Loading

เกษตรจังหวัดระยอง นำผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ มอบตอบแทนน้ำใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ รพ.ระยอง ที่เสียสละต่อสู้ภัยโควิด-19

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่บริเวณหน้า รพ.ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นางสาวสุพรรณษา สุขเทศน์ เกษตรจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนางสาวอมรา จิตติรบำรุง เกษตรอำเภอเมืองระยอง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง และสถาบันเกษตรกร นำผลไม้ของเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง มี มังคุด เงาะ ลองกอง สับปะรด กล้วย ฝรั่ง และขนุน จำนวน 1,134 กิโลกรัม “ภายใต้โครงการแบ่งบันน้ำใจ เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด-19”ซึ่งมีตัวแทนจากสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เกษตรกรชาวสวนผลไม้ และวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมืองระยอง ร่วมสนับสนุนผลไม้ส่งมอบให้กับตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ รพ.ระยอง

นางสาวสุพรรณษา สุขเทศน์ เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวว่า การแบ่งปันน้ำใจ มอบผลไม้ให้บุคลากรทางการแพทย์ดังกล่าว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และครอบครัวที่เสียสละ ทำหน้าที่ดูแล ป้องกันประชาชนต่อสู้กับภัยโควิด-19 และแทนความรักรักความห่วงใยที่มีให้กัน อีกทั้งเป็นการแสดงไมตรีจิตในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยของเกษตรกร และแก้ไขปัญหาผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีต่อสินค้าเกษตร รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นด้วย…..0000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

       ระทึก!ไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์เก็บเศษใยแก้ว บริษัทรวมเศษ จำกัด วอดไป3ตู้ ควันโขมง กลิ่นสารเคมีฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมทั้งน้ำและโฟมเข้าดับ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเพลิง จึงสงบลง

***เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 31 พ.ค.พ.ต.ต.ขวัญชัย   นัมคณิสรณ์   สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ ที่บริษัทรวมเศษ จำกัด ริมถนนสาย36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานหน่วยดับเพลิงเทศบาลตำบลทับมาพร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลนครระยอง จำนวน 3 คัน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศล เดินทางไปตรวจสอบและดับไฟทันที

*****ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายและรับซื้อของเก่าเศษเหล็กตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆบนเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่  พบว่าไฟกำลังไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของร้าน ควันดำพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ มีกลิ่นเหม็นสารเคมีฟุ้งกระจายไปทั่ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเร่งเข้าสกัดต้นเพลิงทันที แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเชื้อเพลิงเป็นเศษใยแก้ว ต้องใช้โฟมช่วยฉีดสกัด จึงสามารถดับไฟไว้ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม.    จากการตรวจสอบพบว่าเศษใยแก้วที่อยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง3 ตู้ ถูกไฟไหม้จนเหลือเพียงเศษเถ้าถ่านสีดำ

***สอบถาม นายเชน ตรีจักร อายุ 53 ปี หุ้นส่วนของ.บริษัทรวมเศษ ได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้จ้างผู้รับเหมาให้ไปเจียรเหล็กใกล้กับตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดอยู่ ทำให้เกิดความร้อน และมีประกายไฟไปติดใยแก้วจนลุกลามไหม้ไปทั้ง3ตู้ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนความเสียหายมีเพียงตู้คอนเทนเนอร์3ตู้ที่เสียหายจากไฟไหม้ โดยไม่มีส่วนอื่นได้รับความเสียหาย

***เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าตรวจสอบอีกครั้งหลังจากรอให้ตู้เย็นตัวลง เพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่ามีผลกระทบต่อวิ่งแวดล้อมหรือไม่  เนื่องจากมีเศษวัสดุขนาดใหญ่จากโรงงานอุตสาหกรรมกองอยู่ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อความปลอดภัยในการดำรงชีวิตของประชาชนในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง….0000

ธนัญธร รวงผึ้ง / รังสรรค์ ขวัญดี

Loading

พ่อเมืองระยอง ยัน วันที่ 1 มิ.ย.นี้พร้อมเปิดให้จองฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ผ่านทางเว็บไซต์ หลังแอพพลิเคชั่นหมอพร้อมไม่พร้อม

