Loading

GC ร่วมมือซาบีน่าในโครงการ เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม ต่อเนื่องปีที่ 18

เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้ ความรักและความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญควรแบ่งปันให้กันแม้ยามเจ็บป่วย….

     โครงการ “เย็บเต้ารวมใจ สู้ภัยมะเร็งเต้านม” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง  บริษัท พีพีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เพื่อเป็นกำลังใจ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อเต้านมเทียมให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม  โดย GC ได้สนับสนุนเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ LLDPE ปราศจากสารปนเปื้อน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเต้านมเทียม  และได้สนับสนุนผ้าดิบ Upcycling ซึ่งทำจากขวดพลาสติกใช้แล้ว มาให้เหล่าจิตอาสาช่วยเย็บทำถุงผ้า สำหรับใส่อุปกรณ์ชุดเย็บเต้านมเทียม จำนวน 20,000 ชุด  โดยโครงการนี้ ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2550 และทำอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 18 ซึ่งปัจจุบันรวมส่งมอบเต้านมเทียมไปแล้วกว่า 257,100 เต้า ทั่วประเทศ

       นอกจากนี้ เพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ผู้หญิงเล็งเห็นความสำคัญ หมั่นคอยตรวจมะเร็งเต้านมให้มากยิ่งขึ้น  GC ได้สนับสนุนอุปกรณ์และบรรจุภัณฑ์ในการผลิตแผ่นสอนตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง (Breast Cancer Simulator Pad) จำนวน 20,000 ชิ้น โดยประชาชนทั่วไป สามารถติดต่อขอรับแผ่นสอนตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ฟรี ที่ซาบีน่าชอปทุกสาขา

Loading

จ.ระยอง และคณะสงฆ์ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

       เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 มิ.ย.ที่วัดวังหว้า ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ หน.สำนักงานจังหวัดระยอง เป็นประธานประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะสงฆ์จังหวัดระยอง และ จ.ระยอง  โดยสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ระยอง

     ทั้งนี้ การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 26/2566 มติที่ 746/2566 ได้เห็นชอบกำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567.

Loading

เทคนิคระยอง จัดประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับอาชีวศึกษา มุ่งกระตุ้นให้ผู้เรียนได้นำความรู้สร้างสรรค์ผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

     เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.67 ที่โดมเอนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ. วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานเปิดงานประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ อาชีวศึกษา ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง ประจำปีการศึกษา 2567 จัดขึ้นระหว่าง 27-28 มิ.ย.นี้ เพื่อคัดเลือกผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดในระดับภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร โดยการดำเนินงานครั้งนี้ มีสถานศึกษาส่งโครงงานเข้าประกวดระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 7 โครงงาน และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 8 โครงงาน รวมโครงงานเข้าประกวดทั้งสิ้น จำนวน 15 โครงงาน

     โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิดเป็น ทำเย็น แก้ปัญหาเย็น และกล้าตัตสินใจในการลงมือปฏิบัติงาน สามารถวิชัยงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง และเพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างกันอย่างกว้างขวาง รวมทั้งเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนได้นำความรู้ ความคิดและประสบการณ์ที่มีอยู่ ไปสร้างสรรค์ผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน และสังคม เพื่อการพัฒนาประเทศต่อไป.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการสานสัมพันธ์ครอบครัวสู่การเรียนรู้ มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว

     เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.67 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการสานสัมพันธ์ครอบครัวสู่การเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ 2567 มีผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลทับมา จำนวน 100 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีการบรรยายให้ความรู้เทคนิคการเสริมสร้างพลังบวกในครอบครัว และฝึกปฏิบัติในกิจกรรมครอบครัวพลังบวก

      โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิค วิธี กระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้ขณะอยู่ที่บ้าน สามารถนำเทคนิค วิธี และกระบวนการเสริมสร้างพัฒนาการทั้ง 4 ด้านไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้นักเรียนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความรัก ความอบอุ่น ความผูกพันให้เกิดขึ้นในครอบครัวต่อไป.

