Loading

ตร.สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง รวบ 2 ผัวเมียยกเค้าตู้เซฟบ้านหรูในสนามกอล์ฟ โดยมีญาติเป็นผู้รับเหมาต่อเติมบ้านเป็นคนชี้เป้า ก่อเหตุโชกโชนจนร่ำรวยมีทรัพย์สินรวมกว่า 5 ล้าน แถมซื้อรถยนต์แถมป้ายทะเบียนประมูล สารภาพเป็นความท้าทายในการเข้าไปลักขโมยทรัพย์สิน โชว์เหนือก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวได้

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 เม.ย.67 ที่ สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.บ้านฉาง นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.บ้านฉาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านฉาง แถลงข่าวจับกุม 2 ผัวเมียก่อเหตุลักทรัพย์ตู้เซฟในหมู่บ้านเวลาน่ากอล์ฟเฮ้าส์ ในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ม.4 ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ทราบชื่อคือ นายชาติชาย ผาสุก อายุ 45 ปี และ น.ส.แสงเดือน แสงฉวี อายุ 43 ปี พร้อมยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน ประกอบด้วย คีมตัดเหล็กใช้ก่อเหตุ 1 อัน รถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลข ขฉ 6699 ชลบุรี รถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีเทา หมายเลขทะเบียน 6 1009 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ โตโยต้า รีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 ฒร 1253 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ 2 คัน อาวุธปืนสั้น ขนาด 11 มม.จำนวน 2 กระบอก ตู้เซฟ ยี่ห้อคิงส์ คอบบร้า ขนาด 400×500 จำนวน 1 ตู้ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องใบเสร็จรับจำนำของจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน กำไลทองคำ น้ำหนัก 15.37 จำนวน 1 วง แหวนทองคำ จำนวน 2 วง จี้สร้อยคอทองคำ กางเขน 1 ชิ้น ที่ตรวจยึดมาได้จากร้านขายจิวเวลรี่แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

       ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 19.00-24.00 น. ของวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง ได้รับแจ้งจาก น.ส.ธีรธิดา อายุ 43 ปี มีเหตุคนร้ายเข้าไปงัดบ้านพักในสนามกอล์ฟ ตรวจสอบทรัพย์สินพบตู้เซฟเก็บทรัพย์สินมูลค่า 2 ล้านบาท หายไป และตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบผู้ก่อเหตุ 5 คน เข้าไปในบ้านรื้อค้นทรัพย์สินและเอาตู้เซฟใส่รถเก๋งจอดอยู่ข้างรั้ว ขับหลบหนีไป กระทั่งวันที่ 3 เม.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า คนร้ายเป็น 2 ผัวเมีย จึงนำกำลังติดตามจับกุม จนทราบว่า ทั้ง 2 คน กำลังขับรถยนต์จะเดินทางไป จ.จันทบุรี สกัดจับได้บริเวณสี่แยกไฟแดงในพื้นที่ สภ.นายาอาม จ.จันทบุรี จึงนำตัวมาสอบสวน และนำตัวไปชี้จุดนำตู้เซฟไปทิ้งบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำรัชชโลทรใน จ.ชลบุรี และขยายผลติดตามของกลางที่ผู้ต้องหานำไปขาย

       พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับผู้ต้องหาที่เป็นญาติกันอีก 4 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี ร่วมกันก่อเหตุ โดย 1 ในญาติกันเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างต่อเติมบ้าน จะเป็นคนชี้เป้ารู้ข้อมูลจะเข้าไปขโมยทรัพย์สินบ้านหลังใหน หลังเข้าไปรับทำต่อเติมบ้านเหยื่อ โดยผู้ต้องหาได้ตระเวณก่อเหตุในพื้นที่ จ.ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ก่อเหตุมาแล้ว 12 ครั้ง มีหมายจับ 3 หมาย มีทรัพย์สินจากการขโมยมารวมกว่า 5 ล้านบาท