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 31 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง เปิดเผยถึงการจองฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของประชาชนในจังหวัดระยอง ว่าสำหรับประชาชนทั่วไป ที่จะจองการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 อายุตั้งแต่ 18-60 ปี เดิมจะให้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม แต่ว่าเนื่องจากทางแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม ได้ชะลอการดำเนินการไป ทางจังหวัดได้พยายามหาช่องใหม่ให้ นอกจากช่องทางเดิมที่ลงทะเบียนที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือ รพ.สต.ได้มีการดำเนินการเปิดให้ลงทะเบียนจองรับฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่ www.ระยองสู้โควิด.irpc.co.th โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) ให้ใช้โดเมนที่มีระบบพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้( 1มิ.ย.) ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งสามารถรองรับการลงทะเบียนได้ถึง 10,000 ทรานแซคชั่นพร้อมๆ กัน แต่ถ้ามีการลงทะเบียนพร้อมๆ กันมากกว่านั้นอาจจะล่าช้าบ้าง
ส่วนความพร้อมการฉีดวัคซีนนั้น ได้รับการแจ้งเบื้องต้นการจัดสรรวัคซีนล็อตแรกประมาณ 30,000 โดสในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ได้เตรียมการฉีด รพ.ของรัฐทุกอำเภอ จะสามารถฉีดได้ประมาณ 8,400 โดสต่อวัน และจะขยายเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพื่อรองรับจำนวนวัคซีนหากได้การจัดสรรจำนวนเพิ่มขึ้นในล็อตต่อไป.

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง จัดโครงการ“ส่งกำลังใจ ฝ่าวิกฤติภัย COVID-19”มอบเครื่องช่วยหายใจ เครื่องอุปโภค บริโภคแก่บุคลากรทางการแพทย์ รพ.และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

          เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายชาญชัย ศิริพร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง เปิดโครงการ“ส่งกำลังใจ ฝ่าวิกฤติภัย COVID-19”มอบเครื่องช่วยหายใจ 1 เครื่อง จำนวน 250,000 บาท ชุด PPE 200 ชุด และเครื่องอุปโภค บริโภค อาหารกึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่มและผลไม้ตามฤดูกาลให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ รพ.ระยอง มีนายแพทย์ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผอ.รพ.ระยอง รับมอบ และมีนางสุภัทรา ฟ้าประทานชัย ประธานผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง ดร.ศศิธร สุขศิริ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง และนางอรวรานันท์ ธนาพันธ์วรากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประจำพิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง ร่วมเป็นเกียรติ

        นายชาญชัย ศิริพร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง กล่าวว่า สืบเนื่องจากศาลศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง และมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของผู้ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง ได้เล็งเห็นถึงปัญหาความยากลำบากของแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางแพทย์ ผู้ป่วยใน รพ.และประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต จึงได้ร่วมกันจัดโครงการ“ส่งกำลังใจ ฝ่าวิกฤติภัย COVID-19”ดังกล่าวขึ้น โดยการมอบเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องอุปโภคบริโภคแก่แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นการให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือและแบ่งปันบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้….0000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

          วัฒนธรรมจังหวัดระยอง ปล่อยคาราวาน”วัฒนธรรมระยอง ปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน”นำเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19

        เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่วัดป่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาสเปิดโครงการ “วัฒนธรรมระยอง ปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” มีพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และมีพระครูโสภิตปัญญากร เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง นายวรวุฒิ ด่านสมพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ นายอำเภอเมืองระยอง นายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอนิคมพัฒนา และนายกุมพล ชวนชม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง ร่วมโครงการฯ

        ภายในได้มีกิจกรรม มอบเครื่องอุปโภคอุปโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อุปกรณ์การแพทย์ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์มอบให้โรงพยาบาล และ รพ.สต.ในจังหวัดระยอง จำนวน 86 แห่ง และปล่อยขบวนรถปันสุขอำเภอละ 1 คัน จำนวน 8 อำเภอ เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบส่งต่อให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการโครงการ “วัฒนธรรมระยอง ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน”ของแต่ละอำเภอด้วย เพื่อเปิดรับบริจาคและส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่องต่อไป

        นอกจากนี้ภายในงานพระเทพสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดระยอง ยังได้มอบเงินในนามคณะสงฆ์จังหวัดระยอง จำนวน 100,000 บาท สนับสนุนโครงการ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย…..0000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ระยอง เปิดหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในศูนย์การค้าฯ เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัคร ประชาชนที่ลงทะเบียนแล้ว


สำหรับลูกค้าประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ขอให้รอการประกาศและให้ลงทะเบียนหมอพร้อมเพื่อรับบริการต่อไป

