Loading

กระทรวงสาธารณสุข จับมือภาคีเครือข่าย จัดงานมหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย (Play Day) ขับเคลื่อน Model 3F : Family – Free – Fun สร้างกระแสการเล่นอิสระ และสร้างความร่วมมือ ในการพัฒนาผู้อำนวยการเล่น (Play worker) ในสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ตำบลละ 1 แห่ง

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่สวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย (Play Day) มีนายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัยละนายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติฯ ภายในมีการลงนาม MOU พัฒนาผู้อำนวยการเล่น(Play worker) ในสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ระหว่างกรมอนามัย และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นมอบโล่พื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลกให้แก่ 14 หน่วยงาน และมีบูธกิจกรรมพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลกของหน่วยงาน และโรงเรียนต่างๆ จำนวน 14 แห่ง

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านการเล่น ภายใต้โครงการขับเคลื่อนนโยบายเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้มีทักษะ รู้เท่าทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มี IQ ที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมควบคู่กับ EQ และ EF ผ่านการเล่น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ มีผู้อำนวยการเล่น (Play worker) อย่างน้อยตำบลละ 1 คน และมีพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ตำบลละ 1 แห่ง ด้วยแนวคิด 3F ได้แก่ F : Family คือการเล่นกับครอบครัว เพื่อน พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก ที่มีทักษะและสร้างแรงจูงใจในการเล่น F : Free คือ การเปิดโอกาสให้เด็กเล่นอิสระตามความต้องการ อยากจะเล่น โดยมีมุมเล่น ลานเล่น สนามเด็กเล่น ที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน ให้เด็กเล่นที่ไหนก็ได้ขอให้ปลอดภัย และ F : Fun คือ การเล่นให้สุข สนุก โดยมีกิจกรรม สื่อของเล่นหลากหลาย หาง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นไปตามวัย เน้นธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้มีผู้อำนวยการเล่น (Play worker) จำนวน 2,322 คน และพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก จำนวน 787 แห่ง“สำหรับการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย (Play Day) ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสาร สร้างกระแส และสร้างความร่วมมือในการพัฒนาผู้อำนวยการเล่น (Play worker) ในสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผู้อำนวยการเล่น (Play worker) เป็นผู้ที่มีบทบาทช่วยให้การเล่นของเด็กประสบความสำเร็จ ซึ่งพ่อแม่ ผู้สูงอายุ ครูพี่เลี้ยงเด็ก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทุกคนที่อยู่รอบตัวเด็กสามารถเป็นผู้อำนวยการเล่น และสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก”

ทางด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก โดยได้มีการจัดอบรมพัฒนาทักษะผู้อำนวยการเล่น (Play worker) ให้ครอบคลุมทุกตำบล มีองค์ประกอบสำคัญ 4 องค์ประกอบที่จะทำให้เกิดพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ได้แก่ 1.พื้นที่เล่น (Space) ต้องสอดรับกับบริบทแต่ละพื้นที่ เป็นสถานที่ปลอดภัย และสามารถเล่นได้ทุกที่ ทุกช่วงเวลา 2.กระบวนการเล่น(Play process) เน้นการเล่นอิสระ ครอบครัวมีส่วนร่วม และเป็นการเล่นที่ส่งเสริมสุขภาพทางกาย การเจริญเติบโต เช่น วิ่ง กระโดด ขว้าง ปีนป่าย วิ่งเปี้ยว วิ่งเก็บของ เป็นต้น 3. หน่วยบริหารจัดการการเล่น (Play Management Unit)ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย หน่วยบริการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน 4.ผู้อำนวยการเล่น (Play worker) ผู้ที่สนับสนุนการเล่นของเด็ก โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางดำเนินการผ่านพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน

ทางด้าน นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ภารกิจที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพสูงสุด เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยรอบด้านจึงได้มีนโยบายขับเคลื่อนให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ เด็กปฐมวัย ท้องถิ่นไทย ผ่านการเล่น (สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา) โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ผนึกกำลังร่วมกันของ 3 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา โดยอาจารย์ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิ สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา เป็นผู้ออกแบบสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการใน 15 ประเด็นเร่งด่วนด้านคนและการศึกษา ที่จะต้องดำเนินการใน 5 ปีแรก ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการสร้างสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา รวมทั้งสิ้น 4,601 แห่ง.