       ด้าน พ.ต.อ.อาทิตย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบันในหลายพื้นที่ โดยให้การรับสารภาพว่า ตั้งแต่ก่อเหตุมายังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีได้เลย โดยล่าสุดก่อเหตุลักตู้เซฟผู้เสียหายในท้องที่ สภ.บ้านฉาง ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ จะนำไปขายนำเงินไปซื้อรถยนต์ ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ป้ายทะเบียนประมูล ทั้งนี้ผู้ต้องหายังรับสารภาพว่า สาเหตุที่ยึดอาชีพหัวขโมย นอกจากได้ทรัพย์สิน และมีเงินใช้แล้ว ยังรู้สึกว่าเป็น ‘ความท้าทาย’ ที่สามารถเข้าไปขโมยงัดเอาทรัพย์สินในบ้านคนได้ ซึ่งจากการยึดอาชีพนี้ทำให้มีทรัพย์สินปัจจุบันกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สอบสวนที่มาของทรัพย์สิน เพื่อยึดทรัพย์ต่อไป พร้อมกับจะติดตามญาติที่กำลังหลบหนีอีก 4 รายมาดำเนินคดี

       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางหนึ่ง ซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้าโดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นมอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจรซ่องโจร ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉางดำเนินคดี.

Loading

วัดบึงตาต้า จ.ระยอง จัดสร้างวัตถุมงคลรูปเหมือนหลวงพ่อสมคิด เจ้าอาวาส หารายได้สมทบสุนสร้างพระปฐมเจดีย์ประจำวัด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 7 เม.ย.ที่ศาลาการเปรียญวัดบึงตาต้า ต.หนองไร่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พระครูนันทจริยาภรณ์ หรือหลวงพ่อสมคิด เจ้าอาวาสวัดบึงตาต้า นายพิทักษ์ ศิริวงศ์ ประธานจัดสร้างวัตถุมงคลวัดบึงตาต้า นายเบญจพล ฟ้าประทานพรชัย ไวยาวัจกรวัดบึงตาต้า แถลงข่าวการจัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญเจริญพรบนเนื้อทองคำ และเหรียญน้ำเต้าใหญ่เนื้อทองคำ รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูนันท์จริยาภรณ์ หรือหลวงพ่อสมคิด วัดบึงตาต้า โดยสร้างจำนวนจำกัด จะมีพิธีพุทธาภิเษกจากพระเกจิชื่อดัง 12 รูป ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ เปิดให้จองในงานยกช่อฟ้าวันที่ 7 ต.ค.นี้

ซึ่งการจัดสร้างวัตถุมงคลดังกล่าว รายได้จะรำไปสร้างพระมหาเจดีย์ประจำวัด ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้าง 5 ล้านบาท สั่งจองได้ที่คุณพิทักษ์ 061 719 3222 คุณภูมิ 090 788 5078 และพี่เผือก 098 317 4999

Loading

จ.ระยอง จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ ภายใต้งานสืบสานตำนานเมืองเก่า 4 แห่ง (เมืองแกลง) ‘เมืองเก่าเล่าเรื่องเมืองแกลง’ มุ่งเผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดระยอง ปลูกฝังความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

       เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 5 เม.ย.67 ที่หอประวัติศาสตร์เมืองแกลง ถนนสุนทรโวหาร ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงานสืบสานตำนานเมืองเก่า 4 แห่ง (เมืองแกลง) ‘เมืองเก่าเล่าเรื่องเมืองแกลง’ ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เทศบาลตำบลเมืองแกลง ระหว่างวันที่ 5-6 เม.ย.นี้ มีนายกันตพล สุขสงค์ นอภ.แกลง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง นายวีรวิชญ์ ภมรสมิต พลังงานจังหวัดระยอง นายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง น.ส.สายฝน โชชัย คลังจังหวัดระยอง นางจิรนันท์ บัวสำลี พาณิชย์จังหวัดระยอง นายสันติชัย กังสวานิช นายกเทศมนตรีตำบลเมืองแกลง ร่วมงานฯ ภายในงานมีกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นระยอง โดยนายแบบ นางแบบกิตติมศักดิ์ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง ภาคเอกชน ผู้แทนสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ การแสดงนิทรรศการเมืองแกลงในอดีต การแต่งกาย และการแสดงบนเวทีที่สื่อถึงวิถีชีวิตพื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวเมืองแกลง รวมทั้งการจำหน่ายอาหารคาวหวาน และสินค้าพื้นถิ่น

        ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 4 อำเภอ คือ อ.บ้านค่าย อ.บ้านฉาง อ.เมืองระยอง และ อ.แกลง ที่มีวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตในอดีตที่มีความหลากหลาย โดยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลกระตุ้นการท่องเที่ยววิถีไทย Soft Power เผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดระยอง ปลูกฝังความภาคภูมิใจในความเป็นไทยสู่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งกระตุ้นกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวิถีไทย และดึงดูดกลุ่มผู้ที่มีความชื่นชอบเอกลักษณ์ของความเป็นไทยที่มีความหลากหลาย กลุ่มคนทำงานที่ต้องการผ่อนคลายความตึงเครียด และกลุ่มเยาวชนที่ต้องการมีกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อนให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดระยองให้มากขึ้น…000

Loading

รมว.ศธ. ชม ‘น้องชะมวง’ หุ่นยนต์ AI Robot ของเทคนิคระยอง พัฒนาไปอีกขั้นพูดโต้ตอบได้ หลังบุกกระทรวง ศธ. นำมาร่วมงานลงนาม MOU การเรียนทวิภาคีของ นศ.อาชีวะกับสถานประกอบการ

     เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 5 เม.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้นำหุ่นยนต์ AI Robot ‘น้องชะมวง’ ที่เคยเป็นข่าวดังหลังขานรายชื่อ นศ. ที่เข้ารับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา ประจำปี 2566 ของเทคนิคระยอง ที่ไม่มีบ่น ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาแล้ว บุกกระทรวง ศธ. โดยนำมาร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่อาคารราชวัลลภ ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. เป็นประธานในพิธีลงนามฯ และมีการประกาศเจตนารมณ์ของทั้ง 3 บริษัท ที่ให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการฝึกงานของ นศ. ระบบทวิภาคี เรียนในสถานศึกษาและสถานประกอบการ มุ่งให้ นศ. มีรายได้ระหว่างเรียน ฝึกงาน และจบแล้วมีงานทำ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรครูด้วย

        จากนั้น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ได้เดินมาชมความสามารถของหุ่นยนต์ AI Robot ‘น้องชะมวง’ โดย รมว.ศธ. ได้กล่าวทักทายสวัสดี ถามชื่อ รมว.ศธ. ก่อนที่ ‘น้องชะมวง’ จะพูดโต้ตอบ ‘สวัสดี’ และตอบชื่อ รมว.ศธ. ได้ถูกต้อง โดย รมว.ศธ. ได้ตอบว่า ‘สุดยอด เก่งมาก เยี่ยมมาก’ พร้อมชมทางเทคนิคระยองที่มีไอเดียสร้างสรรค์ ขอให้พัฒนาต่อไป เพื่อเป็นแรงบันดาลในการเรียนให้ นศ.

        สำหรับหุ่นยนต์ AI Robot น้องชะมวงดังกล่าว โครงสร้างหุ่นนำมาจากวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ก่อนที่เทคนิคระยอง จะนำมาพัฒนาป้อนโปรแกรมให้สามารถพูดโต้ตอบได้ ซึ่งเรียกได้ว่าพัฒนาไปอีกขั้น.

Loading

เทคนิคระยอง จับ นศ. ฝึกอาชีพเป็นบาริสต้า มุ่งสร้างอาชีพเลี้ยงตัว และเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

       เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 เม.ย.67 ที่ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ร้านใบชะมวง วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดฝึกอาชีพอบรมเชิงปฏิบัติการอาชีพบาริสต้า ภายใต้โครงการพัฒนาการเรียนการสอนด้านทักษะวิชาชีพ มี นศ. ฝึกประสบการณ์วิชาชีพระบบปกติ และทวิภาคี ระดับ ปวช. และ ปวส. แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ และแผนกวิชาการตลาด และครูที่ปรึกษาธุรกิจรวม 20 คน เข้ารับการอบรมฯ มีนายธวัชชัย อัชฌาศัย วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มและการชงกาแฟจากร้านควินิน เทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง มาให้ความรู้เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับการศึกษา การคัด และการคั่วเมล็ดกาแฟ การสกัดกาแฟจากเครื่อง และการทำกาแฟเมนูร้อน การสตรีมนม การทำกาแฟเมนูเย็น

       โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างผู้เรียนหลากหลายสาขาวิชา เพื่อฝึกทักษะวิชาชีพส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ให้กับ นศ. ที่เข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพประจำศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยองดังกล่าว และให้ นศ. ได้นำความรู้ ความสามารถและทักษะไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมืออาชีพ สู่การมีอาชีพเลี้ยงตัว และผู้ประกอบการในอนาคต รวมทั้งเพื่อยกระดับทักษะฝีมือของผู้เรียนอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานวิชาชีพด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้ เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ครุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน และฝึกอบรมทักษะวิชาชีพด้านการบริการอาหาร และเครื่องดื่มโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาชีพบาริสต้าอีกด้วย.

