Loading

จ.ระยอง มอบกล้าไม้ให้กับส่วนราชการ และเครือข่าย ทสม. นำไปปลูก ใน ‘โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567’

     เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 มิ.ย.67 ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานในพิธีมอบกล้าไม้ ประกอบด้วย ต้นสารภีทะเล และประดู่ป่าให้กับส่วนราชการจังหวัด และเครือข่าย ทสม.ระยอง นำไปปลูกใน ‘โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567’

       ทั้งนี้ โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่าฯ เป็นโครงการที่ช่วยคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานการพัฒนางานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 อีกทั้งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวให้กับบุคลากร ตลอดจนประชาชน ได้รับทราบเพื่อก่อให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ คืนอากาศสะอาดให้กับประชาชน โดยตั้งเป้าหมายและการปลูกป่าทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 72 ล้านต้น.

Loading

ทต.ทับมา เปิดอบรมโครงการขับรถตามกฎช่วยลดอุบัติเหตุ มุ่งเสริมสร้างวินัยจราจรแก่ ประชาชนอันจะเป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัย

     เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.67 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการขับรถตามกฎช่วยลดอุบัติเหตุ ประจำปีงบประมาณ 2567 มี ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 ราย มีการบรรยายให้ความรู้กฎหมายจราจร เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถ พื้นฐานการขับขี่รถอย่างปลอดภัย และการฝึกหัดขับขี่รถที่ถูกวิธี และการลงนาม MOU ส่งเสริมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

       โดยโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ และเสริมสร้างวินัยการจราจรอันเป็นแนวทางในการปรับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้เกิดความปลอดภัย รวมทั้งมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถ และพื้นฐานการขับขี่อย่างปลอดภัย และถูกวิธีลดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต และร่างกาย และลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อีกด้วย.

Loading

บ.บีแอลซีพี เพาเวอร์ จก.จับมือโรงเรียนใน จ.ระยอง จัดโครงการ ‘พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี’ เติมความรู้เด็กนักเรียน ม. 4-6 ทำ Portfolio มุ่งหวังส่งเสริมอนาคตทางการศึกษาให้นักเรียน เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.67 ที่หอประชุมโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดเปิดโครงการ ‘พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี’ ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดย บ.บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด มีนายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด นายวิชัย ยิ่งประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ร่วมโครงการฯ มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 เข้าร่วมโครงการ ภายในงานมีการอบรม ‘Portfolio’ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้รู้จักรวบรวมผลงาน ประสบการณ์ และความสำเร็จ นำเสนอตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับระบบ TCAS รวมทั้งแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการติวสอบ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อองค์ความรู้จากพนักงานในรูปแบบ workshop ให้น้องๆ ได้สะสมผลงานตามความต้องการของมหาวิทยาลัยอีกด้วย

      นายอดิศร เปิดเผยว่า โครงการฯ ดังกล่าว มุ่งหวังเปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนได้ศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นมีการอบรมให้ความรู้การทำ ‘Portfolio’ และความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับน้องๆ ด้วย นอกจากนี้ในปีนี้ยังมีการเพิ่มความรู้สำหรับน้องๆ ที่สนใจเรียนสาขาวิชานิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ด้วย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ เป็นการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งปีนี้ได้ขยายให้ความรู้แก่น้องๆ ในโรงเรียนต่างๆ จาก 3 แห่ง เป็น 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนระยองวิทยาคม ,โรงเรียนวัดป่าประดู่ ,โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร, โรงเรียนมัธยมตากสิน และโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุล ซึ่งจากการจัดทำโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดี ทั้งนี้ในอนาคตทางบีแอลซีพีฯ มีแผนที่จะเปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนใน จ.ระยอง ได้รับโอกาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทำตามความฝันของตัวเองต่อไปอีกด้วย.

