Loading

พ่อเมืองระยอง รุดตรวจสถานการณ์น้ำในคลองทับมา สั่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ เร่งระบายลงทะเลให้เร็ว หวั่นฝนตกหนักเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน

       เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค.นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายจิรพงษ์ ศาสตร์แย้ม ผอ.โครงการชลประทานระยอง นายณัฏฐวัฒน์ วงศ์ศิริคุณากร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จังหวัดระยอง และนายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายก อบจ.ระยอง ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำในคลองทับมา บริเวณสะพานหลังวัดทับมา และบริเวณสะพานหลังศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง และสะพานแตง หลังหมู่บ้านโมเดิร์นซิตี้ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง หลังเกิดฝนตกหนัก ทำน้ำท่วมหลายพื้นที่เป็นวงกว้างในอำเภอเมืองระยอง เมื่อวานนี้

      นายไตรภพ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ลงมาสถานการณ์น้ำในคลองทับมา หลังเมื่อเช้าก็ได้มีฝนตกหนักลงมาอีก เบื้องต้นได้สั่งการให้ชลประทานจังหวัดระยอง และสำนักงาน ปภ.ระยอง ไปดูในจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบ้านเรือน ปชช. โดยเฉพาะถนนหนทางที่พี่น้อง ประชาชนใช้สัญจร และได้สั่งการให้ทางชลประทานจังหวัดระยอง นำเครื่องผลักดันน้ำมาติดตั้งสแตนบายไว้ กรณีที่ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นบริเวณต้นคลองทับมา ที่อยู่หลังวัดเขาโบสถ์ และมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 2 เครื่องบริเวณปลายคลอง เพื่อระบายลงทะเลให้เร็วที่สุด.

Loading

สว. จี้หน่วยงานระยอง ตรวจสอบโรงน้ำแข็ง หลังประชาชนร้องกรณีเหตุ นักเรียนกินน้ำแข็งท้องร่วงนับร้อยราย-ยกระยอง นำร่องโรงน้ำแข็งได้มาตรฐาน

   สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ระยอง จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำแข็งเพื่อการบริโภค หลังมีการร้องเรียนผ่านวุฒิสภา กรณีเกิดเหตุเด็กนักเรียน ท้องร่วงนับร้อยคนในงานกีฬา หลังนำน้ำแข็งจากโรงผลิตไม่ได้มาตรฐานมารับประทาน มุ่งสร้างต้นแบบมาตรฐานโรงน้ำแข็งที่ดี

     เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.โบ้ท ในนามคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่ไปติดตามกรณีประชาชนร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการฯ ขอให้ตรวจสอบผู้ประกอบการโรงน้ำแข็ง เพื่อการบริโภคในจังหวัดระยองผลิตน้ำแข็งไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ กรณีเกิดเหตุเด็กนักเรียนแห่งหนึ่งใน อ.แกลง จ.ระยอง ท้องร่วงนับร้อยราย หลังนำน้ำแข็งจากโรงผลิตน้ำแข็งไม่ได้มาตรฐานมารับประทานในงานแข่งขันกีฬาสี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงได้ลงพื้นที่มาติดตามปัญหา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบให้ได้มาตรฐานต่อไปด้วย 

     นายปริญญา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาว จ.ระยอง เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับโรงน้ำแข็งไม่ได้มาตรฐานมีสารปนเปื้อน ซึ่งผู้ร้องอยากให้ตรวจสอบ โดยเมื่อปลายปีที่แล้ว เด็กนักเรียนท้องร่วงท้องเสียจากเหตุน้ำแข็งไม่สะอาด ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าไม่ใช่แค่เรื่องถุงบรรจุภัณฑ์น้ำแข็งเพียงอย่างเดียว ซึ่งกลายเป็นเรื่องของโรงผลิตน้ำแข็งว่าได้มาตรฐานหรือไม่ด้วย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ก็ได้มีการแถลงข่าวพบว่า ตัวถุงพลาสติกบรรจุภัณฑ์หลายๆ แบรนด์ว่าได้มาตรฐานบรรจุภัณฑ์อาหารหรือไม่ ทำให้วันนี้จึงได้เดินทางมาพูดคุยกับทางจังหวัด โดยมีอุตสาหกรรมจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด ที่จะมาการเร่งรัดเข้าตรวจสอบโรงผลิตน้ำแข็งในพื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นปัญหาดังกล่าว ไมใช่มีแค่จังหวัดระยอง ทุกจังหวัดประสบเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ความมุ่งหวังอยากให้จังหวัดระยอง เป็นต้นแบบในการดำเนินการให้โรงผลิตน้ำแข็งให้มีมาตรฐาน ซึ่งหากมีการการเข้มงวดอย่างจริงจังก็จะทำให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดระยองเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องให้มีมาตรฐานเป็นจังหวัดเป็นต้นแบบที่ดีแก่ประชาชนทั่วประเทศต่อไป

