Loading

พาณิชย์เมืองนนท์ จับมือเครือข่ายภาคธุรกิจ จัดงาน Best & Green of Non 2025 ชวนช้อปสินค้าเด่นคุณภาพ

พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย หอการค้าจังหวัดนนทบุรี และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี จับมือแถลงข่าวการจัดงาน Best & Green of Non 2025 ระหว่าง 26-30 พฤษภาคม 2568 ณ อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พร้อมระดมผู้ประกอบการ Exhibiter สินค้า และบริการเด่นของจังหวัด ทั้งเกษตร SMEs อุตสาหกรรม และท่องเที่ยว ร่วมโชว์ศักยภาพ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมชูภาพลักษณ์เมืองน่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คาดสร้างมูลค่าทางการค้าภายในงานได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท
นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดปริมณฑลที่มีศักยภาพสูง และเป็นแหล่งรองรับการขยายตัวของเมืองในทุกด้าน ทั้งที่ด้านอยู่อาศัย ธุรกิจ ระบบขนส่งมวลชน ซึ่งหลังเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทางจังหวัดได้พยายามผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดความมั่นคง โดยสนับสนุนการแสวงหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการธุรกิจในจังหวัด ผ่านการจัดกิจกรรมด้านการตลาด การเจรจาการค้า การเชื่อมโยงตลาด ที่สอดคล้องกับกระแส หรือทิศทางตลาดในประเทศ และตลาดโลกในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การขยายตัวทางการค้าของประเทศ ซึ่งจังหวัดนนทบุรีมีเป้าหมายการพัฒนาสู่การเป็น Livable City มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสูงในภาคเศรษฐกิจ (High Value Economy Creation) สิ่งแวดล้อมของเมืองที่เติบโตอย่างยั่งยืน Environment Sustainable Growth และการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งแข่งขันได้ ‘กิจกรรมทางการตลาดจะเป็นตัวช่วยที่ดี เป็นกลไกในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการค้า จึงทำให้เกิดโครงการ Nonthaburi Fair ขึ้น โดยมุ่งหวังจะให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน และผู้ประกอบการในจังหวัดนนทบุรีมีรายได้เข้ากระเป๋ามากขึ้น ในปีนี้ทางจังหวัดต้องการให้สินค้าที่นำเสนอมีความแตกต่าง และตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ จึงมีการนำเสนอสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเมื่อเข้าร่วมงานจะได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ผ่านกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม โดยเราเน้นนำสิ่งที่เป็น The Best มานำเสนอต่อผู้บริโภค และยังให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งในงาน Best & Green of Non 2025 จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสินค้าของจังหวัดนนทบุรี ที่พร้อมก้าวสู่ระดับประเทศ และระดับสากลด้วย’

ด้านนายสงกรานต์ เพ็ชรน้ำเขียว พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี ได้เตรียมผู้ประกอบการ Exhibiter สินค้าและบริการเด่นของจังหวัด ที่มีความพร้อมจะยกระดับการค้าของเมืองนนท์สู่การค้าระดับสากลเข้าร่วมงาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานจะเปิดให้มีช่องทางการ Shopping Online การ Live Streaming ผ่านช่องของ Influencer และในขณะเดียวกันผู้เข้าชมงานยังได้สัมผัสกับบรรยากาศและกลิ่นอายของวัฒนธรรมความเป็นนนทบุรี ที่เตรียมมาโชว์บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ‘เราบรรจุความเป็นนนท์ทุกอย่างไว้ที่นี่ที่เดียว ทั้งสินค้าเด่นมีชื่อเสียงมากกว่า 200 รายการ ทั้งธุรกิจบริการ ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว Wellness และธุรกิจที่พร้อมเจรจาเชื่อมโยงการค้า งานนี้เป็นการผนึกกำลังของหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายเอกชนหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด หอการค้าจังหวัดนนทบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนนทบุรี ที่พร้อมร่วมมือสนับสนุนให้เกิดงานนี้อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการของจังหวัด โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าทางการค้าได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท’

ส่วน คุณยลดา รองหานาม ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี กล่าวเสริมว่า จังหวัดนนทบุรีมีผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 3 หมื่นราย และเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างภาคเกษตรกรรม และภาคธุรกิจที่มีการนำนวัตกรรม และ AI มาใช้งาน โดยหอการค้าจังหวัดนนทบุรีได้มีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ พร้อมสนับสนุนงานด้านการค้า และการลงทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งศักยภาพของจังหวัดนั้น เป็นเป้าหมายที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือต่างชาติสนใจมาลงทุน โดยในงานนี้หอการค้าจังหวัดนนทบุรี และเครือข่าย YEC จะได้นำเสนอธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดด้วย

