Loading

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2565 แก่ 15 ผู้พัฒนาเมืองที่ได้รับการประกาศรับรองเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ พร้อมมอบหมาย ดีป้า ผลักดันบัญชีบริการดิจิทัล ส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการที่มีคุณภาพแก่หน่วยงานภาครัฐ

       เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2565 แก่ผู้พัฒนาเมืองที่ได้รับการประกาศรับรองเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)  จำนวน 15 เมือง โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ผู้แทนจากสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯ โดยพร้อมเพรียง ณ อาคารภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล 

       จากนั้น พลเอก ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงความยินดี และมอบนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมุดหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตั้งแต่เริ่มต้น โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งผู้นำเมือง เจ้าหน้าที่ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เพื่อให้ความต้องการของทุกภาคส่วนได้รับการพิจารณาและถูกระบุอยู่ในเป้าหมายของการพัฒนาเมือง มองโอกาสจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงมุ่งจัดสรรและแบ่งปันทรัพยากร ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร งบประมาณการลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในทุกมิติ

 “นอกจากนี้ รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายที่เท่าทันกับสถานการณ์ พร้อมสร้างมาตรการที่จะอำนวยความสะดวกและเป็นแรงจูงใจ อาทิ การมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษี หรือการจัดทำบัญชีบริการดิจิทัล เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของประเทศได้อย่างเท่าเทียม เกิดการลงทุนในภาคเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างสังคมที่ดี และเพิ่มโอกาสในชีวิตให้กับประชาชน” พลเอก ประยุทธ์ กล่าว

       ขณะที่ นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ โดย ดีป้า ดำเนินการส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในทุกภูมิภาคทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 มีมติเห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จำนวน 15 เมืองใน 14 จังหวัด ครอบคลุมการให้บริการประชาชนกว่า 16 ล้านคน ซึ่งทั้งหมดผ่านการพิจารณาการประกาศมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะจากที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มี พลเอก ประวิตร เป็นประธาน โดยมีการประเมินว่า 15 เมืองอัจฉริยะประเทศไทยจะช่วยให้เกิดโอกาสการลงทุนเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท 

        ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ระหว่างปี 2564 – 2565 ประเทศไทยมีเมืองที่ได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยแล้ว จำนวน 30 เมือง ซึ่ง ดีป้า โดย สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย มุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนผ่านโครงการนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ (Smart City Ambassadors) ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 โดยในปี 2565 มีผู้ผ่านการอบรมจากโครงการดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 300 คน แบ่งเป็นเยาวชน หรือ Ambassadors จำนวน 150 คน และเจ้าหน้าที่ของแต่ละเมือง จำนวน 150 คน ซึ่งเปิดโอกาสให้ Ambassadors ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 56 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐกับพื้นที่ และนำไปสู่การพัฒนาเมืองตามแนวทางเมืองอัจฉริยะประเทศไทยในที่สุด

       นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย ดีป้า ยังได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติบัญชีบริการดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อเป็นกลไกในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอีกทางหนึ่ง โดยมีการออกเป็นมาตรฐานกลาง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล ด้วยราคาที่เหมาะสม โดยสมัครใจ ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการออกประกาศฯ ต่อไป 

    สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://smartcitythailand.or.th/

Loading

นครพนมสนองพระดำริสมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ปลุกกระแสผ้าไทย อนุรักษ์ภูมิปัญญาและพัฒนาต่อยอดผ้าไทยสู่ความยั่งยืน ในงานเทศกาล “ร้อยหลาก พรรณราย ผ้าไทยนครพนม 2023” สร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่นกว่าสองล้านบาท

         นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยถึงการจัดงานเทศกาลผ้าพื้นเมือง ร้อยหลาก พรรณราย ผ้าไทยนครพนม 2023 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ถึง วันที่ 1 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ลานลานพนมนาคา – ลานกันเกรา ริมโขง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ว่าการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่พระองค์ทรงแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาความเป็นไทยและพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ให้เป็นที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย ก่อให้เกิดรายได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในชนบทและในทุกภาค พร้อมทั้งยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 36 พรรษา 8 มกราคม 2566 ขณะเดียวกันยังเป็นการจัดกิจกรรม และเป็นการถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย โดยเชิญชวนคนไทยให้สวมใส่ผ้าไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าถิ่นไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน สร้างความตระหนักในคุณค่าและความภาคภูมิใจในผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง ซึ่งผ้ามุกนครพนมนั้นก็ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมด้วย ซึ่งในงานนี้นอกจากจะมีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และสินค้าโอทอปต่าง ๆ ที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการแล้ว ยังมีกิจกรรมตลาดนัดศิลปะ โครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยลุ่มน้ำโขง จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม จัดกิจกรรมเวิร์กชอปต่าง ๆ ให้ประชาชนได้เข้าร่วม และสามารถนำไปพัฒนาเป็นงานสร้างอาชีพ หรือทำเป็นงานอดิเรกได้ เช่น การเพ้นท์แก้ว การทำกระเป๋าผ้า การทำพวงกุญแจรถ และการวาดภาพ โดยการจัดงานในครั้งนี้สามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นมากกว่าสองล้านบาทใน 1 สัปดาห์อีกด้วย 

       ด้าน นายมนตรี ฮมแสน พัฒนาการจังหวัดนครพนม กล่าวถึงแนวคิดของจังหวัดนครพนมในการปลุกกระแสผ้าไทยนครพนมให้เป็นที่รู้จักและได้รับการเผยแพร่สู่ผู้บริโภคในวงที่กว้างขึ้นว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการยกระดับ พัฒนาคุณภาพ มาตรฐานของผ้าไทยนครพนม ได้แก่ ผ้าลายพระราชทาน ผ้ามุกนครพนม ผ้าย้อมสมุนไพร ไม้มงคล และผ้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น โดยเน้นสีธรรมชาติ และส่งเสริมการนำผ้าประเภทต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ตามวาระ โอกาส และพิธีการต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย ปลุกกระแสเทรนด์ผ้าไทยให้ทันสมัย และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผ้าไทยที่ถูกยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และมีการพัฒนารูปแบบให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยมากขึ้นด้วย โดยการส่งเสริมการแต่งกายด้วยผ้าไทย และส่งเสริมการสร้างสรรค์ ผลงานการออกแบบชุดแต่งกายผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองท้องถิ่นของนักออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งในการจัดงานเทศกาลผ้าพื้นเมือง ร้อยหลาก พรรณราย ผ้าไทยนครพนม 2023 ครั้งนี้ ยังมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ผ้าไทยจากกิจกรรมการแสดงจากโครงการ “นาหว้าโมเดล” และการประกวดออกแบบและเดินแบบ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม ร่วมเดินแบบแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของผ้าไทยนครพนมในแต่ละอำเภอด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผ้าไทยนครพนม และผ้าพื้นถิ่นที่มีอัตลักษณ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงพระกรุณาให้ดำเนินโครงการสืบสานพระราชปณิธาน “นาหว้าโมเดล” เนื่องในโอกาส 50 ปี โครงการศิลปาชีพ โดยเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าถิ่นไทยสู่ความยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ค้า ผู้ประกอบการ OTOP/ชุมชน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าต่าง ๆ อีกด้วย

Loading

   เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ บุคลากรและทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่

      เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 ม.ค.66 ที่โรงเรียนชุมชนวัดทับมา ต.ทับมา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดอบรมโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ นักเรียน ประชาชน ส่วนราชการ องค์กรการกุศลในเขตพื้นที่ตำบลทับมา และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา จำนวน 50 คน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง ในการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ “ข้อกฎหมายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมาตรฐานความปลอดภัยในอาคาร /ทฤษฎีการเกิดอัคคีภัย การระงับเหตุอัคคีภัย หลักการดับเพลิง /การเคลื่อนย้าย/การปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอัคคีภัย /เทคนิคการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือดับเพลิง และการควบคุมไฟที่เกิดจากน้ำมันและแก๊ส และการลงนาม MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโครงการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง

        ทั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุ อุปกรณ์ บุคลากรและทรัพยากรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจากการเกิดอัคคีภัย เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการปฏิบัติงานในการรับมือกับสถานการณ์อัคคีภัย เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีทักษะ ด้านการวางแผนการดับเพลิง วิธีการดับเพลิง การใช้อุปกรณ์ดับเพลิง สามารถระงับเหตุอัคคีภัยได้ในเบื้องต้น ตลอดจนรู้จักวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการอพยพหนีไฟ รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพ ให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือ และดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนผู้ประสบเหตุอัคคีภัยได้….