      สำหรับจังหวัดระยอง มีโรงผลิตน้ำแข็งเพื่อการบริโภค จำนวน 20 โรง โดยทางอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และสาธารณสุขจังหวัดระยอง ได้กำหนดแผนออกตรวจสอบมาตรฐานโรงผลิตน้ำแข็งเพื่อการบริโภค ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดระยอง ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาตรฐานต่อไป.

Loading

พาณิชย์นนทบุรี ยกทัพสินค้าเด่นของจังหวัดกว่า 300 รายการ ภายใต้ชื่องาน ‘Best and Green of Nonthaburi 2025’ ให้ชิมช้อปอย่างจุใจ 26-30 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

    นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นำทัพส่วนราชการ-เอกชน นั่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู ร่วมเปิดงาน ‘Best and Green of Nonthaburi 2025’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งงาน ‘Best & Green of Non 2025’ เป็นมหกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าครั้งใหญ่ของจังหวัดนนทบุรี จัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี เป็นงานที่แสดงศักยภาพตอกย้ำความเป็นเมืองน่าอยู่ ‘นนทบุรี Livable City’ มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสูงในภาคเศรษฐกิจ (High Value Economy Creation) สร้างสิ่งแวดล้อมของเมืองที่เติบโตอย่างยั่งยืน (Environment Sustainable Growth)  สู่การเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้

      โดยนำสินค้าและบริการที่เป็น The Best มานำเสนอต่อผู้บริโภค มากกว่า 300 รายการ ในงาน ‘Best and Green of Nonthaburi 2025’ ถือเป็นมิติใหม่ของการจัดงานที่ให้ความสำคัญกับปัญหาโลกร้อน และคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการในจังหวัดนนทบุรี ที่ได้มีพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและสร้างสรรค์ ผนวกกับการใช้ประโยชน์จาก AI ให้ทันสมัยตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ งาน ‘Best and Green of Nonthaburi 2025’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 พ.ค.68 นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. เปิดให้ประชาชนได้ชมคอนเสิร์ต เวลา 16.30 น. ฟรีทุกวัน ที่อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ

Loading

สส.ระยอง เข้าพบผู้ว่าฯ ระยอง จี้ปัญหาการตรวจพบมีขบวนการนำทุเรียนเวียดนามมาสวมทุเรียนไทยเพื่อส่งออกไปจีน ด้าน ผวจ.ระยอง สั่งหน่วยงาน เร่งขอเอกสารสำแดงนำเข้า-ส่งออกมาตรวจสอบ หลังสงสัยอาจมีการนำทุเรียนผ่านไทย เพื่อให้ได้ราคา ทั้งที่ส่งจากเวียดนามไปจีนใกล้กว่ากัน -แถมต้นทุนถูกกว่า

    เมื่อวันที่ 25 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เข้าพบ พล.ต.ต. ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.ระยอง ติดตาม กรณีการลักลอบนำทุเรียนจากเวียดนามมาสวมทุเรียนไทย ก่อนส่งออกไปยังประเทศจีน โดยนายพงศธร เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลจึงได้เข้าแจ้งความ ไว้ที่ สภ.กร่ำ อ.แกลง เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา

     พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.ระยอง ผบก.จว.ระยอง กล่าวว่า ทราบว่า ทาง สส.ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กร่ำท้องที่เกิดเหตุแล้ว แต่ที่สำคัญพยานหลักฐานของกลางที่เป็นรถตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเพียงคำที่ทาง สส.กล่าวอ้าง ซึ่งจะไปสอบสวนหาเพิ่มเติม เบื้องต้นได้กำชับไปยังพนักงานสอบสวน สภ.บ้านกร่ำแล้ว ให้เร่งสอบสวนตามพยานหลักฐานทั้งหมดให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด

     ด้านนายพงศธร เปิดเผยว่า เบื้องต้นตนไปแจ้งความดำเนินคดี ม.271 เป็นการหลอกลวงซึ่งถิ่นกำเนิดของสินค้า ซึ่งเป็นคดีอาญาถ้าเกิดสอบสวนได้ว่าเป็นการสวมสิทธิทุเรียน ซึ่งในวันนี้ตนได้นำเบาะแสเพิ่มเติมมามอบให้ทาง ผบก.ภ.จว.ระยอง เพื่อกำชับ และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยทางท้องที่รับผิดชอบที่เกิดเหตุในการสอบสวบดำเนินคดี

      ต่อมานายพงศธร ได้เดินทางเข้าพบนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง น.ส.สลารีวรรณ ทีพทวี รอง ผวจ.ระยอง น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง นายธนโชค พงษ์ชวลิต เกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง โดยได้ยื่นหนังสือ เพื่อให้ ผวจ.ระยอง กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้หาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้ หลังมีข้อสังเกตและจับพิรุธอยู่หลายเรื่อง คือ 1.ตั้งแต่แรก ไม่เอกสารยืนยันว่ามีการนำเข้าอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่ตอนหลังมี ทั้งที่ตอนแรกขอดูกลับไม่มี 2.มีรถตู้คอนเทรนเนอร์บรรทุกทุเรียน 2 คัน และเป็นรถตู้คอนเทนเนอร์เปล่า 1 คัน ซึ่งตอนแรกไม่มีใครให้ข้อมูลว่ามาทำอะไร ก่อนที่จะซักไซร้คนขับรถ จนได้รับคำตอบว่าเถ้าแก่ให้มาขนทุเรียนไปส่งท่าเรือแหลมฉบัง จึงตั้งข้อสังเกตว่า รถมาจอดเพื่อขนถ่ายทุเรียนมารีแพ็กทุเรียนเวียดนามเป็นทุเรียนไทยหรือไม่ เพราะว่า จากการตรวจสอบวงปิดได้ภาพสติ๊กเกอร์ภาษาจีนในที่เกิดเหตุ ที่ระบุเป็นทุเรียนไทยแกะเนื้อเพื่อการส่งออกไปจีน ตรวจุดเกิดเหตุจุดแรกไม่มีทุเรียนไทยอยู่ในนั้นเลย ซึ่งมันไม่ใช่โรงงาน แต่มันเป็นโกดัง อย่างไรก็ตามในส่วนของความเสียหายแก่ทุเรียนไทย เสียหายแน่นอนหากสวมสิทธิทุเรียนไทย ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบการรีแพ็กมีจริงหรือไม่ ถ้ามีจริงจะส่งผลเสียหายกับทุเรียนไทย คือ 1. ทุเรียนเวียดนามถูกตรวจสอบพบสาร BY2 และแคดเมียม ถูกห้ามนำเข้าจีน และ 2.การเอาทุเรียนเวียดนามมาสวมสิทธิทุเรียนไทยส่งผลกระทบเรื่องราคาถูก ซึ่งทุเรียนไทยประสบอยู่ในขณะนี้

      นายไตรภพ เปิดเผยว่า เบื้องต้น สส.ได้มาร้องว่า มีข้อสงสัยว่าบริษัทดังกล่าว เกี่ยวกับการนำทุเรียนเวียดนามเข้ามา เพื่อส่งออกไปจีนหลายประการ เบื้องต้นได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครองอำเภอแกลง พาณิชย์ ศุลากากร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตรวจสอบโดยเฉพาะนำทุเรียนที่ตรวจยึดไว้ได้ในรถตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 คัน มาตรวจหาสารแคดเมียม และสาร BY2 ว่ามีหรือไม่ และตรวจสอบเอกสารการนำเข้ามาของทุเรียนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และส่งไปปลายทางอย่างไร ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวขอเอกสารสำแดงศุลกากรนำเข้า และส่งออกมาทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะมีการเร่งสรุป และจะดำเนินคดีทุกกระทงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งก็จะวางมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และเสนอกระทรวงเกษตร วางมาตรการหลังมีการอนุญาตให้มีการนำทุเรียนต่างชาติเข้ามาเป็นการกีดกันทุเรียนของเกษตรกรไทย