ด้านนายเรืองศักดิ์ แสงเพ็ญพราว ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี กล่าวเสริมว่า สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายรัฐบาล และเป้าหมายของจังหวัด ซึ่งจากสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องมุ่งเน้นการผลิตและการตลาดในแบบที่ผู้บริโภคต้องการ โดยงาน Best & Green of Non 2025 จะแสดงให้ผู้บริโภคได้เห็นว่าอุตสาหกรรมในจังหวัดนนทบุรี มีศักยภาพในการผลิต มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการผลิต มีความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดยจะมีเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจที่นำ Carbon Footprint มาใช้ในองค์กร และต่อยอดในความร่วมมือระหว่างธุรกิจกับชุมชน แนวทางการลด Carbon Footprint และการเข้าสู่ Carbon Neutrality โดยจะมีการนำองค์กรที่เป็น Success Case มาเล่าสู่กันฟังในงานนี้ด้วย ซึ่งประชาชน เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจที่สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ในพาวิลเลียนของสภาอุตสาหกรรม โดยในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ยังมีการสาธิตเมนูเด็ดจากวัตถุดิบขึ้นชือของเมืองนนท์ โดย เชฟจากัวร์ – ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ อาทิ ยำหน่อกะลาปลารมควัน เมี่ยงหน่อกะลา ทาร์ตข้าวตอกมูสทุเรียน ข้าวเหนียวมูนเปิดหน้่าโบราณ (หน้ากุ้ง สังขยา หน้ากระฉีก วุ้นมะม่วงลอยแก้ว และข้าวมัดโบราณเมืองนนท์ แล้วพบกันในงาน Best & Green of Non 2025 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 ณ อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ.

Loading

พบพ่อแม่ตกงาน พาลูกกินนอนศาลาประมงพื้นบ้านริมทาง-หน้าร้านซักแห้ง ส่งลูกเรียน ปวช.1 เทคนิคระยอง-ผอ.เทคนิคระยอง ยื่นมือช่วยรับพ่อแม่ตกงานเข้าทำงาน-หาทุนการศึกษาให้เด็ก

      เมื่อวันที่ 20 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้จัดการร้านซักแห้งแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใน ต.ปากน้ำระยอง อ.เมืองระยอง ว่าพบสามพ่อแม่ลูกมานอนพักอยู่หน้าร้านทุกคืนหลายวันแล้ว ทางร้านตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดทางร้านเห็นตัวลูกสาวจะแต่งตัวนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคระยอง เดินออกจากร้านตอนตี 5 เพื่อไปเรียนทุกวัน จึงได้มาแจ้งครูวิทยาลัยเทคนิคระยอง ให้รับทราบ ครูจึงตรวจสอบนักศึกษาดังกล่าวทราบชื่อคือ น.ส.อัยลดา สายคง อายุ 17 ปี เรียนอยู่สาขาการตลาด ปวช.1 มารดาชื่อ นางสำลี อายุ 54 ปี บิดาชื่อ นายบุญโฮม อายุ 53 ปี

      สอบถามทราบว่า นางสำลี ได้พาลูกสาวมาจาก จ.สมุทรปราการ พาลูกมาสมัครเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง หลังมีเพื่อนรุ่นพี่แนะนำให้มาเรียนที่นี่ โดยมาเช่าห้องพักในซอยสัมฤทธิ์ ต.ปากน้ำระยอง อ.เมืองระยอง ก่อนที่ผู้เป็นบิดาจะลาออกจากงานที่เป็น รปภ.ที่ จ.สมุทรปราการ มาอยู่ด้วย และหวังจะหางานทำ แต่ไม่มีงาน จนไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่า จึงถูกไล่ออก กระทั่งได้พากันสามพ่อแม่ลูกไปพักอาศัยอยู่ศาลาริมทางหน้าวัดปากน้ำนานกว่า 3 เดือน โดยจะไปขอข้าววัดกินประทังชีวิต และใช้ห้องน้ำวัดอาบน้ำ โดยลูกสาวจะเดินทางมาเรียนทุกวัน ระยะทางกว่า 3 กม. ต่อมาได้พาลูกมานอนพักอยู่ร้านซักแห้ง ซึ่งอยู่ห่างจากที่เรียนของลูกสาวประมาณ 100 ม. ซึ่งทางร้านซักอบผ้า จะสังเกตเห็นลูกสาวตื่นตี 5 ใส่ชุดนักศึกษาแต่งตัวมาเรียนทุกวัน จึงได้มาแจ้งให้ครูทราบ ครูจึงพาไปเช่าห้องอยู่ใกล้ๆ วิทยาลัย หวั่นลูกศิษย์สาวจะไม่ได้รับความปลอดภัย

