Loading

GC ผ่านการรับรองระดับโลกด้านความยั่งยืนในการบริหารจัดการคาร์บอน “ISCC PLUS” ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจ ขับเคลื่อนโลกสมดุล ทรัพยากร และความยั่งยืน

        บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการรับรองมาตรฐานโลก ISCC Plus จากสมาคม International Sustainability and Carbon Certification (ISCC) ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างความยั่งยืน

         ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที   โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า นอกจากการประกาศเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ หรือ Net Zero แล้ว อีกหนึ่งการดำเนินงานที่ GC ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปรับโครงสร้างการผลิตที่ช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจโดยใช้หลัก 5Rs ได้แก่ Reduce ลดการใช้ Reuse การใช้ซ้ำ Recycle การแปรรูปมาใช้ใหม่ Renewable การใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียนทดแทนทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป และ Refuse การปฏิเสธการใช้ รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ในระบบการผลิต ฯลฯ ล่าสุดนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านความยั่งยืน และการลดคาร์บอน “ISCC PLUS” จากองค์กร International Sustainability & Carbon Certification จากโรงโอเลฟินส์แห่งใหม่ (Olefins Reconfiguration Plant : ORP) โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene : HDPE) โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (Low Density Polyethylene : LDPE) และ เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น (Linear Low Density Polyethylene : LLDPE) ซึ่งมีการนำวัตถุดิบทางเลือกได้แก่ วัตถุดิบชีวภาพ และวัตถุดิบหมุนเวียนมาผลิตร่วมกับวัตถุดิบเดิมด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อช่วยลดการใช้วัตถุดิบจากน้ำมันดิบซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งเป็นการตอกย้ำการดำเนินธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยยังคงการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้ตามมาตรฐานและคุณภาพสูง

            ความสำเร็จในครั้งนี้ ตอกย้ำว่า GC มีความมุ่งมั่นในการผลักดันและร่วมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยบริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าในการดำเนินธุรกิจร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรในการเป็น “เคมี..ที่เข้าถึงทุกความสุข” มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมกับการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาแบบยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ และ GC ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อรักษาสมดุลให้กับโลกใบนี้ ต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม International Sustainability and Carbon Certification (ISCC)

ISCC คือ การรับรองคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ เป็นระบบการรับรองความยั่งยืน    ชั้นนำระดับโลกเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก โดยเป็นระบบการออกใบรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนนี้ จะมอบให้กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืน..000

ธนัญธร รวงผึ้ง

Loading

พาณิชย์ปทุมธานี จับมือพาณิชย์กลุ่มภาคกลางปริมณฑล ยกตลาดชุมชนขึ้นห้างกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก“Local Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง”11-13 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี

     เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี จับมือพาณิชย์กับภาคกลางปริมณฑล ได้แก่จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการและนครปฐม กำหนดจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ภายใต้ โครงการร่วมค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ปี 2565 โดยมีชื่องานว่า “Local Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง” ระหว่างวันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ 2565 ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ภายในงานมีการคัดสรรสินค้าชุมชนเด่น ออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า จำนวน 30 คูหา อาทิ สินค้าเกษตรสำคัญ ข้าวหอมปทุมพรีเมี่ยม มาตรฐาน Organic กล้วยหอมทองปทุม มาตรฐาน Global GAP ส้มโอนครชัยศรี เนื้อโคขุนกำแพงแสน ปลาสลิดบางบ่อ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์เด่นอื่นๆ อาทิ ของใช้ของตกแต่งบ้านจากแร่ดีบุก เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด เครื่องประดับลงยาแบบโบราณ รวมไปถึงเครื่องประดับ เสื้อผ้า และอาหารอร่อยจาก 4 จังหวัดด้วย ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้ส่งออก กับผู้ผลิตสินค้าชุมชน เกษตรกร รวมไปถึงมีการจัดจุดแสดงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อีกด้วย

         โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลฯ ดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพความพร้อมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตมีโอกาสเข้าถึงช่องทางการตลาด การเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน การจัดเจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดมูลค่าการค้าที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยั่งยืนต่อไป.