      ส่วนข้อสงสัยของบริษัทดังกล่าว ที่มีการนำทุเรียนเวียดนามเข้ามาก่อนส่งไปจีนนั้น แทนที่จะส่งจากเวียดนามไปจีนเลย จะทำให้ประหยัดต้นทุน ซึ่งในเรื่องนี้เป็นที่สงสัยอย่างยิ่ง เพราะเส้นทางจากเวียดนามไปจีนค่าขนส่งถูกกว่าไทยแล้วไปจีน โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่าทุเรียนไทย โดยเฉพาะระยอง จันทบุรี และตราดมีชื่อเสียง มีคุณภาพ เป็นไปได้ที่จะเอามาประเทศไทยผ่านไปจีน เพื่อให้ได้ราคา.ll

Loading

ไม่หยุดนิ่งด้านการพัฒนา เทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง เติมความรู้ Up-skill, re-skill ครูและนักศึกษา ซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล พัฒนาสู่โลกอาชีพ

    เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระชัย สมบัติกำไร ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล

    ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะและสมรรถนะวิชาชีพกำลังคน (Up-skill , re-skill) แก่ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการเพิ่มศักยภาพกําลังคนด้านการอาชีวศึกษาให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สมรรถนะหลักและสมรรถนะทั่วไป สมรรถนะวิชาชีพ สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศไทย 4.0 และเพิ่มทักษะและพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพกำลังคน (Up-skill,re-skill) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 พ.ค.68 นี้ ที่แผนกวิชาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง.

Loading

ผอ.เทคนิคระยอง ใส่ชุดยูนิฟอร์ม รปภ.ให้พ่อเด็ก นศ.หญิง ปวช.ที่กินนอนในร้านสะดวกซัก หลังรับเข้าทำงานและจัดหาบ้านพักให้ เริ่มงานวันแรกทันที

     เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 26 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง นายชรินทร์ ชูชื่น นายอานุภาพ วาสะสิริ นางณัฐธารีย์ สิริกุลปัญญาพร และนายชาคริต รุ่งรัตน์ รอง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง พร้อมครูได้มอบ และสวมชุดยูนิฟอร์ม รปภ.ของวิทยาลัยเทคนิคระยอง มีกางเกงขายาว เสื้อซาฟารีสีดำ เสื้อกั๊กสะท้อนแสง และรองเท้าเซฟตี้ รวม 1 ชุด ให้กับนายบุญโฮม สายคง อายุ 53 ปี บิดาของ น.ส.อัยลดา อายุ 17 นศ. ปวช.ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการตลาด ที่พบกินนอนในร้านสะดวกซัก และศาลาประมงริมทางนาน 3 เดือน ตามปรากฏทางสื่อมวลชน เนื่องจากไม่มีงานทำ จนทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่า จึงต้องเร่ร่อนกินนอนตามสถานที่ดังกล่าว ก่อนที่ครูวิทยาลัยจะทราบเรื่อง นำเรียน ผอ. ยื่นมือช่วยเหลือรับเข้าทำงาน และจัดหาบ้านพักภายในวิทยาลัยให้ และวันนี้ได้มีการมอบชุดเครื่องแบบ รปภ.ให้ และให้เริ่มงานวันแรกวันนี้ทันที

     นายกิตติพงค์ เปิดเผยว่า การช่วยเหลือในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้กระทบกับการเรียนของตัวลูกสาว ซึ่งเป็นลูกศิษย์ คือรับพ่อเด็กเข้าทำงานเป็น รปภ. และจัดหาบ้านพักภายในวิทยาลัยให้อยู่ทั้งพ่อแม่ลูก เพื่อให้ครอบครัวมีรายได้ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไป นอกจากนี้ก็จะจัดหาทุนการศึกษา และหาอาชีพเสริมให้กับลูกสาว ให้มีรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนแทนการการเปิดรับบริจาค ซึ่งไม่ใช่แนวทางของวิทยาลัย โดยเมื่อเด็ก นศ. จบออกไปก็สามารถที่จะต่อยอดนำไปเป็นอาชีพหลักหาเลี้ยงชีพต่อไปได้.