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลยังคงดูแลความสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุดอย่างเคร่งครัด ตามมาตการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกคนมั่นใจและปลอดภัยที่สุด


ขอให้มั่นใจว่าเราจะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างดีที่สุดไปด้วยกัน❤️

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

          หลวงปู่ทองสุข พระเกจิดังระยอง ให้ลูกศิษย์นำวัตถุมงคล เปิดประมูลเพื่อนำเงินช่วยเหลือชาวบ้านรอบวัดที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากการระบาดโควิด-19

     วันที่ 22 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ที่วัดหนองฆ้อ ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 85 ปี ของหลวงปู่ทองสุข ลทัธเมโธ พระเกจิดังระยอง เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ บรรดาศิษยานุศิษย์ ได้พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองอายุวัฒนะมงคลครบรอบ 85 ปี ของหลวงปู่ทองสุข ขึ้น ซึ่งงานนี้ได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการจำกัดจำนวนผู้คนและชาวบ้านเข้าไปร่วมงาน มีตรวจคัดกรองผู้คนเข้าไปในงาน เว้นระยะห่าง ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

    นายนิพนธ์ เสียงจันทร์ ลูกศิษย์ของหลวงปู่ทองสุข และประธานการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่ทองสุข หลายรุ่น ได้นำวัตถุมงคล พระเครื่องของหลวงปู่ทองสุข จำนวน 2 รายการมาทำการเปิดประมูล เพื่อนำเงินรายได้จากการประมูลไปช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนรอบวัดหนองฆ้อ ด้วย โดยได้รับความสนใจจากบรรดาเซียนพระและศิษยานุศิษย์ที่เดินทางไปร่วมเข้าร่วมประมูลเพื่อแย่งชิงกันเป็นเจ้าของวัตถุมงคลของหลวงปู่ทองสุข

สำหรับวัตถุมงคลของหลวงปู่ทองสุข ที่นำมาเปิดประมูลเพื่อนำรายได้ช่วยชาวบ้านรายการที่ 1 เป็นพระขุนแผน เนื้อก้นครก ตระกรุดทองคำ ปรากฏว่ามีการสู้ราคาประมูลไปสิ้นสุดที่ราคา 5 หมื่นบาท โดยนายมานิตย์ บุญเผย อายุ 43 ปี เป็นผู้ชนะการประมูล

       และรายการที่ 2 เป็นการรวมชุด ประกอบด้วย พระเหรียญหันข้าง ประกอบไปด้วย เหรียญเนืัอเงินหน้ากากทองคำลงยาสีแดง หมายเลข 24 เหรียญหันข้างเนื้อเงินหน้ากากทองคำ หมายเลข 34 เหรียญหันข้างเยื้อเงินฝังพลอย หมายเลข 922 พญาครุฑปิดทอง หมายเลข 3 และ พระขุนแผนเนื้อก้นครกปิดทองหน้า หมายเลข 47 หลังเปิดประมูลเริ่มต้นที่ราคา 9,999 บาท มีการประมูลแข่งขันกันอย่างดุเดือด จนไปสิ้นสุดที่ 150,000 บาท ผู้ชนะการประมูลคือ นายไพฑูรย์ คงสมบูรณ์ อายุ 50  ปี

นายนิพนธ์ เสียงจันทร์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์เอกของหลวงปู่ทองสุข กล่าวว่า จากนำวัตถุมงคลของหลวงปู่ออกมาทำการประมูลครั้งนี้ เพื่อหารายได้ไปช่วยเหลือพี่น้องชาวบ้านในชุมชนรอบวัดหนองฆ้อ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 ซึ่งปัญหาดังกล่าวหลวงปู่ทองสุข ได้อนุญาตให้พวกตนได้นำวัตถุมงคลของหลวงปู่ที่มีอยู่แบ่งออกมาเปิดประมูล เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือญาติโยมชาวบ้านที่เดือดร้อน ที่ผ่านมาทางวัดหนองฆ้อได้ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง และเงินรายได้จำนวน 2 แสนบาท จากการเปิดประมูลวัตถุมงคลหลวงปู่ทองสุข เจ้าอาวาสวัดหนองฆ้อ ครั้งนี้ ได้มอบให้ผู้นำชุมชนรอบวัดหนองฆ้อ นำไปซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค แจกแก่พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป..นอกจากนั้นยังให้ผู้โชคดี3รายรับพระทองคำจากการเช่าพระไปแล้วในราคาปกติมีหมายเลขที่กรรมการวัดได้เขียนไว้ในกล่องพระให้มารับพระทองคำฟรีประจำรุ่นอีกด้วย…..00000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

