Loading

ปภ.ระยอง เติมความรู้ผู้นำชุมชนเขตเทศบาลนครระยอง เสริมสร้างศักยภาพชุมชนรับมือด้านอัคคีภัยและสารเคมีรั่วไหล

        เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ก.พ.68 ที่ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้เครือข่ายชุมชนไออาร์พีซี อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานในการเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชนเป็นฐานในเขตเมือง(ด้านอัคคีภัยและสารเคมีรั่วไหล) ประจำปี 2568 มีเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครระยอง ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครระยอง 29 ชุมชน รวม 58 คน เข้ารับการอบรมฯ มีนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง นายศักดาวุธ ศักดิเศรษฐ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระยอง นายณัฏฐวัฒน์ วงศ์ศิริคุณากร หัวหน้าสำนักงาน ปภ.ระยอง

       โดยโครงการดังกล่าว มุ่งเน้นให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและให้มีความรู้ ความสามารถในการเตรียมพร้อมป้องกันภัย สามารถช่วยเหลือตนเองและคนในชุมชนให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก่อนที่หน่วยงานภายนอกจะเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือ โดยเฉพาะการประเมินสถานการณ์ การเฝ้าระวังและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินด้านอัคคีภัยและสารเคมีรั่วไหล รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผนจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนในการบริหารจัดการภัยพิบัติ การดำเนินกิจกรรมต่างๆ อันเป็นการเตรียมความพร้อมของชุมชนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อนำไปสู่การชุมชนน่าอยู่และยั่งยืน.

Loading

พัฒนาชุมชน ระยอง มอบเกียรติบัตรแก่สตรีที่มีผลงาน ด้านงานพัฒนาชุมชน ในวันสตรีสากลจังหวัดระยอง ประจำปี 2568

        วันที่ 5 มีนาคม 2568 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายชัชชัย กลีบมะลิ พัฒนาการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดกิจกรรมพร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่สตรีที่มีผลงาน  เนื่องในวันสตรีสากลจังหวัดระยอง ประจำปี 2568 โดยมี นางจีราภา บุญไชโย ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน พร้อม  นางศิโรรัตน์  เวหน  รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดระยอง  เลขานุการสตรีภาคกลาง  ผู้แทนบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด อำเภอ พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ร่วมเป็นเกียรติ

     ภายในงาน จัดให้มีกิจกรรม รวมพลังสตรีระยอง “สตรีกับโลกแห่งนวัตกรรมทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที มีกลุ่มเป้าหมายสตรีจากทุกอำเภอรวม 50 คน  การมอบเกียรติบัตรแก่สตรีที่มีผลงาน “ด้านงานพัฒนาชุมชน จำนวน 12 ท่าน  กิจกรรมเสวนาการขับเคลื่อนการพัฒนาสตรี ในหัวข้อ“สตรีกับโลกแห่งนวัตกรรม “ นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่าย สินค้าจากกลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพ และกลุ่มOTOP ในพื้นที่ ที่มาจำหน่าย ภายในงานกว่า 100ร้าน

      ทั้งนี้ การจัดงานวันสตรีสากล เพื่อ ร่วมแสดงออกถึงความเสมอภาคแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมในสังคม ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะมุ่งให้เห็นความสำคัญของสุภาพสตรีเช่นกัน

        นายชัชชัย กลีบมะลิ พัฒนาการจังหวัดระยอง กล่าวว่า วันสตรีสากล ตรงกับวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญซึ่งเป็นวันที่สตรีทั่วโลกได้ประกาศถึงความเสมอภาค ความเท่าเทียม และจังหวัดระยอง โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดระยอง ได้จัดกิจกรรม “รวมพลังสตรีจังหวัดระยอง ประจำปี 2568” ขึ้นเพื่อให้สตรีระยอง ได้มาร่วมกันแสดงพลัง แสดงสัญลักษณ์ การเป็นผู้นำในการพัฒนา โดยเฉพาะในวันนี้ ได้รับเกียรติจากผู้นำสตรี ทั้งในระดับภาค ระดับจังหวัด สตรีภาคธุรกิจ ได้มาร่วมกันเสวนา แสดงถึงเจตจำนงในกำรพัฒนาศักยภาพสตรีร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี ร่วมกันส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้แก่สตรีในพื้นที่ เพื่อให้สตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ต่อไป

