Loading

คกก.สว.พบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดระยองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก จัดพิธีส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดระยอง พร้อมทั้งร่วมประชุมหารือ เพื่อรับทราบข้อมูลในประเด็นปัญหาเร่งด่วนของจังหวัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศที่เป็นรูปธรรมและส่งผลกระทบต่อประชาชนจังหวัดระยอง

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดระยอง คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก จัดพิธีส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยมี พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน (ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะคณะกรรมการฯ เข้าร่วมพิธี และประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระยองที่เกี่ยวข้อง (ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) ณ ห้องประชุม หมายเลข 411 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) กรุงเทพฯ โดย พลเอก วสันต์ สุริยมงคล และนายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้แทนคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดระยองต่อไป


จากนั้น เป็นการประชุมหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก กับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง (ประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) ในประเด็นปัญหาเร่งด่วนของจังหวัดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศที่เป็นรูปธรรมและส่งผลกระทบต่อประชาชนจังหวัดระยอง
สำหรับการดำเนินการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังทวีความรุนแรงและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในทุกวัน และขณะนี้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามกระจายในหลายจังหวัด เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชน กระจายอยู่ในทุกจังหวัด ด้วยความห่วงใยในสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร รองประธานกรรมการฯ คนที่หนึ่ง และสมาชิกวุฒิสภา ในคณะกรรมการฯ จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์ เพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน นำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงคนไข้ในโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการช่วยเหลือและมอบวัสดุอุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกไปแล้วทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ตราด จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี โดยในครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดพิธีมอบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการฯ ในการเร่งให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกให้ครบทั้ง 8 จังหวัด
และในโอกาสนี้ คณะกรรมการฯ ได้ส่งกำลังใจและความห่วงใยไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า และประชาชนคนไทยทุกคน เราทุกคนจะร่วมมือกันฝ่าฟัน และผ่านวิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

Loading

นายกเทศมนตรีตำบลทับมา สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ 24 ชม.พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเพิ่มเครื่องผลักดันน้ำในคลองทับมา เพื่อเร่งระบายน้ำลงทะเลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชั้นใน

นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมา ทำให้น้ำในคลองทับมามีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งประชาชนมีความกังวลเรื่องของน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูฝนนี้ ทั้งนี้ในส่วนของการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ทางเทศบาลตำบลทับมา ได้มีการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองช่าง ลงพื้นที่เฝ้าระวัง 24 ชม.โดยมีแผนปฏิบัติการรองรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในทุกปีอยู่แล้ว รวมทั้งเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน จำนวน 5 เครื่องติดตั้งตามจุดต่างๆ ของคลองทับมาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังได้เตรียมเครื่องผลักดันน้ำอีก 3 เครื่อง สำรองไว้ติดตั้งช่วยระบายน้ำบริเวณปลายคลองให้ลงทะเลโดยเร็วที่สุด หากมีฝนตกหนาแน่นและปริมาณน้ำในคลองทับมาสูงขึ้น พร้อมกันนี้ที่ผ่านมา ก็ได้มีการสำรวจน้ำที่ตกค้างตามชุมชน หรือสาเหตุของน้ำที่ท่วมในชุมชน สิ่งกีดขวางลำน้ำ เพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมดังกล่าวด้วย


อย่างไรก็ตามหลังมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมา จากการแก้ไขปัญหาระยะยาว ทั้งของชลประทานระยอง โยธาธิการและผังเมืองระยอง และ อบจ.ระยอง ก่อสร้างพนังกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ โรงสูบน้ำ และบ่อเก็บน้ำ การก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 80 เปอร์เซ็น พบว่าคลองทับมาสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากโครงการดังกล่าวทำแล้วเสร็จทั้งระบบ จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเต็มที่