Loading

    พบก้อนสีดำกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำมัน ถูกคลื่นซัดเกลื่อนหาดแม่รำพึง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่เร่งเก็บ คาดถูกมรสุมพัดขึ้นมาจากใต้ทะเล

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคราบน้ำมันสีดำ จับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ ลอยมาติดชายหาดแม่รำพึง บริเวณก้นอ่าวหน้ารีสอร์ทชายตา ระยะทางกว่า 2 กม. โดยพบเห็นเป็นแพสีดำ จำนวนมากปนกับพื้นทราย เมื่อถูกความร้อนจากแสงแดดจะละลายเป็นน้ำคล้ายยางมะตอย นายทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง ได้นำเจ้าหน้าที่ อบต. ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด จัดเก็บนำไปกำจัด และส่งตัวอย่างไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบว่าก้อนสีดำดังกล่าว เป็นน้ำมันชนิดใด และมาจากที่ใด นอกจากนี้ยังพบว่ามีคราบน้ำมันมีลักษณะเป็นก้อนสีดำดังกล่าว ไปโผล่ที่บริเวณชายหาดสวนสน บริเวณหน้ารีสอร์ทเอสแลนด์ ต.เพ อ.เมืองระยอง อีกจุด ระยะทางกว่า 1 กม. แต่มีไม่มาก เจ้าหน้าที่ อบต.เพ ได้จัดเจ้าหน้าที่มาจัดเก็บนำไปกำจัดแล้ว

        นายทวีป แสงกระจ่าง นายก อบต.ตะพง เปิดเผยว่า ก้อนน้ำมันลักษณะดังกล่าว ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร เบื้องต้นได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวอย่างไปตรวจสอบหาแหล่งที่มาแล้ว แต่คาดว่าจะเป็นก้อนน้ำมันจากใต้ท้องทะเล โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีเหตุน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล โดยได้มีการใช้สารเคมีย่อยสลายจมลงก้นทะเล ซึ่งคาดว่าจะถูกคลื่นซัดขึ้นมา หลังช่วงนี้มรสุมเข้า แต่ยังไม่แน่ใจ และไม่ได้ไปปรักปรำว่าเป็นเหตุจากคราบน้ำมันรั่ว เมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่อย่างใด ต้องรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบ….0000

Loading

รพ.ราชวิถี จับมือ รพ.ระยอง ยก ‘คาราวานการแพทย์เฉพาะทาง’ ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการผ่าตัดผ่านกล้องขั้นสูงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสู่ รพ.ในพื้นที่ EEC  มุ่งยกระดับการดูแลรักษาประชาชนในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

     เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 22 พ.ค.68 ที่ห้องประชุม รพ.ระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 6 เป็นประธานเปิด ‘คาราวานการแพทย์เฉพาะทาง รพ.ราชวิถี-รพ.ระยอง’ เสริมแกร่งกล้องขั้นสูงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC และเขตตรวจสุขภาพที่ 6 ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ค.นี้ โดยมี นพ.สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง นพ.จินดา โรจน์เมธินทร์ ผอ.รพ.ราชวิถี นพ.ภูษิต ทรัพย์สมพล ผอ.รพ.ระยอง นพ.มนู กุศลสกุล สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 ร่วมพิธีเปิดฯ ภายในงานได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการผ่าตัดผ่านกล้องขั้นสูงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศของ รพ.ราชวิถี สู่แพทย์ และพยาบาล รพ. ในจังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ในเขต EEC

