Loading

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2566 เร่งสร้างการตระหนักรู้แก่เกษตรกรรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ่ และลานีญ่า

    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 ส.ค.ที่ห้องสุนทรภู่ โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่นระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นางอุบล มากอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมการเกษตร เขต 3 จ.ระยอง น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกปี 2566ของกรมส่งเสริมการเกษตร มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเขต 3 ระยอง และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล อำเภอ จังหวัดจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมงานแถลงข่าว ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งเสริม จัดระบบ วางแผนการผลิตพืชผลทางการเกษตรแก่เกษตรในแต่ละพื้นที่ให้มีผลผลิตต่อเนื่องตลอดปี ให้เป็นไปตามแผนสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2565-2570

      นายกฤษ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะคณะทำงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้หรือ คกก.ที่ดูแลการบริหารจัดการผลไม้ไทย ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลไม้มากกว่า 57 ชนิด ไปทั่วโลก รวมไปถึงการบริโภคในประเทศด้วย สิ่งสำคัญที่กรมส่งเสริมการเกษตร ทำหน้าที่คือ การบริหารด้านการผลิตให้มีปริมาณที่เพียงพอ เหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ซึ่งจะส่งผลถึงระดับราคา ขณะเดียวกันก็ต้องยกระดับเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานเพื่อให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของตลาด ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบ นอกจากนั้นจะเป็นการบริหารเกี่ยวกับดีมานด์ซัพพลาย หรือกลไกการตลาด ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ก็มี คกก.จากหลายหน่วยงานที่มาร่วมช่วยกันบริหารให้เกิดความสมดุลในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งสินค้าเกษตรอาจจะบริหารไม่ได้ง่ายเหมือนสินค้าอุตสาหกรรม แต่ว่าโดยเนื้อหาประเทศไทยก็มีการบริหารด้านดีมานด์กับซัพพลาย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ก็ช่วยดูแล และควบคุมด้านปริมาณดีมานด์ซัพพลายให้สอดคล้องกับปริมาณสินค้าเกษตรที่ผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดที่มคุณภาพ และเหมาะสม 

     นายกฤษ ยังกล่าวถึงการรับมือปัญหาเอลนีโญ่ที่จะกระทบภาคการเกษตรด้วยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวใน 2 ส่วนคือ 1.เอลนีโญ่ และลานีญ่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก เกษตรกรไทยรับรู้ภัยแล้ง น้ำท่วมหมุนเวียนเป็นวัฏจักรตลอดมา เพียงแต่ว่าในกระแสสังคมเมืองอาจจะตกใจกับปรากฏการณ์ดังกล่าว ส่วนภาคการเกษตร ตัวเกษตรกรนั้นรับรู้ และเตรียมรับมืออยู่แล้ว พร้อมที่เผชิญกับปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยธรรมชาติเกษตรกรจะรู้ว่าแต่ละปีจะเข้าสู่วงรอบเอลนีโญ่ หรือลานีญ่า เกษตรกรจะรู้เตรียมรับมือหาแหล่งน้ำสำรอง ขณะที่ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ก็จะมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้เกษตรกร เตรียมความพร้อมโดยเฉพาะพื้นที่ใดจำเป็นที่จะต้องระวังการใช้น้ำ ก็จะมีการเร่งสร้างการตระหนักรู้ หรือเตือนเกษตรกรให้รับรู้รับทราบ นอกจากนี้ในเรื่องของปัจจัย แหล่งน้ำก็ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าไว้ มีการสะสมแหล่งน้ำสำรอง มีการให้ข้อมูลแก่เกษตรกรเตรียมการสำรองน้ำ รวมไปถึงการแนะนำให้งดการปลูกพืชเกษตรที่มีการใช้น้ำสูง และส่วนที่ 2 เป็นเรื่องของการใช้น้ำภาคประชาชนที่ใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคและภาคเกษตร ซึ่งเกษตรกรต้องใช้ หลายภาคส่วนจะต้องช่วยกันสร้างการรับรู้ของการใช้น้ำทั้ง 2 ภาคส่วน เพื่อให้สมดุลเพียงพอ และไม่ขาดแคลน กรมส่งเสริมการเกษตรก็จะช่วยในการสร้างการตระหนักใช้น้ำด้วย.