Loading

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยองส่วนหน้าประชุมติดตามความคืบหน้าการเฝ้าระวังเหตุน้ำมันรั่วกลางทะเลระยอง

       วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 14.00 น. นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มอบหมายให้ นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดระยองส่วนหน้า กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล ณ บ้านสบาย สบาย รีสอร์ท ต.ตะพง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ทุกโซนตั้งแต่โซน A จนถึงโซน E2 ไม่พบคราบน้ำมันขึ้นชายฝั่ง อย่างไรก็ตามสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองได้จัดเรือเฝ้าระวังในพื้นที่ชายหาดแม่รำพึงถึงเกาะเสม็ด ขณะเดียวกัน SPRC ได้ตั้งทีมเฝ้าระวังทำความสะอาดชายฝั่ง

      ทั้งนี้ ที่ประชุมได้สั่งการให้ SPRC หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดทำแผนลดระดับความรุนแรงของกรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับรุนแรง (สีแดง) ปานกลาง (สีส้ม) และระดับปลอดภัย (สีเขียว) โดยนำหลักเกณฑ์ 3 เกณฑ์ มาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาในการยุติสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบด้วย 1.คุณภาพชายหาดและพื้นที่ชายหาด ต้องไม่พบคราบน้ำมัน 2. คุณภาพน้ำทะเลต้องอยู่ในระดับ 4 ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ และ 3. คุณภาพอาหารทะเลในพื้นที่ต้องไม่มีสารปนเปื้อน สามารถรับประทานได้ตามปกติ โดย SPRC จะต้องนำเสนอแผนต่อที่ประชุมภายในวันจันทร์นี้ ขณะเดียวกันต้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลหลักเกณฑ์ทั้งสามด้านลงสื่อทุกช่องทางที่มีอยู่

         นอกจากนี้ นายธานี จารุนัฎ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง ได้ตรวจสอบเฝ้าระวังบริเวณชายหาด จำนวน 9 จุด พบว่า คุณภาพน้ำเบื้องต้นอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบคราบน้ำมัน และได้เก็บตัวอย่างน้ำชายหาดไปตรวจวิเคราะห์หาสารโลหะหนัก (HM) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นตัวอย่างน้ำที่เก็บเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา มีค่าสารผสมของสารประกอบในน้ำมัน (TPH) ที่จุดชายหาดลานหินขาวและก้นอ่าวสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตามทางกรมควบคุมมลพิษ ได้เก็บตัวอย่างน้ำชายหาดจุดเดิมไปวิเคราะห์รอบสอง เมื่อวันที่ 3 และ 4 กุมภาพันธ์ 2565 ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการวิเคราะห์ คาดว่าผลจะออกประมาณวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 นี้

Loading

รมช.สธ.ควงรองผู้ว่าระยอง ผู้บริหาร สธ.โชว์กินอาหารทะเลระยอง ยันอาหารทะเลระยอง ปลอดภัย มั่นใจ กินได้ พร้อมยันผลตรวจตัวอย่างอาหารทะเลสดไม่พบสารปนเปื้อน

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 5 ก.พ.65 ที่บริเวณชายหาดแม่รำพึง ตรงข้ามหมู่บ้านสบาย สบาย ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ควงผู้บริหารกระทรวงฯ มี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง โชว์กินอาหารทะเลระยอง มีปลากะพงทอดราดน้ำปลา หอยหวาน หอยแมลงภู่นึ่ง กุ้งเผา หมึกสดย่าง หลังมีการกู้คราบเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลระยองคลี่คลาย พร้อมเปิดแถลงข่าวยืนยันผลตรวจจากการเก็บตัวอย่างอาหารทะเลสด บริเวณหาดแม่รำพึง-ก้นอ่าว หาดสวนสน และชายหาดบริเวณ บ.ไออาร์พีซี มีปู ปลา หอย หมึก กุ้ง ชนิดละ 5 ตัวอย่าง รวม 150 ตัวอย่าง ผลตรวจหาสารตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารหนู สารหนูอินทรีย์ และ PAHs ( Polycyclic Aromatic Hydrocarbons ) พบว่าไม่เกินค่ามาตรฐานกำหนด

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการเฝ้าระวังการและเก็บตัวอย่างอาหารทะเลสดเพื่อตรวจหาสารปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารทะเลอย่างปลอดภัย มั่นใจ กินได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริโภคอาหารทะเลระยอง จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวระยองและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดระยอง มั่นใจว่า อาหารทะเลระยอง ปลอดภัย มั่นใจ กินได้ อย่างแน่นอน.