Loading

จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม จึงมีประชากรเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ตามมาคือ ขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกมีวันละหลายตัน โดยบริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ภายใต้กลุ่ม ปตท. ร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) คิดหาวิธีกำจัดขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนจึงสร้างโครงการ Upcycling SE เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ และกำจัดขยะพลาสติก

โดยบริษัทสานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จัดตั้งเป็นรูปบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทประเภทไม่แบ่งปันกำไรให้ผู้ถือหุ้น รายได้ทั้งหมดนำไปใช้เพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม นายเอกชัย ศุภกุล ผจก.บริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อชุมชน จำกัด เผยว่า โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2019 โดยนำขวดน้ำพลาสติกที่ทางชุมชนแยกแล้ว มาแปรรูปเป็นเส้นด้าย แล้วนำมาถักทอเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เสื้อ กระเป๋า ปกสมุดไดอารี ฯลฯเป็นต้น แล้วนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค จากโครงการ Upcycling SE เป็นสินค้าที่ผลิตจากพลาสติกแปรรูป กระเป๋าใบใหญ่เราใช้ขวดพลาสติก 5-6 ขวด ใบเล็ก 2 ขวดถ้าเป็นกระเป๋ารูปทรงสูงใช้ 11 ขวด ราคาใบใหญ่ 790 บาท ใบเล็ก 590 บาท เสื้อยืดใช้ 8 ขวดราคา 400 บาท เสื้อแจ๊คเก็ต 21 ขวด ราคา 1,290 บาท สำหรับเสื้อแจ๊คเก็ตสามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน มีสองสี โดยสินค้าเริ่มจำหน่ายที่อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ และจีซีเคมีค่ามิวเซียมและขายในออนไลน์เว็บไซต์ สานพลัง สามารถสั่งซื้อได้

และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัทสานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้มาเปิดร้านสานพลังสานรอยยิ้ม Pop-Up Store ที่ อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา PTTLNG จังหวัดระยอง โดยมีสินค้า คอลเลคชั่นพิเศษลายดอกทิวลิป ซึ่งเป็นของฝากที่มีความพิเศษสำหรับผู้มาเยี่ยมชมไม้เมืองหนาวซึ่งสามารถซื้อได้ที่อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษาเท่านั้น ซึ่งทางบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล ASEAN Business Awards 2024 สาขา Sustainable Social Entergy จากสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน

Loading

ชาวบ้านใน อ.นิคมพัฒนา- อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เซ็งผู้รับเหมาขุดวางท่อส่งน้ำไร้รับผิดชอบฝุ่นฟุ้งกระจาย แถมไฟส่องสว่างช่วงกลางคืนไม่มี ทำรถเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บหลายราย

     เมื่อวันที่ 26 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา และ ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ว่ามีผู้รับเหมาได้มีการขุดวางท่อส่งน้ำริมถนนสาย 331 ตั้งแต่บริเวณสี่แยกพวงมาลัย ต.แม่น้ำคู้  อ.ปลวกแดง ไปจนถึงบริเวณทางลอดอุโมงค์สี่แยก ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา ระยะทางหลาย 10 กม. ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบช่วงดำเนินการก่อสร้างที่ไรัรับผิดชอบ ทั้งจากฝุ่นฟุ้งกระจาย และช่วงกลางคืนไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ บางช่วงไฟส่องสว่างไม่มี ทำให้ชาวบ้านใช้รถสัญจรไปมาประสบอุบัติเหตุทางถนน ได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านขี่รถ จยย. และรถ จยย.พ่วงข้าง เกิดอุบัติเหตุลงข้างทางในช่วงที่มีการฝังกลบท่อแล้ว เกิดเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำบาดเจ็บ 2 ราย ซ้ำช่วงกลางวัน ฝุ่นจากการทำงานฝังกลบท่อ ยังฟุ้งกระจายกระทบชาวบ้านข้างทาง โดยเฉพาะร้านขายของชำทำให้ขายของยากขึ้นไปอีก

