Loading

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มูลนิธิกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม จัด’กิจกรรมปลูกป่าชายเลน FOREST for LIFE’ที่ จ.ระยอง มุ่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และสร้างความมั่นคงให้กับแนวชายฝั่งทะเล

     เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ก.ค.ที่ชายหาดเรือหลวงรบประแส ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ดร.สราวุธ  แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน’FOREST for LIFE’ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มูลนิธิกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม มี ดร.ศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายวีรวิชญ์ ภมรสมิต พลังงานจังหวัดระยอง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส ผู้บริหารกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ คณะกรรมการมูลนิธิกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม กว่า 500 คน ร่วมปลูกต้นโกงกาง จำนวน 1,000 ต้น ลงบริเวณชายหาดดังกล่าว

     ดร.สราวุธ กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ร่วมกับบริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม ได้จัดตั้งมูลนิธิกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม เมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในหลายๆ พื้นที่ อาทิ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จังหวัดเพชรบูรณ์ ในช่วงปี 2548 – 2552 โครงการปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติฯ’ลดโลกร้อน ถวายพ่อ’จังหวัดจันทรบุรี ในระหว่างปี 2553 – 2555 โครงการปะการัง สร้างอาชีพ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา ในปี 2554 และ ปี 2559 เป็นต้น

      สำหรับปี 2566 นี้ มูลนิธิฯ ได้คัดเลือกพื้นที่บริเวณชายหาดด้านทิศตะวันออกของอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส เป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรมปลูกป่าชายเลน FOREST for LIFE เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และสร้างความมั่นคงให้กับแนวชายฝั่ง ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อจังหวัดระยอง ได้เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนในอนาคตได้อีกด้วย

Loading

ธนาคารยูโอบีเดินหน้าสร้างความรู้รู้เท่าทันภัยออนไลน์และบริหารภาษีอย่างไรให้เงินงอกเงย มุ่งสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการชาวระยอง

      เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 มิ.ย.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง คุณอนันต์ชัย ตันติภูษานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส Area 10 เป็นประธานการสัมมนาเรื่องการรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และบริหารภาษีอย่างไรให้งอกเงย แก่ผู้ประกอบการภาคขนส่งภาคตะวันออก และจังหวัดระยอง โดยมีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง บริหารภาษีอย่างไรให้เงินงอกเงย’ ‘The Finlab โครงการที่สนับสนุน SME ให้สามารถ Transform ธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล’ ‘รู้เท่าทันภัยออนไลน์’ ‘SMEs มีเฮ’ เป็นต้น โดยมีนายธนานันท์ เหลืองธนา นายกสมาคมขนส่งภาคตะวันออก ร่วมสัมมนาฯ ทั้งนี้การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วในจังหวัดระยอง มุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่มิจฉาชีพมีวิธีการที่แยบยลมากขึ้น และเรื่องเกี่ยวกับภาษี ที่จะบริการอย่างไรให้งอกเงย ถูกต้อง และถูกกฎหมาย

      คุณอนันต์ชัย กล่าวว่า ยูโอบี เป็นธนาคารของสิงคโปร์ มาประกอบธุรกิจในไทยกว่า 21 ปีแล้ว ซึ่งเชี่ยวชาญในธุรกิจ SMEs ยูโอบี ให้การสนับสนุนทั้งเทคโนโลยี know how และเงินสนับสนุนโดยเฉพาะธุรกิจ SMEs การสัมมนาดังกล่าว มุ่งสร้างความรู้ ความใจเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดธุรกิจของตนเอง.

Loading

นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติภาคตะวันออก EEC (นสช.EEC) รุ่นที่ 2 สถาบันการสร้างชาติ (NBI) จัดพิธีมอบรางวัลองค์กรสร้างชาติดีเด่น CNB AWARD NIGHT  เมื่อวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่นระยอง จังหวัดระยอง

     Corporate Nation-Building (CNB) เป็นโครงการต้นแบบครั้งแรกของประเทศไทยที่มุ่งพัฒนาการทำงานขององค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ วัด และโรงเรียน ให้เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการสร้างชาติ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาคน ระบบ และบริบทการทำงาน ที่สอดคล้องกับความยั่งยืน และมีส่วนสนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ  ส่งผลต่อการสร้างชาติ   องค์กรที่ผ่านการประเมินจะได้รับการรับรองเป็นองค์กร CNB และองค์กรที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบ โดยมีองค์กรในพื้นที่ภาคตะวันออก  โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าร่วมมากกว่า 60 องค์กร

         ในการมอบรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญเป็นผู้มอบรางวัลองค์กรสร้างชาติดีเด่น และมอบเกียรติบัตรรับรององค์กรสร้างชาติ รวมทั้งสักขีพยานจำนวนมาก อาทิ

– ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี 

– ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ

– คุณธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และประธานกิตติมศักดิ์ คณะนักศึกษาหลักสูตร นสช.EEC รุ่นที่ 2

– คุณสุพจน์ ต่ออาจหาญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

– คุณชัยพล ภูต้องลม ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดตราด

– คุณเจน นำชัยศิริ สมาชิกวุฒิสภา และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

– คุณสุรินทร์ จันทร์ชลอ ผู้อำนวยการภาคระดับสูง บริษัท เอไอเอ จำกัด  ประธานคณะนักศึกษาหลักสูตร นสช.EEC รุ่นที่ 2

– คุณสมรส แก้วมงคล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคณะนักศึกษาหลักสูตร นสช.EEC รุ่นที่ 2

– คุณเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดระยอง

– คุณภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จังหวัดระยอง

– คุณโสพิศ หมัดป้องตัว แรงงานจังหวัดระยอง

– คุณจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดระยอง

– กรรมการหอการค้าจังหวัดระยอง และชลบุรี

– กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และชลบุรี

ตลอดจนข้าราชการ นักธุรกิจ ผู้นำภาคประชาสังคมจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกกว่า 200 คน

ทั้งนี้องค์กรที่ได้รับโล่เกียรติคุณองค์กรสร้างชาติดีเด่น ทั้งหมด 4 หน่วยงาน ดังนี้

1. ภาครัฐกิจ ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระยอง

2. ภาคธุรกิจ ได้แก่ บริษัท อารยกรุ๊ป 2020 จำกัด จังหวัดชลบุรี

3. ภาดประชากิจ (โรงเรียน) ได้แก่ โรงเรียนมารีวิทย์พัทยา จังหวัดชลบุรี

4. ภาคประชากิจ (วัด) ได้แก่ วัดเทพธารทอง จังหวัดจันทบุรี

         ในส่วนขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการและได้รับเกียรติบัตรกว่า 60 องค์กร ทั่วภาคตะวันออก เช่น วัดโขดหิน, บริษัท บี.โอ.เอ็น ไลท์ติ้ง จำกัด, บริษัท บุรี คอน จำกัด, บริษัท ทีบีเคเค (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท วินเนอร์ สตาร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด, โรงเเรม สตาร์คอนเวนชั่น ระยอง, บริษัท ทีม เค พาวเวอร์ จำกัด, โรงเรียนคริสตสงเคราะห์, โรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์, โรงเรียนเซนต์โยเซฟ, โรงเรียนดาราสมุทร อรัญประเทศ, โรงเรียนดาราสมุทร สระแก้ว, สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1, ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดระยอง, คณะเทคโนโลยีสังคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี, บริษัท สวนพานหิน จำกัด, บริษัท ไทยเทค แมชชีน ดีไซน์ จำกัด, วัดสำนักทอง, บริษัท ภู คอนสตรัคชั่น จำกัด, บริษัท ชาญมั่นคง จำกัด, บริษัท ไมโคร เอ็นไวรอนเมนทัล จำกัด, บริษัท สยาม ดี.เค. เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนระยอง, บริษัท มิติ ดี จำกัด, บริษัท แม็กนั่ม เทรดดิ้ง จำกัด, โรงเรียนบ้านชุมทอง, โรงเรียนชุมชนบ้านตาหลังใน, โรงเรียนบ้านไร่สามศรี, โรงเรียบบ้านสามสิบพัฒนา, โรงเรียนวุฒินันท์, วัดตากวน, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระยอง, บริษัท อารยกรุ๊ป 2020 จำกัด, วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา, Coffee Zone Classic, บริษัท ระยองรัตน เซอร์วิส แอนด์ ไฮดรอลิค จำกัด, โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา , โรงเรียนมารีวิทย์ บ่อวิน, โรงเรียนมารีวิทย์ สัตหีบ, โรงเรียนวัฒนานุศาสน์, โรงเรียนบ้านโคกน้อย, โรงเรียนบ้านตาเลียว ,โรงเรียนประชาสงเคราะห์, โรงเรียนบ้านคลองหาด, โรงเรียนบ้านพรหมนิมิต ,โรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง, วัดเทพธารทอง, วัดเภตราสุขารมย์, วัดเขาลาน, วัดดอนสำราญ