Loading

ผู้ว่าฯ ระยอง โชว์ห่อทุเรียนด้วยนวัตกรรมถุงแดงให้ได้ทุเรียนคุณภาพ สร้างความมั่นใจผู้บริโภค

      ผู้ว่าฯ ระยอง โชว์ห่อทุเรียนด้วยนวัตกรรมถุงแดงที่สามารถทำให้เปลือกทุเรียนบาง และได้เนื้อทุเรียนมากขึ้น และป้องกันสารเคมีได้ด้วย ภายใต้โครงการ “ผู้ว่าฯ..การันตี ทุเรียนดีเมืองระยอง” สร้างความมั่นใจผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวในทุเรียนระยอง

      เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 3 เม.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รอง ผวจ.ระยอง นายวิจิตร พลาพลงาม นอภ.วังจันทร์ น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง นายมานพ โปษยาอนุวัตร์ เกษตรอำเภอวังจันทร์ นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และนายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ร่วมห่อผลทุเรียนที่มีขนาดอายุ 60 วัน ด้วยถุงแดง Magik Growth แปลงทุเรียนพื้นที่ 5 ไร่ ของนายจรูญ โพธิ์ทอง ประธานเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น ม.2 ต.วังจันทร์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ภายใต้โครงการ “ผู้ว่าฯ..การันตี ทุเรียนดีเมืองระยอง” ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ทุเรียนระยอง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวว่าทุเรียนระยองมีคุณภาพ “ทุเรียนดี ทุเรียนอร่อย ต้องทุเรียนระยอง”

       นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ได้ยกระดับส่งเสริมรณรงค์ให้ชาวสวนทุเรียนผลิตทุเรียนพันธุ์คุณภาพโดยใช้หลักวิชาการเกษตรสมัยใหม่มาเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพ และจังหวัดระยองได้เปรียบหลายๆ พื้นที่ เนื่องจากมีสภาพอากาศ ดิน และน้ำที่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตทุเรียนของระยองมีรสชาติหอม หวาน เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคของชาวไทย และต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ไต้หวัน และฮ่องกง โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองของระยอง ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มีการขึ้นทะเบียน GI ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัด ซึ่งเป็นการบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แหล่งที่มาของทุเรียนระยอง การันตีได้ว่าทุเรียนระยองมีคุณภาพ

      สำหรับผลผลิตทุเรียนในปีนี้ของระยอง จะเริ่มออกสู่ตลาดราวปลายเดือน เม.ย.-มิ.ย. นี้ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้เข้ามาท่องเที่ยวระยอง มาชิมทุเรียนคุณภาพรสชาติอร่อย และยังมีผลไม้ เช่น เงาะ มังคุด และอื่นๆ ให้เลือกซื้อหากลับไปฝากญาติพี่น้องได้ด้วย

        ด้านนายจรูญ โพธิ์ทอง ประธานเกษตรกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น กล่าวว่า การห่อทุเรียนด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีถุงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือถุงแดง (Magik Growth) เพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิตทุเรียน ซึ่งเป็นผลงานวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากการวิจัยพบว่า สามารถเพิ่มน้ำหนักผล 8-10 เปอร์เซ็นต์ เปลือกทุเรียนบางลง ผิวเปลือกสวย มีอัตราเปลี่ยนเปลือกเป็นเนื้อทุเรียนมากขึ้น ป้องกันหนอนเจาะผลทุเรียน ช่วยลดและป้องกันการใช้สารเคมีลงได้ และยังสามารถนำถุงกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย.