Loading

แฉซ้ำ นายทุนตัดไม้ป่าสงวนเขาเจ็ก อ.เมืองระยอง วิ่งโร่เคลียร์นักข่าวให้เรื่องเงียบหลังเป็นข่าว ยอมจ่ายแลกกับมูลค่าไม้ที่ตัดหลายล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีนายทุนลักลอบจับจองพื้นที่ป่าสงวนเขาเจ็ก ม.2 ต.กะเฉด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง กว่า 100 ไร่ และมีการปลูกต้นยางพารา ก่อนจะมีการนำแรงงานต่างด้าว พร้อมเครื่องจักร รถคีบท่อนไม้ และรถบรรทุก เข้าไปตัดและลำเลียงลงจากเขาส่งขายโรงเฟอร์นิเจอร์ไม้ยาง โดยชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนว่า นายทุนคนดังกล่าว ได้มีการจ่ายเงินให้กับหลายหน่วยงาน เป็นเงินกว่า 5 แสนบาท เพื่อเคลียร์ให้สามารถเข้าไปตัดไม้ยางดังกล่าวได้อย่างสะดวก พร้อมกับเคลียร์นักข่าวในพื้นที่เป็นเงินอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ให้มีการนำเสนอข่าวด้วย ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ได้แอบขึ้นด้านหลังเพื่อไปดูสภาพป่าบริเวณที่มีการตัดไม้ยาง พบว่ามีการตัดออกเป็นท่อนๆ บนเขาพื้นที่ป่าที่นายทุนปลูกไว้ตั้งแต่เข้ามาจับจองก่อนหน้านี้ จำนวนกว่า 100 ต้น โดยถูกกองไว้เป็นจุดๆ เพื่อรอลำเลียงลงไปขาย ซึ่งดูสภาพป่ากว่า 40 ไร่พื้นที่ตัดต้นยาง โล่งเตียนไม่ต่างจากเขาหัวโล้น

ทั้งนี้ชาวบ้านสงสัยว่า ทำไมนายทุนจึงสามารถเข้าไปจับจองพื้นที่ป่าสงวนได้ โดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่รู้ไม่เห็นมานานนับ 10 ปี จนต้นยางโตเต็มที่ จึงอยากให้หน่วยงานส่วนกลางลงมาตรวจสอบอย่างจริงจัง ว่ามีการเคลียร์เงินกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้ทางสะดวกตามที่นายทุนอ้างจริงหรือไม่ รวมทั้งมีการอ้างว่าเคลียร์นักข่าวด้วย อย่างไรก็ตามชาวบ้านได้มีการแฉซ้ำว่า หลังมีนักข่าวได้นำเสนอข่าวไป ทำให้นายทุนต้องวิ่งเคลียร์ปิดข่าวกับนักข่าวบางสำนัก เพื่อให้เรื่องเงียบ โดยยอมจ่ายเพื่อแลกกับมูลค่าต้นยางที่ตัดหลายล้านบาท รวมทั้งพื้นที่ป่าที่จับจองอีกด้วย.

Loading

กรมส่งเสริมการเกษตร เผยความสำเร็จ 6 กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ปี 2564 ชูตลาดนำการผลิต สร้างความมั่นคง เพิ่มช่องทางการจำหน่าย ลดความเสี่ยงด้านราคา

      กรมส่งเสริมการเกษตรเผยรายชื่อเกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2564 พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลผ่านระบบออนไลน์ ชูความสำเร็จของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่ใช้ “ตลาดนำการผลิต” จนพัฒนากระบวนการผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตร 

         ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความสำเร็จของการทำโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ในโอกาสเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่น ประจำปี 2564 ว่าจากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้ โดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน มีระบบการบริหารจัดการแปลงที่ดี และมีการจัดการด้านการตลาด พร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด 

“การดำเนินงานในระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่นั้น เป็นการดำเนินงานที่มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรมตลอด supply chain ซึ่งระบบนี้ทำให้เกษตรกรต้องมีการรวมกลุ่ม มีการบริหารจัดการร่วมกัน และมีการเชื่อมโยงตลาดต่างๆ เพื่อให้สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และทำให้ผลผลิตที่ได้มีตลาดรองรับที่แน่นอน เช่น ตลาด Modern trade ส่งผลให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตเพิ่มขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงด้านราคา ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอนและมีความมั่นคงในอาชีพเกษตรมากขึ้น สำหรับการมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นถือเป็นการเผยแพร่ผลงานและนำเอาตัวอย่างความสำเร็จที่จับต้องได้ มาเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้กับเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศ ได้เรียนรู้และนำไปปรับปรุง พัฒนา เพิ่มขีดความสามารถการผลิตทางการเกษตรของตนเองหรือกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนในอาชีพการเกษตรต่อไป”

           ด้าน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2564 ว่าแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมประกวดนั้น จะต้องเป็นแปลงใหญ่ที่ร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 – 2562 และไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศมาก่อน ซึ่งขั้นตอนการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่น จะเริ่มจากการคัดเลือกระดับจังหวัด ที่จะมีคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด (COO) เป็นผู้ดำเนินการตัดสิน จากนั้นจะเป็นการคัดเลือกระดับเขต โดยคณะกรรมการตัดสินการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2564 และรอบสุดท้ายจะเป็นการคัดเลือกระดับประเทศ ที่ดำเนินการตัดสินโดย คณะกรรมการตัดสินการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2564 ซึ่งในปีนี้มีเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ผ่านการคัดเลือก และได้รับรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ จำนวน 6 แปลง ซึ่งจะได้รับเงินรางวัล พร้อมโล่และเกียรติบัตร ได้แก่

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ แปลงใหญ่พืชผัก หมู่ 7 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 3

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน (นิคมสหกรณ์พนม) ตำบลพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 5

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ แปลงใหญ่ข้าว หมู่ 4, 6, 7 ตำบลไร่มะขาม หมู่ 5ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เขต 2

รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ แปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หมู่ 2 ตำบลเขารวก  อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี เขต 1 แปลงใหญ่กลุ่มเลี้ยงปลานิลบ้านวังม่วง ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เขต 4  และ แปลงใหญ่ลำไย ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เขต 6

         ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์นี้ ถือเป็นการร่วมแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทั้ง 6 กลุ่ม ซึ่งมีผลงานดีเด่น สามารถเป็นตัวอย่างในการขยายผล และช่วยกระตุ้นการพัฒนาขีดความสามารถการดำเนินงานแปลงใหญ่ให้มีประสิทธิภาพต่อไป โดยถือเป็นแบบอย่างความสำเร็จให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ได้หันมาสนใจระบบการทำเกษตรแปลงใหญ่ ที่ต้องมีการรวมกลุ่ม มีการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อทำให้เกิดการรวมกันผลิต และรวมกันจำหน่าย โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน สามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน ตามแนวทางระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงในอาชีพเกษตรต่อไป

เกษตรกรและผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดพิธีมอบรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2564 ย้อนหลังได้ทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร”

Loading

ชาวบ้านกะเฉด อ.เมืองระยอง ร้องนายทุนลักลอบตัดต้นไม้ป่าสงวนบนเขาเจ็ก กว่า 40 ไร่จนเป็นเขาหัวโล้น

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ผู้สื่อช่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ม.2 ต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง ได้ร้องเรียนว่า มีนายทุนบุกรุกจับจองพื้นที่ป่าสงวนเขาเจ็ก โดยมีการปลูกไม้ยางพาราเป็นพื้นที่นับร้อยไร่ ก่อนจะจ้างแรงงานต่างด้าว เข้าไปกรีดยาง และตัดต้นยางดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบตามที่ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการลักลอบตัดตันยางบนเขาเจ็กดังกล่าว พบว่าได้มีการนำเลื่อยยนต์ เครื่องจักร รถคีบท่อนไม้ และรถบรรทุกขึ้นไปบนเขา เพื่อทำการตัดต้นยาง ซึ่งมีการสร้างบ้านพัก และเพิงพักค้างคืนด้วย ก่อนที่จะมีการเร่งตัดต้นยางนับ 100 ต้น เป็นพื้นที่ประมาณ 40 ไร่กองไว้เป็นจุดๆ เพื่อรอขนใส่รถบรรทุกลำเลียงออกมา

สอบถามชาวบ้านบอกว่า นายทุนได้มีจ่ายเงินเคลียร์ให้ทุกหน่วยงาน รวมทั้งนักข่าวแล้วเป็นเงินหลายแสนบาท สามารถตัดได้ ทั้งนี้ชาวบ้านเป็นห่วงและเสียดายสภาพป่าไม้บนเขาดังกล่าว เนื่องจากที่มองเห็นสภาพไม่ต่างจากเขาหัวโล้น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจัดการปัญหาด้วย พร้อมชี้แจงว่ามีการจ่ายเงินเคลียร์ทุกหน่วยงานจริงหรือไม่.