Loading

GC จับมือสวนพฤกษศาสตร์ระยอง มุ่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (low carbon destination) เส้นทางแห่งความสุขแห่งใหม่ของจังหวัดระยอง

        งานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565  ณ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จังหวัดระยอง ที่ผ่านมา บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับสวนพฤกษศาสตร์ระยอง พันธมิตร และเครือข่าย ได้สนับสนุนการจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นระบบนิเวศที่สำคัญ และกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ฟื้นฟูไว้ โดยมีคุณชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี

       งานนี้ GC และสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ได้จัดกิจกรรมต่อยอดความร่วมมือพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์ระยองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low carbon destination) เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโลกร้อน ผ่านกิจกรรมกีฬาและการท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ โดยการแข่งขันแรลลี่เรียนรู้ธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำทางน้ำ และการแข่งขันพายคายัคด้วย โดย GC ได้สนับสนุนเงินรางวัลการแข่งขัน และเรือคายัคจากเม็ดพลาสติกของ GC ที่ขึ้นรูปด้วยเทคนิคไร้รอยเชื่อมต่อ ทำให้มีน้ำหนักเบา สีสันสวยงาม ใช้งานง่าย เหมาะกับกิจกรรมท่องเที่ยวชมธรรมชาติทางน้ำ  ซึ่งในครั้งนี้มีพนักงานจิตอาสาจาก GC กว่า 20 คน มาเข้าร่วมแข่งขันในกิจกรรมพายคายัคเพื่อสร้างสีสันให้กับงานด้วย

      เพื่อให้เกิดสังคมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างครบวงจรและยั่งยืน GC ก็ได้สนับสนุน YOUเทิร์น Drop Point จุดรับขยะพลาสติกสะอาด เพื่อส่งเสริมการจัดการและคัดแยกขยะพลาสติกในแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้กับทางสวนพฤกษศาสตร์ระยองด้วย โดยพลาสติกเหล่านี้จะถูกนำกลับไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า หมวก เป็นต้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

        ด้วยแนวทางการดำเนินงานของ GC ที่มุ่งหมายจะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนและสังคม รวมถึงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ ความร่วมมือเพื่อพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจขนาดใหญ่ของชาวระยอง อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และพืชพรรณมากมาย เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่สำคัญ จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน…000

         ธนัญธร   รวงผึ้ง 

Loading

GC ประสบความสำเร็จออกหุ้นกู้ จำนวน 30,000 ล้านบาทพร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุน มุ่งสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง

       นางสาวภัทรลดา สง่าแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท   พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ในการเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Business : HVB) โดยการเข้าซื้อกิจการของ Allnex Holding GmbH (allnex) สำเร็จในวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา

      จากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุนมูลค่าประมาณ 4.1 พันล้าน  ยูโร โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินสดในมือ วงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านวงเงินกู้ยืม ทั้งนี้บริษัทฯ ได้พิจารณาและหาโอกาสในการจัดหาเงินทุนเพื่อทำการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมดังกล่าว โดยได้ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินบาท จำนวนรวมทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท จำนวน 4 รุ่น (5 ปี, 7 ปี, 10 ปี, 12 ปี) ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ในเดือนมกราคม 2565 โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากและมียอดจอง 1.5 เท่าของวงเงินที่เสนอขาย โดยบริษัทฯ ยังมองหาโอกาสในการจัดหาเงินทุนที่เหมาะสมเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของตลาดเงินทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของบริษัทฯ ในอนาคต

        นอกจากนี้ ในปี 2564 บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล “Thailand’s Best Corporate Bond” จากนิตยสาร The Asset สำหรับการดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิให้กับนักลงทุน และสถาบันต่างประเทศ จำนวนรวม 1,250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างมากจากยอดจองซื้อกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังเป็นการออกและเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศของบริษัทฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2555 อีกด้วย ทั้งนี้ The Asset เป็นนิตยสารทางด้านการเงินที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับตลาดเงินทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและได้รับการยอมรับจากนักลงทุนในภาคการเงินและการลงทุน

