Loading

กินทุเรียนก่อนใคร ต้องไประยอง”สวนสุภัทราแลนด์ระยอง เปิดฤดูกาลผลไม้ ชวนกินบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้นานาชนิด

      เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนสุภัทราแลนด์ สวนท่องเที่ยว มีบุฟเฟ่ต์ผลไม้ แหล่งเรียนรู้ ดูและชิม อิ่มมีคุณภาพเที่ยวได้ทั้งปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้เปิดฤดูกาลผลไม้ ปี 2566 แล้ว ให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม รับประทานผลไม้สดๆ จากสวน โดยเฉพาะทุเรียนคุณภาพ มีทั้งพันธุ์หมอนทอง ก้านยาว และชะนี เป็นต้น โดยเปิดทุกวันตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป ภายใต้การบริหารงานของ น.ส.ศุทธินี ฟ้าประทานชัย ผู้บริหาร และนายโชติชัย บัวดิษ ผู้จัดการฯ

        นายโชติชัย บัวดิษ ผู้จัดการสวนสุภัทราแลนด์ กล่าวว่า สวนสุภัทราแลนด์ สวนท่องเที่ยวพื้นที่ 800 ไร่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ผลไม้ คนละ 690 บาท โดยมีโปรแกรมท่องเที่ยในสวน เริ่มจากนั่งรถรางชมสวนผลไม้ สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนผลไม้ แปลงปลูกทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ พร้อมไกด์นำเที่ยว เก็บผลไม้สดๆ จากต้น และมีจุดให้นักท่องเที่ยวรับประทานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนอย่างจุใจ และผลไม้ตามฤดูกาลนานาชนิด ทั้งเงาะ มังคุด มะม่วง สละ ลองกอง แตงโม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารให้รับประทานด้วย ทั้งส้มตำไทย สลัดผักไฮโดรโปรนิกส์ ข้าวเหนียวหมู-ไก่ย่าง ลูกชิ้นยืนกิน ชมสาธิตการเลี้ยงผึ้ง และชมศูนย์การแพทย์แผนไทย เรียนรู้เรื่องสมุนไพร ชิมเครื่องดื่มสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ กาแฟ เพื่อสุขภาพ ที่มีบรรยากาศร่มรื่นริมคลอง และความสวยงามของน้ำตกด้วย 

       นายโชติชัย กล่าวด้วยว่า จังหวัดระยอง ส่งเสริมในเรื่องของ”กินทุเรียนก่อนใคร ต้องไประยอง” โดยมุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชาวสวน และมากินสดๆ ที่สวน อยากให้มาดูคุณภาพว่าดีอย่างไร ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ ที่สำคัญการเปิดสวนท่องเที่ยว จะส่งผลดีกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากจะได้กินทุเรียนคุณภาพแล้ว ยังช่วยดึงผลไม้อื่นๆ ให้มีราคาขึ้นไปด้วย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะได้กินผลไม้หลายอย่างไปด้วย ส่วนปัญหาท่องเที่ยวที่ประสบคือในขณะนี้ บางสวนยังไม่กล้าเปิดหลังทุเรียนยังมีราคาสูงอยู่ แต่ทางสวนสุภัทราแลนด์จำเป็นต้องเปิดแม้จะขาดทุน ที่เปิดต้องการดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวของระยองในภาพรวมอีกด้วย สอบถามรายละเอียด และจองตั๋ว เข้าเที่ยวชมที่ 081-5881519,064-2958979,038-892048 inbox เพจสวนสุภัทราแลนด์ link m.me/suphattraland Line ID: @suphattraland http://line.me/ti/p/@suphattraland

Loading

  พาณิชย์ฯ ตาก โชว์ศักยภาพกาแฟดีจังหวัดตาก พร้อมชูการเป็นพืชที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกร ผู้ปลูกกาแฟ และผู้ประกอบการกาแฟ ในงาน Tak Exotic Coffee Championship Thailand 2023  “มหัศจรรย์กาแฟดีจังหวัดตาก” ครั้งที่ 2

     จังหวัดตาก โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก ระดมเกษตรกร ผู้ปลูกกาแฟ และผู้ประกอบการ ร้านกาแฟ ร่วมโชว์ศักยภาพกาแฟดีจังหวัดตากในงาน Tak Exotic Coffee Championship Thailand 2023 “มหัศจรรย์กาแฟดีจังหวัดตาก” ครั้งที่ 2 ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพสูงที่มีอัตลักษณ์ พร้อมชูจุดเด่นในการเป็นพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยอนุรักษ์ป่า และเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด

       ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์  เปิดเผยถึงการจัดงาน Tak Exotic Coffee Championship Thailand 2023 “มหัศจรรย์กาแฟดีจังหวัดตาก” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ จังหวัดตาก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25-26 มีนาคม 2566 ณ บริเวณสวนริมแม่น้ำปิง เทศบาลเมืองตาก อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ว่าได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก โดยจังหวัดตากมีเป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าทางการเกษตร และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และการค้าการลงทุนในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่จังหวัดตาก มีศักยภาพทางภูมิศาสตร์สูง มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ทุเรียน อะโวคาโด  ข้าวเหนียวดำลืมผัว และกาแฟ  เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดตาก โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการตลาดพืชกาแฟ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและผู้คนทั่วโลก สามารถขยายโอกาสและช่องทางการตลาดได้เพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดงาน Tak Exotic Coffee Championship Thailand 2023 “มหัศจรรย์กาแฟดีจังหวัดตาก”ครั้งที่ 2 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ กระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเน้นการสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์กาแฟจังหวัดตากให้เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ยกระดับให้แก่เกษตรกรและชุมชนผู้ปลูกกาแฟในการผลิตกาแฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์กาแฟดีจังหวัดตาก ที่ได้ชื่อว่ามีอัตลักษณ์ด้านรสชาติเพราะเป็นกาแฟที่ปลูกในสภาพพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 800 ถึง 1,300 เมตร โดยปลูกภายใต้ร่มเงาป่าไม้ จึงทำให้ผลผลิตกาแฟมีไซส์เม็ดพรีเบอร์รี่ ที่เชื่อกันว่ามีความหนาแน่นและชัดเจน มีความแตกต่างจากแหล่งผลิตอื่น โดยมีรสชาติออกเปรี้ยวเหมือนส้มโอ และมีความหวานแบบแตงโม ซึ่งเป็นรสชาติกาแฟที่มีความกลมกล่อม หอมกรุ่น และยังมีคาเฟอีนต่ำอีกด้วย

         “ทั้งนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา ราคากาแฟในตลาดโลกได้มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤตสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตกาแฟ ในขณะที่สถานการณ์ตลาดกาแฟในบ้านเรานั้น แม้ผู้ประกอบการจะมีต้นทุนกาแฟต่อแก้วที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมของตลาดก็ยังคงเติบโต และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้จะสามารถขยายโอกาส และสร้างช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจังหวัดตาก และผู้ประกอบกิจการจำหน่ายกาแฟได้เพิ่มมากขึ้น”

       ด้าน นางสาวปาริชาติ พงค์พันเทา พาณิชย์จังหวัดตาก กล่าวถึงไฮไลท์สำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากการออกแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของเกษตรกร กลุ่มผู้ปลูกกาแฟ และผู้ประกอบการกาแฟ รวมกว่า 40 ร้านค้าแล้ว  ยังมีกิจกรรมการสกัดกาแฟด้วยเครื่องสกัดแบบดริป pour-over (Drip) และการแข่งขันชงเครื่องดื่ม Esyen ด้วย Moka Pot ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟ และผู้สนใจได้เข้าร่วมแข่งขันประชันฝีมือในการชงกาแฟ ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการร้านกาแฟด้วยอีกทางหนึ่ง โดยการสนับสนุนจากสมาคมกาแฟและชาไทย และกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิระดับสากล ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท การสกัดกาแฟด้วยเครื่องสกัดแบบดริป ได้แก่ คุณอาภาวลี เกษวงศ์รอด จากจังหวัดตาก และผู้ชนะเลิศประเภท การแข่งขันชงเครื่องดื่ม Esyen ด้วย Moka Pot ได้แก่ คุณธีรพัฒน์ สุขทรัพย์ จากร้าน Alternative Slowbar : Roaster จังหวัดกำแพงเพชร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการเสวนา หัวข้อ “โอกาสและอนาคตของกาแฟตาก” “คราฟซ็อคโกแลตจังหวัดตาก” และโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ และซ็อคโกแลต ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก

       การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด รวมถึงจังหวัดข้างเคียง ทำให้เกษตรกร กลุ่มผู้ปลูกกาแฟ ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังได้รับการส่งเสริมด้านศักยภาพผ่านกิจกรรมการแข่งขันชงกาแฟ รวมถึงยังเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์กาแฟจังหวัดตากให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคกาแฟรุ่นใหม่ ทำให้เกิดการต่อยอด และขยายโอกาสทางการตลาดเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีกด้วย”

Loading

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 2 พรรคไทยสร้างไทย ลุยหาเสียงงานบุญขึ้นบ้าน ชี้ระยองต้องแก้ไขปัญหาปากท้อง นำเม็ดเงินเข้ามาในพื้นที่

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 2 พรรคไทยสร้างไทย ลุยเดินสายหาเสียง และแนะนำตัวในงานทำบุญบ้าน และงานประเพณีต่างๆ ในพื้นที่อย่างเต็มที่

นางสริญทิพญ กล่าวว่า ระยอง ต้องแก้ไปปัญหาอีกเยอะ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของประชาชน ระยอง เป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมและท่องเที่ยว จะทำอย่างไรที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาในพื้นที่ ก็ต้องแก้ไขให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งระยอง มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งสวนผลไม้ และทะเล รวมทั้งปัญหาหาสิ่งแวดล้อม ที่จะอยู่คู่กับประชาชน และชาวประมงอย่างไร ทั้งอุตสาหกรรมจะอยู่แบบไหนด้วย และก็อีกเรื่องหนึ่งนโยบายพรรค เรื่องเงิน 3,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ ไม่จำเป็นต้องไปรออายุ 60 หรือ 90 ปี ถึงจะได้ 900 บาท พออายุ 60 ปี ก็จะได้ 3,000 บาททันทีเลย ตอนนี้พรรคไทยสร้างไทยได้ทำร่างเข้าไปสู่กฎหมายแล้ว สามารถที่จะทำได้ทันที ไม่ใช่นโยบายขายฝัน และก็ อสม.จะมีค่าตอบแทนวิชาชีพ 2,500 บาท ช่วยในฐานะที่จิตสาธารณะช่วยเหลือสังคม และมีนโยบายเรียนฟรี และยกเลิกจับใบดำใบแดงทหารเกณฑ์ และยกเลิกใบอนุญาตต่างๆ ที่มันจะไปขัดต่อวิชาชีพ เช่น ขอใบอนุญาตก่อสร้างโรงแรม ขออนุญาตขายสุรา ตรงนี้จะต้องช่วยคนตัวเล็กมีกองทุน ช่วยธุรกิจ SMEs คนตัวเล็กให้ยืนได้อย่างมั่นคง และมีเงิน ที่เรียกว่าเครดิตประชาชน ตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้คนไม่ตัองไปกู้เงินนอกระบบ.

Loading

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบประกาศนียบัตรนักศึกษา ปวช.ปวส.วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่จบการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 1,626 คน

    เมื่อวันที่ 28 มี.ค.66 ที่อาคารโดมวิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่สำเร็จการศึกษา ระดับชั้น ปวช.3 และ ปวส.2 ประจำปีการศึกษา 2565 มีระดับชั้น ปวช.692 คน ระดับ ปวส.634 คน รวมจำนวน 1,626 คน มีนายอานุภาพ วาสะสิริ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง ครูและผู้ปกครองเด็กนักเรียน นักศึกษา ร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก

      ทั้งนี้ การมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียน นักศึกษา ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ เสริมสร้างและขวัญกำลังใจในการเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาที่จะสร้างสรรค์สังคม รวมทั้งนำวิชาชีพที่ได้ไปประกอบอาชีพในอนาคต และพัฒนาประเทศชาติต่อไป.