Loading

ตร.สภ.วังจันทร์ จ.ระยอง เตรียมขยายผลสืบเส้นทางยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จับได้คาบ้าน 2 ผัวเมีย โดยนำกล้องวงจรปิดที่ผู้ต้องหาติดรอบบ้านมาตรวจหาเครือข่ายส่งยาเสพติด ยันหลักฐานแน่นแม้ผู้ต้องหาปฏิเสธ

     เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.67 ที่บริเวณด้านหน้า สภ.วังจันทร์ จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.วังจันทร์ นายวิจิตร พลาพลงาม นอภ.วังจันทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.วังจันทร์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.วังจันทร์ แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ คือนายวีระ หรือระ สุวรรณเขต อายุ 40 ปี ชาว อ.วังจันทร์ จ.ระยอง และ น.ส.เอมิกา หรือโย โพธิ์มิ อายุ 26 ปี ชาว อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน พร้อมของกลางยาบ้า 179,097 เม็ด ยาไอซ์ 402.5 กรัม เงินสด 224,340 บาท อาวุธปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 12 จำนวน 8 นัด กระสุนปืน ขนาด .380 จำนวน 78 นัด กระสุนปืน ขนาด 5.56 จำนวน 33 นัด โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง เครื่องชั่งดิจิตอล 1 เครื่อง สมุดจดรายการซื้อยาเสพติด 1 เล่ม ถุงพลาสติกใสแบบกดปิด ดึงเปิด จำนวน 128 ใบ รถเก๋ง 1 คัน รถกระบะ 4 คัน รถ จยย.บิ๊กไบค์ 1 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ 5,194,340 บาท หลังเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจยึดมาได้ภายในห้องนอน และถูกฝังดินไว้

      นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัว และยาเสพติด และทรัพย์สินที่ยึดมาได้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังจันทร์ และฝ่ายปกครอง อ.วังจันทร์ ซึ่งเป็นการเข้มงวดกวดขันในเรื่องปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ในวันนี้ เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนหาขยายผลหาเครือข่าย และเส้นทางยาเสพติดต่อไป ซึ่งยาเสพติดล็อตดังกล่าวถือว่าเป็นล็อตที่ใหญ่ที่สุดที่จับได้ในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งพักยาเสพติดก่อนรอเครือข่ายมารับ และจำหน่ายให้รายย่อยในพื้นที่

       ด้าน พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.วังจันทร์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาเป็นคนในพื้นที่ เคยต้องโทษเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาหลายครั้ง เพิ่งโทษมาได้ 1 ปี โดยคาดว่านำยาเสพติดที่ตรวจยึดมาได้เป็นการนำมาพักไว้รอเครือข่ายมารับ และจำหน่ายให้รายย่อยในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลพอสมควรที่จะขยายผลต่อ รวมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบ้านมาตรวจสอบหาเครือข่ายที่มารับ-ส่งยาด้วย สำหรับผู้ต้องหาที่ยังปฏิเสธว่ายาเสพติดที่ตรวจยึดมาได้จากการที่นำไปฝังดินไว้ในสวนยางพาราหลังบ้านไม่ใช่ของตัวเองนั้น ยืนยันหลักฐานแน่นหนา โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดจะเป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องหานำไปฝังไว้เอง ซึ่งจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว มีเครื่องหมายบนหีบห่อเป็นเครื่องบินไอพ่นคล้ายยาเสพติดที่ถูกจับกุมได้ที่ จ.กาญจนบุรี

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหานายวีระ และ น.ส.เอมิกา มียาเสพติดดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาไปในเมืองที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังจันทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Loading

จ.ระยอง จัดพิธีรับมอบธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ต่อจากจังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดที่ 3

     เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 4 มิ.ย.ที่บริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ริมถนนสุขุมวิท ต.กองดิน ขาเข้า อ.แกลง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นำรอง ผวจ.ระยอง หน.ส่วนราชการจังหวัด และ ประชาชนชาวระยองทุกหมู่เหล่าทั้ง 8 อำเภอ รับมอบธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ต่อจากนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี ซึ่งจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ 3 ต่อจากจังหวัดตราด และจันทบุรี โดย ผวจ.ระยอง ได้ถือธงนำขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าว จำนวน 72 ธง เคลื่อนขบวนออกจากจุด 1 ไปตามเส้นทางถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.แกลง ไปยังจุดที่ 2 บริเวณปั๊มน้ำมันเชลล์โพธิ์ทอง อ.แกลง ก่อนจะเคลื่อนขบวนจากจุดที่ 2 มุ่งหน้าผ่านตัวอำเภอแกลง ไปยังจุดที่ 3 บริเวณ อบต.วังหว้า อ.แกลง พักค้างคืน 1 คืน ซึ่งในวันรุ่งขึ้นในวันที่ 5 มิ.ย. จะเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปตามถนนสุขุมวิทเข้า สู่เขต อ.เมืองระยอง พักตามจุดๆ ต่าง เข้าสู่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ก่อนจะเคลื่อนขบวนเข้าสู่ศาลากลางจังหวัดระยอง