Loading

กรมอนามัย จับมือเขตสุขภาพที่ 6 จัดกิจกรรมก้าวท้าใจ Season 4 วิถีถัดไป พิชิต 100 วัน 100 แต้มสุขภาพ โดยมีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังสถานประกอบการ ชุมชน สถานศึกษา ประชาชนทั่วไป ชมรมออกกำลังกาย และหน่วยงาน ต่าง ๆ พร้อมทั้งสามารถสะสม Health Point หรือแต้มสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ในกิจกรรมต่างๆ เป็นการสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการออกกำลังกายของประชาชนเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 19 ธ.ค.ที่สวนพฤกษศาสตร์ ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมก้าวท้าใจ Season4 วิถีถัดไป พิชิต 100 วัน 100 แต้มสุขภาพ ระยะทาง 3 กม.ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมอนามัย และเขตสุขภาพที่ 6

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งเน้นสร้างเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ส่งเสริมการออกกำลังกายโดยให้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดีส่งเสริมให้บุคลากรสาธารณสุขเป็นต้นแบบด้านสุขภาพ (Health Model) ร่วมกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการส่งเสริมการออกกำลังกายซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการโครงการ ก้าวท้าใจ มาแล้ว 3 Season มีผู้เข้าร่วมสะสมในภาพประเทศทั้งสิ้น 3,300,916 คน เขตสุขภาพที่ 6 มีผู้เข้าร่วม ทั้งสิ้น จำนวน 216,541 คน โดยในปี 2565 เขตสุขภาพที่ 6 ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการก้าวท้าใจ Season 4 วิถีถัดไป พิชิต 100 วัน 100 แต้มสุขภาพ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยการลงทะเบียนและ เก็บสะสมแต้มสุขภาพ (Health Point) ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่าน Line ID @thnvr เข้าร่วมได้ทั้งสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ มีการคัดกรองสุขภาพ โดยการประเมินค่าดัชนีมวลกาย ส่งผลและรายงานผลการออกกำลังกาย เพิ่มรูปแบบกลุ่มและขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังสถานประกอบการ ชุมชน สถานศึกษา ประชาชนทั่วไป ชมรม ออกกำลังกาย และหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งมีการจัดแข่งขันภายในกลุ่มและเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พร้อมทั้งสามารถสะสม Health Point หรือแต้มสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ในกิจกรรมต่างๆ เป็นการสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการออกกำลังกายของประชาชนเพิ่มมากขึ้น

ทางด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มเป้าหมาย สำคัญที่ต้องการให้มีส่วนร่วมในโครงการนี้เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง และอ้วน พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค จึงควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 วันๆ ละ 30 นาที โดยยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่งหรือเดินเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการทำงานระบบไหลเวียนโลหิต ฝึกการใช้งานกล้ามเนื้อ ทำให้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น เผาผลาญไขมัน และลดระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้งการวิ่งที่เหมาะสมต่อร่างกาย จะช่วยลดปัญหาข้อต่อเสื่อม ลดอาการปวดข้อและป้องกันการเกิดข้อติด การวิ่งเพื่อสุขภาพจะต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3- 5 วัน วันละ 30 นาที ไม่หักโหมหรือเหนื่อยมากจนเกินไป นอกจากนี้การออกกำลังกายยังทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดได้ ช่วยให้การทำงานของปอด หัวใจ กล้ามเนื้อแข็งแรง ทั้งยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือน้ำหนักตัวมากควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา ลงนามบันทึกความร่วมมือกับโครงการ“กล่องยูเอสที รีไซเคิลได้” มุ่งเพื่อให้เกิดการคัดแยกขยะเปลี่ยนจากขยะกล่องนมให้เป็นวัสดุรีไซเคิล