Loading

โรงแยกก๊าซธรรมชาติประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รายงานการเปลี่ยนแปรงรายละเอียดโครงการ ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 7 (ครั้งที่2) ณ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง มีประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

      เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายสรไนย  เลิศอักษร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่แยกก๊าซธรรมชาติ เป็นประธานเปิดรับฟังความคิดเห็น โครงการโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 7 ตั้งอยู่บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 2 ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง ระยอง การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2  ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงแยกก๊าซฯหน่วยที่ 7 ได้รับความเห็นชอบจาก สผ.เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ โครงการฏรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 7 (ครั้งที่1) ได้รับความเห็นชอบจาก กนอ.เมื่อเมษายน 2566

      วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแยกก๊าซฯ ในภาพรวมของประเทศ และทดแทนหน่วยแยกก๊าซฯบางส่วนของโรงแยกก๊าซฯระยอง ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2529 รองรับก๊าซจากอ่าวไทยได้ 460 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และสามารถนำก๊าซธรรมชาติเหลวจากสถานีรับ-จ่ายแอลเอ็นจีที่อยู่ใกล้เคียง 460 ล้านลูกบาศก์ฟุน/ วันมาใช้ประโยนช์ด้านความเย็น และนำมาแยกก๊าซอีเทนที่เจือปนมาเพิ่มมูลค่า  โครงการปัจจุบันเริ่มปรับพื้นที่และก่อสร้างเมือ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 และคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการโครงการได้ ภายในปี 2568….000000

Loading

เปิดตัวยิ่งใหญ่  Zoomlion สาขาระยอง เฉลิมฉลองความสำเร็จกับธุรกิจทางวิศวกรรม ตอบโจทย์การใช้เครื่องจักรกลที่ดีที่สุดระดับโลก

    เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.66 ที่ บริษัทซูมไลอ้อน เฮฟวี่ อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด สาขาระยอง ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง  นายปราโมทย์ ฉันทน์มิตร นายกอบต.หนองละลอก ให้เกียรติเป็นประธานเปิดสาขา โดยมีนายเฉิน หลี่ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย นายอเล็กซ์ หลิว รองผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกันเปิดบริษัทซูมไลอ้อน เฮฟวี่ อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด สาขาระยอง ภายในงานได้รับเกียรติจากทางภาครัฐ ภาคเอกชน และปปช.ที่สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ในงานมีกิจกรรมมอบของรางวัลมากมายให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรถ เครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่นำมาแสดงโชว์สำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย

    นายเฉิน หลี่ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์รถเครนในเชิงวิศวกรรมของ Zoomlion ยึดถือ “การเป็นเครนที่ดีที่สุด” ชุดผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมเครนรถบรรทุก เครนสำหรับทุกพื้นที่ เครนตีนตะขาบ เครนบูมยืดไสลด์ตีนตะขาบ เครนล้อยางนอกถนน และเครนติดรถบรรทุก ครองอันดับ 1 ในประเทศจีนและอันดับ 3 ของโลกปี 2020 ในด้านผู้ผลิตเครื่องจักรประเภทเครื่องชักรอก Zoomlion เข้าสู่ตลาด มีการลงทุนและการสนับสนุนตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เครน Zoomlion มียอดขายเกือบ 1,000 คันประเทศไทย