“ผลไม้รสล้ำ” คำขึ้นต้นของคำขวัญประจำจังหวัดระยอง แสดงให้เห็นว่าจังหวัดระยองสามารถปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิด มีรสชาติดีถูกใจนักท่องเที่ยว ต้องซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ผลไม้ออกชุกเป็นพิเศษ เช่น มะม่วง ทุเรียน มังคุด รวมถึง สับปะรดทองระยอง ผลไม้ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่อร่อย เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะมีผลผลิตออกมาพร้อมกัน ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดระยอง ประสบปัญหาราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดระยอง GC ร่วมกับ ประชารัฐรักสามัคคีระยอง จึงได้ จัดโครงการ “Pineapple Aloha” เพื่อเป็นการอุดหนุนสับปะรดจากเกษตรกรในระยอง นำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลระยอง ซึ่งเป็นผู้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโควิด 19 เพื่อความปลอดภัยของทุกคนอย่างเต็มที่ตลอดมา โดยได้รับเกียรติจาก นางธัมมิกา เอี่ยมแสง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง เป็นประธานในการปล่อยขบวนรถบรรทุกสับปะรด “Pineapple Aloha” ปริมาณบรรทุกคันละ 2,000 กิโลกรัม  พร้อมด้วยนางสาวเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ ประธานกรรมการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีระยอง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เข้าร่วมงาน ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง

สับปะรดทองระยอง (Rayong Golden Pineapple) หมายถึง สับปะรดสายพันธุ์ควีน (Queen) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศรับรองให้สับปะรดทองระยอง เป็นผลผลิตที่ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จีไอ (GI : Geographical Indication) ลักษณะเฉพาะ ขอบใบที่ต้นและจุกมีหนามสั้นแหลมคม สีชมพูอมแดง รูปผลทรงกระบอก ตาผลใหญ่ ร่องตาตื้น เปลือกบาง เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีทองทั้งผล เนื้อสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอตลอดผล เนื้อแน่น แห้ง ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวาน มีกลิ่นหอม รับประทานแล้วไม่กัดลิ้น ปลูกในเขตพื้นที่ของจังหวัดระยอง

               สนใจสั่งซื้อเพื่ออุดหนุนเกษตรกร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม โทร. 087-500-4726,065-395-5449

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

GPSC Group ร่วมฝ่าโควิด-19 ระลอกใหม่ สนับสนุนอุปกรณ์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19

      บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ส่งมอบความช่วยเหลือให้กับบุคลากรทางการแพทย์รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยให้ความช่วยเหลือดังนี้

 – บริจาคเงินสมทบทุน จัดซื้อเครื่องไฮโฟลว์สำหรับรับมือผู้ป่วย COVID-19 ให้กับศิริราชมูลนิธิ จำนวน 500,000 บาท

– บริจาคเงินสมทบทุน ช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 500,000 บาท

– สนับสนุนเครื่องฟอกอากาศ และเครื่องอบ UV เพื่อป้องกันเชื้อ COVID-19 ให้กับศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ มูลค่า 100,000 บาท

– สนับสนุนเสื้อกาวน์ป้องกันการติดเชื้อ (PE Gown) จำนวน 6,000 ตัว ให้กับกระทรวงสาธารณสุข มูลค่า 90,000 บาท

– สนับสนุนเสื้อกาวน์ป้องกันการติดเชื้อ (PE Gown) จำนวน 3,750 ชุด ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง มูลค่า 56,560 บาท

– สนับสนุนเสื้อกาวน์ป้องกันการติดเชื้อ (PE Gown) จำนวน 2,250 ตัว ให้กับโรงพยาบาลบางละมุง มูลค่า 33,750 บาท

           งบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,280,310 บาท GPSC Group พร้อมสู้เคียงข้างคนไทย และให้ความช่วยเหลือ แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยได้อย่างปลอดภัย…000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

นายก”ช้าง” นายก อบจ.ระยอง ใจปล้ำ ประกาศยอมควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มอีกเด้ง จาก สปสช.หากใครเสียชีวิตจากฉีดวัคซีนโควิด เพื่อรณรงค์กระตุ้นดึงให้คนระยองออกมาฉีดวัคซีนโควิด

