Loading

ชาวระยอง นับหมื่นคน เดินทางมาฟังพรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ “อุ๊งอิ๊ง” โฟนอินทักทาย อ้อนขอให้เลือกว่าที่ผู้สมัครพรรคยกจังหวัด พร้อมเลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์หลังคลอด จะขอพาครอบครัวไปเที่ยว ระยอง ขณะที่ณัฐวุฒิ ประกาศบนเวที 5 เม.ย.นี้ รู้ชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

      เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 19 มี.ค.66 ที่บริเวณลานโครงการหมู่บ้านเพลินใจ 5 ข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งใหม่ระยอง ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคเพื่อไทยทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายพเนตร วงศ์ไพศาล เขต 2 นายภีมเดช อมรสุคนธ์ เขต 3 นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชติ เขต 4 นายวิเชียร สุขเกิดและเขต 5 นายวิชัย ล้ำสุทธิ  นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรค โดยมีประชาชนชาวจังหวัดระยอง นับหมื่นคนเดินทางมารับฟังการปราศัย

     นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวระยอง ที่เดินทางมาต้อนรับอย่างอบอุ่นมาก และขอพี่น้องได้เลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยองทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง พร้อมช่วยกันให้เพื่อไทยแลนด์สไลด์

    ด้าน นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวระยองที่ให้การต้อนรับครอบครัวเพื่อไทยอย่างหนาแน่น พร้อมประกาศนโยบายเรื่องการกวาดล้างยาเสพติด แก้ไขปัญหาในทุกมิติ ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกำหนดให้ประชาชนที่มีบัตรประชาชน อายุ 16 ปีขึ้นไป จะเปิดกระเป๋าดิจิทัลให้แล้วโอนเงินจำนวนหนึ่งเข้าไปให้ สามารถใช้ได้ถึง 6 เดือน แต่มีกฎว่าต้องใช้ภายในพื้นที่ตามที่อยู่ตามบัตรประชาชน สร้างความพอใจให้กับ ประชาชนชาวระยองที่เข้ามาฟังปราศรัยโห่ร้องเสียงดังกระหึ่ม

    ด้าน นายณัฐวุฒิ ได้ขึ้นปราศรัยว่า การปราศรัยใน จ.ระยอง ครั้งนี้ เป็นการปราศรัยที่มีคนมารับฟังมากที่สุด พร้อมขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งแบบเขตและตัวบุคคล โดยแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรค จะทราบหลังจากการประชุม คกก.บริหารพรรควันที่ 5 เม.ย.นี้ ก่อนจะโทรศัพท์โฟนอินถึง  น.ส.แพทองทาน ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊ง” ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย   โดยอุ๊งอิ๊ง กล่าวว่า ต้องขอโทษพี่น้องชาวระยอ ที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย เพราะอีก 4 วัน ก็จะครบ 8 เดือน แพทย์เกรงว่าจะคลอดก่อนกำหนดเหมือนคนแรก จึงห้ามไม่ให้เดินทาง แต่ไม่ได้มาก็ขอให้เลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง ทั้ง 5 เขตด้วว พร้อมเลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ โดยพรรคมุ่งมั่นที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทั้งนี้พร้อมฝากว่า ถ้าคลอดแล้วจะขอพาครอบครัวไปเที่ยวระยอง.

Loading

“โลกต้องจำ เปิดเพลงให้ นศ.แดนซ์ออกไปรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา” ไม่เน้นพิธีการ เน้นสบายๆ ให้เป็นวันที่ภาคภูมิใจ

    “วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง มอบประกาศนียบัตร นศ.ที่จบการศึกษา ปวช.และ ปวส.เปิดเพลงให้ นศ.แดนซ์ออกไปรับกับมือ ผอ.และแขนกลโรบอท โดยไม่มีการเน้นพิธีการ เน้นบรรยากาศสบายๆ ผ่อนคลาย เกิดความภูมิใจหลังจากพากเพียรจนเรียนจบ เตรียมทำงานและเป็นผู้ประกอบการ และว่าที่เศรษฐีในอนาคต

     เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 19 มี.ค.ที่วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ได้จัดให้มีการมอบประกาศนียบัตรแก่ นศ.ที่จบการศึกษาระดับ ปวช.และ ปวส.ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 324 คน โดยมีนายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง เป็นประธานมอบ โดยในพิธีมอบประกาศนียบัตรดังกล่าว ได้มีการจัดขึ้นแบบไม่เน้นพิธีการ เน้นบรรยากาศสบายๆ ให้เป็นวันของ นศ.ที่เกิดความภาคภูมิใจ ที่พากเพียรเรียนจนจบ มี ดร.วิชัย ล้ำสุทธิ ประธานกรรมการสถานศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ผู้แทนสถานประกอบการ ผู้ปกครอง และครู อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง ร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก ซึ่งในพิธีมอบฯ ได้มีการเปิดเพลงให้ นศ.แดนซ์ตามสไตล์ของตัวเองออกมารับใบประกาศนียบัตรฯ โดยจะมีสายพานลำเลียงประกาศนียบัตรฯ ประทับตราจบด้วยแขนกลโรบอท ก่อนที่ ผอ.จะมอบให้กับ นศ.จากนั้น นศ.จะต้องนำใบประกาศนียบัตรฯ ผ่านเครื่องสแกนบาร์โค้ด เพื่อรับถ้วยรางวัล ซึ่งเป็นแก้วเก็บความเย็นหรือแก้วเยติ ที่มีโลโก้วิทยาลัยข้างแก้ว เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าจบการศึกษาโดยสมบูรณ์แบบ 

        นายกิตติพงค์ กล่าวว่า พิธีมอบประกาศนียบัตรดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อให้ นศ.ที่จบเกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งสถานศึกษาแห่งนี้ มุ่งเน้นผลิตคนที่มีคุณภาพ ช่วงระหว่างเรียนมีงานรายได้จากการฝึกอาชีพ ที่สามารถต่อยอดออกไปประกอบอาชีพส่วนตัวได้ โดยเฉพาะฝึกอาชีพที่เรียกว่า มุ่งเป้าเป็นว่าที่เศรษฐี  หรือการเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต โดยธีมการจัดงาน เน้นตั้งแต่เวที เป็นรูปเรือครุฑ ที่มีความหมายว่า ครูเปรียบเสมือนเรือจ้างส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่ง และใช้สายพานลำเลียงใบประกาศฯ ประทับตราจบด้วยแขนโรบอท ให้ นศ.แดนซ์ตามลีลาของตัวเองออกมารับ พร้อมกับสแกนคิวอาร์โค้ด รับถ้วยรางวัลเป็นแก้วเก็บความเย็นมีโลโก้ร้านกาแฟของวิทยาลัย ที่เป็นศูนย์บ่มเพาะฝึกอาชีพ นศ. เพื่อให้ นศ.ที่จบออกไป เมื่อได้ทำงานให้นึกถึงความทรงจำที่จบจากสถานศึกษาแห่งนี้ เกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งนอกจากจะมีการมอบใบประกาศฯ ให้กับ นศ.แล้วยังได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้ปกครอง นศ.ด้วย ที่ส่ง และสนับสนุนบุตรหลานมาเรียนที่นี่ รวมทั้งมอบเกียรติบัตรแก่ นศ.เรียนดี มีจิตเป็นอาสา และสถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ที่รับ นศ.เข้าฝึกงาน และทำงานหลังจบการศึกษาอีกด้วย.