  ดร.นพ.โสภณ เปิดเผยว่า โครงการเป็นความร่วมมือของ รพ.ราชวิถี และ รพ.ระยอง ซึ่ง รพ.ราชวิถี มีศักยภาพในการให้บริการตรวจรักษาผ่านการส่องกล้องระดับประเทศ และอาเซียน ได้ส่งทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มาดูแลผู้ป่วยในเขตตรวจสุขภาพที่ 6 และพื้นที่ EEC ของจังหวัดระยอง ซึ่งผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน ผู้ป่วยที่ผ่าตัดก็ได้รับการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง จะทำให้การเจ็บปวดน้อยลง และการพักฟื้นที่ รพ. ก็น้อยลงด้วย ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นตามมาอีกด้วย ทั้งนี้โครงการดังกล่าว จะเป็นประโยชน์กับประชาชนที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยที่ไม่ต้องส่งต่อไปที่ส่วนกลาง สามารถที่จะผ่าตัดที่นี่ได้เลย

      ด้าน นพ.จินดา เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว มุ่งยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยลดการเจ็บปวด ฟื้นตัวเร็ว และปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย โดยทาง รพ.ราชวิถีต้องการส่งต่อองค์ความรู้จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ รพ.ราชวิถี ไปยัง รพ.ในภูมิภาค โดยเฉพาะในเขต EEC เพื่อให้ประชาชนเข้าบริการที่มีคุณภาพโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ

       สำหรับ รพ.ราชวิถี มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดผ่านกล้อง เช่น การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน ผ่าตัดสมอง การส่องกล้องโรคระบบทางเดินน้ำดีและตับขั้นสูง การผ่าตัดประสาทหูเทียม ผ่าตัดนิ่วในไตผ่านกล้อง นอกจากนี้ยังมีศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ สามารถผ่าตัดโรคที่ยุ่งยากได้หลากหลาย เช่น การผ่าตัดมดลูกแบบไร้แผล ผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในผู้ป่วยโรคอ้วน.

Loading

วัดหนองฆ้อ จ.ระยอง ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ‘พระผงขุนแผนพรายกุมาร’ นำรายได้สมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญวัดหลังใหม่ ภายในพิธีได้จุดประทัดเบิกฤกษ์ มี ปชช.แห่ส่องเลขหางประทัดนำไปเสี่ยงโชคหวังถูกรางวัลใหญ่ หลังงวดที่แล้วมีลูกศิษย์วัดถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาแล้ว

    เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 พ.ค.68 ที่อุโบสถวัดหนองฆ้อ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ เสียงจันทร์ ประธานจัดสร้างวัตถุมงคลวัดหนองฆ้อ เป็นประธานบวงสรวงอัญเชิญเทวดา เพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล ‘พระผงขุนแผนพรายกุมาร รวยพันล้าน’ รุ่นที่ระลึกฉลองอายุวัฒนมงคลพระครูพุทธิศาสต์มุนี หรือ หลวงปู่ทองสุข ลทธเมโธ เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ 89 ปี หารายได้สมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญวัดหลังใหม่ โดยได้จุดประทัดเอาฤกษ์เอาชัยในพิธีพุทธาภิเษกด้วย มี ปชช.แห่งส่องเลขหางประทัด นำไปเสี่ยงโชคลุ้นล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่หวังรวยกันถ้วนหน้า โดยได้เลข 25, 114 ทั้งนี้งวดที่แล้วที่มีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลของทางวัด มีลูกศิษย์หลวงปู่ทองสุข ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาแล้ว ต่อมาได้มีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกในอุโบสถโดยพระเกจิหลายรูปนั่งปลุกเสก พร้อมกันนี้ในพิธีพุทธาภิเษกดังกล่าว ยังเปิดให้ ปชช.ผู้มีจิตศรัทธาจับสลากลุ้นรับเหรียญวัตถุมงคลได้สิทธิเพียง 500 คนแรกเท่านั้น โดยสามารถรับวัตถุมงคลได้หลังพิธีพุทธาภิเษกเสร็จสิ้น นอกจากนี้ศิษยานุศิษย์หลวงปู่ทองสุข ยังได้จัดให้มีพิธีทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในงานแสดงมุทิตาจิตอายุวัฒนมงคลหลวงปู่ทองสุข 89 ปี และฉลองตราตั้ง โดยมี ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระพรหมวชิราทร เจ้าคณะภาค 13 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยได้มีการประกอบพิธีทักษิณานุปทาน เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยในงานยังมีบุคคลชื่อดังเดินทางมาร่วมงานมากมายด้วย อาทิ นายสามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตแชมป์โลกมวยสากล, ขาวผ่อง สิทธิชูชัย และไจแอนด์ เชิญยิ้ม อดีตศิลปินตลกชื่อดัง