Loading

BST ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมาบตาพุด “ห่วงใย..ใส่ใจสุขภาพชุมชน” จัดโครงการมหกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ BST ประจำปี 2566

     บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (BST) ได้จัดทำแผน ร่วมกับสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดทำโครงการ “มหกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ BST ประจำปี 2566″ ในระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08:00 – 14:30 น. โดยจัดพิธีเปิดโครงการ วันที่ 11 สิงหาคม 2566 โดยได้รับเกียรติจากคุณถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และคุณชาตรี ชื่นชมสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (BST) กล่าววัตถุประสงค์ นอกจากนี้ยังร่วมมอบเครื่องผลิตออกซิเจนในโครงการ Virtual Run for Love “วิ่งเท่าไหร่ จะถึงใจเธอ 2023 เป็นจำนวนเงิน 53,325 บาท จำนวน 2 เครื่อง ให้กับกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้พิการเมืองมาบตาพุด ณ ศูนย์บริการสาธารณสุขเนินพยอม (ตึก M) ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

     ทั้งนี้บริษัท กรุงเทพ ชินธิติกส์ จำกัด หรือ BST มีแผนงานด้าน CSR โดยมุ่งเน้นในการดูแลสุขภาพพี่น้องชุมชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุดโดยมุ่งหวังให้พี่น้องชุมชนมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และได้รับการดูแลรักษาในกรณีเจ็บป่วยได้อย่างสะดวก ทั่วถึง และลดภาระค่าใช้จ่าย จึงได้มีการจัดทำโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ตลอดการดำเนินโครงการที่ผ่านมามีพี่น้องชุมชนมารับบริการรวมกว่า 10,000 ราย และในปี 2566 จึงทำแผนร่วมกับสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมาบตาพุด ในการออกหน่วยให้บริการเชิงรุก ณ ศูนย์บริการสาธารณสุขในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด รวม 7 แห่ง และมีแผนออกให้บริการรวม 13 ครั้ง

      ทางบริษัทฯ มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จะเป็นทางเลือกในการให้บริการที่เกิดประโยชน์แก่พี่น้องชุมชนอย่างแท้จริง และ ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณทุกๆ ภาคส่วนที่มีส่วนช่วยสนับสนุนและดำเนินโครงการร่วมกันกับทางบริษัทฯ เพื่อตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วนต่อไป..000

       ธนัญธร   รวงผึ้ง  รายงาน

Loading

BST Group รับรางวัลธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ธงขาว-ดาวทอง และธงขาว-ดาวเขียว ประจำปี 2565 จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

     เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 คุณภูษิต เทพเกลี้ยง รองผู้จัดการโรงงาน บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (BST) คุณวุฒิกร มัธยมชาติ รองผู้จัดการบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด (SITE2 NBL) และคุณเกษรินทร์ รักษาสังข์ ผู้จัดการส่วนอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส จำกัด (BSTE) เป็นตัวแทนเข้ารับประกาศเกียรติคุณธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยยอดเยี่ยม ประจำปี 2565 (ธงขาว-ดาวทอง : Gold Star Award) จำนวน 3 รางวัล จากคุณวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัล และรับมอบประกาศเกียรติคุณ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ประจำปี 2565 (ธงขาว-ดาวเขียว : Green Star Award) จำนวน 3 รางวัล  จากคุณพรเทพ ภูริพัฒน์ รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมทั้งหมด 6 รางวัล ณ โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง

      รางวัลธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยจะพิจารณามอบให้แก่องค์กรที่มีการรักษามาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความปลอดภัยและด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับดีเยี่ยม ซึ่งจัดขึ้นโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของโรงงานอุตสาหกรรม และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจ โดยชุมชนและอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

Loading

GPSC Group จับมือภาคีเครือข่าย “ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี 2566”

        เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 คุณสมชัย กลิ่นสุวรรณมาลี ผู้จัดการส่วนกิจการเพื่อสังคมในฐานะผู้แทนกลุ่มจีพีเอสซี ร่วมกับภาคีเครือข่ายและภาครัฐ จัดกิจกรรม“ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประจำปี 2566” ณ กลุ่มประมงเรือเล็กตากวน-อ่าวประดู่ จังหวัดระยอง ซึ่งได้รับเกียรติจากนายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยในกิจกรรมครั้งนี้ได้ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำประเภท หอยหวาน จำนวน 5,000 ตัว กุ้งแชบ๊วย จำนวน 200,000 ตัว ปลากะพงขาว 2,500 ตัว ลูกปู 1,500,000 ตัว กุ้งกุลาดำ จำนวน 150,000 ตัว และพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปูม้า จำนวน 200 ตัว รวมทั้งสิ้น 1,857,700 ตัว เพื่อเป็นการขยายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนลงสู่ทะเลต่อไป นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นมะพร้าวอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชายทะเล

         กิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์อาชีพชาวประมง การเรียนรู้วิถีชีวิตคนท้องถิ่น เพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มประมงโดยรอบ สร้างสมดุลระบบนิเวศวิทยาและยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อม สู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน…000

ธนัญธร รวงผึ้ง รายงาน

Loading

ททท.สำนักงานระยอง ชวนเที่ยวย่านเมืองเก่าถนนยมจินดา ภายใต้คอนเซปต์  “ยมจินดามาแล้วจะรัก” 

      วันที่ 8 ส.ค.66 ที่บริเวณลานวัฒนธรรมถนนยมจินดา ย่านเมืองเก่า ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นายวิโรจน์ มโนพรสกุล รองนายกเทศมนตรีนครระยอง นายโชดก วิริยะพงษ์ ประธานชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองเก่า และน.ส.พรทิพย์ วีระพันธุ์ ผจก.ฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก.(มหาชน) ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน’ยมจินดา มาแล้วจะรัก’จัดโดย ททท.สำนักงานระยอง เทศบาลนครระยอง บริษัทสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก.(มหาชน) ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองเก่า โดยในงานจะมีการเนรมิตถนนยมจินดาย่านเมืองเก่าด้วยแสงไฟอลังการตระการตาประดับประดาตลอดแนวถนน ตกแต่งโคมไฟสวยงามตามอาคารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านบุญศิริ บ้านสัตย์อุดม ตึกกี่พ้ง และศาลเจ้าแม่ทับทิม และยังมีกิจกรรม Workshop ดนตรี การแสดงศิลปะและการจำหน่ายสินค้า อาหารพื้นบ้านจากผู้ประกอบการร้านค้าในชุมชน

      โดยกิจกรรมมีการแบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกัน โซนที่ 1 มีกิจกรรมภายใต้คอนเซปต์’ศาสตร์ศิลป์ ถิ่นระยอง ตะหลาดโรงสี งานศิลปะ’จากกลุ่มศิลป์ศิลป์ระยอง Work shop ดนตรี การแสดงโบโซ่ และมาสคอต โซนที่ 2 ‘วิถีถิ่นระยอง ลานวัฒนธรรม&บ้านสัตย์อุดม’ มีโซนอาหารพื้นบ้าน ย่านป่าขนมไทย การแสดงดนตรี และจุดถ่ายภาพ และโซนที่ 3 ‘วิถีแห่งศรัทธา ศาลเจ้าแม่ทับทิม มีโซนอาหารจำหน่ายและการแสดงดนตรีจีน พร้อมกับมีการจุดชมการแสดงต่างๆ ด้วย ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และกระตุ้นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมกับอนุรักษ์ชุมชนประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่เมืองระยองยาวนานกว่า 100 ปี ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการร้านค้าในชุมชนไปจนถึงแหล่งชุมชนใกล้เคียงด้วย รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเมืองเก่าให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อให้ นทท.ทั้งชาวไทยและต่างชาติได้เห็นคุณค่าของเมืองในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของเมืองระยอง และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าภาพรวมในพื้นที่ตัวเมืองระยองอีกด้วย โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 12-13 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น.ที่บริเวณถนนยมจินดา อ.เมือง จ.ระยอง

         สำหรับถนนยมจินดา จังหวัดระยอง เป็นย่านเมืองเก่า ซึ่งในอดีตเป็นแหล่งการค้าแห่งแรกของเมืองชายทะเลตะวันออก เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าแม่ทับทิมอายุกว่า 140 ปีที่อยู่คู่ชุมชน ตึกเก่ากี่พ้ง สไตล์ชิโน-โปตุเกส ไปจนถึงบ้านบุญศิริสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ทั้งนี้ ประชมชนที่สนใจเข้าเที่ยวชมงานสอบถามรายละเอียดเพื่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานระยอง โทร 038-655420-1

Loading

สมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง ลงนาม MOU กับ 14หน่วยงานภาคีเครือข่าย มุ่งยกระดับธุรกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ในพื้นที่และประเทศ

   เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 ส.ค.66 ที่ห้องมณฑา โรงแรมโนโวเทลระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อ.เมือง จ.ระยอง   นางพิศมัย ศุภนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง ลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU กับภาคีเครือข่ายหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 14แห่ง ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในอาชีพการบริการที่พักและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง เพื่อมุ่งยกระดับธุรกิจการท่องเที่ยวให้สอดคล้องและทันต่อเหตุการณ์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงและเพิ่มรายได้ของจังหวัดระยอง โดยมีหน่วยงาน 14ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa), สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก (THA-Eastern Chapter), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.),สมาคมไทยอินเดียพัทยา,สมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด,สมาคมผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มจังหวัดระยอง,วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา,วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง วิทยาลัยเทคนิคระยอง,วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย,วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีชี,โรงเรียนวิบูลวิทยา ชมรมโรงเรียนเอกชนในจังหวัดระยองร่วมลงนามในบันทึก ข้อตกลงดังกล่าว