Loading

จ.ระยอง ชวนเยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการชุมชนคุณธรรมจาก 8 อำเภอของจังหวัดระยอง ซึ่งจัดขึ้นในงานมหกรรมรวมพลังขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยพลัง”บวร”

      เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดระยอง โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง คณะสงฆ์ และวัดละหารไร่ ได้จัดงานมหกรรมรวมพลังขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยพลัง”บวร”ขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 มี.ค.นี้ โดยได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะบูธนิทรรศการของทั้ง 8 อำเภอที่จัดขึ้นภายในงานอย่างสวยงาม โดยเปิดให้ประชาชนที่เที่ยวชมงานได้เข้าเยี่ยมชมที่มีองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์หลากหลาย สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

      ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมรวมพลังขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยพลัง”บวร”ดังกล่าว จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนคุณธรรมเป็นศูนย์กลางในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม”เที่ยวชุมชน ยลวิถี”ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านหลักธรรมทางศาสนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเพณี วัฒนธรรม วิถีวัฒนธรรมไทย ตลอดจนการนำทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดต่อไปด้วย.

Loading

จ.ระยอง ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องใน”วันท้องถิ่นไทย” ประจำปี 2566

       เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานในพิธี “วันท้องถิ่นไทย” ประจำปี 2566 โดยมี นายอนันต์ นาคนิยม นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ รอง ผวจ.ระยอง นายณัฐศักดิ์ ดีศรี ท้องถิ่นจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงาน อปท.เข้าร่วมประกอบพิธีถวายพานดอกไม้สดสักการะ และกล่าวถวายราชสดุดีน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระปิยมหาราช ในโอกาสนี้ ผวจ.ระยอง ยังได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมีบูธนิทรรศการการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจรของแต่ละ อปท.ที่มุ่งส่งเสริมให้ความรู้กับประชาชนด้วย

      ทั้งนี้ เนื่องด้วยวันที่ 18 มีนาคมของทุกปี ถือเป็น “วันท้องถิ่นไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาที่คุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอม เป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2448 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจการปกครองให้แก่ประชาชน และการถือกำเนิดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งแรกในประเทศไทย ทุกจังหวัดจึงได้ตัดให้มีพิธีถวายราชสักการะ และกล่าวถวายราชสดุดี ตลอดจนการจัดนิทรรศการแสดงผลงานของ อปท.ดังกล่าวขึ้น.

Loading

จังหวัดระยอง จัดงานมหกรรมรวมพลังขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยพลัง”บวร”

       เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดระยอง โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดระยอง และวัดละหารไร่ ได้จัดงานมหกรรมรวมพลังขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยพลัง”บวร”จังหวัดระยองขึ้น โดยมีกิจกรรมขบวนแห่พระดีเกจิดังจาก 8 อำเภอของจังหวัดระยอง พิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และมีบูธนิทรรศการชุมชนคุณธรรม การออกร้านจำหน่ายของดีทััง 8 อำเภอในงานด้วย พร้อมกับมีพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดฯ โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง นายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง นายฉันท์ แป้นเพชร นายอำเภอบ้านค่าย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร อปท.และประชาชนในพื้นที่ ร่วมงานจำนวนมาก

     นอกจากนี้ในพิธีเปิดยังมีการแสดงแสง สี เสียงสื่อผสมทางศิลปวัฒนธรรม มอบเกียรติบัตรให้”บุคคลต้นแบบคุณธรรมพึงประสงค์” โล่รางวัลการประกวดบูธนิทรรศการชุมชนคุณธรรม และมีศิลปินเพลงลูกทุ่งมาร่วมสร้างความสนุกในงานอีกด้วย โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 มี.ค.นี้

      ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมชุมชนคุณธรรมเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมด้านหลักธรรม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมให้วัด ศาสนสถาน ชุมชน และสถานศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมด้านคุณธรรม รวมทั้งน้อมนำหลักธรรมทางศาสนา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติปรับใช้ในชุมชนให้มีรายได้ ทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน ทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย.