     ต่อมานายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ระยอง และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครระยอง ได้ลงไปดูสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวสามพ่อแม่ลูกดังกล่าว พร้อมมอบข้าวของเครื่องใช้อุปโภค บริโภคที่จำเป็นให้จำนวนหนึ่ง

     นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เปิดเผยว่า เบื้องต้นแนวทางการช่วยเหลือ จะรับพ่อของเด็กเข้าไปเป็น รปภ. และรับแม่เข้าทำงานเป็นแม่บ้านของวิทยาลัย พร้อมกับจะจัดหาบ้านพักภายในให้ เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายเช่าบ้านพัก นอกจากนี้ยังจะจัดกิจกรรมหาทุนการศึกษาให้ลูกสาวที่เรียนอยู่ระดับ ปวช.1 พร้อมกับจะหาอาชีพเสริมให้ทำระหว่างเรียน ตามความประสงค์ที่ตั้งใจจะเรียนให้จบระดับ ปวช. และนโยบายของวิทยาลัยมีอาชีพทำ และรายได้ระหว่างเรียนต่อไป

      ด้าน น.ส.ธิดารัตน์ บุญชู นักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะดูในเรื่องสิทธิของผู้พิการก่อน เนื่องจากตัวลูกมีบัตรคนพิการ โดยได้มีการประสานการรักษาเบื้องต้นแล้ว เหลือแค่พบแพทย์เพื่อนัดหมายเข้าพบ และเรื่องการตรวจสุขภาพของตัวแม่ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง.

Loading

ฝ่ายปกครอง อ.นิคมพัฒนา สนธิกำลังจัดหางานระยอง สภ.นิคมพัฒนา กอ.รมน.ระยอง และ ตม.ระยอง บุกจับร้านอาหารสัญชาติจีน 2 แห่ง จับแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน 11 ราย

     เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ภูมิสิริ พินประเสริฐ ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทน นอภ.นิคมพัฒนา พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมพัฒนา สนธิกำลัง จัดหางานจังหวัดระยอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองระยอง กอ.รมน.ระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา บุกตรวจร้านอาหารสัญชาติจีนในพื้นที่ 2 แห่ง หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีร้านอาหารคนจีนมาเปิดในพื้นที่ คาดว่าจะไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่พบเจ้าของคนจีน แต่พบแรงงานต่างด้าวทำงานจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบกลุ่มแรงงานต่างด้าว และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 11 ราย ประกอบด้วย สัญชาติเมียนมาร์ 4 ราย สัญชาติกัมพูชา 1 บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 5 ราย และกลุ่มชาติพันธุ์ตกสำรวจ 1 ราย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป.

Loading

อบต.หนองตะพาน จ.ระยอง ชวนเที่ยวงาน ‘วันมังคุดหวาน ของดีอำเภอบ้านค่าย ประจำปี 2568’ วันที่ 29-31 พ.ค.นี้

      เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 พ.ค.68 ที่บ้านเสริมสุข ม.4 ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง นายวิจิตร พาพลงาม นอภ.บ้านค่าย นายธนพล ศิริพล นายก อบต.หนองตะพาน นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง และนางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ‘วันมังคุดหวาน ของดีอำเภอบ้านค่าย ประจำปี 2568’ และการลงนาม MOU หนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในตำบลหนองตะพาน ทั้งนี้งานวันมังคุดหวานฯ จะจัดขึ้นวันที่ 29-31 พ.ค.นี้ ที่บริเวณลานหน้าอาคารศูนย์การท่องเที่ยว อบต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย

      โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพมังคุดหวานหนองตะพาน ให้กับเกษตรกรชาวสวนมังคุดให้มีชื่อเสียงแพร่หลายเป็นที่ยอมรับ และเพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางการจำหน่ายผลผลิตผลไม้มังคุด ออกสู่ตลาดด้วยระบบออนไลน์ เทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัยและจัดให้มีสถานที่ในการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูปและสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย ภายในงานวันดังกล่าว ได้มีจัดให้มีการประกวดมังคุดคุณภาพ แข่งขัน ‘เฉาะหมาก หั่นหมาก เจียน ผ่าหมากแห้ง’ ตำส้มตำมังคุดประกอบลีลา แข่งขันประชันไก่แจ้ กรีดยาง นึ่งข้าวเหนียวทุเรียน แข่งขันกินมังคุด เก็บมังคุด และประกวดการค้นหามัคคุเทศก์ประจำตำบลด้วย.

Loading

ผู้ว่าฯ ระยอง เปิดตัวทุเรียนพรีเมียม ภายใต้โครงการผู้ว่า การันตีทุเรียนดี จังหวัดระยอง มุ่งขยายกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการทุเรียนลักษณะเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พ.ค.68 ที่สวนทุเรียนนายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ม.8 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดตัวทุเรียนพรีเมียมระยอง (First Impressions Premium Durian Rayong) ภายใต้ ‘โครงการผู้ว่า การันตีทุเรียนดีจังหวัดระยอง ปี 2568’ โดยมี น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายก อบจ.ระยอง น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง ร่วมงานฯ โดยผู้ว่าฯ ระยอง ได้โชว์ตัดทุเรียนหมอนทองพรีเมียมที่ห่อผลด้วยถุงแดง หรือ Magic Growth และมอบถุงแดงให้กลุ่มเกษตรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่นำไปใช้ รวมทั้งได้มีการโชว์ปลอกทุเรียนหมอนทองคุณภาพที่ห่อด้วยถุงแดงอีกด้วย ทั้งนี้การจัดงานเปิดตัวทุเรียนพรีเมียมจังหวัดระยองดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดให้ทราบถึงความเป็นทุเรียนพรีเมียมระยอง พร้อมขยายกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องทุเรียนลักษณะพิเศษของทุเรียนระยองดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลายต่อไปอีกด้วย

   สำหรับทุเรียนพรีเมียมระยอง เป็นทุเรียนเกรดพิเศษที่มากกว่าคำว่า ‘คุณภาพ’ ที่บ่งบอกลักษณะโดดเด่นของทุเรียนระยอง มี 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

     1.ทุเรียน GI ระยอง คือ เนื้อทุเรียนจะแห้ง  เนื้อแน่นและเหนียว มีความเนียนละเอียดของเนื้อ มีรสหวานกลมกล่อม คงความเข้มข้นของรสชาติของเนื้อทุเรียนเด่นชัด เมื่อรับประทานเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมที่กระจายขึ้นจมูกชัดเจน โดยนอกจากจะมีที่มาจากลักษณะของสภาพแวดล้อมแล้ว จ.ระยอง ยังกำหนดมาตรฐาน ‘ทุเรียน GI’ เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานให้สูงขึ้น ได้แก่ เก็บเกี่ยวที่ความสุกแก่ขั้นต่ำที่มีเปอร์เซ็นต์ของแป้งไม่น้อยกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ และไม่ใส่ปุ๋ยเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 60 วัน และคัดเฉพาะเกรด AB เท่านั้น

     2.ทุเรียนห่อถุงแดง มีคุณลักษณะพิเศษคือ ผิวเปลือกสีสวย เปลือกบาง เนื้อหนา (มีเนื้อเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์) ที่สำคัญเป็นทุเรียนที่ลดการปนเปื้อนและตกค้างของสารเคมี เนื่องจากการห่อผลก่อนเก็บเกี่ยว 60 วัน ลักษณะของเนื้อทุเรียนยังคงไว้ซึ่งความเป็นทุเรียนระยอง และเป็นทุเรียนเกรด AB เท่านั้น

     3.ทุเรียนหมอนทองพรีเมียมพลัส คือ เป็นการรวมเอาทุเรียนพรีเมียมลักษณะพิเศษข้างต้นมาไว้ด้วยกัน คือ ทุเรียนหมอนทอง GI ที่ห่อด้วยถุงแดง ที่มีคุณลักษณะเด่นดังกล่าว ซึ่งเป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของทุเรียนระยอง  