Loading

น้องสาวแจ้งความพี่สาวอุ้มพ่อหายพร้อมโฉนดที่ดิน 50 แปลง ไม่ทราบชะตากรรม โดยมีตำรวจนายหนึ่งคอยช่วยเหลือ สุดห่วงพ่อต้องฟอกไต และต้องการให้กลับมาอยู่กับแม่ วอนพี่สาวปล่อยพ่อกลับมาอยู่กับแม่ด้วย

     เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 เม.ย. พ.ต.ท.คมกฤษณ หงษ์ทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งความจาก น.ส.ดรอร สุวรรณมาลี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/8 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ว่านายจ่าง สุวรรณมาลี อายุ 88 ปี บิดา ได้ถูกพี่สาวคนโต และพี่สาวคนรอง พาตัวหายไป พร้อมด้วยโฉนดที่ดินจำนวน 50 แปลง โดยมีตำรวจนายหนึ่งคอยดูแล

     นางดรอร ให้การว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค.67 พี่สาวคนโต และพี่สาวคนรองได้เดินทางไปที่บ้านพักของพ่อภายใน ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ และได้พาพ่อและแม่พร้อมด้วยโฉนดที่ดินไปทั้งหมดรวม 50 ใบ เป็นชื่อของพ่อแม่ รวมถึงทองรูปพรรณของแม่ไปทั้งหมด โดยทราบว่าได้พาไปพักที่บ้านใน ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง ต่อมาตนเอง และนายสุวรรณ สุวรรณมาลี น้องชายที่มีสิทธิ์ตามคำสั่งศาลในฐานะบุตรชายคนเดียวในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน ดูแลนางฉลอง สุวรรณมาลี อายุ 87 ปี มารดา จึงพากันเดินทางไปที่บ้านพี่สาว เมื่อไปถึงพี่สาวไม่ยอมเปิดประตูให้ พยายามเจรจาแต่ก็ไม่ยอมให้เข้าบ้าน อ้างว่าต้องพาพ่อแม่มาอยู่ใกล้โรงพยาบาลสะดวกต่อการพาพ่อไปฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และรักษาโรคหัวใจ ยืนยันไม่ยอมให้พบ สุดท้ายนายสุวรรณ ได้ปีนเข้าไป และอุ้มแม่ปีนรั้วออกมา โดยมีตำรวจนายหนึ่งคอยห้าม แต่น้องชายไม่สนอุ้มแม่ออกมา ส่วนพ่อไม่สามารถพาออกมาได้ จึงพาแม่กลับบ้านไปก่อน พี่สาวจึงได้แจ้งข้อหาบุกรุก  หลังจากนั้นพยายามติดตามหาพ่อตลอดแต่ก็ไม่พบ ตามไปที่โรงพยาบาลที่พ่อฟอกไตก็ไม่พบ จนกระทั่งไปพบรถยนต์ที่พี่สาวใช้ขับมาพาพ่อออกมาจากบ้าน โดยจอดอยู่ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  จึงได้แจ้งความให้ตำรวจพื้นที่เข้าตรวจสอบแต่ไม่พบตัวพ่อ พบแต่รถและเอกสารในรถ ซึ่งมีกระเป๋าพระและโฉนดที่ดินจำนวน 15 แปลงอยู่ในรถ จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.หนองปรือ

นางดรอร ได้เปิดเผยต่ออีกว่า ต่อมาพบว่า พี่สาวได้มีการปักป้ายขายที่ดินหลายแห่ง รวมถึงแจ้งความว่าโฉนดที่ดินหาย และไปขอออกใบแทน แต่ได้มีการอายัดไว้ก่อน ส่วนที่ต้องแจ้งความ เพราะต้องการให้พี่สาวพาพ่อกลับมาอยู่กับแม่ เวลาเหลือน้อยแล้ว เพราะทั้งสองคนไม่เคยแยกกันเลย และเป็นห่วงพ่อมาก

    ส่วนนางฉลอง อายุ 87 ปี ได้กล่าวว่า ต้องการให้ลูกสาวพาพ่อกลับมาหาด้วย เป็นห่วงมาก

สำหรับนายจ่าง สุวรรณมาลี ที่หายตัวไป ชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังจันทร์ ต่างเรียกว่า ‘หลงจู๊จ่าง’ เศรษฐีที่ดินที่มีที่ดินจำนวนมาก.