Loading

เจ้าของบริษัทรับเหมาเมืองระยอง โวยภาครัฐแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนสาย 36 ไม่ตรงจุด ปีที่แล้วท่วม 5 ครั้ง ทำเครื่องจักรเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

      เมื่อวันที่ 25 มี.ค.66 ที่หน้าบริษัทไทยวัฒน์วิศวการทาง ริมถนนสาย 36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายสมเกียรติ ธนศรีวนิชชัย ผู้บริหารบริษัทไทยวัฒน์วิศวการทาง ผู้ได้รับผลกระทบ ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนจังหวัดระยอง เกี่ยวกับกรณีทางจังหวัดจะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณหน้าบริษัทฯ ถนนบายพาสสาย 36 ช่วงระหว่าง กม.42+300 – กม.42+800 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ด้วยการขุดร่องน้ำวางท่อคู่ขนานกับถนนเพื่อระบายน้ำ ตนเห็นว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะทำแบบนี้ทุกปีน้ำก็ยังท่วมอยู่ ขณะที่ตนต้องแบกรับความเสียหายที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง ไม่มีใครเข้ามารับผิดชอบ ปีที่แล้วบริษัทเสียหายไป 10 ล้านบาท หากปีนี้ท่วมอีกคงต้องปิดกิจการ ตนได้แนะนำให้ทำท่อระบายน้ำตามแนวเดิมที่เคยเป็นร่องน้ำ ลอดไปยังฝั่งตรงข้ามถนนสาย 36 ขาเข้าตัวเมืองระยอง ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเอกชนใช้ประโยชน์อยู่ และได้ทำการถมที่ดินปิดทางน้ำ ตนอยู่ที่ตรงนี้มาหลาย 10 ปี น้ำไม่เคยท่วม แต่หลังจากที่มีการถมที่ดินบริเวณดังกล่าวน้ำก็ท่วมทุกปี จึงขอฝากสื่อมวลชนให้นำเสนอข้อมูลที่ตนได้สำรวจมา และจะขอต่อสู้และหาผู้ที่อนุญาตให้มีการถมปิดทับร่องน้ำดังกล่าว มารับผิดชอบความเสียหาย หากเกิดน้ำท่วมในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนนี้ ซึ่งจากบันทึกการประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณทางหลวงบายพาสสาย 36 ด้านซ้ายทางและขวาทาง หน้าบริษัทไทยวัฒน์วิศวการทาง สาขาระยอง แต่เดิมบริเวณนี้พื้นที่ด้านท้ายน้ำสามารถระบายน้ำได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่ท้ายน้ำซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชนและมีเอกสารสิทธิ์ได้มีการถมที่ดิน ทำให้บริเวณนี้เป็นแอ่งกระทะไม่สามารถระบายน้ำได้ ซึ่งปี 2565 ที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวเกิดเหตุน้ำท่วม 5 ครั้ง แต่ก็ไม่มีการวางท่อเพื่อเปิดร่องน้ำผ่านที่ดินดังกล่าว ซึ่งระยะหลังมา น้ำที่ท่วมถนนสายดังกล่าว หนักขึ้นกว่าเดิมท่วมแต่ละครั้งเป็นระยะเวลา 2-3 วัน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ซึ่งถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักเข้าเมืองระยอง ท่วมทีทำรถไม่สามารถผ่านได้  ที่สำคัญส่งผลกระทบเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยว ได้มองการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดด้วย

        ด้านว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย นายธวัชชัย สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองระยอง นายวรพงษ์ มีวัตร รอง ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการแขวงทางหลวงระยอง นายอัธยา นวลอุทัย ปภ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา หน่วยงานท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้อง ได้มีการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณถนนสาย 36 บริเวณหน้าบริษัทไทยวัฒน์วิศวการทางดังกล่าวด้วย โดยมีการดำเนินการโครงการแก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะกลาง บริเวณหน้าไทยวัฒน์ฯ โดยทางจังหวัด ได้ดำเนินการขุดลอกร่องน้ำข้างทางให้ลึกขึ้นแล้วพร้อมเพิ่มท่อบริเวณทางเข้าที่ดินเอกชนให้มีขนาดใหญ่ จำนวน 3 ท่อ และหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อรับน้ำชั่วคราวในบริเวณดังกล่าว ส่วนในระยะกลางและระยะยาวจะดำเนินการทำท่อรอดให้น้ำไหลรอดข้ามฝั่งใต้ทางหลวงสาย 36 ตลอดจนทำท่อระบายน้ำระบายไปยังคลองหลังหมวดทางหลวงทับมา และขุดคลองให้ลึกขึ้นเพื่อรองรับการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน ถึงแม้บริเวณดังกล่าวจะมีท่อระบายน้ำเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสภาพเปลี่ยนไป ทำให้ขวางทางการไหลของน้ำ.