Loading

“ฉก.กร.642 เก็บตัวอย่างทรายและสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ร่วมกับนักดำน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ”

วันที่ 2 ก.พ.65  ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ทัพเรือภาคที่ 1 (ศคปน.ทรภ.1) ได้รับการสนับสนุน ฉก.กร.642 ในการเก็บตัวอย่างทรายและสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ร่วมกับนักดำน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ บริเวณเขาแหลมหญ้า จ.ระยอง โดยมีตำแหน่งดำน้ำ บริเวณปลายแหลม เขาแหลมหญ้าทางทิศใต้น้ำลึก 6.6 เมตร ผลการสำรวจ ไม่พบคราบน้ำมัน สภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลปกติ (หญ้าทะเล , ปลาเล็ก) พื้นท้องทะเล ทรายปนโคลน ทัศนวิสัยใต้น้ำ 3 เมตร และตำแหน่งดำน้ำ ทิศตะวันออกของปลายเบรคเขาแหลมหญ้า ระยะห่างจากปลายเบรคกันคลื่น 250 ม.น้ำลึก 6 เมตร ผลการสำรวจ ไม่พบคราบน้ำมัน สภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลปกติ (หญ้าทะเล , ปลาเล็ก) พื้นท้องทะเล ทรายปนโคลน ทัศนวิสัยใต้น้ำ 3-4 เมตร

DCIM\100GOPRO\GOPR5105.JPG

ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ (ศอปน.ทร.)  สายด่วน 1696

Loading

นายก อบจ.ระยอง ประกาศพร้อมยื่นมือเป็นคนกลางเจรจาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่ว หากไม่พอใจหรือคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

     เมื่อวันที่ 2 ก.พ.65 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อบจ.ระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ได้ร่วมประชุมกับกลุ่มสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็ก และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดระยอง ทั้งนี้เพื่อหาข้อสรุปในการเจรจากับบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จก.(มหาชน) เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันรั่วไหล

      นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง กล่าวว่า วันนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันทุกกลุ่มมาพูดคุยกัน ทบทวนมาตรการในการเยียวยาให้เป็นที่พอใจทั้งกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว กลุ่มชาวประมง กลุ่มร้านอาหารทะเล ฯลฯ ซึ่งจะต้องได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้หากไปยื่นเรื่องศูนย์ดำรงธรรมที่ตั้งขึ้นมาแล้ว ไม่พอใจ ทาง อบจ.ก็พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจากับทางบริษัทฯเรียกร้องค่าเยียวยาให้ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด ส่วนการกระตุ้นภาคท่องเที่ยว อบจ.ระยอง มีแผนเตรียมจัดงานอีเว้นท์เร็วๆ นี้ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยชายหาดพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดไม่ได้รับผลกกระทบ จึงอยากเชิญชวนให้มาเที่ยวกัน

   นางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระยอง กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้น เป็นการรับเคราะห์ซ้ำของชาวระยอง ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ ปัจจุบันที่เห็นชัดคือนักท่องเที่ยวหายไป เนื่องจากไม่มั่นใจพบยอดจองห้องลดลง อยากให้มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับกระทบโดยตรง และพื้นที่อื่นก็ได้นับว่าได้ผลกระทบเช่นกัน และที่สำคัญต้องการให้มีมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีมาตรฐาน และมีแผนกระตุ้นท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรม เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็ว ในส่วนการการตรวจสอบนั้น อยากให้ภาคเอกชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ของบริษัทฯ ด้วย ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

