอบถามติดต่อได้ที่เบอร์ 095 931 9135 พร้อมให้คำแนะนำหรือจะมาดูงานที่สวนก็ยินดีให้การต้อนรับ.

Loading

โรงเรียนอนุบาลทับมา จัดโครงการลูกเสือน้อย มุ่งให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิด และแก้ปัญหาได้เหมาะสมตามวัย

       เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 24 มิ.ย.ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการลูกเสือน้อย ประจำปีงบประมาณ 2565 มีนายฉัตร แก่กล้า รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา ว่าที่ร้อยตรีจรัญ ภิญวัย ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลทับมา ร่วมเป็นเกียรติฯ มีนักเรียนชั้นอนุบาล 1-3 ร่วมกิจกรรม 318 คน

        โดยมีกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับคติพจน์และคำปฏิญาณ การแบ่งกลุ่มกิจกรรมตามฐาน การเรียนรู้ต่างๆ ประกอบด้วย ฐานที่ 1 มุดลอดผจญภัย ฐานที่ 2 ระเบียบแถว ฐานที่ 3 สัมผัสพิศวง ฐานที่ 4 เดินทรงตัว ฐานที่ 5 กลิ่นอะไรเอ่ย และฐานที่ 6 ชิมรส ทั้งนี้โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิด และแก้ปัญหาได้เหมาะสมตามวัย นักเรียนได้เรียนรู้กฎ ระเบียบวินัย และทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Loading

Dow ผสานพลังภาคีเครือข่ายระดับจังหวัด ผลักดันการสร้างคนคุณภาพเพื่ออนาคต ด้วยทักษะอีเอฟ

       กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับจังหวัดระยอง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง สถาบันอาร์ แอล จี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) คณะขับเคลื่อนโครงการ “ดาว-อีเอฟ พัฒนาเยาวชนสู่ความสำเร็จ เพื่อระยองผาสุก” และภาคีเครือข่ายในจังหวัดระยอง จัดเวทีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์แบบมีส่วนร่วมระดับจังหวัด ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง เพื่อวางแผนการขับเคลื่อนการนำทักษะสมองเพื่อความสำเร็จหรืออีเอฟ (Executive Functions) มาเป็นพื้นฐานในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพ สร้างการทำงานแบบบูรณาการและมุ่งเน้นความยั่งยืน จากการผสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มุ่งนำร่องสร้างเมืองระยองให้เป็นต้นแบบจังหวัดแห่งความสุข

จังหวัดระยอง ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นต้นแบบด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการ “ดาว-อีเอฟ พัฒนาเยาวชนสู่ความสำเร็จ เพื่อระยองผาสุก” ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยร่วมป้องกันเด็กและเยาวชนจากปัญหาความเสี่ยงและช่วยแนะแนวทางให้พ่อแม่รับมือกับปัญหาในอนาคต พร้อมทั้งส่งเสริมครูและผู้ปกครองในการนำอีเอฟมาเป็นรากฐานในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตที่ดีให้กับเด็ก ผ่านชุดความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมอง EF ที่ทำให้มนุษย์รู้จักควบคุมอารมณ์ ยับยั้งชั่งใจ รู้จักคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจถูกต้อง ซึ่งส่งผลต่อพื้นฐานนิสัยให้เติบโตแล้วคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่ร่วมกับผู้อื่นเป็น และมีความสุข

นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “ระยองเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงการเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก การพัฒนาคนจึงมีความสำคัญและเป็นพื้นฐานในการรองรับการเติบโตในด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ การป้องกันและแก้ไขปัญหาหลาย ๆ เรื่องจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ผมจึงรู้สึกยินดีและชื่มชมหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชน ที่จะมาร่วมกันสร้างระยองให้เป็นต้นแบบของการนำองค์ความรู้อีเอฟ มาสร้างคนคุณภาพให้กับจังหวัดและประเทศ”