      โดยในเช้าวันที่ 6 มิ.ย. จะมีกิจกรรมแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ ประชาชนได้รับชมด้วย และในช่วงเช้าวันที่ 7 มิ.ย. จะมีการส่งมอบธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้กับจังหวัดชลบุรีบริเวณพื้นที่ อ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ต่อไป..000

Loading

อบจ.ระยอง มอบโล่เกียรติคุณแก่นักกีฬาสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยอง โดยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง ส่งเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาส่งเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศ 2 รายการ 8 คน

      เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ห้องประชุมสภา อบจ.ระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง มอบโล่เกียรติคุณแก่นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยองจากการที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง ส่งเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในระดับประเทศ 2 รายการ คือ การแข่งขันกีฬารายการ คาราเต้โด เซ้าอีสเอเชีย คาราเต้ เฟดเดอเรชั่น แชมเปี้ยนชิพ 2024 ณ การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2567 และการแข่งขันกีฬาเทควันโด รายการ เดอะเอส เทควันโด พุมเซ่ แชมเปี้ยนชิพ 2024 ณ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 22-31 มี.ค.67 ที่ผ่านมา

      โดยมีนักกีฬาได้รับเหรียญรางวัลดังกล่าว 8 รางวัล ประกอบด้วย ด.ญ.รวิ พฤกษ์พนารัตน์ ชนะเลิศเหรียญทอง รุ่นต่อสู้บุคคลหญิง cadet น้ำหนักไม่เกิน 54 กก. น.ส.สิริกมลเนตร โชคประเสริฐกุล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน ประเภทต่อสู้บุคคลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทองแดง ประเภทต่อสู้บุคคลหญิงรุ่นประชาชน นายนวพล ชลเจริญ รองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน รุ่นต่อสู้บุคคลชาย ด.ช.ธนเดช ธนาคย์ธนากร รองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน รุ่นต่อสู้บุคคลชาย นายอธิวรรษธ์ จุมพลเมือง รองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญทองแดง รุ่นต่อสู้บุคคลชาย รายการ คาราเต้โด เซ้าอีสเอเชีย คาราเต้ เฟดเดอเรชั่น แชมเปี้ยนชิพ 2024 ณ การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 เม.ย.67 ที่ผ่านมา นายพีรชาญ มานะมุ่งประเสริฐ เหรียญทอง ประเภททีมชาย นายวรพล เชี่ยวหลิว เหรียญเงิน ประเภททีมฟรีสไตล์ และ น.ส.ศศิภา ชูผล เหรียญทองแดง ประเภทคู่ผสมฟรีสไตล์ รายการ เดอะเอส เทควันโด พุมเซ่ แชมเปี้ยนชิพ 2024 ณ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 22-31 มี.ค.67 ที่ผ่านมา.

Loading

ผบ.ทร. ตรวจเยี่ยม ศรชล.ระยอง กำชับประสานความร่วมมือส่วนราชการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางทะเล และช่วยเหลือ ประชาชนประสบภัยทางทะเล

     เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. พร้อมคณะเดินทางเข้าพบ นายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง เพื่อติดตามการทำงานในการประสานความร่วมมือกับทางจังหวัดระยองของหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือ โดยมี น.อ.พัฒนศักดิ์ พิมดา รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)ระยอง ให้การต้อนรับ

     พล.ร.อ.อดุง กล่าวว่า การเดินทางมาดังกล่าว เป็นการมาตรวจติดตามการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือ โดย ศรชล.ระยอง เพื่อเป็นไปตามนโยบายของกองทัพเรือ และรัฐบาล โดยเน้นการประสานความมือการทำงานร่วมกับส่วนราชการในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล การให้ความช่วยเหลือ ค้นหา ประชาชน และ นักท่องเที่ยวที่ประสบภัยทางทะเล เน้นการค้นหาให้รวดเร็ว และทันท่วงที ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบภัยมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวทางทะเล ตลอดจนการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล สกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทางทะเลทุกรูปแบบอีกด้วย.