       นายธนู ทิพย์มณี รองประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กแหลมเทียน กล่าวว่า ชาวประมงหากินลำบากอยู่แล้ว ต้องมาได้รับผลกระทบคราบน้ำมันรั่วไหลซ้ำเติมอีก ต้องสูญเสียรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน ทางกลุ่มได้มีการปรึกษากลุ่มประมงมีอยู่ประมาณ 40 กลุ่ม อยากให้บริษัทฯ เยียวยาเบื้องต้นใช้เกณฑ์การเยียวยาปี 56 คือ วันละ 3,000 บาท ทั้งนี้บริษัทฯ ต้องเข้ามาคุยกับกลุ่มประมงโดยตรง เพื่อจะได้พูดคุยการเยียวยาจะฟื้นฟูทะเลอย่างไรด้วย เพื่อให้สัตว์น้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์  ซึ่งทะเลระยองเป็นของทุกคน ขอเรียกร้องให้มาช่วยกันปกป้องทะเลระยอง เพื่อลูกหลานจะได้มีอาชีพ และมีสัตว์น้ำไว้กินตลอดไป ส่วนการทำประมงขณะนี้ได้ขอให้งดวางอวนจับสัตว์น้ำในช่วงนี้ ให้การกู้คราบน้ำมันเสร็จสิ้นเสียก่อน.

    ซึ่งในวันนี้ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ของSPRCได้ให้เจ้าหน้าที่เดินกวาดเก็บขยะตามชายหาดรวมทั้งได้ใช้ตาข่ายใยซับแอปซอพเบรน ในการซับคราบน้ำมันหรือฝุ่นละอองตามชายหาดตลอดระยะตั้งหน้าธงชัยรีสอร์ทไปถึงบริเวณก้นอ่าวระยะทาง 8.5 กม.ตลอด24ชั่วโมง   พบว่าหาดสะอาด ใยซับขาวไม่ขุ่นดำน้ำตาลเหมือนวันแรกแต่อย่างใด…000

Loading

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) มอบรถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพมาตรฐานระดับสากล จำนวน 2 คัน มูลค่า 4,200,000 บาท แก่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยอง และโรงพยาบาลบ้านฉาง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และส่งเสริมภารกิจด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ภายใต้โครงการ “ดาว ห่วงใย ช่วยไทยต้านโควิด” เนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปี ของบริษัทฯ

นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทยกล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน จึงได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบ 125 ปี ของบริษัทฯ เราทราบถึงความจำเป็นของโรงพยาบาลในการใช้รถพยาบาลฉุกเฉินสำหรับส่งต่อผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้จัดหารถทั้ง 2 คัน และติดตั้งเครื่องมือแพทย์สำหรับช่วยชีวิตขั้นสูงครบถ้วน เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้เห็นน้ำใจคนไทยว่าไม่เคยทอดทิ้งกัน มีการสนับสนุนช่วยเหลือบริจาคเงิน สิ่งของ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์มาโดยตลอด ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรสาธารณสุขในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ รถพยาบาลมีความสำคัญอย่างมากในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที การสนับสนุนจาก Dow ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการปฏิบัติภารกิจของเราให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพตามมาตรฐานสากล”

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองกล่าวว่า “นอกเหนือจากความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม เรายังมุ่งหวังให้ระยองเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีและเศรษฐกิจที่สมดุล ในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ จังหวัดระยองขอขอบคุณแทนพี่น้องชาวระยองที่บริษัท Dow ได้เห็นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ มีความห่วงใยต่อประชาชน และได้มอบรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย และผู้ประสบอุบัติเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป”

รถพยาบาลฉุกเฉินได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น และเครื่องมือช่วยชีวิตขั้นสูงอย่างครบถ้วน อาทิ สัญญาณไฟฉุกเฉินและสัญญาณเสียงไซเรน เครื่องมือแพทย์ประจำรถ เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ และเครื่องช่วยหายใจอัตโนมัติ เก้าอี้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยชนิดพับได้ พร้อมเตียงนอนสำหรับผู้ป่วยแบบมีล้อเข็นที่มีความคงทนแข็งแรงตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการปฏิบัติการช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินโดยบุคลากรที่เหมาะสม และใช้ขนส่งผู้ป่วยภาวะวิกฤติและฉุกเฉินก่อนหน้านี้ เมื่อปี พ.ศ. 2554 กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินให้แก่โรงพยาบาลบ้านฉางแล้วจำนวน 2 คัน ซึ่งได้นำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือผู้ป่วยและดูแลสุขภาพของประชาชนในอำเภอบ้านฉางอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การสนับสนุนรถพยาบาลฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 2 คัน จะช่วยให้โรงพยาบาลสามารถให้บริการและรองรับผู้ป่วยในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงได้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Loading