      Zoomlion เป็นแบรนด์เครื่องจักรก่อสร้างที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 และในปี 2022 เป็นวันครบรอบ 30 ปีของ Zoomlion  ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการวิจัยและพัฒนา และการผลิตเครื่องจักรก่อสร้างและเครื่องจักรการเกษตร และเป็นหนึ่งในห้าบริษัทเครื่องจักรก่อสร้างชั้นนำของโลก กว่า 30 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์และบริการของ Zoomlion จำหน่ายในกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก บริษัทมีสาขาและบริษัทสาขาในเกือบ 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง อเมริกาใต้ และยุโรป ในปี 2565 ยอดขายของบริษัทมากกว่า 2 แสนล้านบาท

       ปัจจุบัน Zoomlion ประเทศไทยได้จัดตั้งสาขาในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ระยอง สุราษธานี ขอนแก่น นครราชสีมา รวมทั้งหมด 6 สาขา แต่ละสาขามีวิศวกรบริการ 4-5 คน และรถบริการ 2-3 คันเพื่อให้บริการนอกสถานที่ และมีอะไหล่บริการจะจัดเก็บไว้ในแต่ละสาขาเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถบริการลูกค้า โดยจนท.บริการจะไปถึงหน้างานภายใน 1-2 ชั่วโมงและแก้ไขปัญหาได้ภายใน 1 วัน หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้มากกว่า 3 วัน เราจะให้บริการรถสำรองเพื่อให้ท่านใช้งาน  มีการสำรองอะไหล่ ชิ้นส่วนหลัก และอะไหล่สิ้นเปลืองอยู่ในสต็อก 100% และยังให้การสนับสนุนบริการข้อมูล Big Data ของอุปกรณ์ให้กับลูกค้าทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการทำงานของอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องออกจากบ้าน ตามสโลแกนที่ว่า ไม่ว่าเมื่อไร ที่ไหน ลูกค้าเรียกหา เราพร้อมบริการถึงที่ …00

Loading

จ.ระยอง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566 ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ 200 นาย ระดมกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่

      เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 มิ.ย.ที่บริเวณสวนศรีเมือง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นประธานพิธีประกาศเจตนารมณ์’รวมพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด’เปิดปฏิบัติการปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดระยอง อส.และ อปท.จำนวน 200 นาย กวาดล้างยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566

      นายไตรภพ กล่าวว่า เนื่องด้วยในวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ และรัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ มีความเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ควบคุมมิให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสงบสุขของประชาชน โดยในปี 2566 นี้ ได้กำหนดทิศทางการดำเนินการภายใต้โครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นการบูรณาการของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด นำไปสู่จุดมุ่งหมาย’สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด’อย่างยั่งยืน จังหวัดระยอง ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดดังกล่าว สอดรับกับนโยบายการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดระยองอย่างจริงจัง ที่ยกให้เป็นวาระเร่งด่วนของจังหวัด จึงได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดดังกล่าวขึ้น มุ่งให้สังคม และปลอดจากยาเสพติด มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนสืบไป….0000

Loading

    จ.ระยอง บวงสรวงดวงวิญาณ สุนทรภู่ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 237 ปี กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และยูเนสโกยกย่องเป็นกวีเอกของโลก

     เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 26 มิ.ย.66 ที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสุนทรภู่ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 237 ปี โดยได้มีพิธีบุญตักบาตรพระสงฆ์  พิธีพราหมณ์ และวางกระเช้าดอกไม้สด เพื่อเป็นการสักการะและรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านสุนทรภู่ มหากวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นบุคคลสำคัญของโลกได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นกวีเอกของโลกด้านงานวรรณกรรม ซึ่งท่าน’สุนทรภู่’ถือว่าเป็นกวีที่มีความชำนาญทางด้านบทกลอนนิทานและกลอนนิราศ อาทิ นิราศเมืองแกลง นิราศเมืองเพชร นิราศภูเขาทอง ประเภทเสภามี 2 เรื่อง คือขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม และพระราชพงศาวดาร และประเภทกลอนนิทาน อาทิ พระไชยสุริยา สิงหไกรภพ พระอภัยมณี และโคบุตร เป็นต้น โดยเฉพาะพระอภัยมณี ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดของวรรณคดีประเภทกลอนนิทานด้วย