Loading

เครือข่ายจิตอาสาเพื่อสังคม รุกกิจกรรมเติมสุขให้กลุ่มครอบครัวเป้าหมายผู้ด้อยโอกาส

      เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวสุภาพร สิงห์ธิมาตย์ หัวหน้าฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เทศบาลตำบลเชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ซึ่งเป็นแกนนำเครือข่ายจิตอาสาเพื่อสังคมได้ร่วมกับแกนนำเครือข่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักสวัสดิการสังคม และนักพัฒนาชุมชน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยองและใกล้เคียง ได้ร่วมกันลงขันใช้งบประมาณส่วนตัวในการที่จะช่วยเติมเต็มครอบครัวที่มีอุปสรรคในการดำรงชีวิต อาทิ ป่วยติดเตียง และพิการซ้ำซ้อนครอบครัวขาดรายได้ เป็นต้น

        นางสาวสุภาพร สิงห์ธิมาตย์ หัวหน้าฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เทศบาลตำบลเชิงเนิน กล่าวว่า แนวคิดในการรววมกลุ่มของนักสวัสดิการสังคมและนักพัฒนาชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือครอบครัวต่างๆ ที่ขาดแคนทุนทรัพย์หรือขาดกำลังหลักของครอบครัวไม่สามารถประกอบอาชีพในการดำรงค์ชีวิตได้ เป็นแนวคิดที่ได้รับการปลูกฝัง และกระตุ้นของ นายมนูญวิวรรณ อดีตปลัดเทศบาลตำบลมาบข่า อ.นิคมพัฒนาจ.ระยอง และปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลเมืองอ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งที่มีระดับที่สูงขึ้น ได้ปลูกฝังแนวคิดจิตอาสาให้พวกตนและทีมงานร่วมกันสร้างเครือข่าย เพื่อที่จะช่วยเหลือเติมเต็มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมสรรพกำลังของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมเป็นระยะร ๆตามความเหมาะสม โดยมีพื้นที่ในเขตจังหวัดระยองและเขตใกล้เคียงตามที่เครือข่ายได้นำเสนอโดยไม่ได้ใช้จ่ายงบประมาณของราชการแต่อย่างใด ซึ่งวันนี้ได้ลงพื้นที่เติมเต็มให้กับครอบครัวในเขตเทศบาลตำบลมาบข่า อ.นิคมพัฒนา ซึ่งได้มีข้อมูลพื้นฐานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้วหลังจากนี้ก็จะขยายพื้นที่ไปยังกลุ่ม เป้าหมายอื่นๆตามที่เครือข่ายจิตอาสาได้นำเสนอและคัดเลือกเพื่อที่จะร่วมกันสร้างแนวคิดจิตอาสาให้เพิ่มมากขึ้นและขยายวงกว้างได้มากขึ้นอีกทั้งให้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างทานบารมีอีกทางหนึ่งด้วย

      ด้านนางสาวเมธินี บุญสุข นักวิชาการศึกษาและนางจุฑารัตน์ ภูทอง นักพัฒนาชุมชน เทศบาลตำบลมาบข่า กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ตนได้ร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ร่วมกิจกรรมลักษณะเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพของเครือข่ายของกลุ่มที่มีอยู่จึงอยากจะเชิญชวนนักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา รวมตลอดถึงนักสวัสดิการสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ องค์กรอื่นๆ มาร่วมกันที่จะร่วมกันสรรค์สร้างสังคมและเติมเต็มให้กับครอบครัวที่ยังขาดแคลนในโอกาสต่อๆ ไป และกิจกรรมลักษณะเช่นนี้ จะร่วมกันดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพของกลุ่มเครือข่ายอย่างเต็มที่.

Loading

จ.ระยอง ประชุม คกก.บริหารจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ขึ้นทะเบียน”ทุเรียนหมอนทองระยอง” เป็นการการันตีสร้างความเชื่อมั่นแหล่งที่มาของผลผลิตต่อผู้บริโภค

      เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริการจัดการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ครั้งที่ 1/2566 เพื่อประมวลคำขอจากคณะทำงานฯ สำหรับทุเรียนหมอนทองให้เป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมายของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ทุเรียนหมอนทองระยอง”ซึ่งการขอขึ้นทะเบียนทุเรียนระยองสายพันธุ์หมอนทองดังกล่าว เพื่อเป็นการการันตีว่าทุเรียนสายพันธุ์นี้ปลูกในระยองอย่างแท้จริง สร้างความเชื่อมั่นในแหล่งที่มาของผลผลิตให้แก่ผู้บริโภคและเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ รวมไปถึงกลไกตลาดให้กับสินค้าชุมชนชาวจังหวัดระยองอีกด้วย