เมื่อเวลา 10.00 น.เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.64 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับโครงการ“กล่องยูเอสที รีไซเคิลได้” มีนางกรแก้ว เอื้อเฟื้อ ผู้อำนวยการโครงการ “กล่องยูเอชที รีไซเคิลได้” ลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าวผ่านระบบการประชุมทางไกล (Zoom Conference) ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินการโครงการ “กล่องยูเอชที รีไซเคิลได้”อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อขอความร่วมมือในการคัดแยกกล่องนมยูเอชทีจากทุกภาคส่วนเป็นจุดรับ รวบรวมกล่องนมยูเอชทีจากภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ และส่งเสริม ผลักดันให้เกิดการคัดแยกขยะกล่องนมยูเอชทีอย่างเป็นรูปธรรม


สำหรับ โครงการ “กล่องยูเอชที รีไซเคิลได้” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกล่องยูเอชที และกระบวนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องยูเอชทีใช้แล้ว เพื่อลดปริมาณขยะ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิล โดยความร่วมมือจาก อปท.ร่วมกันผลักดันให้เกิดกลไกการจัดเก็บกล่องยูเอชทีอย่างยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดการลดปริมาณขยะ เปลี่ยนจากขยะให้เป็นวัสดุรีไซเคิลดังกล่าว.

Loading

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง และเภสัชกรวีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ รอง นพ.สสจ.ระยอง นำทีมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองระยอง ตำรวจภูธรจังหวัด สคบ.จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สุ่มตรวจเข้มร้านจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่จุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าโลตัส ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง และร้านวรรณ สาขา 2

เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาการสินค้า รวมถึงคุณภาพมาตรฐาน และปริมาณของสินค้าที่นำไปบรรจุในกระเช้า หรือชุดของขวัญปีใหม่อย่างชัดเจน พร้อมกับย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการห้ามนำสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาบรรจุในกระเช้าของขวัญปีใหม่ดังกล่าว และจำหน่ายสุรา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้เป็นเวลาตามกฎหมายกำหนด ทั้งนี้หากตรวจพบการฝ่าฝืน จะถูกดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างไรก็ตามการออกสุ่มตรวจจุดจำหน่ายกระเช้าของขวัญปีใหม่ดังกล่าว ไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลนำเงินถวายวัดทับมา ซึ่งมุ่งเน้นสร้างความตระหนักการคัดแยกขยะแก่ประชาชน โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ขยะรีไซเคิล

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.64 ที่ศาลาริมน้ำวัดทับมา ต.ทับมา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลทับมา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พนักงานเทศบาลตำบลทับมา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันนำพุ่มผ้าป่าเงินและขยะรีไซเคิลถวายวัดทับมา โดยมีพระครูปริยัติสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดทับมา รับพุ่มผ้าป่า เพื่อนำไปบูรณปฏิสังขรณ์ และพัฒนาวัดทับมาต่อไป นอกจากนี้ภายในงาน เทศบาลตำบลทับมา ยังได้มอบถังดักไขมันให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย เพื่อให้นำไปจัดการน้ำเสียด้วยถังดักไขมันในครัวเรือนของตัวเอง

นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลดังกล่าว เป็นกิจกรรมหนึ่งที่มุ่งเน้นสร้างจิตสำนึกการคัดแยกขยะแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรเทศบาลตำบลทับมา และประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลที่สามารถเพิ่มเป็นมูลค่านำไปขายได้ ซึ่งเทศบาลตำบลทับมา ได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการขยะมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการดำเนินกิจกรรมโครงการเวส ว๊าว ทับมา ทัวริสซึ่ม เฮลธ์ (Waste Wow Thapma Tourism & Health) สู่เมืองสิ่งแวดล้อมน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยการนำปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่มาแก้ไขและพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมการจัดการขยะแบบครบวงจรโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ บ้าน วัด โรงเรียน(บวร)จนเป็นที่ประจักษ์ นำไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการขยะ ทั้งขยะครัวเรือน ขยะรีไซเคิล และขยะสู่อาชีพของ ประชาชนในพื้นที่.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา และวัดทับมา จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดอบรมโครงการให้ความรู้ด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะพลาสติกจากบ้านเรือนเพื่อการรีไซเคิลแบบวงจรปิดแก่ประชาชน และสถานประกอบการในพื้นที่ มุ่งสร้างจิตสำนึกทุกภาคส่วนตระหนักการจัดการขยะที่ต้นทางที่ถูกวิธีและเหมาะสม