       นายไตรภพ เปิดเผยว่า ในนามของผู้ว่าฯ ระยอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอการันตีทุเรียนระยองว่ามีคุณภาพ เนื่องจากทางจังหวัดมีกระบวนเข้มงวดป้องกันตั้งแต่การนำทุเรียนออกมาจำหน่าย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกสุ่มตรวจอย่างจริงจัง ปัจจุบันยังไม่พบมีการนำทุเรียนอ่อนออกมาจำหน่ายแต่อย่างใด และ 2.ได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดระยอง ไปพูดคุยแบะตกลงกันกับสมาคมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนต่างๆ ไม่ให้มีการนำสาร BY2 หรือแคดเมียมมาใช้ และปัจจุบันพบว่า ทุเรียนระยอง ไม่ได้มีการชุบสาร BY2 แน่นอน ขอยืนยันว่าทุเรียนระยอง มีคุณภาพ โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง ได้รับรางวัล GI การันตี เป็นทุเรียนที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น ส่วนในเรื่องของราคาทุเรียนปีนี้ ได้สอบถามเกษตรชาวสวนทุเรียน ยืนยันพอใจในราคาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรยิ้มได้ ราคาดีมีกำไร.

Loading

ตม.ระยอง สนธิกำลังจัดหางานระยอง และตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา จับชาวจีน 13 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และไม่ได้รับอนุญาต

    เมื่อวันที่ 14 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.คมวุฒิ จองบุญวัฒนา ผกก.ตม.จว.ระยอง พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก รอง ผกก.ตม.จว.ระยอง , พ.ต.ท.ชัญญรัต บัวทองจันทร์ รอง ผกก.ตม.ระยอง สั่งการให้เจ้สหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ระยอง บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา และเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดระยอง ตรวจค้น บ.เค เอส อาร์ อินดัสทรีส์ จำกัด ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จับกุมคนงานจีน รวม 13 คน ได้แก่ 1.Mr.chai yifei สัญชาติ จีน อายุ 42 ปี 2.Mr yu yangjun สัญชาติ จีน อายุ 44 ปี 3.Mr.chen xingzhong สัญชาติ จีน อายุ 45 ปี 4.Mr.gao deyuan สัญชาติ จีน อายุ 40 ปี 5.Mr.jiang haijiang สัญชาติ จีน อายุ 48 ปี 6.Mr.zheng chengzhen สัญชาติ จีน อายุ 35 ปี 7.Mr.yu siyum สัญชาติ จีน อายุ 56 ปี 8.Mr.yu rongkun สัญชาติ จีน อายุ 58 ปี 9.Mr.lu maoyou สัญชาติ จีน อายุ 49 ปี 10.Mr.wang wenji สัญชาติ จีน อายุ 56 ปี 11.Mr.Chen xingjun สัญชาติ จีน อายุ 44 ปี 12.Mr.yu shuibing สัญชาติ จีน อายุ 45 ปี และ 13.Mr.jiang jijun สัญชาติ จีน อายุ 52 ปี โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 8 ซึ่งมีโทษตาม ม.101 ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 และเป็นคนต่างด้างเข้ามาและม.37 (1) เป็นคนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป…00

Loading

จ.ระยอง เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงต้อนรับสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาสจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ที่ จ.ระยอง

     เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 พ.ค.68 ที่ชายหาดแหลมเจริญ ต.ปากน้ำระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงานเลี้ยงต้อนรับสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย เนื่องโอกาสที่ได้เดินทางมาจัดประชุมสามัญใหญ่ ประจำปี 2568 ภายใต้โครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพและกลุ่มอุตสาหกรรมไมซ์(MICE) ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค.นี้ ภายในได้มีการจัดอาหาร และเครื่องดื่มมาบริการสมาชิกสมาพันธ์ฯ กว่า 50 บูธ ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดระยอง ซึ่งนอกจากสมาพันธ์ฯ จะได้มาร่วมประชุมแล้ว ยังได้เดินทางไปสัมผัสเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดระยองด้วย โดยการจัดงานเลี้ยงต้อนรับดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนสินค้าทางการท่องเที่ยวระหว่างสมาชิกสมาพันธ์ฯ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน จ.ระยอง ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้กระจายสู่ประชาชนในท้องถิ่นต่อไป ทั้งนี้การประชุมฯ ดังกล่าว จังหวัดระยอง เป็นเจ้าภาพได้มีการส่งมอบธงให้กับจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพประชุมในปีหน้าต่อไป