คราบน้ำมันซัดเข้าหาดแม่รำพึง ข้นเป็นช็อกโกแลต อธิบดี คพ.ห่วง มวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่ห่างฝั่ง 3 กม.คลื่นลมแรง อาจพัดซ้ำอีก

คราบน้ำมันทยอยขึ้นชายหาดแม่รำพึง จุดลานหินดำพบคราบน้ำข้นคล้ายช็อกโกแลต อธิบดี คพ.เผย เร่งกำจัด ใช้กระดาษซับคราบน้ำมัน และใช้เครื่องดูดคราบน้ำมันจุดหนาแน่น พร้อมเตรียมขุดร่องน้ำให้คราบน้ำมันไหลมารวมจุดเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัด อย่างไรก็ตามยอมรับเป็นห่วงมวลคราบน้ำมันก้อนใหญ่อยู่ห่างฝั่ง 3 กม.ประกอบคลื่นลมแรง อาจจะพัดเข้าฝั่งเร็วขึ้น

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปฏิบัติการกู้คราบน้ำมันลอยติดชายหาดแม่รำพึง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง โดยพบว่า คราบน้ำมันได้ลอยมาติดชายหาด ตั้งแต่เวลา 08.00 น.จากการตรวจสอบพบ 2 จุด บริเวณแนวชายหาด ระยะทางประมาณ 500 เมตร  โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งเอกชน ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งกำจัดคราบน้ำมันอย่างเต็มกำลัง ต่อมามี  นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ว่าที่ ร.ต.พิรุณ  เหมรักษ์ รองผวจ.ระยอง   และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์

      นายอรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าคราบน้ำกระจายเข้าชายหาด 2 จุด บริเวณลานหินดำ และหินขาว จุดละประมาณ 1 กม.โดยเฉพาะจุดลานหินดำ มีคราบน้ำมันทยอยซัดเข้าฝั่งจนเห็นเป็นสีดำคล้ายช็อกโกแลต  2จุดนี้ความกว้างประมาณ 1-1.5 กิโลเมตร ตามแนวชายหาด ความหนาไม่เกิน 400 เมตร ถือว่ายังไม่ใช่คราบก้อนใหญ่ ถ้านับไปทางทิศตะวันออกห่างจากอุทยานเขาแหลมหญ้าฯไปประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งตอนนี้ที่เราวางแผนกันไว้การกำจัดได้วางแนวทางไว้ 3 ทาง คือ 1.ใช้เครื่องดูดออกก่อนเพื่อจะใข้ซับได้ง่ายขึ้นแล้วเอาไปกำจัดอย่างถูกวิธี 2. จะใช้สารเคมีฉีดเข้าไปแล้วใข้กระดาษซับผสม  และ 3.ขุดร่องน้ำ และชายหาด เพื่อให้คราบน้ำมันไหลมารวมยังจุดเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัด   อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นห่วงมวลน้ำมันก้อนใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างฝั่งประมาณ 3 กม.และอยู่ห่างจากอุทยานเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด 4 กม.ประกอบกับคลื่นวันนี้ค่อนข้างแรง อาจจะพัดเข้าฝั่งเร็วขึ้น ซึ่งจะเร่งกำจัดทั้งในส่วนในทะเล และฝั่ง โดยเพิ่มสารเคมีกำจัด ติดตั้งบูมเพิ่ม เพื่อไม่ให้พัดเข้าฝั่ง

และได้ใช้รถเกรดเกรดทรายบริเวณชายหาดทำร่องแนวยาวเพื่อกักเก็บคราบน้ำมันและจะใข้กระดาษวางซับคราบน้ำมันที่จะพัดเข้ามาไม่ให้แผ่กระจายเป็นแนวยาว โดยจะทำในเขตเทศบาลตำบลตะพง  เทศบาลตำบลเพ และที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด ก็เตรียมการรองรับไว้  เนื่องจากเวลาประมาณ 17.00 น.จะเป็นช่วงเวลาน้ำขึ้นอีกครั้ง…0000