       ทั้งนี้ สำหรับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI คือการยืนยันชื่อ หรือสัญลักษณ์หรือสิ่งใดก็ตามที่ใช้เรียกแทนแหล่งภูมิศาสตร์ สามารถบ่งบอกได้ว่าสินค้าจากแหล่งดังกล่าวนั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพมีชื่อเสียงมีคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งนั้น เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคได้รับทราบถึงผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์มาจากแหล่งกำเนิดนั้นๆ อย่างแท้จริงซึ่งสินค้าที่สามารถขึ้นทะเบียน GI ในประเทศไทยมี 3 ประเภท ได้แก่ สินค้าเกษตรกรรม สินค้าหัตถกรรม และสินค้าอุตสาหกรรม.

Loading

มจพ.วิทยาเขตระยอง แสดงความยินดีและมอบประกาศนียบัตรแก่ นศ.และอาจารย์ไทย-สิงคโปร์ ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมพัฒนาชุมชนด้านเวชศาสตร์ป้องกัน ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของประชาชนชาว จ.ระยอง

     เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 15 มี.ค.ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง(มจพ.ระยอง) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ.เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาและอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์นวัตกรรมพัฒนาชุมชน ด้านเวชศาสตร์ป้องกัน หรือ KMUTNB x SPTemasek Foundation Specialists’ Community and Leadership Exchange programme 2023 (KMUTNB x SP TF-SCALE 2023) มี ดร.ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง มอบ ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ รองอธิการบดี มจพ.วิทยาเขตระยอง ผศ.ดร.สราวุฒิ สืบแย้ม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการคลังและกิจการทั่วไป มจพ.วิทยาเขตระยอง ร่วมแสดงความยินดี โดยในงานได้มีการนำเสนอนวัตกรรมที่นักศึกษาของ มจพ.วิทยาเขตระยอง และนักศึกษาของทางสิงคโปร์ ที่ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลของประชาชนในพื้นที่นำร่องร่วมกับ 4  รพ.สต. ประกอบด้วย รพ.สต.บ้านกระเฉด รพ.สต.หนองสะพาน รพ.สต.ชากบก รพ.สต.บ้านพยูน นำมาวิเคราะห์สร้างเป็นต้นแบบด้านเวชศาสตร์ป้องกัน ดูแลสุขภาพประชาชน ได้แก่นวัตกรรมตู้กดอาหารเพื่อสุขภาพ อำนวยความสะดวกประชาชน ซึ่งจากการลงพื้นเก็บข้อมูลพบประชาชนไม่ชอบทานข้าวเช้า จึงได้มีสร้างนวัตกรรมตู้กดอาหารเพื่อสุขภาพขึ้นมา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ และนวัตกรรมหนังสือเล่มเล็กประจำตัว มีการจดบันทึกการทำปฏิทินการทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และนวัตกรรมแอพพลิเคชั่นสมุดบันทึกออนไลน์สุขภาพสำหรับผู้หญิงสูงวัย จดบันทึกการเข้ารักษาพยาบาล รวมทั้งนวัตกรรมรถประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้มีสุขภาพดี หรือรถพุ่มพวง เพื่อสุขภาพ

       ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และวิทยาลัย Singapore Polytechnic สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้พัฒนาความร่วมมือในด้านการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับแรกในปี พ.ศ. 2561 และได้มีโครงการความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษาที่สำคัญผ่านกิจกรรมที่เน้นทักษะ Design Thinking หรือ ทักษะการคิดเชิงออกแบบ ซึ่งเป็นกระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหา เน้นมุมมองของผู้ใช้ เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์กับผู้ใช้ในแต่ละสถานการณ์