       นายไตรภพ เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวที่จะช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนให้ประชาชนมีรายได้ ซึ่งทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้มีการจัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อมีรายได้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวเอกชน ในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ซึ่งหากมีความเข้มแข็ง ก็จะสามารถดึงเม็ดเงินเข้าไปกระจายรายได้สู่ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น

       สำหรับจังหวัดระยอง เป็นจังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีความสะดวก สบายในด้านการเดินทางทั้งทางบด ทางเรือ และทางอากาศ มีทั้งชายฝั่งทะเลและภูเขาที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณภาพด้วย โดยเฉพาะทุเรียน เงาะ มังคุด ไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองอีกด้วย

Loading

ชาวบ้าน ค้านวางท่อระบายน้ำ บริเวณถนนภักดีบริรักษ์-ถนนพจนกร เขตเทศบาลนครระยอง รับไม่ได้จะปิดเส้นทางนาน 3 เดือน

    เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 14 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีตัวแทนชาวบ้าน และผู้ประกอบการภายในซอยภักดีบริรักษ์ไปจนถึงถนนพจนกร เทศบาลนครระยอง อ.เมืองระยอง ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมระยอง ศาลากลางจังหวัดระยอง โดยมีการชูป้ายคัดคานการก่อสร้างโครงการวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ผ่านเส้นทางดังกล่าวด้วย โดยให้เหตุผลว่าจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านและผู้ประกอบการ รวมไปถึงผู้ที่จะต้องใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรไปมา ซึ่งปกติการจราจรบนถนนเส้นนี้ก็มีปริมาณรถมากอยู่แล้วเนื่องจากเป็นถนนสายเศรษฐกิจของจังหวัด เชื่อมต่อกับตลาดเก่ายมจินดา และสวนศรีเมือง เบื้องต้นทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ได้ให้โยธาธิการและผังเมืองระยอง และทางเทศบาลนครระยอง ร่วมรับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน

    นายสังข์ทอง ประวงษ์ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า  โครงการดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของเทศบาลนครระยอง ร่วมกับโยธาฯ ระยอง (โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมของ จ.ระยอง) มีแผนจะก่อสร้างและวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ เชื่อมต่อมาจากถนนจันทอุดม ต้องขุดถนนลึก 3.5 เมตร กว้าง 6.8 เมตร และต้องปิดการจราจรระหว่างก่อสร้าง 100 เปอร์เซ็น ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน โครงการดังกล่าวไม่เคยมีการทำประชาพิจารณ์ หรือแจ้งให้ชาวบ้านทราบมาก่อน เมื่อถึงเวลาจะก่อสร้างก็นำป้ายมาติด ผู้อยู่อาศัยในซอยนี้หลายคนก็ยังไม่ทราบเรื่อง ตนจึงอยากฝากให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้โปรดเข้ามาช่วยชาวบ้านด้วย หากต้องปิดถนน 3 เดือนผู้ประกอบการในย่านนี้คงต้องปิดกิจการกันหมด รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในซอยนี้เขาจะเข้าออกกันอย่างไร

     อย่างไรก็ตามหลังการเจรจายังหาข้อสรุปไม่ได้ ทางโยธาฯ จึงได้นัดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้รับเหมาโครงการฯ ของเทศบาลนครระยอง มาทำความเข้าใจกับชาวบ้านในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.68) บริเวณร้านอาหารกลางซอยภักดีบริรักษ์ เวลา 14.00 น.เพื่อหาแนวทางร่วมกัน และให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านน้อยที่สุด.

Loading

คณะทำงานติดตามตรวจสอบการยึดครองพื้นที่ฯ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จี้คดีนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 300 ไร่

     เมื่อวันที่ 14 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนา ชีรวินิจ หน. คณะทำงานติดตามตรวจสอบการยึดครองพื้นที่ และการขอใช้พื้นที่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามคดีนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณบ้านหนองม่วง ม.4 ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จำนวน 348-3-3 ไร่ โดยนายทุนบุกรุกปลูกปาล์ม และทุเรียน โดยได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำประแสร์ อ่างเก็บน้ำประแสร์ ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดระยอง ที่เกี่ยวข้อง

    นายธนา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการแจ้งเบาะแสของราษฎรในพื้นที่และการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนว่า มีกลุ่มทุนบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อนำไปปลูกทุเรียนและพืชเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะในจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกัน ดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด พร้อมได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตาม ตรวจสอบการยึดถือครอบครองพื้นที่ และการขอใช้พื้นที่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยมีตน เป็นหัวหน้าหน้าคณะทำงานฯ

     ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดระยอง ในช่วงตั้งแต่ต้น 2568 จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมดำเนินคดีการบุกรุกพื้นที่ป่าในจังหวัดระยอง มาแล้ว จำนวน 7 คดี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติบ้านนาและป่าทุ่งควายกิน จำนวน 4 คดี เนื้อที่ 389-0-39 ไร่ และอยู่ในพื้นที่ป่าตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. จำนวน 3 คดี เนื้อที่ 19-1-17 ไร่ ซึ่งในวันนี้ ได้มีการลงพื้นที่มาติดตาม ตรวจสอบคดี การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณบ้านหนองม่วงใหม่ หมู่ที่ 4 ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ ของนายทุนในพื้นที่ โดยมีการแผ้วถางป่าปลูกเนื้อที่ประมาณ 348-3-3 ไร่ ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ สภ.วังจันทร์ ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนและหากผลการดำเนินคดีถึงที่สุดแล้ว จะได้นำพื้นที่ป่ากลับมาฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพดังเดิม หรือจัดตั้งเป็นป่าชุมชนให้ราษฎรในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ต่อไป

    อย่างไรก็ตามในแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าพื้นที่ 300 ไร่ บ้านหนองม่วงดังกล่าว หน. คณะทำงาน ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ให้กรมป่าไม้ประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.วังจันทร์ ดำเนินคดีฟ้องร้องทางแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมกับผู้ต้องหาควบคู่การดำเนินคดีทางอาญา 2.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอรางวัลนำจับแก่ผู้ชี้เบาะแสผู้บุกรุกป่า 3.ให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เร่งรัดฟื้นฟูป่าที่ถูกบุกรุกให้คืนสู่ธรรมชาติ ตามระบบนิเวศเดิมโดยเร็ว และประสานเชิญภาคเอกชนจัดทำโครงงาน CSR ปลูกป่า 4.ขอให้เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญต่อคดีบุกรุกป่ารายใหม่ และให้ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศ หรือโดรน มาร่วมในการตรวจสอบทำงานอย่างเคร่งครัด และ 5.มอบหมาย ทสจ.ระยอง ประสานคณะอนุกรรมการ คทช. จังหวัด เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินลงรายชื่อตามรายแปลงให้แล้วเสร็จโดยด่วน และรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบด้วย

นอกจากนี้คณะทำงานฯ จะศึกษาเพื่อแก้ไขแนวทางการออกใบอนุญาต คทช. ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ตามแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ว่า ความล่าช้าคือความอยุติธรรม ต่อไปโดยด่วน….000

Loading

ผู้ว่าฯ ระยอง ปลูก ‘พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร’ พระราชทาน และชมวิดิทัศน์ ‘ธรรมนาวาวัง’ ธรรมะพระราชทาน

      เมื่อเวลา 09.29 น.วันนี้ (11 พ.ค. 68) ที่ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำดอกกราย ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระราชทาน ‘พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร’ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนชาว จ.ระยอง ร่วมพิธีจำนวนมาก เนื่องในวันวิสาขบูชา วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568

       ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานต้นพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อเชิญไปปลูกในพื้นที่ 77 จังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ และพระราชทานนามว่า ‘พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร’  มีความหมายว่า ‘พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ ซึ่งสะท้อนถึงพระราชศรัทธาอันมั่นคงในฐานะพุทธมามกะ และอัครศาสนูปถัมภก ที่ทรงมุ่งมั่นสืบทอด พระพุทธศาสนาให้หยั่งรากลึกในจิตใจของประชาชน

      ต้นพระศรีมหาโพธิ์นับเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความร่มเย็น และความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนตระหนักในหลักธรรมคำสอนอันล้ำค่าขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ยังคงส่องทางให้พุทธศาสนิกชนดำเนินชีวิตด้วยสติและปัญญาสืบไป

      ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานฤกษ์การปลูก ‘พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร’ ในวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.29 น. พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ณ สถานที่ที่จังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสม ได้แก่ วัด ศาสนสถาน สวนสาธารณะ และสถานที่อื่นๆ รวมทั้งพระราชทานวิดิทัศน์ ‘ธรรมะนาวาวัง ธรรมะพระราชทาน เนื่องในวันวิสาขบูชา’ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองโดยพร้อมเพรียงกัน.