     สำหรับการจัดสร้างวัตถุมงคล ‘พระผงขุนแผนพรายกุมาร รวยพันล้าน’ รุ่นนี้ จัดสร้างจำนวนจำกัด เป็นพระผงที่ควรค่าแก่การสะสม โดยมีมวลสารสำคัญ เช่น ผงพรายกุมาร, ผ้ารับประเคน, ลูกอม, สมเด็จนักเลงโต, สีผึ้งหลวงปู่ทิม, สีผึ้งหลวงปู่ทาบ, สีผึ้งหลวงปู่แก้ว เกสาโร, สีผึ้งหลวงปู่เดิม, สีผึ้งเกศาจีวรหลวงปู่ทองสุข, มวลสารหลวงปู่ลัด, ตะกรุดหลวงพ่อทอง วัดบ้านไร่ เป็นต้น ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างครั้งนี้ เพื่อฉลองอายุวัฒนมงคล 89 ปี และฉลองตำแหน่งตราตั้งพัดยศของหลวงปู่ทองสุขด้วย รวมทั้งนำรายได้สมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ของวัด.

Loading

สมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จับมือ รพ.กรุงเทพระยอง และภาคีเครือข่าย เปิดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่สถานประกอบการบนเกาะเสม็ด เพื่อดูแลความปลอดภัยชีวิตของนักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 พ.ค.68 ที่บริเวณหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด ม.4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุสรณ์ แสงกล้า นอภ.เมืองระยอง เป็นประธานเปิดโครงการ ‘เที่ยวระยองปลอดภัย…สุขใจทุกการเดินทาง’ จัดขึ้นโดยสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง รพ.กรุงเทพระยอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด ททท.สำนักงานระยอง ตำรวจท่องเที่ยวระยอง อบจ.ระยอง และภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชนในพื้นที่ มีนางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง นพ.วสุ ริจิรานุวัตร ผอ.รพ.กรุงเทพระยอง และ รพ.ศรีระยอง พญ.พัชรี ปิยวรเดช ผอ.รพ.กรุงเทพปลวกแดง และรอง ผอ.รพ.กรุงเทพระยอง ร่วมเป็นเกียรติ ภายในงานได้จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการและพนักงานสถานประกอบการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านอาหาร ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยอุบัติเหตุหรือผู้ที่มีภาวะวิกฤตทางสุขภาพ โดยเนื้อหาฝึกอบรมจะครอบคลุมทั้งการประเมินผู้บาดเจ็บ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ AED และเทคนิคการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ซึ่งทักษะดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บ หรือสูญเสียชีวิตเท่านั้น ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ใก้มีความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำเกาะเสม็ด

นายปิยะ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว มีหลายภาคส่วนมาจับมือกัน โดยฝึกผู้ประกอบการบนเกาะเสม็ดในช่วยชีวิตคนเบื้องต้น ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรับมืออุบัติเหตุฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเกาะเสม็ด เพื่อเป็นสร้างมัานใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าเกาะเสม็ดมีความพร้อมในดูแลนักท่องเที่ยว ประชาชน และผู้ที่ทำงานบนเกาะเสม็ด

นพ.วสุ เปิดเผยว่า รพ.กรุงเทพระยอง ในเครือ DBMS มีความพร้อมในการให้การสนับสนุนประชาชนให้มีความรู้สามารถที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย หรือผู้ที่เจ็บป่วยในภาวะฉุกเฉินได้ ซึ่งเป็นโครงการที่ทาง รพ. ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดระยอง เพื่อที่จะทำให้การท่องเที่ยวปลอดภัย ทั้งเรื่องความปลอดภัยของสุขภาพ และดูแลประชาชนทั่วไปด้วย.