       ซึ่งหลังการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส 2019 ในปี พ.ศ. 2565 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ได้รับการประสานงานจาก วิทยาลัย Singapore Polytechnic (SP) ร่วมกับ Temasek Foundation (TF)สาธารณรัฐสิงคโปร์ เชิญเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดโครงการพัฒนานักศึกษาอีกครั้งภายใต้ชื่อ Temasek Foundation Specialists’ Community and Leadership Exchange (TF SCALE) โดยโครงการแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงกิจกรรม คือ Part 1 ได้มีการจัดกิจกรรมไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ถึง 1 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยทางวิทยาลัย Singapore Polytechnic (SP) และ Temasek Foundation (TF) Singapore ได้สนับสนุนทุนให้แก่นักศึกษา มจพ. จำนวน 20 ทุน ครอบคลุมบัตรโดยสาร ที่พัก และอาหารตลอดกิจกรรม โดนเข้าร่วมกิจกรรม ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ และได้รับความร่วมมือจากหลากหลายองค์กรภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์และมหาวิทยาลัยในอาเซียน ได้แก่ Muhammadiyah University of Makassar (UNISMUH) สาธารณรัฐอินโดนีเซียวิทยาลัย Politeknik Negeri Ujung Pandang (PNUP) สาธารณรัฐอินโดนีเซียและมหาวิทยาลัย National University Management (NUM) ราชอาณาจักรกัมพูชา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมและ Part 2 มีกำหนดจัดกิจกรรม ณ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6 – 17 มี.ค.66 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง ภายใต้โครงการสร้างสรรค์นวัตกรรมพัฒนาชุมชน KMUTNB x SP Temasek Foundation Specialists’ Community and Leadership Exchange programme 2023 (KMUTNB x SP TF-SCALE 2023)  ทั้งนี้กิจกรรมมีรูปแบบให้นักศึกษา มจพ.ชาวไทย 20 คน อาจารย์ 4 คน และนักศึกษาชาวสิงคโปร์ 20 คน อาจารย์สิงคโปร์ 2 คน ได้มีโอกาสลงพื้นที่ศึกษาวิถีชีวิตชุมชนร่วมกัน เพื่อนำข้อมูลมาสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะพัฒนาชุมชน โดยใช้หลักการ Design Thinking ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ ซึ่งโจทย์ในครั้งนี้มุ่งเน้นวัตกรรมชุมชนด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive healthcare) โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เพื่อเข้าศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 4 แห่ง

        ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฯ เชื่อว่ากิจกรรมฯ ดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน และช่วยในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของผู้คนในชุมชนผ่านการคิดค้นนวัตกรรมที่จะนำมาส่งเสริมกับการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)ในพื้นที่ต่อไป.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน (Thapma Day Care Center) มุ่งดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ครอบคลุมในทุกด้าน

     เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา น.ส.เรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี นายแพทย์ ดร.ภูษิต ประคองสาย เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยและ ผศ.ดร.ณัฏฐพัชร สโรบล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพิธีเปิดศูนย์บริการและฟื้นฟูผู้สูงอายุในชุมชนเทศบาลตำบลทับมา หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวัน (Thapma Day Care Center) มีประชาชนในพื้นที่ ร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก ที่อาคารอเนกประสงค์ 5 ชั้นของเทศบาลตำบลทับมา โดยมีกิจกรรมเสวนา ในหัวข้อ Day Care บริการท้องถิ่นที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ : ทิศทางปี 2566 และการอบรมแกนนำสุขภาพพร้อมทดลองจัดบริการและฟื้นฟูผู้สูงอายุอีกด้วย