        สำหรับกิจกรรมงานวันรำลึกถึงสุนทรภู่ปีนี้ กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25-27 มิ.ย.นี้ มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การแสดง แสง สี เสียงสื่อผสมสดุดีสุนทรภู่ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม และการประกวดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงของศิลปินแห่งชาติ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และศิลปินดารา อาทิ ข้าวทิพย์ ธิดาดิน,กาน ทศน,เบลล์ นิภาดา พร้อมทั้งบูธจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าต่างๆ อีกด้วย….000

Loading

GC ร่วมกับ สมาคมวิศวกรรมเคมีฯ จัดงานประชุม “TNChE 2023” ยกระดับอุตสาหกรรมเคมีเติบโตอย่างยั่งยืน

       เมื่อวันที่ 20-23 มิถุนายน 2566 พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ สมาคมวิศวกรรมเคมีและเคมีประยุกต์แห่งประเทศไทย และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) จัดงานมหกรรมนิทรรศการและประชุมวิชาการด้านวิศวกรรมเคมีและเทคโนโลยีเคมี ประจำปี 2566 จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย หรือ “2nd Thailand National Chemical Engineering & Chemical Technology Asia 2023: TNChE 2023” โดยมี นายพรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานโอเลฟินส์ ร่วมงานประชุม และ ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร เป็นตัวแทนรับมอบโล่ Event partners ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานนี้ ณ โรงแรมรอยัลคลิฟ พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยทางด้านเทคโนโลยี ยกระดับอุตสาหกรรมเคมีไทย และรวบรวมต่อยอดฐานเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญของประเทศ พร้อมเดินหน้าเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทุกภาคส่วน มุ่งสู่ความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

        ภายในงาน TNChE 2023 มีการจัดประชุมสัมมนาจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรมของไทย คณาจารย์และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งมีประสบการณ์ในเทคโนโลยีสะอาดและการทำงานในอุตสาหกรรมเคมี สามารถสร้างความเชื่อมโยงและสร้างเครือข่าย เพื่อการร่วมมือในอนาคตอันใกล้ ผ่านหัวข้อหลากหลายมิติที่เป็นที่สนใจของโลกในขณะนี้ อาทิ เทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเคมี เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ การใช้พลังงานสะอาด การชดเชยคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ รวมถึงการยกระดับการดำเนินงานและความปลอดภัย เป็นต้น

     พร้อมกันนี้ยังมีการจัดบูธนิทรรศการ CHEMISTRY FOR BETTER LIVING จาก GC มีสินค้า Upcycling by GC มาแสดงให้ชม ถ้าสนใจ ก็สามารถ Scan QR Code เข้าไปเลือกซื้อกันได้ด้วย

Loading

‘นะ ระยอง’ เซียนพระชื่อดังเมืองระยอง ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลเปิดโรงปั๊มเหรียญพระเครื่อง

       เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานะ สุขสุวานนท์ หรือ ‘นะ ระยอง’ เซียนพระชื่อดังเมืองระยอง ได้เปิดโรงปั๊มเหรียญวัตถุมงคลชื่อ หจก.โรงปั๊มเหรียญยักษ์ใหญ่ 168(ระยอง)ตั้งอยู่เลขที่ 75/1 ม.1 ซอยศรีเจริญ ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