Loading

จังหวัดระยอง มอบเกียรติบัตร อปท.ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2565

   เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ม.ค.ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานมอบเกียรติบัตร อปท.ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2565 จัดขึ้นโดยกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นใน 9 ด้าน โดยมี อปท.ที่การคัดเลือกรับเกียรติบัตร มีด้านการศึกษา ได้แก่ อบต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง ผลงานโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เด็กปฐมวัยท้องถิ่นผ่านการเล่น ด้านการส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ อบจ.ระยอง ผลงานโครงการส่งเสริมสืบสานอนุรักษ์ผ้าพื้นถิ่นไทยโบราณจังหวัดระยอง ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ อบต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง ผลงานโครงการป้องกันอัคคีภัยในครัวเรือน ประจำปีงบประมาณ 2565 และด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่ อบต.บางบุตร อ.บ้านค่าย ผลงานโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ พล.อ.หญิง พล.อ.อ.หญิงสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางวัฒนวรขัตติยราชนารี (ประจำปีงบประมาณ 2565)

        นอกจากนี้ยังได้มอบเกียรติบัตรให้กับ อปท.ต้นแบบศูนย์บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ประจำปีงบประมาณ 2565 ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ อปท.พัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ สามารถกักเก็บน้ำอย่างเป็นระบบและใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และยกระดับ อปท.ในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม และเกิดเครือข่ายความร่วมมือเรื่องการบริหารจัดการน้ำในภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดยมี อปท.ได้รับคัดเลือกเป็น อปท.ต้นแบบศูนย์บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ประจำปีงบประมาณ 2565 จ.ระยอง ได้แก่เทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมืองระยอง อปท.ที่ผ่านการคัดเลือกระดับจังหวัด รางวัลชมเชย ได้แก่ อบต.เขาชะเมา อ.เขาชะเมา และเทศบาลตำบลทับมา อ.เมืองระยอง มีนายฉัตร แก่กล้า รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา เข้ารับเกียรติบัตร.

Loading

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลทับมา จัดกิจกรรมตักบาตรและสันทนาการ เนื่องในวันปีใหม่ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 10 ม.ค.ที่โรงยิมโรงเรียนชุมชนวัดทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา ร่วมเปิดงานกิจกรรมเนื่องในวันปีใหม่ 2566 ของผู้สูงอายุตำบลทับมา ภายใต้โครงการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลทับมา โดยได้ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 14 รูป กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมและบรรยายธรรมะสำหรับผู้สูงอายุโดยพระครูปริยัติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดทับมา และมีกิจกรรมสันทนาการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมของผู้สูงอายุแต่ละหมู่บ้าน รำวงกลองยาว รวมทั้งกิจกรรมจับรางวัลและมอบของขวัญให้กับผู้สุงอายุเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ด้วย

     ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว มุ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมที่่หลากหลายครอบคลุมทุกด้านตามความต้องการของผู้สูงอายุ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร จิตอาสาในการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ และพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมอย่างเต็มที่.

Loading

ทีมลูกชะมวง วิทยาลัยเทคนิคระยอง โชว์เมนูโครเก็ตพะแนงแพลนเบส ในงาน “เส้นทางแห่งความสุขระยอง (ฮิป)ให้รู้จักอย่างแพร่หลาย

      เมื่อเร็วๆ นี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูและนักนักศึกษาแผนกวิชาอาหารและโภชนา ในนามทีมลูกชะมวงจากร้านอาหารใบชะมวง วิทยาลัยเทคนิคระยอง ภายใต้การนำของว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้นำผลงานของทีมลูกชะมวง “เมนูโครเก็ตพะแนงแพลนเบส” ซึ่งเข้าร่วมประกวดการแข่งขันการทำอาหาร Future Food For Sustainability ในการประชุมและขึ้นโต๊ะผู้นำ Apec Thailand 2022 ทั้ง 21 ชาติมาแล้ว ได้เป็นโชว์การทำ “เมนูโครเก็ตพะแนงแพลนเบส” ในงาน “เส้นทางแห่งความสุขระยอง (ฮิป)ที่ลาน Fashion Hall ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้รู้จักอย่างแพร่หลาย

      โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในการมีส่วนร่วมเผยแพร่ผลงานจากการสร้างสรรค์ของครู และนักเรียน นักศึกษาสายอาชีวศึกษาที่เกิดจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย สร้างให้วิชาชีพการประกอบอาหารยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ร้านใบชะมวง.