****วันนี้วันที่18พค. เวลา 10.00 น.ที่ชั้น 3 ตึก อบจ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ หรือ นายก ช้าง นายก อบจ.ระยอง ได้ตั้งโต๊ะแถลงประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนระยอง ว่า ใครเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะควักกระเป๋าส่วนตัวจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มให้อีกเป็นเด้งที่ 2 นอกเหนือจากเด้งแรกรับจาก สปสช.ที่ประกาศจ่ายให้ผู้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการฉีดวัคซีนโควิด-19
ทั้งนี้นายก อบจ.ระยอง ได้กล่าวว่า ที่ต้องออกมาประกาศเสียงดังครั้งนี้ เพื่อต้องการที่จะรณรงค์เชิญชวนให้ชาวระยองและผู้คนที่อยู่ในจังหวัดระยอง ได้พร้อมใจกันออกมารับการฉีดวัคซีนให้มากที่สุดหรือทุกคน อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวระยองถึงความปลอดภัยของวัคซีน ที่หลายฝ่ายต่างมองว่าไม่มีความปลอดภัยหรือเสี่ยงอันตราย
นายปิยะ ยังกล่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ตนเองฉีดวัคซีน ซิโนแวคไปแล้ว 1 เข็ม จึงทำให้อาการทั่วไปไม่รุนแรง ล่าสุดหายเป็นปกติแล้ว ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงควรให้ประชาชนชาวระยองเข้ารับการฉีดวัคซีนกันทุกคน เพื่อทุกคนจะได้ปลอดภัยจากโควิด-19 เพราะการฉีดวัคซีนมีประโยชน์กว่าไม่ฉีด และไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากการฉีด เพราะทางภาครัฐรับประกันใครเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน มีการจ่ายเงินช่วยเหลือ จำนวน 400,000 บาท โดยตนเองจะควักเงินส่วนตัวจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มให้อีก 400,000 บาท ในกรณีมีทะเบียนบ้านเป็นคนระยอง และหากเป็นคนระยองโดยกำเนิดแล้ว จะจ่ายเพิ่มอีก 100,000 บาท รวมเป็น 500,000 บาท ด้วย ส่วนกรณีที่ไม่ใช่คนระยอง ไม่มีทะเบียนในจังหวัดระยอง แต่มาทำงานในจังหวัดระยอง จ่าย 300,000 บาท เงินส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับเงินเยียวยาของ สปสช.หรือเงินของภาครัฐที่เยียวยา โดยการจ่ายเงินเยียวยาจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ สปสช.คือ ต้องให้แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนเท่านั้น
สำหรับเงินเยียวยาที่นายปิยะ เสนอจ่ายเงินส่วนตัวแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน ดังนี้
1.ฉีดวัคซีน แล้วเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดระยอง แต่ไม่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดระยอง จ่าย 300,000 บาท ประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดระยอง จ่ายเพิ่มหนึ่งแสนบาท เป็น 500,000 บาท
2.ฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการพิการหรือสูญเสียอวัยวะทางร่างกาย จ่าย 240,000 บาท เป็นประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ จังหวัดระยอง จ่าย 340,000 บาท
3.บาดเจ็บจากการฉีดวัคซีน ประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในจังหวัดระยอง จ่าย 100,000 บาท สำหรับประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดระยอง จ่าย 200,000 บาท


ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องฉีดวัคซีนจากโรงพยาบาลของรัฐและได้รับการยืนยันจากแพทย์เท่านั้นว่าเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนโควิด-19
นายปิยะ ได้กล่าวย้ำว่า ทั้งนี้การประกาศยอมควักกระเป๋าตัวเองครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ชาวระยองทุกคนออกมารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อจังหวัดระยองของเราจะได้ลดกระแพร่ระบาดและปลอดภัยจากโควิด-19หมดไปเสียทีเพราะระยองโดนโควิดต่อเนื่อง3-4 ครั้งเสียหายมาก ซึ่งจะก่อเกิดเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดระยองเป็นจังหวัดอีอีซี ที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศชาติลำดับต้นของประเทศถ้าผู้ทำเงินให้ประเทศเกิดการเสียหายป่วยแล้วไม่สามารถทำงานทำเงินได้ประเทศชาติก็เดือดร้อนเช่นกันจึงอยากได้วัคซีนก่อนฉีดให้มาก70 เปอร์เซนต์ก็ยังดี พร้อมทั้งขอเชิญชวนให้ประชากรแฝงที่อยู่ในจังหวัดระยองให้ย้ายสำเนาทะเบียนมาอยู่ในจังหวัดระยองและออกรับการฉีดวัคซีนทุกคน…………………..00

ธนัญธร รวงผึ้ง