Loading

จ.ระยอง ประชุมขับเคลื่อน คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด(กพร.ปจ.) จัดทำแผนพัฒนากำลังคนให้ตรงใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด(กพร.ปจ.)ครั้งที่ 2/2564 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน มีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 17 ระยอง เป็นเจ้าของเรื่อง

โดยการประชุมดังกล่าว มีวาระที่สำคัญคือ เรื่องคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังคน และคณะทำงานขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดระยอง พ.ศ.2565-2570 ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักในจังหวัดระยอง 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมพาณิชยกรรมและบริการ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ประมง และปศุสัตว์ โดยคณะทำงานจัดทำแผนและขับเคลื่อนพัฒนากำลังคนทั้ง 5 คณะ มีอำนาจหน้าที่ ประกอบด้วย จัดทำแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดระยอง ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก รวบรวมข้อมูลแผนพัฒนากำลังแรงงานทุกภาคส่วนในแต่ละปีงบประมาณใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก สำรวจความต้องการของกำลังแรงงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก รายงานผลการดำเนินงาน เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด(กพร.ปจ.) และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด(กพร.ปจ.)มอบหมาย ทั้งนี้ส่วนกลางขอความร่วมมือให้จัดทำแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดระยอง พ.ศ.2565-2570 ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2565.

Loading

YOUเทิร์น” เริ่มต้นที่ยูชวนทุกคนมาเริ่มต้นจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างถูกวิธีเพื่อโลกใบนี้ของเราทุกคน

หลายปีที่ผ่านมา “ขยะพลาสติก” จำนวนมาก ไม่ได้รับการจัดการหลังการใช้อย่างเหมาะสม จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข ตั้งแต่พวกเรา ผู้เป็นเจ้าของขยะ ไปจนถึงภาคเอกชนและภาครัฐตลอดเส้นทางการจัดการขยะพลาสติกเหล่านี้

 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เห็นความสำคัญและลงมือแก้ไขปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง  เรามีความตั้งใจอยากช่วยให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ด้วยการจัดการขยะพลาสติกให้เข้าสู่กระบวนการและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง จึงริเริ่ม “YOUเทิร์น” ระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับขยะพลาสติกอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด “YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู”  เริ่มตั้งแต่แยกและทิ้งขยะพลาสติกในมืออย่างถูกวิธี  “YOUเทิร์น” จะเข้ามารวบรวมและคัดแยกขยะพลาสติกอีกครั้ง  เชื่อมต่อการขนส่งเข้าสู่ ENVICCO โรงงานรีไซเคิลพลาสติกมาตรฐานโลกของ GC หรือโรงงานรีไซเคิลพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าขยะพลาสติกทุกชิ้นที่ทุกคนตั้งใจมาทิ้งกับเรา จะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม กลับมาสร้างประโยชน์แทนการฝังกลบ และนำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนไปพร้อม ๆ กัน

• แยกและทิ้งขยะพลาสติกกับ “YOUเทิร์น” ได้ง่ายๆ เพียงนำไปหย่อนที่ จุดทิ้งขยะพลาสติกของ  YOUเทิร์น  (YOUเทิร์น Drop Point) ซึ่งรับทั้งพลาสติกแบบแข็ง เช่น ขวดน้ำดื่ม ขวดแชมพู ขวดนม กล่องใส่อาหาร เป็นต้น และพลาสติกแบบยืด เช่น ถุงพลาสติก ฟิล์มถนอมอาหาร เป็นต้น โดย          YOUเทิร์น Drop Point ตั้งกระจายในหลายพื้นที่ ได้แก่

• PTT Station 18 สาขา (ร่วมกับโครงการพลาสติก (คืน) สุข)

• เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชั้น G

• พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 1

• พาราไดซ์ เพลส ชั้น 2

• The Nine Center พระรามเก้า ชั้น 1

• The Nine Center ติวานนท์ ชั้น 1

และยังคงขยายจุดตั้ง YOUเทิร์น Drop Point ร่วมกับกองทัพพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพและปริมณฑลให้ทุกคนได้ทิ้งขยะพลาสติกได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม  หากสนใจทิ้งขยะพลาสติกกับเรา สามารถค้นหา YOUเทิร์น Drop Point ได้จากลิงค์ https://bit.ly/3gSEf3n

ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า “GC มุ่งมั่นในการเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการสร้างสมดุล ระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (2E1S) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้ GC มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดมิติของการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการอำนวยความสะดวกและเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ด้วย“YOUเทิร์น” ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ยูเทิร์นเริ่มต้นที่ยู ซึ่ง “ยู” ในที่นี้ หมายความถึง ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือ ผู้ใหญ่ ก็สามารถที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยจัดการพลาสติกใช้แล้ว เพื่อให้พลาสติกเหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ “YOUเทิร์น” ยังนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการจัดการพลาสติกใช้แล้ว ตั้งแต่ประเภทของพลาสติกที่นำมาหย่อนที่ YOUเทิร์น Drop Point  ปริมาณการจัดเก็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อนำข้อมูลมาต่อยอดใช้ประโยชน์ต่อไป”

“YOUเทิร์น” จึงเป็นระบบที่เป็นทางออกของปัญหาขยะพลาสติกในสังคม โดยที่ผ่านมา มีองค์กรชั้นนำได้นำ YOUเทิร์น ไปประยุกต์ใช้ภายในองค์กรหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รวมไปถึง “โครงการแยกขวดช่วยหมอ” ซึ่ง YOUเทิร์น ได้ร่วมกับเพจ Less Plastic ระดมขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว จากจุดทิ้งขยะพลาสติกของ YOUเทิร์น และพันธมิตร นำส่งไปยังโรงงานแปรรูปที่ร่วมกับโครงการฯ เพื่อตัดเย็บชุด PPE Level 2 มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดัน (Hydrostatic Pressure) สามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง 20 ครั้ง ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ป้องกันโรคโควิด 19 สะท้อนให้เห็นว่า YOUเทิร์น สามารถตอบโจทย์ทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อมและสามารถต่อยอดไปช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤตได้อย่างทันท่วงที

หัวใจสำคัญของ “YOUเทิร์น” คือ การที่ทุกคนได้เริ่มต้น เรียนรู้ แบ่งปันและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคัดแยกและจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี จากขยะกลับมาเป็นวัตถุดิบ และกลับเข้าสู่วงจรการผลิตอีกครั้ง  โดยคุณสามารถมีส่วนร่วมกับ YOUเทิร์น ได้ด้วยการนำขยะพลาสติกมาหย่อนที่จุด YOUเทิร์น Drop Point ทั้งที่ PTT Station ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้ในเครือ MBK Group และอีกหลายพื้นที่ในอนาคต นอกจากนี้ สำหรับองค์กรที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรกับ YOUเทิร์น เพื่อต่อยอดความร่วมมือและขยายผลไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สามารถสอบถามมาได้ที่อีเมล์ของ YOUเทิร์น : youturn@pttgcgroup.com  รวมถึงติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ YOUTURN Facebook  Line Official ของ YOUเทิร์น และ Website YOUเทิร์น: https://bit.ly/2Zg4qv1…000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

พ่อเมืองระยอง นำชลประทานจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อบจ.ระยอง และเทศบาลตำบลทับมา ติดตามสถานการณ์น้ำในคลองทับมา หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น หวั่นจะเอ่อท่วมพื้นที่ที่เคยถูกท่วมซ้ำซาก

    เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 21 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อมด้วยนายสุรชัย นำนาผล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา นายธวัชชัย  สุภาผล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง และนายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง   ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำทับมา บริเวณประตูระบายน้ำหลังวัดทับมา ต.ทับมา อ.เมืองระยอง หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา และ อ.ปลวกแดง ติดต่อกันหลายวัน ก่อนน้ำจะไหลลงคลองทับมา ทำให้ปริมาณน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองทับมามีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 40-50 เซ็นติเมตร

ต่อมาได้เดินทางไปยังบริเวณสะพานข้ามคลองทับมา ภายในหมู่บ้านกรุงไทย ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วมบ่อยครั้ง ซึ่งเทศบาลตำบลทับมา ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำลงสู่คลองทับมา กรณีน้ำในหมู่บ้านเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำบริเวณสะพานหมู่บ้านกรุงไทยยังมีปริมาณน้อย เมื่อเทียบกับปี 2558 จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้กดปุ่มเดินเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำปลายคลองทับมา ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำจากคลองทับมาสู่แม่น้ำระยอง และลงทะเล 

       นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า หลังจากฝนตกลงมาติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำในคลองทับมา บริเวณหลังวัดทับมามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมเหมือนเช่นหลายปีที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่พบว่ามวลน้ำจาก อ.นิคมพัฒนาและ อ.ปลวกแดง ไหลลงสู่คลองทับมาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัดระดับน้ำได้ประมาณ 2.4 เมตร ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติที่จะรับได้ที่ประมาณ 2.55 เมตร ส่วนปลายคลองทับมาปริมาณน้ำประมาณ 1.30 เมตร ถือว่ามีระกดับน้ำต่ำมาก ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก หากมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นยังมีเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง เร่งสูบน้ำลงสู่แม่น้ำระยองได้สูงถึง 25 ลบ.ม ต่อวินาที อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือไว้แล้ว และประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเตรียมเก็บข้าวของขึ้นบนที่สูง เพื่อป้องกันทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หากมีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มมากขึ้น

         ด้านนายสุรชัย นำนาผล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานระยอง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำทับมาในปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา จากการความพร้อมของเครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งพนังกั้นน้ำ เครื่องสูบน้ำ และสถานีสูบน้ำเสร็จหมดแล้ว ซึ่งจะสามารถช่วยตัดยอดน้ำด้านบนที่จะลงคลองทับมาได้ไปส่วนหนึ่ง ส่วนบริเวณคลองทับมา มีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำแล้วเสร็จร้อยละ 70 จะช่วยสามารถประคองน้ำตั้งแต่หลังวัดทับมาไปจนถึงปลายคลองทับมาได้โดยไม่เอ่อล้น ในขณะเดียวกันที่บริเวณปลายคลองทับมา ยังมีสถานีสูบน้ำซึ่งสามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาพรวมยังสามารถที่จะรับมือน้ำท่วมได้ในระยะนี้ ลำคลองและพื้นที่รับน้ำยังว่างพอสมควร

       ขณะที่นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า ทางเทศบาลตำบลทับมา ได้เตรียมแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา พร้อมเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล และอุปกรณ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังเช็คปริมาณน้ำเหนือคลองและในคลองทับมา การติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้ง อบจ.ระยอง ชลประทานระยอง และธิการและผังเมืองระยอง รวมทั้งสำรวจบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปได้ทันท่วงที…0000

Loading

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ผู้นำด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) มอบเจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ น้ำดื่ม และอาหาร รวมมูลค่ากว่า 80,000 บาท ภายใต้โครงการ “ดาว ห่วงใย ช่วยไทยต้านโควิด” พร้อมสนับสนุนบุคลากรในการจัดการและอำนวยความสะดวกด้านการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่เข้ามารับบริการ ณ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ของจังหวัดระยอง

โดยมีนายณัฐพงศ์ จิรวัฒนาวรกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารองค์กรและชุมชนสัมพันธ์ประจำโรงงาน และนางสาวมันตา พุทธจง ผู้จัดการแผนกความมั่นคงและภาวะฉุกเฉินของ Dow เป็นผู้มอบให้กับนายฉกาจ พัฒนศรี ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด…00

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

BLCP รับรางวัลผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ ในงาน “รัฐมีป่า ประชามีสุข ยุควิถีใหม่”

     นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) รับรางวัล “หนังสือชมเชยผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ ประจำปี พ.ศ. 2564” โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน เนื่องในวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 125 ปี “รัฐมีป่า ประชามีสุข ยุควิถีใหม่” แบบ NEW NORMAL ในรูปแบบการจัดงานแบบ ONLINE ผ่าน Application Zoom และ Facebook Live ของกรมป่าไม้

      บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ ร่วมสนับสนุนโครงการป่าชุมชนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559  จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ป่าชุมชนบ้านแขมงคงมั่น ป่าชุมชนบ้านมะเดื่อ และ ป่าชุมชนบ้านหนองกรับ ในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและสร้างให้ป่าเป็นแหล่งทรัพยากร แหล่งอาหารของชุมชน ซึ่งชุมชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน และป่าเหล่านี้ยังสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนรวมได้ถึง  7,500  ตัน

       นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ริเริ่มจัดทำโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2551 จำนวนพื้นที่ 125 ไร่ เพื่อช่วยคืนความสมบูรณ์ป่าชายเลนให้กับชาวจังหวัดระยอง ทั้งจำนวนต้นไม้ชายเลนที่เพิ่มมากขึ้น และความหลากหลายของชนิดพรรณไม้ อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถของป่าชายเลนในการช่วยกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 2,900 ตัน…..0000

ธนัญธร รวงผึ้ง