Loading

สภาอุตสาหกรรมระยอง และภาคธุรกิจ ค้านขึ้นค่าแรง 400 บาท เหตุต้นทุนการผลิตสูงขึ้น กระทบธุรกิจ SMEs

     เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมยศ ทองบัณฑิต ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ร่วมกับหอการค้าจังหวัดระยอง และภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย สมาคมโรงแรมจังหวัดระยอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง สมาคมท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสุขภาพ สมาคม SMEs ไทยจังหวัดระยอง สมาคมผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มจังหวัดระยอง สามคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด ได้มีมติไม่เห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน ของรัฐบาลด้วยเหตุผลต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากจะมีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ควรปรับตามที่กฎหมายบัญญัติกำหนดไว้ในมาตรการ 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 และมีความต้องการให้มีการปรับอัตราค่าจ้างตามทักษะฝีมือแรงงาน นอกจากนี้ก็ขอให้ภาครัฐเข้ามาดูแล ด้วยการลดค่าครองชีพของแรงงานด้วย เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำ เป็นต้น

      นายสมยศ เปิดเผยต่อว่า ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน จะกระทบอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลางของจังหวัดระยอง โดยเฉพาะภาคประมง โรงแรม อุตสาหกรรมการเกษตรไปทั่ว แต่อย่างไรก็ตามค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ไม่ได้ตอบโจทย์แรงงานที่มีฝีมือแต่ละระดับของแรงงานคนไทย ซึ่งมันจะกระทบแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในเรื่องงานสกิล เบื้องต้นจะมีการทำหนังสือไปที่ กรอ.จังหวัดระยอง ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการไตรภาคีเรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำต่อไป ทั้งนี้อยากให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามมติคณะกรรมการไตรภาคีที่กำหนดเอาไว้ ไม่อยากให้มีการขึ้นตามนยาบยของรัฐบาลที่มีการรวบรัดตัดตอนแบบนี้

        ด้านนายพิธพร สมะลาภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า หอการค้าจังหวัดระยอง ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน ตามนโยบายของรัฐบาล อยากให้ปรับขึ้นตามกฎหมายบัญญัติกำหนดไว้ในมาตรการ 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 ซึ่งมีความยุติธรรมกับผู้ประกอบการทุกคน คนที่มีฝีมือควรจะได้ค่าแรงสูง คนไม่มีฝีมือควรจะพัฒนาขึ้นถึงจะถูกต้อง นอกจากนี้แรงงานฝีมือของจังหวัดระยอง ได้ค่าแรงเกิน 400 บาทอยู่แล้ว แต่ว่าแรงงานไร้ฝีมือผู้ประกอบ SMEs ก็ยังต้องใช้อยู่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ควรที่จะพัฒนาฝีมือมากขึ้น เพื่อให้ได้ค่าแรง 400 บาท ไม่ใช่ว่าแรงงานไม่มีฝีมือจะได้ค่าแรง 400 บาท ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ และแรงงานที่มีทักษะฝีมือมาก ซึ่งส่วนใหญ่แรงงานไม่มีฝีมือจะเป็นแรงงานต่างด้าว และกลุ่มแรงงานที่ไม่คิดจะพัฒนาฝีมือตัวเอง แต่เรียกร้องค่าแรงสูง

      ด้านนายสงวน แสงวงศ์กิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ในภาพรวมไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม การค้า หรือการท่องเที่ยว ซึ่งตนได้รับฟังและประชุมประเด็นปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 กว่าบาทในหลายพื้นที่ไม่เท่ากันจะขึ้นเป็น 400 บาท โดยเฉพาะภาคตะวันออกมีความหลากหลายของอาชีพ ได้รับผลกระทบวงกว้าง ซึ่งตอนต้นปีมีการขึ้นค่าแรงมาแล้ว และจะมีการขึ้นค่าแรง 400 บาทปลายปี เดืนอ ต.ค.นี้ ซึ่งจากสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ที่กำลังฟื้นฟู หรือประคับครองผ่านวิกฤติต่างๆ ถ้าประกอบการยังไม่สามารถตั้งตัวได้เต็มที่ก็จะมาประสบปัจจัยต่างๆ ทางด้านต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องค่าไฟฟ้า น้ำมัน สาธารณูปโภค ซึ่งจะต้องมีการปรับค่าแรงขึ้นอีก ผู้ประกอบการรายใหญ่จะกระทบน้อย แต่เป็นห่วงกระทบภาคธุรกิจจนาดเล็ก SMEs ประมง เกษตร ท่องเที่ยว ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้แรงงานทักษะฝีมือน้อย ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ตอบโจทย์แรงงานชีวิตจะดีขึ้น ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับค่าสาธารณูปโภค ค่าดำรงชีพที่สูงขึ้น จึงอยากจะฝากไว้ถ้าปรับค่าแรงขั้นต่ำ ต้องให้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติกำหนดไว้ในมาตรการ 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน 2541 ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งจะทำให้ประคับประครองสามารถผ่านวิกฤติเศรษฐกิจช่วงนี้ไปได้ต่อไป.