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.64 ที่วัดทับมา ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา เป็นประธานเปิดโครงการให้ความรู้ด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะพลาสติกจากบ้านเรือนเพื่อการรีไซเคิลแบบวงจรปิดแก่เจ้าหน้าที่ พนักงานทำความสะอาดเทศบาล ผู้แทนสถานประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า เจ้าหน้าที่ อสม.และประชาชนในพื้นที่ จำนวน 50 คน ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลทับมา วัดทับมา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีศาสตราจารย์ ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ หัวหน้าโครงการวิจัย จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย นายชูชาติ คงทน รองนายกเทศมนตรีตำบลทับมา และนางสาวเรวีญา ขจิตเนติธรรม ปลัดเทศบาลตำบลทับมา ร่วมโครงการ ภายในงานมีการอบรมให้ความรู้เรื่อง การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและพลาสติกเพื่อผลิตไฟฟ้า การจัดขยะที่ต้นทาง และกิจกรรมส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกที่ดีด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ทางคณะวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน จัดขึ้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกและเพิ่มคุณภาพการรีไซเคิลพลาสติกในพื้นที่กรณีศึกษาจังหวัดระยอง ทั้งนี้หนึ่งในกระบวนการสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะพลาสติกคือ การคัดแยกขยะพลาสติกจากบ้านเรือน ด้วยเหตุนี้ทางคณะฯ จึงได้จัดกิจกรรมการจัดอบรมให้ความรู้ด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทางฯ ดังกล่าวขึ้น มุ่งเน้นในการสร้างจิตสำนึกทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน และสถานประกอบการในพื้นที่ตำบลทับมาได้ตระหนักการจัดการขยะที่ต้นทางที่ถูกวิธีและเหมาะสมต่อไป.

Loading

พัฒนาชุมชนระยอง​ เปิดอบรมโครงการ​ส่งเสริม​เครือข่ายองค์​ความรู้​ KBO(Knowledge Based OTOP)​มุ่งพัฒนา​ขีดความสามารถ​ของกลุ่มผู้ผลิตชุมชน​ในการพัฒนา​ผลิตภัณฑ์​ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

เมื่อ​วันที่​ 15 ธ.ค.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง​ อ.เมืองระยอง​ นายจารึก ตันเจริญ​ ​พัฒนา​การจังหวัด​ระยอง​ เป็น​ประธาน​เปิดการอบรมโครงการ​ส่งเสริม​เครือข่ายองค์​ความรู้​ KBO(Knowledge Based OTOP)​กิจกรรม​ที่​ 1 การพัฒนา​ศักยภาพเครือข่ายองค์​ความรู้​ KBO​ แก่กลุมผู้ผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์​ชุมชน​ใน​ 8 อำเภอของจังหวัด​ระยอง​ รวม​ 20 ราย​ โดยมีวัตถุประสงค์​ เพื่อส่งเสริมเครือข่าย​องค์​ความรู้​ KBO​ ให้เป็น​ศูนย์กลาง​ในการให้ความช่วยเหลือ​และสนับสนุน​การพัฒนา​ขีดความสามารถ​ของกลุ่มผู้ผลิตชุมชน​ใน​การพัฒนา​ผลิตภัณฑ์​ให้​เกิด​มูลค่าเพิ่มขึ้น​