       นางพิศมัย ศุกนันตฤกษ์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า “สมาคมฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือจึงได้บรรจุแผนงานสำคัญภายใต้แผนด้านความร่วมมือนวัตกรรม ปี พ.ศ.2566-2570 โดยมีการท่องเที่ยวเป็นจุดหมายสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูงบนฐานมรดกทางธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับจังหวัดระยองและประเทศ มีนายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.ระยอง และการท่องเที่ยวและกีฬาระยองเป็นสักขีพยานโดยเน้นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันกับเครือข่ายองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ขับเคลื่อนและเพิ่มศักยภาพความสามารถในการแข่งขันสู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง สร้างความยั่งยืน และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดระยองและประเทศต่อไป….

Loading

จ.ระยอง เตรียมรับนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาปฏิบัติราชการ ติดตามโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด  ระยะที่ 3 เป็นข้อมูลส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อ

     เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี และคณะสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานที่ เพื่อเตรียมรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาปฏิบัติราชการลงพื้นที่ติดตามโครงในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในวันที่ 9 ส.ค.นี้  มีนายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง นายฉกาจ พัฒนศรี ผอ.สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นายอนุชิต สวัสดิ์ ผอ.สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

โดยนายกรัฐมนตรี จะเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ โครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และติดตามความก้าวหน้าโครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi ติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศในการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ การพัฒนาบุคลากรสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูง ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ และเดินทางไปการติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 สำรักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง พร้อมเยี่ยมชมการปลูกพันธุ์ไม้เมืองหนาว โดยใช้ความเย็นจากก๊าช LNG ของ บ.พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งการเดินทางมาติดตามความคืบหน้าภาพรวม EEC ในพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อเป็นข้อมูลส่งต่อให้กับรัฐบาลใหม่ต่อไป.

Loading

ททท.จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ชวนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใน 5 ภูมิภาคของประเทศ ภายใต้งาน’มหกรรมเที่ยวข้ามภาค@ระยอง’

    เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่าระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ชมพูน้อย ผอ.ททท.ภูมิภาคภาคใต้ นางศิรินุช สุทธิรัตน์ รอง ผอ.ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง นางกัญชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง และน.ส.ธนิชยา ชินศิระประภา รองประธานหอการค้าจังหวัดระยอง ร่วมเปิดงานส่งเสริมการขาย การท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค ภายใต้ชื่องาน’มหกรรมเที่ยวข้ามภาค@ระยอง’ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค.นี้ เวลา 11.00 น.-21.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง ภายในงานมีบูธส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการจากทั่วประเทศกว่า 50 ราย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก, รถเช่า, กิจกรรมท่องเที่ยว, อาหารถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) และมีการเจรจาธุรกิจในรูปแบบ B2B เพื่อเป็นช่องทางในการส่งเสริมการขายข้ามภูมิภาค และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจผ่านการพบปะระหว่างผู้ประกอบการข้ามภูมิภาคด้วย

     นอกจากนี้ ททท.ยังมอบความพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงานด้วยโชคสองชั้น ได้แก่ โชคชั้นที่ 1 เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน ครบทุก 1,000 บาท รับคูปองแทนเงินสด 100 บาท (จำนวน 50 สิทธิ์/วัน) เพื่อใช้ซื้อสินค้าภายในงานเพิ่มได้อีกหนึ่งต่อโชคชั้นที่ 2 เมื่อซื้อสินค้าภายในงาน ครบทุก 3,000 บาท ลุ้นรับของรางวัลมากมาย (จำนวน 30 สิทธิ์/วัน) อาทิ ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ เส้นทางบินภายในประเทศ จากสายการบิน Thai Smile โรงแรมหรู 5 ดาว บัตรเติมน้ำมันบางจาก และอื่นๆ อีกมากมายอีกด้วย