         โดยได้จัดให้มีพิธีพราหมณ์บวงสรวงองค์พระวิษณุกรรม พิธีสงฆ์ทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระ มีพระครูบวรสาธุกิจ หรือ พระอาจารย์จิ้ม เจ้าอาวาสวัดศรีมโนภาสสถิตย์พร พระเกจิชื่อดังเมืองระยอง มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประพรมน้ำมนต์ เจิมป้ายหน้าโรงปั๊มเหรียญฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทในวงการพระเครื่อง เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง โดยโรงงานปั๊มเหรียญฯ ดังกล่าว จะรับผลิตและออกแบบ แกะบล็อก และปั๊มเหรียญวัตถุมงคล เหรียญพระเครื่องเกจิอาจารย์ ทุกชนิด ราคามาตรฐานดำเนินงานโดย ‘นะ ระยอง’ ติดต่อสอบรายละเอียดที่โทร.091-7391999

Loading

พาณิชย์นนทบุรี ผลักดันนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านกลไกการสร้างเศรษฐกิจเข้มแข็งให้กับชุมชน ดำเนินการผลักดันสินค้าชุมชนสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เป็นได้มากกว่าสินค้าชุมชน หรือ เรียกว่า Local Plus

      จังหวัดนนทบุรี ถือได้ว่าเป็นเมืองที่สองของกรุงเทพฯ มีการยกระดับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ การเชื่อมต่ออย่างกลมกลืนจากเมืองหลวง บทบาทที่สำคัญที่ต้องพัฒนาให้ทันกับเมืองหลวง และเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ที่ต้องเข้มแข็งเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับวงล้อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ นนทบุรี เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายในด้านวัฒนธรรม ท่องเที่ยว แหล่งการเกษตร ความหลากหลายถูกผสมผสานอย่างลงตัว พาณิชย์จังหวัดจึงเร่งผลักดันให้กลุ่มสินค้าเด่น สินค้าที่มีอัตลักษณ์ สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ให้เป็นมากกว่าสินค้าชุมชน    สร้างศักยภาพให้กับสินค้าเหล่านั้น เรียกได้ว่าการคัดสรรมาจากสามเสาหลัก ได้แก่

1. กลุ่ม BCG ที่มุ่งเน้นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2. กลุ่มสินค้าอัตลักษณ์ ที่ต้องการรักษาภูมิปัญญา รักษาไว้ซึ่งความเฉพาะถิ่น โดยจะพัฒนาให้ร่วมสมัย รักษาภูมิปัญญา แต่พัฒนาต่อยอดให้ขายได้

3. กลุ่มสินค้านวัตกรรม ที่ต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าชุมชน โดยจะช่วยพัฒนาสินค้าให้น่าสนใจ มีการใช้นวัตกรรม และมีคุณค่ามากกว่าเดิม

      สินค้าชุมชนหลักๆ ที่เราจะนำร่องสู่ Local Plus และ BCG Plus ได้แก่ ชาเกาะเกร็ด ชาไทยหน่อกะลา ที่มีอัตลักษณ์ความเป็นชาจากเกาะเกร็ด หนึ่งเดียวในประเทศ ที่เป็นแหล่งปลูกและผลิตชา จากพืชรางแดง และหน่อกะลา  สินค้าที่มีภูมิปัญญาจากพี่น้องในเกาะเกร็ด ไม่เพียงแต่จะมีสินค้าเด่นอย่างเครื่องปั้นดินเผา ยังมีสินค้าที่จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกหลายรายการ อีกทั้งยังมีสินค้าที่นำนวัตกรรมเข้ามาต่อยอดเพิ่มมูลค่า อาทิ น้ำพริกสำเร็จรูปแคบซูล ผ้ามัดย้อมสีจากธรรมชาติ อาหารทะเลอบโอโซน เฟอร์นิเจอร์ไม้แบบพับ อาหารเพื่อสุขภาพ เห็ดอบกรอบ ใบบัวบกทอดกรอบ ผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นต้น

        นายสงกรานต์ เพ็ชรน้ำเขียว พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการตลาด การยกระดับศักยภาพด้านการผลิต การประชาสัมพันธ์ให้กับสินค้าLocal Plus  เพิ่มช่องทางการจำหน่าย ตลอดจนการหาคู่ทางธุรกิจผ่านเวทีต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าจากเดิม ได้มากกว่า 30%….