นายจารึก​ กล่าวว่า​ โครงการ​พัฒนา​ผลิตภัณฑ์​โอทอป​ โดยเครือข่าย​องค์​ความรู้​ KBO​ จังหวัด​ระยอง​ มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนา​ยกระดับ​ผลิต​ภัณฑ์​โอทอป​ให้​มี​คุณภาพ​ได้มาตรฐาน​ มีบรรจุภัณฑ์​ที่​เหมาะสม​ และ​สามารถ​เพิ่ม​มูลค่า​ สร้างนวัตกรรม​ และเป็นการ​เตรียม​ผลิต​ภัณฑ์​โอทอป​ ที่ผ่านกระบวนการ​พัฒนา​โดยคณะกรรมการ​เครือข่าย​องค์​ความรู้​ KBO​ จังหวัด​ๆ​ ละ​ 1​ ผลิตภัณฑ์​ เป็นตัวแทนไปเข้าร่วมประกวดผลงานในส่วนกลาง​ในงานศิลปาชีพ​ประทีปไทย​ OTOP​ ก้าวไกลด้วยพระบารมี​ประจำปี​ 2565 อีกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา​ เปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การบริหารจัดการความเสี่ยงและการติดตามประเมินผลควบคุมภายในเทศบาลตำบลทับมา ประจำปีงบประมาณ 2565” แก่บุคลากร

เมื่อเวลา​ 09.00 น.วันที่ 14 ธ.ค.64 ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา ต.ทับมา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายประเสริฐ​ วงษ์ศรี​ นายกเทศมนตรี​ตำบลทับมา​ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การบริหารจัดการความเสี่ยงและการติดตามประเมินผลควบคุมภายในเทศบาลตำบลทับมา ประจำปีงบประมาณ 2565” แก่ผู้บริหาร​ หัวหน้าส่วนราชการ​ เจ้าหน้าที่​ และบุคลากร​เทศบาล​ตำบลทับมา​ จำนวน 50 คน​ โดยมีวัตถุประสงค์​ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และวิธีการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของภารกิจงานในหน้าที่ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2561 และเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยงให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2562 เพื่อลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงาน รวมทั้ง​เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมทั้งนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายประเสริฐ​ วงษ์ศรี​ นายกเทศมนตรี​ตำบลทับมา​ กล่าวว่า​ โครงการที่ได้จัดขึ้นในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มีนโยบายการกระจายอำนาจ และถ่ายโอนภารกิจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างจริงจัง ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้อง
มีการพัฒนาขีดความสามารถ สมรรถนะทางด้านบุคลากรให้มีความพร้อม เพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการทำงานของหน่วยงาน ซึ่ง​การปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เกิดประโยชน์สูงสุดและการติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน ซึ่งมีระเบียบ กฎหมายและหนังสือสั่งการที่บุคลากรของเทศบาลตำบลทับมา​ ต้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดประกอบกับในปัจจุบันมีการปรับปรุง แก้ไขหรือยกเลิกระเบียบ กฎหมาย และหนังสือสั่งการ จึงจำเป็นต้องพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพให้บุคลากรเกิดความรู้ ความเข้าใจดังกล่าวขึ้น เพื่อลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานหรือถูกตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานภายนอกด้วย.

Loading

เทศบาลตำบลทับมา ปรับปรุงการจัดเก็บภาษี เร่งส่งเจ้าหน้าที่สำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอความร่วมมือประชาชน สถานประกอบการเสียภาษี เพื่อนำเงินภาษีมาพัฒนาท้องถิ่น

นายประเสริฐ วงษ์ศรี นายกเทศมนตรีตำบลทับมา กล่าวว่า เทศบาลตำบลทับมา ได้มีการจัดกเก็บภาษี ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บภาษีทุกปี ทั้งเพิ่ม และยกเลิก โดยในช่วงนี้จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา และโรงเรือน เป็นต้น เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายลงไปสำรวจ ก็ขอความร่วมมือประชาชน และสถานประกอบได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย โดยหลังมีเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจประเมินภาษีแล้ว ก็จะมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เพื่อประเมินราคาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