     พร้อมกันนี้ ททท. ยังมอบความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยเว็บไซต์ www.tourismdepartmentstore.com หรือ “ห้าง ททท.” ที่รวบรวมดีลสุดพิเศษจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไทยกว่า 300 ร้านค้า โดยมอบส่วนลดสุดพิเศษสูงสุด 60% พร้อมส่วนลดพิเศษ on top จากแอพพลิเคชั่น Klook สูงสุดกว่า 12% และอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต มอบส่วนลดสูงสุด 50%, Baba Beach club Huahin by ศรีพันวา มอบส่วนลดสูงสุด 60% เป็นต้น โดยภายในเว็บไชมีการจำลอง แบ่งหมวดหมู่ของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวตามประเภทเป็น 5 ชั้น ให้คล้ายคลึงกับห้างสรรพสินค้าออนไลน์ขนาดย่อม ได้แก่ ชั้นที่ 1 Accommodation:โรงแรม รีสอร์ท ชั้นที่ 2 Experience : กิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ กิจกรรมดำน้ำ ปีนเขา เป็นต้น ชั้นที่ 3 Transportation:บริการรถเซ่า ชั้นที่ 4 Local Tour : โปรแกรมท่องเที่ยวชุมชน และชั้นที่ 5 Flash Sale :จัดรายการโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับคนชอบเที่ยวจากผู้ประกอบการ อาทิ โรงแรม ที่พัก แพ็กเกจท่องเที่ยว ราคาพิเศษ เป็นต้น ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในห้าง ททท.ได้ทั้งช่องทางออนไลน์ และ”ห้าง ททท.” ภายในงานได้อีกด้วย พลาดไม่ได้ “มหกรรมเที่ยวข้ามภาค@ระยอง วันที่ 4-6 ส.ค.นี้ ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ระยอง จังหวัดระยอง หรือ www.tourismdepartmentstore.com ติดตามรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Amazing Thailand และ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

Loading

สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง เปิดการแข่งขันกีฬาท้องถิ่น’มหกรรมกีฬาระยอง เกมส์ 2023’มุ่งพัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขันของนักกีฬา ตลอดจนสร้างมิตรภาพน้ำใจนักกีฬา

     เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 5 ส.ค.66 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันชมรมกีฬาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น’มหกรรมกีฬาระยอง เกมส์ 2023’ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-31 ส.ค.นี้ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง มีนายวิเชียร แสงวงศ์กิจ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง นำคณะกรรมการสมาคมฯ เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่

       โดยมีขบวนพาเหรดนำนักกีฬาเข้าสู่สนาม และมีการแสดงโชว์ของ อสม.ระยอง จำนวน 1,500 คน เป็นการสร้างสีสันพิธีเปิดฯ พร้อมมีการจุดพลุ และพิธีจุดคบเพลิงเริ่มการแข่งขันกีฬา ‘มหกรรมกีฬาระยอง เกมส์ 2023’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกีฬาที่ใช้แข่งขัน 27 ชนิดกีฬา ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างมิตรภาพน้ำใจนักกีฬา และความสามัคคีของ ประชาชนชาวจังหวัดระยองอีกด้วย.

Loading

ชาวบ้าน 14 หมู่บ้านตำบลกระแสบน จ.ระยอง แห่เทียนพรรษานำถวายวัดในวันเข้าพรรษา มุ่งส่งเสริมอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้คงอยู่คู่คนไทยสืบไป

     เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 31 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านจาก 14 หมู่บ้านใน ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา นำถวายวัดกระแสบนคูหาสวรรค์ โดยมีนายบุญสืบ แกล้วกล้า กำนันตำบลกระแสบน นายสงวน แสงวงศ์กิจ กก.ผจก.บ.สหกิจแกลง และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นายอนุรุธ บุญเหลือ นายก อบต.กระแส นายทิณกรณ์ วงศ์พึ่ง และนายทรงฤทธิ์ แกล้วกล้า รองนายก อบต.กระแสบน ร่วมกิจกรรมฯ โดยมีการตั้งขบวนนางรำแต่งตัวผ้าไทยแห่หน้าขบวนรถยนต์ และรถ จยย.พ่วงข้าง ก่อนจะเวียนโบสถ์ 3 รอบ และนำเทียนพรรษา และเงินจตุปัจจัยถวายพระสงฆ์

       ทั้งนี้กิจกรรมแห่เทียนจำนำพรรษาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาแต่โบราณให้คงอยู่กับคนไทยตลอดไป ให้เด็ก เยาวชน ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนลด ละ เลิก อบายมุขต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ส่งเสริมให้ ประชาชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนการร่วมแรง ร่วมใจของ อปท.และภาค ประชาชนให้เกิดความรักความสามัคคีของคนในชุมชนอีกด้วย.