Loading

SCGC เร่งเดินหน้ามอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล พร้อมสนับสนุนงบกิจกรรม CSR เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้กับชุมชน

       วันที่ 28 มิถุนายน 2567 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจีซี (SCGC) และ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ในกลุ่มธุรกิจ SCGC จัดพิธีมอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด พร้อมมอบเงินสนับสนุนกิจกรรม CSR เพื่อให้ชุมชนนำไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยนายปมุข      เตพละกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฎิบัติการ SCGC นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง นายสันติ บุษบาศรี รองนายกเทศมนตรีตำบลมาบข่าพัฒนา พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนกว่า 80 ชุมชน ร่วมในพิธี ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดระยอง

       นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “จังหวัดระยองได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม การช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหาย กรณีเหตุการณ์ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด โดยจังหวัดระยองได้ประสานการดำเนินการและหารือร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง  เพื่อกำหนดกรอบในการช่วยเหลือดูแลชุมชนผู้ได้รับผลกระทบให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และยุติธรรม ซึ่งได้มีการประชุมหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 และมีมติเห็นชอบกรอบในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบและสนับสนุนกิจกรรม CSR ให้กับชุมชนและกลุ่มประมง โดยให้ดำเนินการจัดพิธีมอบเงินดูแลชุมชนตามประกาศพี้นที่สาธารณภัย และสนับสนุนกิจกรรม CSR ขึ้นก่อน สำหรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพ สุขภาพ และทรัพย์สินตามที่ได้ยื่นคำร้องมาแล้วนั้น จังหวัดได้มอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานราชการเข้ามาประสานกับบริษัทฯ และผู้แทนชุมชน เพื่อเร่งพิจารณาให้การช่วยเหลือและการเยียวยาชุมชน รวมทั้งผู้ได้รับผลกระทบในกลุ่มนี้ให้เสร็จโดยเร็วต่อไป”

         นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่า “บริษัทฯ ขออภัยและรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับเหตุการณ์ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด โดยบริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการเพื่อมอบเงินดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ แบ่งกรอบการดูแลเป็น 3 กรอบ ได้แก่ 1) มอบเงินให้กับชุมชนตามประกาศพื้นที่สาธารณภัย จำนวน 2 ชุมชน คือ ชุมชนตากวน อ่าวประดู่ และชุมชนหนองแฟบ โดยพิจารณาจากจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ สำหรับชุมชนที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าซึ่งไม่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ บริษัทฯ จะช่วยเหลือด้วยการมอบถุงยังชีพต่อไป  2) ช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจังหวัดระยองได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตามการช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเป็นประธานกรรมการ และ 3) สนับสนุนกิจกรรม CSR โดยบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะมอบเงินส่วนนี้เป็นพิเศษ เพื่อให้ชุมชนได้นำไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยพิจารณามอบให้กับชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลบ้านฉาง ซึ่งมีจำนวน 62 ชุมชน 21 กลุ่มประมง โดยบริษัทฯ สนับสนุนงบประมาณ CSR รวม 7,250,000 บาท ซึ่งการมอบเงินเพื่อดูแลชุมชนในครั้งนี้ เป็นการมอบเงินในกรอบที่ 1 และ 3  สำหรับกรอบที่ 2 ขณะนี้อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการฯ”

       นายปมุข เตพละกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ร่วมกับ SCGC และ บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบในทันที  สื่อสารทำความเข้าใจและสร้างความมั่นใจในการดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างเต็มที่ รวมทั้งหลังเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมสนับสนุน จังหวัดระยอง SCGC หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชุมชน กำหนดกรอบในการช่วยเหลือดูแลชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ และให้การสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือชุมชนและผู้ได้รับผลกระทบให้เสร็จโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ ความปลอดภัยในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดย กนอ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมได้ผลักดันให้โรงงานที่อยู่ในพื้นที่ของ กนอ.ทั่วประเทศ บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของภาคอุตสาหกรรมต่อสังคม โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม

Loading

วันที่ 24มิ.ย.67 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมพลายพลัส  อ.เมือง ระยอง  มีการเปิดอบรมพัฒนาบุคคลากรกีฬาเทควันโดเพื่อความเป็นเลิศด้านผู้ตัดสินกีฬาเทควันโดระดับชาติ ระดับชาติ 5 ภาค CLASS 3 จากทั่วประเทศ 30 คน วันที่ 24-26 มิถุนายน 2567 มีเมธาสิทธิ์   พงศ์ยมัด  ประธานชมรมกีฬาเทควันโดระยอง กล่าวรายงาน นายนิรันดร์   กล่อมแก้ว   อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดการอบรม 

โดยมีผู้บริหารสมาคมฯแห่งประเทศไทย นายติณณ์      เผ่าวงศ์ศากุล  คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และประธานฝ่ายอมรบครั้งนี้  อาจารย์   จตุพร   เหมวรรโณ คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยและประธานผู้ตัดสิน  อาจารย์ วิมลรัตน์ โภคะธนวัฒน์ ผู้ตัดสินนานาชาติ  เป็นวิทยากร

           อาจารย์ติณณ์   เผ่าวงศ์ศากุล  กรรมการสมาคมและประธานอบรม  กล่าวว่าสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยต้องการที่จะมีผู้ตัดสินระดับชาติควบคู่เป็นมาตราฐานสากลจึงได้เชิญอาจารย์ผู้ฝึกสอนจากทั่วประเทศไทย 5 ภาค จำนวน 30 คนให้มีความรู้การตัดสินการแข่งขันระดับภูมิภาค  ระดับชาติอย่างแท้จริงรวมทั้งหานักกีฬาท้องถิ่นสู่ทีมชาติ    สำหรับการแข่งขันโอลิมปิค 2024 ที่ฝรั่งเศส สมาคมเราได้ตั๋วนักกีฬา 3 ใบ  เราเคยได้เหรียญทองมาแล้วมั่นใจจะให้ได้เหรียญจากทั้งสามคนอย่างน้อยต้องได้เหรียญใดเหรียญหนึ่งไม่ให้เสียมาตราฐานเดิม นอกจากน้องเทนนิส แชมป์เก่าแล้ว  น้องใหม่  น้องหมิวและน้องใบเตยของเราก็มาแรง ความหวังของสมาคมฯ นอกจากนั้น พาราโอลิมปิค เรามีตั๋ว 4 ใบ ก็เป็นความหวังสูงเช่นกัน

Loading

นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจติดตามการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ EEC และตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกสนามบินอู่ตะเภา กำชับเลขาฯ EEC เร่งเมกกะโปรเจครถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ให้แล้วเสร็จพร้อมโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา หวังดึงภาคอุตสาหกรรมร่วมลงทุน พื้นที่ EEC

     วันที่ 23 มิ.ย. เวลา 10.30 น. ที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หารือประเด็นปัญหาและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการลงทุนในพื้นที่ EEC  พร้อมติดตามพื้นที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

      นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า โครงการ EEC เป็น megaproject ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ยอมรับว่ามีความล่าช้าบ้าง จะต้องลงมืออย่างเร่งด่วนเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรม  ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยง 3  สนามบิน ซึ่งโครงการนี้ควรเร่งสร้างตั้งแต่ปี 2564 แต่ติดปัญหาโควิด ทำให้ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ และพฤติกรรมหลังโควิดผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้กระทบต่อตัวเลขวงเงินที่มีการทำสัญญาไว้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการต่อรองให้เกิดความชอบธรรม