อย่างไรก็ตามประชาชน หรือสถานประกอบการที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาชำระภาษียังที่ทำการเทศบาลตำบลทับมา ก็สามารถเข้าไปยังแอปพลิเคชั่นของเทศบาลตำบลทับมาได้ ซึ่งมีแบบฟอร์มช่องทางการชำระภาษีให้กรอกแบบรายละเอียดได้ รวมทั้งการขออนุญาตการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างด้วย นอกจากนี้เทศบาลตำบลทับมา ยังมีศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสให้บริการชำระภาษีกับประชาชนที่บริเวณชั้น 1 ที่ทำการเทศบาลตำบลทับมาอีกด้วย ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือประชาชนให้ได้มีการชำระภาษีอย่างถูกต้องด้วย ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์จะนำมาพัฒนาพื้นที่ ประโยชน์จะเกิดกับประชาชนทุกคน.

Loading

เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 12 ธันวาคม 2564 ณ อาคารหอประชุมใหญ่คณะสงฆ์ภาค 13 วัดพลงช้างเผือก ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง พระครูสิริภาวนานุโยค รองเจ้าคณะจังหวัดระยอง เจ้าอาวาสวัดพลงช้างเผือก ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้ประชุมคณะกรรมการจัดสร้างพระกริ่งเมืองแกลง พระคู่บ้านคู่เมืองประจำอำเภอแกลง โดยมีนายวิฑิต ลาวัณย์เสถียร ประธานมูลนิธิช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนอำเภอแกลง นายพิชัย สมคิด ไวยาวัจกรวัดพลงช้างเผือก นายลำยอง สนิท นายกอบต.ทางเกวียน นายสันติชัย ตังสวานิช นายกเทศมนตรีตำบลเมืองแกลง นายนพดล แสงวิลัย ประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง และคณะกรรมการจัดสร้างพระกริ่ง ได้ร่วมประขุมดำเนินการ”โครงการจัดสร้างพระกริ่งเมืองแกลง (พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า) ขนาดหน้าตักกว้าง 10 เมตรความสูง 19 เมตร

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างพระพุทธรูปประจำอำเภอแกลง เพื่อเป็นอัตลักษณ์สัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนอำเภอแกลง
เพื่อหลอมรวมความรัก ความสามัคคี ความศรัทธา ของสาธุชนชาวอำเภอแกลง
เพื่อเป็นการสืบทอดยุพระพุทธศาสนา ให้มั่นคงยั่งยืนยาวนาน
เพื่อเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเป็นแหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ของอำเภอแกลง
โดยมีอาคารรองรับเป็นฐานพระกว้าง 30 เมตร ยาว 30 เมตร ความสูงจากฐานถึงเศียรพระ 40 เมตร โดยหันหน้าพระไปทางทิศพายับ น้ำหนักองค์พระ 50 ตัน เป็นเนื้อทองเหลืองทั้งองค์ ทางคณะกรรมการลงมติ วางศิลาฤกษ์ตอกเสาเข็มในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เวลา 16.00 น. และหล่อเศียรพระชุดแรกในวันที่ 1 มกราคม 2565

พระครูสิริภาวนานุโยค กล่าวว่า การสร้างพระกริ่งเมืองแกลง เป็นการสร้างกริ่งที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย มีความสูงกว่า 50 เมตร เพื่อความเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วประเทศ และใช้สถานที่ประกอบกิจการทางพระพุทธศาสนาในวันสำคัญๆ เป็นแหล่งรู้ทางพระพุทธศาสนาของนักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างบุญบารมี เป็นเจ้าภาพหล่อ “พระกริ่งเมืองแกลง” ได้ที่บัญชี ของ วัดพลงช้างเผือก บัญชีธนาคารออมสิน สาชาแกลง บัญชี 020349883155 หริติดตามข่าวสารในเพจวัดพลงช้างเผือกได้ตลอดเวลา
โดยวันนี้นายวิฑิต ลาวัณย์เสถียร ประธานมูลนิธิฯ ได้ร่วมบริจาคเงินหล่อพระกริ่งเมือแกลง จำนวน 2 ล้านบาท…000