Loading

ทีมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ภายใต้การสั่งการของพ่อเมืองระยอง สำรวจศักยภาพแหล่งท่องท่องเที่ยว อ.นิคมพัฒนา ตามโครงการ”ผู้ว่าฯพาทัวร์@(8 อำเภอ)”มุ่งต่อยอดพัฒนาเป็นจุดท่องเที่ยว ดึง นทท.

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง ภายใต้การสั่งการของนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ได้รับมอบหมายพร้อมด้วยนางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน อปท.และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ภาคเอกชนในจังหวัดระยอง ให้เดินทางไปสำรวจศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา ตามโครงการ”ผู้ว่าฯ พาทัวร์@(8 อำเภอ)”มี น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นอภ.นิคมพัฒนา พร้อมผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน อ.นิคมพัฒนา โดยพาสำรวจแหล่งท่องเที่ยว โดยได้เดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ อ.นิคมพัฒนา มีศาลเจ้าหลวงเตี่ย โดยมีองค์เทพเจ้าให้กราบไหว้หลายองค์ และมีองค์เจ้าแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ปางนั่งประทานพร ให้สักการะบูชาขอพร และกราบไหว้รูปเหมือนหลวงพ่อหลวงพ่อชื่น ภายในวิหารหลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า และเที่ยวชมสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด มิติการเรียนรู้ด้านสมุนไพร ที่เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สมุนไพรกว่า 20,000 ชนิด

     ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง กล่าวว่า กิจกรรม”ผู้ว่าพาทัวร์ @(8 อำเภอ)”ดังกล่าว จัดขึ้นเดือนละ 2 อำเภอ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในการเตรียมความพร้อมรองรับ นทท.ด้วยการสำรวจข้อมูลศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอทั้ง 8 อำเภอ นำสู่การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ รวมถึงเพื่อประชาสัมพันธ์ดึงดูดนทท.มาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้น.

Loading

ระยอง ชวนเที่ยวงานมหกรรมเล่าขานตำนานเมืองระยอง ประจำปี 2566 ร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมถนนยมจินดา

    เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 24 มี.ค.ที่ลานวัฒนธรรมหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าถนนยมจินดา ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานแถลงข่าวจัดงาน”มหกรรมเล่าขานตำนานเมืองระยอง เฉลิมพระเกียรติ 68 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566″ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย.นี้ ที่บริเวณถนนยมจินดา

     ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 และยังถือเป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2566 ด้วย ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม ภาษา ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นบนถนนยมจินดาแห่งนี้ ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักชุมชนถนนยมจินดาที่เคยเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นแหล่งทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่มีการผสมผสานกับวิถีชีวิตของคนที่หลากหลาย และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยองอีกด้วย …000

Loading

กระทรวงพาณิชย์ ขนสินค้าราคาประหยัดเดินสายเปิดขายแก่ประชาชน เพื่อช่วยประหยัดและลดค่าครองชีพ บรรเทาความเดือดร้อน ตามโครงการพาณิชย์ลดราคา ออนทัวร์ ทั่วไทย

     เวลาประมาณ 15 นาฬิกา วันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงานโครงการพาณิชย์ ลดราคา ออนทัวร์ ทั่วไทย ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ในระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคม 2566 นี้ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนให้ได้มีช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในราคาประหยัดได้มากขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการในจังหวัดระยอง และจังหวัดอื่น ๆ ที่เข้าร่วมงาน มีรายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีสำหรับการจัดงานโครงการพาณิชย์ลดราคาออนทัวร์ ทั่วไทย จังหวัดระยอง จะมีการดำเนินการ จำนวน 3 ครั้ง/ ครั้งละ 3 วัน/ ใน 3 พื้นที่ ดังนี้

ครั้งที่ 1วันที่ 24-26 มีนาคม 2566 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง

ครั้งที่ 2 วันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 ณ บริเวณหน้าโรงหนังบูรพา

เธียเตอร์ ตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง

และครั้งที่ 3 วันที่ 7-9 เมษายน 2566/ ณ ตลาดร้อยเสา ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

     ภายในงานกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดสินค้าจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน อาทิ หมูเนื้อแดง น่องไก่ ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม ราคาถูกกว่าท้องตลาดมาเปิดวางจำหน่ายแก่ประชาชน ตลอดจนสินค้าของดีเมืองระยอง สินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน มาร่วมจัดออกบูธจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการในท้องถิ่นอีกด้วย  และในโอกาสเปิดงานวันแรก นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ยังสวมบทเป็นพ่อค้ากิตติมศักดิ์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ประชาชนที่จับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในงานด้วย โดยงานนี้ทำชาวบ้านเป็นปลื้ม ที่ซื้อของจากมือพ่อเมืองระยองสวมบทลงมาทำหน้าที่เป็นพ่อค้า

Loading

      เรือนจำกลางระยอง จัดงานมหกรรมรวมพลคน TO BE NUMBER ONE และลงนาม MOU เป็นเครือข่ายขับเคลื่อน TO BE NUMBER ONE

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 มี.ค.ที่เรือนจำกลางระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานมหกรรมรวมพลคน TO BE NUMBER ONE และลงนาม MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 18 แห่ง เป็นเครือข่ายขับเคลื่อน และสนับสนุนดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE มีนายสมพงศ์ สมิทมัจโร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางระยอง นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน และลงนามดังกล่าว พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการแสดงของผู้ต้องขัง และบูธนิทรรศการและการดำเนินงานการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการ TO BE NUMBER ONE  ของเรือนจำกลางระยองด้วย

       นายสมพงศ์ สมิทมัจโร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางระยอง กล่าวว่า เรือนจำกลางระยอง ได้มีการตอบสนองนโยบายกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่น้อมนำโครงการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาสเพติด(โครงการ TO BE NUMBER ONE) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ ช่วยแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังโดยได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชมรม TO BE NUMBER ONE เรือนจำกลางระยอง ได้รับโล่ประทานรางวัลจากการประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ ในงานมหกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2565(ชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบระดับเงิน ประเภทชมในเรือนจำและทัณฑสถาน)เพื่อให้มีการพัฒนาการดำเนินงานโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ต้นแบบระดับทองอย่างประสิทธิภาพและประสิทธิผล รักษาคุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ การดำเนินงานโครงการฯ เกิดประโยชน์กับผู้ต้องขัง องค์กรและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบรรลุตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ จึงได้จัดให้มีงานมหกรรมรวมพลคน TO BE NUMBER ONE ขึ้นในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายฯ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานซึ่งกันและกัน และอันจะนำไปสู่การขยายผลและพัฒนาประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน และเพื่อให้สมาชิกเครือข่าย TO BE NUMBER ONE มีกำลังใจ มีความผูกพันพร้อมที่จะช่วยเหลือกัน ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน รวมทั้งเพื่อสร้างปัจจัย เพื่อการดำเนินงานที่ยั่งยืนต่อไปอีกด้วย.

Loading

ส.ปชส.ระยอง จัดกิจกรรมสโมสรคนสื่อตามโครงการการรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน ประเด็น การเลือกตั้ง นโยบาย และทิศทางประเทศที่ประชาชนต้องการ

     เวลา 09.00 น.  วันที่ 22 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุมเมืองระยอง ศูนย์การเรียนรู้เครือข่ายชุมชน IRPC อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง และกล่าวเปิดกิจกรรมสโมสรคนสื่อ : ประเด็นการสื่อสาร “การเลือกตั้ง นโยบาย และทิศทางประเทศที่ประชาชนต้องการ” ตามโครงการการรับฟังเสียงประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและตัดสินใจ โดยมีนางอลิสา โพธิ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดระยองสื่อมวลชนและเครือข่ายสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ได้แก่ สื่อทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุหลัก วิทยุชุมชน และ สื่อออนไลน์ รวม 30 คน เข้าร่วมกิจกรรม 

        รูปแบบการจัดกิจกรรมมีทั้งการบรรยายให้ความรู้เรื่องการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป ประจำปี พ.ศ 2566 ภายหลังมีการยุบสภา ซึ่ง กกต.จะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ภายใน 45 -60 วัน โดยนายใจเพชร สาครพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดระยอง และน.ส.สายฝน โชชัย คลังจังหวัดระยอง ให้เกียรติมาบรรยายให้ความรู้นโยบายด้านเศรษฐกิจ ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และประเด็นอื่นๆที่ประชาชนให้ความสนใจ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สะท้อนความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่เป็นนโยบายสำคัญในพื้นที่ เพื่อให้สื่อมวลชนนำไปขยายผลสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและตัดสินใจออกไปเลือกตั้งของประชาชนต่อไป