Loading

พาณิชย์ตาก เผยผลสำเร็จของการจัดงาน ‘ภาคเหนือ สวรรค์ของเมืองกาแฟ’ หรือ NORTHERN THAI COFFEE PARADISE 2024 สร้างยอดขาย ขยายตลาดเพิ่มมูลค่าให้สุดยอดกาแฟ 17 จังหวัดภาคเหนือภายในงานกว่า 20 ล้านบาท พร้อมปิดดีลเจรจาธุรกิจ 29 คู่ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท  

      นางสาวปาริชาติ พงค์พันเทา พาณิชย์จังหวัดตาก เปิดเผยถึงผลการจัดงาน ‘ภาคเหนือ สวรรค์ของเมืองกาแฟ’ NORTHERN THAI COFFEE PARADISE 2024 ระหว่างวันที่ 14-18 มี.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค  ว่าได้ความรับสนใจจากประชาชน และคอกาแฟชาวกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง เข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก โดยการจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘การผลิตอย่างยั่งยืน (sustainable coffee production) และความหลากหลายทางชีวภาพ’ มีการนำผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟ ผลิตภัณฑ์ที่ต่อเนื่องกาแฟ ของภาคเหนือ 17 จังหวัด มาจัดแสดงและจัดจำหน่ายให้กับผู้ร่วมชมงาน และยังมีการจัดกิจกรรมแข่งขัน Thailand Cup Taster Championship 2024 และ Thailand Brewers Cup 2024 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกาแฟอะราบิกาภาคเหนือที่มีมาตรฐานระดับสากล รวมถึงกาแฟพิเศษ หรือ specialty coffee ของภาคเหนือ ที่มีเอกลักษณ์ของรสชาติโดดเด่นจนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางอีกด้วย ‘ที่ผ่านมากาแฟอะราบิกาที่ดีที่สุดของไทยก็เคยสร้างชื่อ คว้ารางวัลจากการประกวดสุดยอดกาแฟ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติมาแล้วมากมาย อาทิ กาแฟเทพเสด็จ กาแฟเกอิชา กาแฟชั้นเลิศของโลกจากจังหวัดน่าน กาแฟจากแหล่งปลูกกาแฟต้นน้ำของจังหวัดเชียงราย กาแฟดอยผักกูดจังหวัดแม่ฮ่องสอน กาแฟดอยมูเซอ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก กาแฟบ้านหนองหล่ม ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงกาแฟไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในระดับสากลจากสหภาพยุโรปอย่างกาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง เป็นต้น โดยการจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จสามารถกระตุ้นการรับรู้ศักยภาพกาแฟภาคเหนือ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกาแฟภาคเหนือได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังทำให้เกิดการขยายตลาด และต่อยอดผลิตภัณฑ์กาแฟไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้อีกด้วย ผู้ประกอบการพบลูกค้าและคู่ค้าเป้าหมายจำนวนมาก โดยสามารถสร้างยอดขายรวมตลอดทั้งงานกว่า 20 ล้านบาท และเกิดการต่อยอดขยายธุรกิจ ปิดดีลเจรจาธุรกิจรวม 29 คู่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

       ดร.ธีรวัฒน์ วงศ์วรทัต นายกสมาคมกาแฟและชาไทย กล่าวถึงการจัดกิจกรรมแข่งขัน Thailand Cup Taster Championship 2024 และ Thailand Brewers Cup 2024 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้รับความสนใจจากนักชงและนักชิมกาแฟมาร่วมแข่งขันประชันฝีมือจากทั่วไทย โดยใช้เมล็ดกาแฟคัดพิเศษของภาคเหนือในสนามแข่งขันครั้นี้ ผู้ชนะเลิศระดับประเทศไทย ประจำปี 2024 ถ้วยพระราชทาน ได้แก่ นายรัฐภูมิ บุณยการ คว้าแชมป์แข่งขันประเภท Brewers และ นายคณิตพัฒน์ ผลมานะ แชมป์ประเภท Tasters และผู้ได้รับโล่พระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีรางวัลเกียรติคุณด้านการส่งเสริมกาแฟรักษ์โลก จำนวน 10 โล่รางวัล แบ่งเป็น ประเภทสวนกาแฟรักษ์โลก จำนวน 3 ราย ได้แก่ สวนกาแฟ The First Valley Coffee , กาแฟสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ จังหวัดน่าน , กาแฟมูเซอ จังหวัดตาก  ประเภทโรงคั่วกาแฟรักษ์โลก จำนวน 2 ราย ได้แก่ โรงคั่วกาแฟบริษัททับเทวา ทัพไท จำกัด และโรงคั่วกาแฟฮิลล์คอฟ ประเภทร้านกาแฟรักษ์โลก จำนวน 2 ราย ได้แก่  ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และโรงคั่วกาแฟบ้านสวนพะเยา ประเภทองค์กรส่งเสริมและสนับสนุนกาแฟรักษ์ดีเด่น จำนวน 3 ราย ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก , บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด และพระนครคอฟฟี่โรสเตอร์

         การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด สมาคมกาแฟและชาไทย เกษตรกร และผู้ประกอบการกาแฟภาคเหนือ โดยมีการคัดสุดยอดกาแฟของแต่ละจังหวัดรวมกว่า 100 ราย มาจัดแสดงศักยภาพของกาแฟภาคเหนือ ผ่านนิทรรศการ 10 สุดยอดกาแฟภาคเหนือ กาแฟไทย กาแฟจีไอ และยังมีเวทีเจรจาการค้า เวทีแลกเปลี่ยนพบปะเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และภาคธุรกิจด้วย และยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ได้ต่อยอดขยายช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น และยังช่วยให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายต่อไป’.

Loading

ทม.บ้านฉาง จ.ระยอง ตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งพระสงฆ์ 72 รูป เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 เม.ย.67 ที่บริเวณด้านหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองบ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ดร.อติเทพ จริยเวชช์วัฒนา นายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง เป็นประธานนำผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาลเมืองบ้าน และประชาชนชาวบ้านฉางทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ จำนวน 72 รูป เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ 2 เมษายน 2567 ทั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพฯ อีกทั้งเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกหมู่เหล่าตลอดจนเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติอีกด้วย

Loading

อุทาหรณ์ หนุ่มโรงงานสูญเงินหมื่นถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเป็นค่าธรรมเนียม หลังหวังกู้เงินแสนมาใช้

    สุดแค้นใจ หนุ่มวัย 45 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองระยอง สูญเงินหมื่น หลังถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียม หลังหวังจะกู้เงินแสนมาใช้ทำธุระส่วนตัว เตือนเป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

    เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 เม.ย.67 นายเสรี กลิ่นสังข์ อายุ 45 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พูนศักดิ์ นานันท์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ให้ติดตามชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน จำนวน 24,700 บาท หลังติดต่อขอกู้เงิน 2 แสนบาทมาใช้จ่ายธุระส่วนตัว มาดำเนินคดีและเป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่คนอื่นตกเป็นเหยื่อ

    นายเสรี เล่าว่า เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 มี.ค.67 ที่ผ่านมา ได้เซิร์สหาข้อมูลแหล่งเงินกู้ในออนไลน์ และพบข้อมูลบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ปล่อยเงินกู้ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับชายคนหนึ่ง อ้างตัวว่าเป็นพนักงานบริษัทฯ โดยทางบริษัทฯ เปิดให้กู้เงิน จึงขอกู้เงินจำนวน 2 แสนบาท แต่ทางบริษัทฯ ขอให้จ่ายค่าธรรมเนียม 30 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ เลยหลงเชื่อโอนเงิน จำนวน 24,700 บาท เข้าบัญชีชายคนดังกล่าวไป พอโอนไปแล้ว แรกๆ ยังติดต่อได้ หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย และคิดว่าคงเป็นมิจฉาชีพมาหลอก จึงได้นำหลักฐานการโอนเงิน และรายชื่อบัญชีธนาคารมิจฉาชีพที่รับโอน มาแจ้งความให้ตามจับมิจฉาชีพรายดังกล่าวมาดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เที่ยวไปหลอกสร้างความเดือดร้อนผู้อื่นอีก เบื้องต้นตนได้เดินทางไปติดต่อกับธนาคารที่โอนเงินให้มิจฉาชีพรายดังกล่าว ให้อายัติบัญชีธนาคารไว้แล้ว

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ตรวจสอบ และเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.