นางบุศรินทร์ เกิดมณี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง กล่าวว่า “จังหวัดระยองจะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้จะต้องมีการขับเคลื่อนงานที่มาจากทุกภาคส่วน ทั้งบุคลากรด้านการศึกษา สาธารณสุข และกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับเด็ก โดยทุกคนเห็นความสำคัญร่วมกัน กิจกรรมในวันนี้ที่หน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมกันคิด วางแผน เพื่อนำไปขยายผลในพื้นที่ต่าง ๆ จะสร้างเด็กที่มีภูมิคุ้มกัน รวมถึงครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของ พมจ. และสอดรับกับนโยบายระดับจังหวัดอย่างบูรณาการร่วมกัน” เวทีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฯ ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์และการพัฒนาเด็ก โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนกว่า 60 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องที่และปกครองส่วนท้องถิ่น  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง สาสาธารณสุขจังหวัดระยอง ท้องถิ่นจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ศึกษาธิการจังหวัดระยอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 2 เหล่ากาชาดจังหวัดระยอง คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดระยอง และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ในฐานะตัวกลางเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนโครงการให้ประสบความสำเร็จ

นายณัฐพงศ์ จิรวัฒนาวรกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารองค์กรและกิจการสัมพันธ์ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) กล่าวว่า “Dow มุ่งมั่นพัฒนาเด็กและเยาวชนในทุกช่วงวัยให้มีความรู้และเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและประเทศ พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนมาโดยตลอด ในปีนี้เราตั้งเป้าขยายผลโครงการฯ เพิ่มเติมจากกลุ่มเด็กปฐมวัยสู่ประถมศึกษา ซึ่งจะช่วยสร้างเด็กดีและเด็กเก่งที่เป็นพลเมืองคุณภาพ และบูรณาการงานในเชิงป้องกันปัญหาสังคม อันจะนำมาซึ่งผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนและสังคมในวงกว้างต่อไป”

ขอบเขตการทำงานของโครงการ “ดาว-อีเอฟ พัฒนาเยาวชนสู่ความสำเร็จ เพื่อระยองผาสุก” จะเน้นต่อยอดจากการดำเนินโครงการฯ ที่ได้เริ่มสร้างแกนนำวัคซีนชีวิตกว่า 1,000 คน เพื่อขยายครบสู่ทั้ง 8 อำเภอ ของจังหวัดระยอง โดยมีการขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี พ.ศ. 2565 นี้ จะเน้นการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้อีเอฟให้กับประชาชนในจังหวัดระยอง อาทิ การจัดอบรมแบบมีส่วนรวมสำหรับแกนนำวัคซีนชีวิต รุ่นที่ 6  การจัดงาน EF Show Day การขยายโครงการฯสู่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนต้นแบบ การพัฒนากิจกรรมส่งเสริมอีเอฟในชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ สร้างกลไกการทำงานผ่านเครือข่าย และร่วมกันขับเคลื่อนโครงการอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพต่อไป..00

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับพาณิชย์จังหวัดระยอง จัดงานเจรจาธุรกิจโครงการพัฒนาเกลือทะเลสู่สากล สร้างโอกาสให้กับเกษตรกรนาเกลือได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าโดยตรง

      เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 เวลา 10.00 น. สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระยอง จัดงานเจรจาธุรกิจ “โครงการพัฒนาเกลือทะเลสู่สากล” ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ระยอง โดยมีนางสาวสุนันทา น้อยพิทักษ์ พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร นางสาวสุวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดระยอง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง หอการค้าจังหวัดระยอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการร่วมงาน ซึ่งในวันนี้ได้มีการลงนาม MOU ระหว่าง สมาคมประมงระยองกับสหกรณ์เกลือสมุทรสาครในการจัดซื้อเกลือบางส่วนเพื่อมาใช้ในภาคประมงซึ่งจะมีการเจรจากันในลำดับต่อไป

     ทั้งนี้ การเจรจาธุรกิจโครงการพัฒนาเกลือทะเลสมุทรสาคร เป็นการนำสินค้าจากสหกรณ์เกลือกรุงเทพและสหกรณ์เกลือสมุทรสาคร มาขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการภายในจังหวัดสมุทรสาครและผู้ประกอบการจังหวัดระยองมาเจรจาจับคู่ธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มีโอกาสซื้อสินค้าเกลือทะเลและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือทะเลคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรงไปใช้ในด้านต่าง ๆ อาทิ อาหาร น้ำดื่ม การผลิตน้ำแข็ง การเกษตร การทำปุ๋ย การประมง และกลุ่มภาคงานบริการ เช่น โรงแรม สปา รีสอร์ท นอกจากนี้ได้มีการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ พร้อมสาธิตการนวดสปาเพื่อใช้ในการบำบัด สร้างความผ่อนคลาย และให้ความรู้เกี่ยวกับเกลือทะเลจากผู้เชี่ยวชาญในงานนี้ด้วย