     ทั้งนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ วอนให้ผู้รับเหมา หรือหน่วยงานไหนที่เป็นเจ้าของโครงการ ได้มาดูแลรับผิดชอบด้วย ขอให้มีความใส่ใจชาวบ้านในพื้นที่ให้มากขึ้นด้วย อย่าให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซาก หรือต้องให้เกิดการสูญเสียจากความชุ่ยดังกล่าวก่อนถึงจะลงมาดู ขุดแล้ว ก็ทำให้มันดี ทั้งนี้ช่วงก่อสร้างก็ขอให้ทำตามมาตรการตามเคยรับปากไว้ด้วย.

Loading

หอการค้าระยอง เลือกตั้งประธานหอการค้าคนใหม่ ‘ทินกร ลาวัณย์เสถียร’ ได้รับเลือกนั่งประธานหอการค้าระยองคนที่ 13 พร้อมลุยทำงานผลักดันเศรษฐกิจระยองให้เติบโตยั่งยืน

     เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 ก.พ.68 ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดระยอง ประจำปี 2568 และเลือกตั้ง คกก.หอการค้าชุดใหม่แทนชุดเก่าที่หมดวาระลง โดยได้ คกก.ชุดใหม่ จำนวน 60 คน และมีการเลือกประธานหอการค้าคนใหม่ด้วย ซึ่งนายทินกร ลาวัณย์เสถียร หรือ ‘เสี่ยตั้ม’ ผู้บริหารสตาร์มันนี่ จก.ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าระยองคนใหม่ คนที่ 13 พร้อมกับเลือกรองประธานหอการค้าอีก 10 คน ประกอบด้วย นายมาโนทย์ ประทุมพิทักษ์ นายชิต อิศรนาเวช น.ส.ธนิชยา ชินศิรประภา นายวีรยุทธ อนุจิตรอนันต์ นายสุทธิพร ภู่ธนะพิบูล นายอภิชา เหลืองทองคำ นายเดชา ลิ้มถาวรวงศ์ นางชุติมา เหรียญเพ็ชรสุข นายกลวัช สุขวิมล และนายอัครณัฐ สกุลพราหมณ์

      นายทินกร ลาวัลย์เสถียร ประธานหอการค้าระยองคนใหม่ เปิดเผยว่า เรื่องที่ 1.หอการค้า จะเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด และเรื่องสังคม และ 3 ภาพหลักของจังหวัด คืออุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยวจะได้อะไรบ้าง 2.จะเน้นการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการให้ทั่วถึง เพื่อเศรษฐกิจไปได้ และมีเงินหมุนเวียน 3.หอการค้าจะเน้นส่งเสริมเติบโตควบคู่ไปกับภาคสังคม อีกเรื่องคือจะเน้นส่งเสริมให้องค์กรหอการค้าเติบโตแบบส่งต่อได้ ไม่เฉพาะแค่สมาชิกหอการค้ารุ่นใหญ่อย่างเดียว ยังมีสมาชิกรุ่นใหม่ หรือ YEC ที่จะต้องมาเรียนรู้ และทำงานร่วมกันด้วย เพื่อจะส่งต่อองค์กรหอการค้าให้ใหญ่ขึ้น และยั่งยืน นอกจากนี้ทางหอการค้า ก็จะทำงานขับเคลื่อนร่วมกันกับจังหวัดอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับจังหวัดให้ต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ก็จะผลักดันองค์กรหอการค้าให้เป็น AI มากขึ้น โดยเฉพาะให้ผู้ประกอบการ หรือสมาชิก ได้เรียนรู้ระบบ AI และเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อที่จะแข่งขันตลาดในประเทศ และต่างประเทศได้ ทั้งนี้เชื่อมั่นในทีมงานหอการค้าทุกคน ซึ่งเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านที่มาร่วมกันทำงาน จะทำให้หอการค้าเจริญเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด และประเทศให้เติบโตต่อไปได้.