      พร้อมกันนี้นายกฯ ได้สอบถามถึงความคืบหน้าสัญญาของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า ระยะเวลา ของสัญญาที่ต่อรองไว้ดำเนินการพูดคุยให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีได้หรือไม่ และกำชับขออย่าให้ปัญหาลุกลาม เพราะหากสร้างสนามบินเสร็จแล้วรถไฟยังไม่มาก็จะเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นส่วนตัวเชื่อว่าหลายๆ ฝ่ายจะมีการพูดคุยกันได้ดี

         ทางด้านนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออกว่า ปัจจุบันมีความก้าวหน้าโดยเฉพาะงานด้านระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญๆ เช่น ระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น ก่อสร้างแล้ว 26.42% ระบบบริการเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน ก่อสร้างแล้ว 48.41% งานด้านประปาและบำบัดน้ำเสีย ก่อสร้างแล้ว 98.44% เป็นต้น ส่วนความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ร่วมทุนกับภาคเอกชนขณะนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2567 เพื่อเริ่มก่อสร้างงานสำคัญๆ เช่น อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 อาคารเทียบเครื่องบินรอง และศูนย์ธุรกิจการค้า ซึ่งคาดว่าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ จะสามารถเปิดให้บริการในปี 2572 ซึ่งประมาณสิ้นเดือนกรกฎาคมจะมีข่าวดี

       นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องของ 3 สนามบิน ขอให้มาพูดคุยและทำให้ทุกๆ โครงการเดินหน้าได้ ยืนยันว่าสนามบินอู่ตะเภาเป็น megaproject ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเมื่อวานนี้ตนเองได้ลงพื้นที่ไปพัทยาและได้ดูเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเรี่องการจัดมหกรรมคอนเสิร์ตต่างๆ รวมถึงเรื่องของเฟสติวัลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 บอร์ด ถ้าเกิดไม่มีสนามบินก็จะทำให้ลำบากมากขึ้น ส่วนบ่ายวันนี้ จะลงพื้นที่ติดตามเรื่องของไซต์งานต่างๆ ทั้งเรื่อง Formula One ซึ่งถือว่าเป็นเมกกะโปรเจ็คระดับโลก เพราะจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 100,000 คน เพราะฉะนั้นหากประเทศไทยมี Infrastructure มารองรับส่วนนี้ได้ จะทำให้ความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยว และจะส่งผลต่อการต่อยอดให้กับเศรษฐกิจที่จะพัฒนา เนื่องจากมีหลายมิติ ไม่ได้มีเพียงมิติขนส่งคน หรือขนสินค้า แต่มีความต่อเนื่องอีกมาก

      “สำหรับความคืบหน้าการลงทุนในพื้นที่ EEC ขณะนี้มีภาคเอกชนได้เข้ามาหารือกับ EEC และสนใจใช้สิทธิประโยชน์ตามประกาศสิทธิประโยชน์ฉบับใหม่อยู่กว่า 30 ราย วงเงินลงทุนรวมกว่า 2.1 แสนล้านบาท ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ได้ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรม BCG โดย EEC ได้ตั้งเป้าหมายดึงเม็ดเงินลงทุนจริงให้ได้ปีละ 1 แสนล้านบาท ต่อเนื่อง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2567 – 2571”

Loading

ททท. สำนักงานระยอง เอาใจนักท่องเที่ยวสายมู จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว ‘อาบน้ำเพ็ญใต้แสงจันทร์ใกล้สะดือทะเล เกาะเสม็ด จ.ระยอง’ เสริมสิริมงคล

      เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 21 มิ.ย.67 ที่บริเวณร้าน Sea Horse อ่าววงเดือน เกาะเสม็ด ม.4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ททท.ภูมิภาค ภาคตะวันออก ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยว ‘เล่าเรื่องราว point of view 9×9 มุมลับเที่ยวหน้าฝนภาคตะวันออก เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวตาม Strategic move 4 จุดขาย ยืนหนึ่ง เรื่องกิน สุดฟินเรื่องเที่ยว เต็มเหนี่ยวสายศรัทธา เรียนรู้เรื่องรักษ์ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย หรือยังไม่เป็นที่นิยม โดยได้มีการเปิดเวที ‘เล่าเรื่องราว point of view 9×9 มุมลับเที่ยวหน้าฝนภาคตะวันออก’ จาก 7 กูรู ประกอบด้วย นายมรกต สุดดี ผอ. กองการตลาดภาคตะวันออก นางวันดี เผื่อนอุดม ผอ. ททท. สำนักงานนครนายก นายวัชรพล สารสอน ผอ. ททท. สำนักงานระยอง นายจิระศักดิ์ อ่วมอุไร ผอ. ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา นายกรกฎ โอภาส ผอ. ททท. สำนักงานตราด น.ส.อุไร มุกประดับทอง ผอ. ททท. สำนักงานพัทยา น.ส.เพ็ญสุดา โพธิ์เงิน ผอ. ททท. สำนักงานจันทบุรี และนายสมชาย ชมภูน้อย ผอ. ททท. ภูมิภาค ภาคตะวันออก

       นอกจากนี้ในงาน ททท.สำนักงานระยอง ยังมีการจัด Gimmick เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวสายศรัทธา หรือสายมูเตลูด้วย เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต และกระตุ้นท่องเที่ยว โดยมีพิธีกรรม ‘อาบน้ำเพ็ญใต้แสงจันทร์ใกล้สะดือทะเล หวานตะวันออก@เกาะแก้วพิสดาร’ โดยได้จัดให้มีพิธีพราหมณ์บวงสรวง อาหารคาวหวานเครื่องสังเวยสักการะพระอุปคุต พระประจำมหาสมุทร และโปรยดอกไม้ ก่อนที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้ร่วมกันเดินลงทะเลอาบน้ำเพ็ญ ภายใต้พระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ

         นายวัชรพล เปิดเผยว่า กิจกรรมอาบน้ำเพ็ญใต้แสงจันทร์ดังกล่าว จะจัดขึ้นเดือนละครั้ง โดยเฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งจะเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งในการจัดกิจกรรมดังกล่าว จะมีองค์ประกอบเรื่องของพระจันทร์ มีการตั้งโต๊ะบูชาบวงสรวง มีพระอุปคุตที่เชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา ฉะนั้นการอาบน้ำเพ็ญใต้แสงจันทร์ จึงเชื่อมโยงกับสะดือทะเล ความเชื่อกับการชำระล้างสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต และสร้างพลังให้กับชีวิตได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งเกาะเสม็ด เป็นจุดหนึ่งที่อยู่ในบริเวณของสะดือทะเล โดยจุดหลักๆ จะอยู่ทางใต้ของเกาะ คือ อ่าววงเดือน อ่าวปะการัง ออกฝั่งไปประมาณ 2 กม. บริเวณอ่าววงเดือนแห่งนี้อยู่ตรงกลางของเกาะเสม็ด เป็นจุดที่พราหมณ์เลือกทำพิธีกรรม ซึ่งเหมาะสมมองเห็นพระจันทร์เต็มดวงได้ชัดเจน ทั้งนี้การอาบน้ำเพ็ญใต้แสงจันทร์ดังกล่าว ททท.สำนักงานระยอง และ ททท ภูมิภาคภาคตะวันออก จัดขึ้นในวันนี้มีสื่อมวลชนจากส่วนกลาง และจังหวัดระยอง ได้มาร่วมพิธีตามความเชื่อในการได้ชำระสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย จึงอยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ศรัทธาในความเชื่อดังกล่าวอยากให้มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยสามารถติดตามทางเพจ ททท.สำนักงานระยอง ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

Loading

สมาคมวิทยุกระจายเสียงระยอง เดินหน้ารณรงค์ให้วัดในระยองปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า มุ่งส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์ ฆราวาส และนักท่องเที่ยวที่มาทำบุญและเที่ยวชมวัดใน จ.ระยอง

      เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มิ.ย.67 ที่ศูนย์การเรียนรู้เครือข่ายไออาร์พีซี ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นพ.วันชัย นนทกิจไพศาล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดการขับเคลื่อนโครงการ ‘วัดในจังหวัดระยองปลอดบุหรี่และบุหรี่’ มีสื่อมวลชนทุกแขนงใน จ.ระยอง เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมวิทยุกระจายเสียงระยอง และคณะสงฆ์จังหวัดระยอง ภายในงานมีการบรรยายเรื่องพิษภัย สถานการณ์ กฎหมายการควบคุมบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า มีนายพิภพ เมืองศิริ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ร่วมบรรยายให้ความรู้แก่สื่อมวลชน มีนายอัครชัย เดชมูล นายกสมาคมวิทยุกระจายเสียงระยอง ร่วมเป็นเกียรติ ทั้งนี้มีวัตถุมุ่งให้สื่อมวลชนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายโครงการวัดเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เช่น ปิดป้ายและประชาสัมพันธ์ให้วัดเป็นที่ปลอดบุหรี่ฯ เฝ้าระวังไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในวัด ประชาสัมพันธ์ให้วัดเป็นที่ปลอดบุหรี่ฯ และไม่มีการสูบบุหรี่ในงานเลี้ยงในวัดอย่างทั่วถึง

      สำหรับ จ.ระยอง มีวัดและที่พักสงฆ์ 276 วัด มีพระสงฆ์ จำนวน 900 รูป ยังมีอัตราการสูบบุหรี่ในพระสูงอยู่ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ ฆราวาส ประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาทำบุญ เที่ยวชมวัดทุกวัดใน จ.ระยอง ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และปลอดภัยจากควันบุหรี่ ทางสมาคมวิทยุกระจายเสียงระยอง จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งเป็นสถานที่พัฒนาจิตใจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรม เพื่อสุขภาพที่ดีของ ประชาชน ครอบครัว และชุมชนด้วย รวมถึงการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 อย่างเคร่งครัด จะช่วยสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับ ประชาชนและช่วยให้พระที่สูบบุหรี่ได้เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ เพื่อสุขภาพและต้นแบบที่ดีต่อไป.

Loading

 อบจ.ระยอง จับมือสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง เปิดการแข่งขันกีฬาท้องถิ่น ‘มหกรรมกีฬาระยองเกมส์ ประจำปี 2567 Rayong Game 2024’ อย่างยิ่งใหญ่ มุ่งสร้างประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬา ส่งเสริมการออกกำลังกาย ห่างไกลยาเสพติด สุขภาพแข็งแรง ตลอดจนสร้างมิตรภาพน้ำใจของนักกีฬาด้วย

     เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.67 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาท้องถิ่น ‘มหกรรมกีฬาระยอง เกมส์ ประจำปี 2567 หรือ Rayong Game 2024’ ซึ่งจัดขึ้นโดย อบจ.ระยอง และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง มีนายวิเชียร แสงวงศ์กิจ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระยอง คณะกรรมการสมาคมฯ และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฯ

     โดยมีขบวนพาเหรดนำนักกีฬา แล  อสม.ระยองกว่า 1,200 คน เข้าสู่สนาม  มีการแสดงดนตรี การแสดงโชว์ของนักกีฬา นักเรียนมัธยมตากสินระยอง และการเต้นออกกำลังกายของ อสม.ระยอง โดยมี นายปิยะ  ปิตุเตชะ ร่วมเต้นเป็นการสร้างสีสันในพิธีเปิด พร้อมมีการจุดพลุ และจุดคบเพลิงเริ่มการแข่งขันกีฬา ‘มหกรรมกีฬาระยองเกมส์ 2024’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกีฬาที่ใช้แข่งขัน 27 ชนิดกีฬา  ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬา และส่งเสริมการออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด มีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนสร้างมิตรภาพน้ำใจนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน และความสามัคคีของชาว จ.ระยอง..000