      นายอภินัทธ์ รัตนพรวารีสกุล รองนายกสมาคมประมงระยอง กล่าวว่า การใช้เกลือภาคประมงในจังหวัดระยองใช้อยู่ประมาณ 1,000 – 2,000 ตันต่อเดือน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการประมงมีความต้องเกลือคุณภาพดีในราคาย่อมเยา จึงเป็นที่มาของวันนี้ในการทำ MOU กับสหกรณ์เกลือสมุทรสาครในการแบ่งสัดส่วนการสั่งเกลือระหว่างเจ้าประจำกับกลุ่มสหกรณ์เกลือสมุทรสาคร ซึ่งถ้าหากราคาดีและสามารถช่วยชาวประมงได้ก็จะมีการปรับสัดส่วนการสั่งซื้อในภายหลัง…000

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และไร้ที่พึ่ง โดยจัดสวัสดิการและอาชีพให้ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้

       เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และไร้ที่พึ่ง ประจำปีงบประมาณ 2565 มีกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และไร้ที่พึ่ง จำนวน 80 คน เข้ารับการอบรม ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง “การใช้เทคโนโลยีในการสร้างช่องทางการตลาด” การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ การทำกระถางต้นไม้จากใยมะพร้าว วิธีปลูกต้นไม้ในกระถาง ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกระดับ และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และไร้ที่พึ่งในชุมชน และเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ในครัวเรือน

         นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า เทศบาลตำบลทับมา ซึ่งมีบทบาท หน้าที่หลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบลอย่างเหมาะสม จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในสังคม และลดการพึ่งพิงจากภาครัฐต่อไป.

Loading

ผู้ตรวจการอัยการ พร้อมคณะอธิบดีอัยการ ภาค 2 ตรวจราชการสำนักงานอัยการจังหวัดระยอง รับฟังปัญหาอุปสรรคในการทำงาน

      เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 มิ.ย.ที่สำนักงานอัยการจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชาวลิต วงศานรเศรษฐ์ ผู้ตรวจการอัยการ นายสมใจ โตศุกลวรรณ์ อธิบดีอัยการ ภาค 2 นายสุรจิต พัฒนสาร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงาน ภาค 2 นายพิจิตร จูทะประชากุล อธิบดีอัยการ สำนักงานปราบปรามทุจริต ภาค 2 นายบุญชัย ปรีชาพันธ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง ภาค 2 และนายสรรพสิทธิ์ เบญจาทิกุล รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองระยอง ได้เดินทางไปตรวจราชการสำนักงานอัยการจังหวัดระยอง มี น.ส.นิชาดา ภูกานดาวงศ์ อัยการประจำสำนักงานอัยการจังหวัดระยอง พร้อมคณะให้การต้อนรับ

      นายเชาวลิต วงศานรเศรษฐ์ ผู้ตรวจการอัยการ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการตรวจราชการวาระตามปกติ ซึ่งสอดคล้องกับระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการตรวจราชการของผู้ตรวจการอัยการ ซึ่งเพิ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.65 นี้ ในเนื้อหาสาระของระเบียบดังกล่าว มีเนื้อหาหรือการตรวจราชการที่จะเปลี่ยนบทบาท หรือมิติของการตรวจราชการจากรูปแบบเดิมๆ เป็นรูปแบบใหม่ พร้อมกับการตรวจราชการครั้งนี้ เป็นการมาเยี่ยมเยือน ตรวจสอบ และรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ และให้ข้อแนะนำกับผู้ปฏิบัติในสำนักงานอัยการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดระยองด้วย พร้อมกันนี้ยังมีคณะของอธิบดีอัยการ ภาค 2 ติตดตามมาอีกด้วย ซึ่งจะได้กำกับติดตามในฐานะของผู้ตรวจการอัยการมีข้อแนะนำ หรือมีข้อสังเกตุให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป.