Loading

ทต.ทับมา นำประชาชน และนักเรียน เสริมสร้างการเรียนรู้ตามรอยพ่อหลวง ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง มุ่งให้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

     เมื่อวันที่ 24 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูชาติ คงทน รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา พร้อมผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา นำผู้ชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และครู นักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดทับมา เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ตามรอยพ่อ ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยรับฟังการบรรยายการบรรยายตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเยี่ยมชมการพัฒนา การปรับภูมิทัศน์เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ จ.ระยอง ภายในพื้นที่ของศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้เข้าเยี่ยมชมดอกไม้เมืองหนาวภายในอาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา บริษัท PTTLNG ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง โดยเป็นการนำความเย็นเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ในการใช้ปลูกไม้ดอกเมืองหนาว อาทิ ทิวลิป ดารารัตน์ และไฮเดรนเยีย

      ทั้งนี้โครงการดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาเรียนรู้ถึงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและแนวทางพระราชดำริตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และประกอบอาชีพ รวมทั้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรอีกด้วย.

Loading

พาณิชย์จัดงานส่งท้ายเดือนแห่งความรักชวนนักช้อปเลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Clubกระตุ้นการจับจ่ายและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชน

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงานส่งเสริมการตลาดสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการเครือข่าย MOC Biz Club ส่งท้ายเดือนแห่งความรัก กระตุ้นการจับจ่าย สร้างรายได้ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) ของประเทศพบกันที่งาน ‘MOC Biz Club Fair 2025 By DBD’ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี

     นายนภินทร ศรีสรรพางค์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า  การจัดงาน ‘MOC Biz Club Fair 2025 By DBD’ เป็นกิจกรรมที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการขยายช่องทางการตลาดและเพิ่มโอกาสทางการค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการในกลุ่มเครือข่าย MOC Biz Club ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจและกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยทุกระดับ โดยกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายสนับสนุน SMEs ให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ขยายตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จึงได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือพึ่งพากัน ภายใต้โมเดลส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในชื่อ “เครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club” ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์2568) มีสมาชิกผู้ประกอบการ SMEs อยู่ทั่วประเทศจำนวน 14,756 ราย และไดมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) และผู้ประกอบการเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ทั่วประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 1,000 ล้านบาทโดยในปีนีมีแผนจัดงานจำนวน 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี ครั้งที่ 2 จัดที่ฟิวเจอปารค์รังสิต และครั้งที่ 3 ที่เซ็นทรัล ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้คัดเลือกผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) และผู้ประกอบการเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club จากทั่วประเทศ กว่า 50 ราย มาร่วมออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้มีการพัฒนารูปแบบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมตลาดและวิถีชีวิตยุคใหม่ของคนไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และมีความใส่ใจกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน และรักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น

     ทั้งนี้คาดว่าจะสร้างยอดขายในงานรวมไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ขยายเครือข่าย และขยายช่องทางการตลาด ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการฐานรากได้อย่างแท้จริง รวมถึงเป็นการยกระดับและพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วยงาน ‘MOC Biz Club Fair 2025 By DBD’ เป็นอีกเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายธุรกิจ ให้เกิดการรวมกลุ่มและจับคู่พันธมิตรธุรกิจทั้งภายในพื้นที่และระหว่างพื้นที่ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์การประกอบธุรกิจระหว่างกัน เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และเพิ่มช่องทางการตลาด รวมถึงยังเป็นเวทีที่จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ เครือข่ายธุรกิจ กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนด้วย ขอเชิญชวนผู้สนใจเยี่ยมชม และเลือกซื้อสินค้าเพื่อมอบเป็นของขวัญแด่คนพิเศษส่งท้ายเดือนแห่งความรักได้ที่งาน ‘MOC Biz Club Fair 2025 By DBD’ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรีและติดตามรายละเอียดและกิจกรรมของงาน MOC Biz Club Fair 2025 By DBD ครั้งต่อไปได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า https://www.dbd.go.th หรือสอบถามเพิ่มเติมทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2547 4445 และ สายด่วน 1570

Loading

    ผอ.เทคนิคระยอง-ผอ.เทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง พาครู ศึกษาดูงานการเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงจากพลาสติก มุ่งพัฒนาจัดการเรียนการสอน นำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่า และเกิดประโยชน์กับผู้เรียน ตอบโจทย์พื้นที่ EEC

     เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง และนายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง พาครู และบุคลากรทางการศึกษาแผนกวิชาปิโตรเคมีทั้ง 2 แห่ง จำนวน 34 คน เดินทางไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ ภายใต้โครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ กระบวนการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงานทดแทนของนายประสิทธิ์ ตระการฤทธิ์ ม.13 บ้านโนนแดง ต.บุ่งคล้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยดูการสาธิตกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงจากพลาสติกจากเตาเผากลั่น และการทดลองใช้จริงกับเครื่องมือทางการเกษตร และรถจักรยานยนต์ โดยการศึกษาดูงานนอกสถานที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ๆ ในการปฏิบัติงานแก่ครู และบุคลากร และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเองและพัฒนาการจัดการเรียน การสอนของวิทยาลัยฯ ทั้ง 2 แห่ง ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียน

      นายกิตติพงค์ เปิดเผยว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้ มุ่งเน้นในเรื่องขององค์ความรู้ของการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนขยะให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ในฐานะที่วิทยาลัยเทคนิคทั้ง 2 แห่งอยู่ในเขต EEC ของ จ.ระยอง มีการเปิดการเรียน การสอนในสาขาปิโตรเคมี, เคมีอุตสาหกรรม, เทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ และสาขาช่างอุตสาหกรรม ซึ่งทางวิทยาลัยฯ เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือปราชญ์ชาวบ้านที่มีการสร้างเป็นนวัตกรรมแล้ว ก็อยากจะมีการต่อยอดโดยนำเทคโนโลยีที่นักเรียน นักศึกษามีอยู่ทั้งในสาขาอื่นที่มีความเชื่อมโยงกันด้วย มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อที่จะพัฒนาภูมิปัญญาชาวบ้านที่เปลี่ยนขยะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้คิดค้นขึ้นมาได้ดังกล่าว เพื่อพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น รวมทั้งสาขาวิชาเกี่ยวข้องสามารถนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าของภูมิปัญญาชาวบ้านได้ โดยเฉพาะคุณสมบัติของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากพลาสติกนำไปใช้ได้จริง และตอบโจทย์ของภูมิปัญญาชาวบ้านที่คิดค้นขึ้นมาหลาย 10 ปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

      นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า แนวคิดเริ่มแรก ตนต้องการลดโลกร้อน ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาเรื่องขยะทั้งในชุมชน และทั่วประเทศ จึงได้คิดค้นนำขยะพลาสติกมาทำเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ซึ่งตนเดินทางไปเป็นวิทยากรเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวให้กับประชาชน สถานศึกษา และองค์กรต่างๆ มาทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งการที่วิทยาลัยฯ ทั้ง 2 แห่ง มาศึกษาดูงานครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ช่วยกันต่อยอดให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นไป ซึ่งตนพร้อมจะไปเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย เพื่อให้โครงการของวิทยาลัยฯ ทั้ง 2 แห่ง เกิดประโยชน์แก่ประชาชน และประเทศชาติโดยรวมต่อไป.

Loading

ตำรวจท่องเที่ยวระยอง จับทัวร์เถื่อนชาวฝรั่งเศส นำนักท่องเที่ยว เที่ยวเกาะเสม็ด

        เมื่อวันที่ 22 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.อนาวิน เฟื่องอารมย์ สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.1 ตำรวจท่องเที่ยวระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.1 (ระยอง-จันทบุรี) จับกุมชายชาวฝรั่งเศสรายหนึ่ง หลังนำนักท่องเที่ยว ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มเพื่อนและครอบครัวเดินทางมาเที่ยวที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง

     จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวระยองทราบว่า ชายชาวต่างชาติดังกล่าว ได้มีการขายโปรแกรมทัวร์และที่พักในประเทศไทย ผ่านช่องทางออนไลน์ของตนเองในต่างประเทศ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลกับนายทะเบียนท่องเที่ยวพบว่า ชายชาวต่างชาติรายดังกล่าว ไม่ได้มีการจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวที่ประเทศไทย จึงได้ทำการจับกุมชายชาวต่างชาติรายดังกล่าว แจ้งข้อหา ‘ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551’, ‘คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงาน โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ (ทำหน้าที่จัดนำเที่ยว)’ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ระนอง พังงา กระบี่ สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ชุมพร แท็กทีมนำของดีของเด่นภาคใต้ มาจำหน่ายถึงในกรุง มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ ขยายโอกาสชุมชน

      ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดย ‘ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส’ รวมทั้งการสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับฐานรากให้มีโอกาสทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนดำเนินการเพื่อยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในส่วนของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 11 จังหวัด ได้จัดงานสีสัน สวรรค์แดนใต้ (THE THAI SOUTHERN UNSEEN PARADISE) โดยนำสินค้านำสินค้าที่โดดเด่นและมีศักยภาพ สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และสินค้าที่แสดงถึง Soft Power ของแต่ละพื้นที่ รวมกว่า 50 ร้านค้า ประกอบด้วย อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์แปรรูป ของใช้ อัญมณี และเครื่องประดับ มาจำหน่ายให้แก่ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงและจัดโปรโมชั่นต่างๆ รวมทั้งจัดการแสดงดนตรีโฟล์คซอง และมินิคอนเสิร์ต ในช่วงเวลาจัดงานด้วย

       นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business matching) ให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ได้พบปะเพื่อขยายช่องทางการค้า และสร้างเครือข่ายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งหากมีการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน ตลอดจนส่งเสริมช่องทางตลาดอย่างต่อเนื่อง จะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี โดยเชื่อมั่นว่าการจัดงานสีสัน สวรรค์แดนใต้ เป็นอีกหนึ่งงานที่ช่วยสนับสนุนและยกระดับศักยภาพสินค้า โดยเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และขยายช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเด่นจาก 11 จังหวัดภาคใต้ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

        ด้าน นางสาวสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ พาณิชย์จังหวัดตรัง กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการจัดงานเพื่อส่งเสริมด้านการตลาดในประเทศ และเป็นช่องทางเชื่อมโยงการค้าผ่านการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ทั้งรูปแบบของออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดการสร้างโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ และสร้างเครือข่ายทางการค้า รวมทั้งประชาสัมพันธ์สินค้าอัตลักษณ์ สินค้าเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้นอีกด้วย ‘งานสีสัน สวรรค์แดนใต้… เป็นงานที่รวมเอาสินค้าคุณภาพ ของกิน ของใช้ อาทิ สินค้า GI หมูย่างเมืองตรัง พริกไทยตรัง ไข่เค็มไชยา กาแฟกระบี่ ข้าวไร่ดอกข่าพังงา ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง สินค้าอัตลักษณ์ เค้กเมืองตรัง อาหารทะเลแปรรูป อาหารพื้นถิ่นภาคใต้ ซาลาเปาทับหลี ภาพแกะสลักหนังตะลุง เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ผ้าทอนาหมื่นศรี ผ้าปาเต๊ะ เครื่องประดับมุก และสินค้าอื่นๆอีกมากมายจากภาคใต้กว่า 50 ร้านค้า มารวมกันในงานเดียว การนำสินค้าเหล่านี้มาเปิดตัวในงานเป็นสร้างรายได้และโอกาสให้กับผู้ประกอบการ โดยภายในงานนอกจากบูธจำหน่ายสินค้าแล้ว ยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจการค้า ดนตรีโฟล์คซอง มินิคอนเสิร์ต รวมทั้งนิทรรศการสินค้า ให้เพลิดเพลินไปกับการชอปปิ้ง เลือกชมสินค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกๆ วันตลอดการจัดงาน คาดว่าการจัดงานในครั้งนี้ มีมูลค่าทางการค้าไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท จะสามารถสร้างโอกาส ให้ผู้ประกอบการและเปิดโอกาสธุรกิจจากการเจรจาธุรกิจการค้า’

        งานสีสัน สวรรค์แดนใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ งานนี้คัดสรรสินค้าสินค้าเด่น สินค้าอัตลักษณ์ สินค้า GI และของดีภาคใต้ มาไว้ครบในงานเดียว ประชาชนที่ชื่นชอบการชอปปิ้ง และสนใจสินค้าจากภาคใต้ ไม่ควรพลาด !!!….