Loading

วิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงินเจ้อเจียง ขนการแสดงวัฒนธรรมจีน 14 ชุด โชว์เทคนิคระยอง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน

     เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67 ที่โดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง พร้อมคณะผู้บริหาร ครู และ นศ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง ให้การต้อนรับคณะครู และ นศ.ที่ร่วมการแสดงทางวัฒนธรรมจีนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงินเจ้อเจียง สาธารณประชาชนจีน นำโดยนายซง ชุน ฉี ผอ.สำนักกิจการนักเรียน นักศึกษา นายหวัง หยวน หยวน รอง ผอ.สาขาวิชาศิลปะ คณะมนุษย์ศาสตร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงินเจ้อเจียง โดยได้มีการโชว์ชุดการแสดงทางวัฒนธรรมจีน จำนวน 14 ชุดการแสดง อาทิ การเต้นรำเรื่อง ดอกไม้ทำไมถึงแดงอย่างนี้ การแสดงศิลปะการเขียนตัวอักษรเรื่อง ลายลือศิลป์จีน การแสดงศิลปะการชงชา เรื่อง วัฒนธรรมชาดั้งเดิมของโบราณและสมัยใหม่ และการ้องเพลงประสานเสียงเรื่องบ้านเกิด โดยให้ครู นศ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้ร่วมรับชม โดยการแสดงทางวัฒนธรรมจีนดังกล่าว วิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงินเจ้อเจียง มุ่งแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเป็นสะพานที่เสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพ และเป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งกันและกันกับความก้าวหน้าร่วมกันระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของวิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงินเจ้อเจียง และวิทยาลัยเทคนิคระยองด้วย

      สำหรับวิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงินเจ้อเจียง ได้มีการลงนามกับวิทยาลัยเทคนิคระยอง ในข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมการฝึกอบรม “ภาษาจีน + ทักษะอาชีพ” ในเดือน มิ.ย.65 ที่ผ่านมา และได้จัดส่งคณะผู้แทนเดินทางมาเยือนวิทยาลัยเทคนิคระยองแล้ว ในเดือน ธ.ค.66 เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนครู อาจารย์และ นศ. และได้กระชับฉันทามติทางความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Loading

 อบจ.ระยอง เตรียมจัดแข่งกีฬาฟุตบอลจังหวัดระยอง รุ่นอายุ 12,15,17 ปี และรุ่นโอเพ่น มุ่งส่งเสริมเยาวชนคนระยอง เป็นนักเตะอาชีพ และดันสู่ทีมระยอง เอฟซี

     เมื่อเวลา 14.00 น .วันที่ 27 พ.ค.67 ที่หอประชุมโรงเรียนมัธยมตากสินระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง นายวิเชียร แสงวงศ์กิจ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวและจับสลากแบ่งสายการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลจังหวัดระยอง รุ่นอายุ 12 ,15, 17 ปี และรุ่นโอเพ่น ประชาชนทั่วไป จัดขึ้นโดย อบจ.ระยอง สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง บริษัทสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนิ่ง จก.(มหาชน)หรือ SPRC และ บริษัท ส.กิจชัย จำกัด ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยใช้สนามกระจายในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดระยอง

     นายปิยะ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาฟุตบอลจังหวัดระยอง ดังกล่าว อบจ.ระยอง สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง และภาคเอกชน ตั้งเป้าส่งเสริมเยาวชนคนระยอง เป็นนักฟุตบอลอาชีพ และดันสู่อะคาเดมี่ทีมระยอง เอฟซี และจะมีการมอบเงินเป็นทุนในการพัฒนากีฬาของแต่ละโรงเรียนที่ส่งทีมนักเตะเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันด้วย.

       ทั้งนี้ในการแถลงข่าวดังกล่าว มี นายเฉลิมวุฒิ สง่าพล อดีตนักเตะทีมชาติไทย ยุค 80 ซึ่งถือเป็นกองกลางที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในยุคนั้น มาแนะนำแทคติก และการปฏิบัติตัวของนักฟุตบอลอาชีพให้แก่เด็กเยาวชนระยอง ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการแถลงข่าวจัดการแข่งขันด้วย ในโอกาสนี้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง ยังได้สนับสนุนเงิน 2 แสนบาท สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลดังกล่าว เป็นเงินทุนก้อนแรกด้วย…000