Loading

จ.ระยอง ชวนเชียร์กีฬาบาสเก็ตบอล 3X3 Hanuman Street Basketball Rayong ประจำปี 2565 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย.นี้ ที่บริเวณชายหาดบ้านเพ

     เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ห้องประชุมโรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช รีสอร์ท อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติ เกียรติมนตรี รองนายก อบจ.ระยอง นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง นางสุวรรณณา ศรุติลาวัณย์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายสุรสิทธิ์ ทุมมนานนท์ อุปนายกสมาคมกีฬาจังหวัดระยอง นายธเนศ วิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมกีฬาบาสเก็ตบอลแห่งประเทศไทย นายนภดล วชิระวงศ์บวร ผู้แทนชมรมบาสเก็ตบอลจังหวัดระยอง นายอดิศร พัฒนภักดี ผู้แทนชมรมผู้ประกอบการหาดแม่รำพึง และนายภคพล สุรศันสนีย์ ผจก.โรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์บีช รีสอร์ท ร่วมแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาบาสเก็ตบอล 3X3 Hanuman Street Basketball Rayong ประจำปี 2565 มี น.ส.จิตรลดา ศรีรัตนโช ส.อบจ.ระยอง นายภูเบศร์ วงษ์วุฒิ ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหนุมานดรีมทีมจังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติฯ และมีตัวแทนนักกีฬาบาสเก็ตบอลจากทีมต่างๆ ในจังหวัดระยอง เข้าร่วมแถลงข่าว

       ทั้งนี้การแข่งขันกีฬาบาสเก็ตบอลดังกล่าว จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย.นี้ ที่บริเวณชายหาดบ้านเพ ต.เพ อ.เมืองระยอง โดยมีทีมบาสเก็ตบอลในจังหวัดระยอง รวม 56 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน โดยจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ได้สนใจหันมาเล่นกีฬา เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีน้ำใจเป็นนักกีฬาห่างไกลจากยาเสพติด และเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีเวทีในการแข่งขัน และเสริมสร้างประสบการณ์กีฬาบาสเก็ตบอล รวมทั้งเผยแพร่กีฬาบาสเก็ตบอลแบบ3 ต่อ 3 คน ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย.

Loading

นิคมสหกรณ์ชะแวะ จ.ระยอง มอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯ จำนวน 100 ราย

       เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่อาคารที่ทำการสำนักงานนิคมสหกรณ์ชะแวะ ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นางสุวรรณี อาจสุโพธิ์ สหกรณ์จังหวัดระยอง นายทรงสรรค์ อุนะพำนัก ผอ.นิคมสหกรณ์ชะแวะ นายสันติ ขจรเวชไพศาล ประธานกรรมการสหกรณ์ชุมแสงจันทร์ จำกัด และนายคนึง เอกจีน ประธานกรรมการสหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด ร่วมมอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้กับสมาชิกนิคมสหกรณ์ชะแวะ จำนวน 100 ราย

      นายทรงสรรค์ กล่าวว่า นิคมสหกรณ์ชะแวะ เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2528 ได้มีการเพิกถอนสภาพป่าสงวนแห่งชาติแล้วประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ พ.ศ.2528 มีเนื้อที่ประมาณ 323,157 ไร่ โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นผู้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดระยอง ตามเขตการปกครอง ได้แก่ อ.วังจันทร์ อ.บ้านค่าย อ.ปลวกแดง อ.เมืองระยอง อ.แกลง และมีพื้นที่ครอบคลุมเข้าไปจังหวัดชลบุรีบางส่วน โดยมีพื้นที่จัดสรรได้ จำนวน 224,743 ไร่ พื้นที่จัดสรรไม่ได้ หรือพื้นที่ป่าส่วนกลาง ประมาณ 98,414 ไร่ ซึ่งการจัดที่ดินในรูปแบบนิคมสหกรณ์ เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้กับสมาชิกนิคมสหกรณ์โดยมีเอกสารสิทธิ์ที่ดินเป็น 2 รูปแบบ คือ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ หรือ กสน.3 เป็นเอกสารสิทธิ์ขั้นต้นที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์จะออกให้กับบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกเป็นสมาชิกนิคมสหกรณ์ และหนังสือแสดงการทำประโยชน์ หรือ กสน.5 เป็นเอกสารสิทธิ์ต่อมาที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์จะออกให้กับผู้ที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมสหกรณ์ หรือ กสน.3 ที่เป็นสมาชิกนิคมสหกรณ์เป็นเวลาเกินกว่า 5 ปี ทั้งได้ชำระเงินช่วยทุนที่รัฐบาลและชำระหนี้เกี่ยวกับกิจการของนิคมสหกรณ์ให้แก่ทางราชการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์แล้วสามารถนำไปขอให้ออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินนั่นตามประมวลกฎหมายที่ดินได้

           ทั้งนี้ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน ผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จะโอนที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นไม่ได้ นอกจากการตกทอดโดยทางมรดกหรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่เท่านั้น.