       นายประเสริฐ กล่าวว่า เทศบาลตำบลทับมา ได้ตระหนักถึงปัญหาการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ ภายใต้แนวคิด“Be Closely Elders”ที่อยากเห็นครอบครัวและชุมชนมีการดูแลซึ่งกันและกัน และไม่ทอดทิ้งผู้สูงอายุให้เผชิญกับความเหงา ความอ้างว้างและโดดเดี่ยว รวมทั้งแก้ไขปัญหาการเสื่อมถอยของสภาพร่างกายและจิตใจ จึงได้ตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นมา โดยเป้าหมายหลักคือ ปรารถนาจะเห็นผู้สูงอายุทุกคนได้รับการบริการอย่างทั่วถึงและได้รับการดูแลที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุช่วงกลางวันแห่งแรกในภาคตะวันออกที่มีมาตรฐานการจัดบริการต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวเปิดให้บริการทุกวันพุธและศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น.โดยระยะแรกเป็นการเปิดให้บริการระยะทดลองเป็นเวลา 3 เดือนระหว่างเดือนมี.ค.- มิ.ย.66 มีการให้บริการโดยทีมสหวิชาชีพเชี่ยวชาญประกอบด้วย พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ แพทย์แผนไทย นักกายภาพบำบัด และผู้ดูแลผู้สูงอายุ กิจกรรมประกอบด้วย การกายภาพบำบัด การฝึกสมอง การให้คำปรึกษา การช่วยเหลือการดำเนินกิจวัตรประจำวัน การออกกำลังกายปาก การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหว และกิจกรรมนันทนาการ เป็นต้น และมีบริการรถรับส่งผู้สูงอายุ โดยในระยะทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาวิจัยการพัฒนารูปแบบการจัดบริการของ อปท.โดยการประยุกต์ใช้เครื่องมือและนวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยและคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้สูงอายุสนใจลงทะเบียนเข้ารับบริการจำนวน 10 คน ในระหว่างการจัดบริการ นักวิจัยจะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานภายหลังการให้บริการครบ 3 เดือน และจะมีการพัฒนารูปแบบการจัดบริการ ปรับปรุงกิจกรรม และเริ่มเปิดถาวรราวเดือน ก.ค.66 เป็นต้นไป.

Loading

       รอง ผวจ.ระยอง นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ สำรวจศักยภาพแหล่งท่องท่องเที่ยว อ.บ้านฉาง ตามโครงการ”ผู้ว่าฯพาทัวร์@(8 อำเภอ)”มุ่งต่อยอดพัฒนาเป็นจุดท่องเที่ยว เพื่อดึง นทท.เข้ามาในพื้นที่เกิดการจับจ่ายสร้างรายได้ให้ ประชาชน

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายสุมาวิษฎ์ สุพรรณไพร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระยอง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นางจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน อปท.และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ภาคเอกชนในจังหวัดระยอง เดินทางไปสำรวจศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.บ้านฉาง ตามโครงการ”ผู้ว่าฯ พาทัวร์@(8 อำเภอ)”มีนายกิตติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง พร้อมผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.บ้านฉาง โดยพาเที่ยวชมรับฟังข้อมูลของกลุ่มอนุรักษ์ประมงสามัคคี บ้านพลา กราบไหว้สักการะหลวงพ่อโต วัดพลา ชมบ่อน้ำโบราณที่เชื่อว่าสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ขณะยกทัพไปเมืองจันทบุรี เยี่ยมชมสวนเกษตรอินทรีย์ และร่วมสาธิตการปรุงอาหารจากผลผลิตของเกษตรกร พร้อมทั้งเยี่ยมชมแนวคิดการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การท่องเที่ยวชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว และเดินทางไปดูศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี คลองบางไผ่ด้วย

         ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง กล่าวว่า กิจกรรม”ผู้ว่าพาทัวร์ @(8 อำเภอ)”ดังกล่าว จัดขึ้นเดือนละ 2 อำเภอ และอำเภอบ้านฉางเป็นอำเภอแรกที่ลงพื้นสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในการเตรียมความพร้อมรองรับ นทท.ด้วยการสำรวจข้อมูลศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอทั้ง 8 อำเภอ นำสู่การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ รวมถึงเพื่อประชาสัมพันธ์ดึงดูดนทท.มาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดระยองอยู่ในพื้นที่ EEC จะมี นทท.และนักลงทุนเดินทางเข้าในพื้นที่จำนวนมาก บวกกับมีสนามบินอู่ตะเภาอยู่ในพื้นที่ด้วย จึงจำเป็นต้องมีการสำรวจศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับ นทท.เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวดังกล่าว…