Loading

พ่อเมืองระยอง พบปะมอบนโยบายส่วนราชการ และผู้นำ อปท.ใน อ.เมืองระยอง กำชับนโยบายพัฒนาจังหวัดทุกมิติ

    เมื่อวันที่ 9 ม.ค.66 ที่หออาคารเอนกประสงค์ อบต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รอง ผวจ.ระยอง นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ได้เดินทางไปพบปะตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายสำคัญแก่หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำ อปท.ในพื้นที่ อ.เมืองระยอง โดยมีนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอเมืองระยอง ให้การต้อนรับ

      นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า นโยบายหลักที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ การพัฒนาในทุกมิติ ให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีรายได้เงินหมุนเวียนในพื้นที่ ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่จังหวัดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใน 6 เดือน และการกระตุ้นการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ ส่วนพืชเศรษฐกิจของจังหวัดระยอง ที่เป็นอาชีพหลักของเกษตรกร จะมีมาตรการควบคุมคุณภาพของผลผลิตให้ได้ราคาที่ดีด้วย

      นอกจากนี้ส่วนปัญหาในพื้นที่ อ.เมืองระยอง ที่ประชาชนร้องเรียนต่างๆ ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป.

Loading

“นกน้อย ตัวตึงระยอง” ร่วมงานวันคนพิการสากลระยอง โชว์ตีกลองต่อหน้าพ่อเมืองระยอง แฟนคลับแห่ถ่ายรูปเพียบ

     เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานวันคนพิการสากลจังหวัดระยอง ประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดย อบจ.ระยอง และ พม.ระยอง ในงานมีกิจกรรมมอบเกียรติบัตรผู้สนับสนุนการจัดงาน มอบทุนการศึกษา การแสดงบนเวที นิทรรศการแสดงผลงานด้านคนพิการ บูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์จากฝีมือคนพิการ การสาธิตอาชีพ และการแสดงความสามารถและศักยภาพของคนพิการ โดยการจัดงานมุ่งเน้นการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของคนพิการ การจ้างงานและส่งเสริมการประกอบอาชีพของคนพิการ

     ทั้งนี้ในงานวันคนพิการสากลจังหวัดระยองดังกล่าว ยังได้มี”นกน้อย เจ้าของฉายาตัวตึงระยอง”ที่เป็นคลิปโชว์ตีกลองดังในติ๊กต๊อกมาร่วมงานด้วย โดยโชว์ต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดระยองด้วย พร้อมกับมีผู้เข้าร่วมงานขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกจำนวนมากอีกด้วย

   “นกน้อย ตัวตึงระยอง” กล่าวว่า ขอบคุณสังคมที่ให้โอกาส ขอยืนยันว่าจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกแล้ว ที่ผ่านมาผิดพลาดไปแล้ว   ขอบคุณที่สังคมให้อภัยให้กลับมายืนในสังคมอีกครั้ง จากนี้ไปจะใช้ความสามารถดังกล่าวทำมาหาเลี้ยงชีพต่อไป.

Loading

วัดช้างชนศิริราษฎร์บำรุง จ.ระยอง บรรพชาอุปสมบท-เจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

       เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 9 ม.ค.ที่อุโบสถวัดช้างชนศิริราษฎร์บำรุง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระปลัดบำเพ็ญกิตติปาโล เจ้าอาวาสวัดช้างชนศิริราษฎร์บำรุง เจ้าคณะตำบลตะพง อ.เมืองระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทสามเณร จำนวน 10 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเป็นการถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน และมีพลานามัยแข็งแรง และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นอกจากนี้พระปลัดบำเพ็ญกิตติปาโล เจ้าอาวาสวัดช้างชนศิริราษฎร์บำรุง และพระสงฆ์ ยังได้นำญาติโยม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววันอีกด้วย.

Loading

จังหวัดระยอง บรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

       เมื่อ 08.30 น.วันที่ 9 ม.ค.ที่ศาลาการเปรียญวัดเนินพระ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาสประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ตามโครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเป็นการถวายพระพรชัยมงคลให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน และมีพลานามัยแข็งแรง และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยมีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ข้าราชการ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดระยอง เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ทั้งนี้พระสงฆ์ที่อุปสมบทในครั้งนี้จะแยกไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ ภายในจังหวัดระยอง จนถึงวันที่ 23 ม.ค.66….000