Loading

   กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ชูมาตรฐาน GAP ควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออก-นำนวัตกรรมถุงแดง EECi ห่อผลทุเรียน ช่วยลดปัจจัยการผลิตทำให้ได้ทุเรียนมีคุณภาพ

     เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ โปษยาอนุวัตร์ เกษตรอำเภอวังจันทร์ จ.ระยอง และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตร(ทุเรียนและไม้ผล)ของเกษตรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาเพื่อยกระดับเกษตรกร โดยนำหลักเกษตรสมัยใหม่มาบริหารจัดการร่วมกับการเชื่อมโยงตลาดในยุคปัจจุบัน เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการและประสบความสำเร็จคือ นายจรูญ โพธิ์ทอง ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น ม.5 ต.วังจันทร์ อ.วังจันทร์ ที่ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดกับกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2562 จนสามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ

     นายมานพ โปษยาอนุวัตร์ เกษตรอำเภอวังจันทร์ กล่าวว่า ใน อ.วังจันทร์ มีพื้นที่ทำสวนผลไม้ สำนักงานเกษตร อ.วังจันทร์ มีการส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยมีเกษตรแปลงใหญ่อยู่ในพื้นที่ จำนวน 9 แปลง เป็นแปลงใหญ่ทุเรียน 4 แปลง และแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่นเป็น 1 ใน 4 แปลง ที่มีการผลิตทุเรียนคุณภาพ จุดแข็งของกลุ่มคือการบริหารจัดการกลุ่มที่มีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง มีการประชุมอย่างต่อเนื่องทุกเดือน และมีการออมเงิน เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตหรือใช้จ่ายซื้อปัจจัยการผลิต ซึ่งกลุ่มมีความเข้มแข็งจนเข้าสู่ระบบสินเชื่อชุมชนสร้างไทย จนได้รับสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.จำนวน 10 ล้านบาท เพื่อนำมาซื้อปัจจัยการผลิต ซึ่งเป็นการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต ในส่วนการแข่งขันด้านการตลาดของทุเรียนที่มีการแข่งขันสูง ประเทศปลายทางต้องการทุเรียนที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ ซึ่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอวังจันทร์ ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรทุกรายได้ขอใบรับรอง GAP โดยมีกรมส่งเสริมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้ามาตรวจแปลงและได้ให้ใบรับรอง GAP กับเกษตรกร และแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่นก็เช่นกัน ซึ่งสมาชิกทุกรายจะต้องมีใบรับรอง GAP เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานทุเรียน เพื่อเข้าสู่การแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้มีการขยายการปลูกทุเรียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอวังจันทร์ ยังได้มีการประสานงานทาง EECi สวทช.เข้ามาให้ความรู้ในเรื่องของถุงแดงห่อทุเรียน หรือ Magik Growth เป็นถุงไว้สำหรับห่อทุเรียนให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ทั้งลักษณะภายในและนอก และได้มีการประสานงานกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา มาให้ความรู้เรื่องพยากรณ์อากาศ โดยใช้แอพพลิเคชั่น Windy สามารถวางแผนการผลิต การให้ปุ๋ยและให้ธาตุอาหารสำหรับทุเรียนได้อย่างแม่นยำไม่ให้เกิดความเสียหายโดยเฉพาะช่วงมีฝนตก หรือลมแรง เป็นต้น อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของเทคโนโลยีการพ่นยา มีการปรับจากใช้เครื่องพ่นสายยางมาเป็นรูปแบบแอร์บลาส และการตัดหญ้าในสวน โดยใช้รถนั่งขับทำให้สะดวกสบายมีความรวดเร็ว และลดการขาดแคลนแรงงานที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้แปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่นดังกล่าว ปัจจุบันเป็นแปลงใหญ่นำร่อง BCG โมเดลทุเรียนของจังหวัดระยอง โดยมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ในสวนอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่นยืนด้วย

    ด้านนายจรูญ โพธิ์ทอง ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น กล่าวว่า เกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนบ้านเขาหินแท่น เกิดจากการรวมกลุ่มของสมาชิกที่เป็นเกษตรกรทำสวนทุเรียนแปลงเล็ก แปลงใหญ่ใน ต.วังจันทร์ จำนวน 73 ราย ที่มารวมตัวกันก็เพื่อต้องการลดปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และเป็นการเพิ่มผลผลิตทุเรียนด้วย ซึ่งในส่วนของการลดต้นทุนการผลิตนั้น ทางกลุ่มได้มีการรวมตัวการซื้อปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปุ๋ย ยา สามารถซื้อในราคาต้นทุนได้ ราคาจะถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ส่วนการเพิ่มผลผลิตทุเรียนได้มีการใช้นวัตกรรมถุงแดงห่อทุเรียน หรือ  Magik Growth มาช่วยในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต หลังจากห่อทุเรียน 60 วันแล้ว ไม่ต้องพ่นและใช้ยา โดยผลผลิตที่ออกมามีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด สามารถส่งออกได้ และมีการใช้แอพพลิเคชั่น Windy พยากรณ์อากาศ เข้ามาช่วย สามารถคาดการณ์สภาพดิน ฟ้า อากาศได้ เช่น ฝนจะตกวันไหน จะพ่นยาได้หรือไม่ ทำให้ไม่ต้องสูญเสียปุ๋ย ยาโดยเปล่าประโยชน์  ส่วนอุปกรณ์เครื่องพ่นยาได้ปรับมาใช้ระบบแอร์บลาสที่มีความทันสมัยประหยัดแรงงานที่หายาก และทันกับเหตุการณ์ ซึ่งแปลงใหญ่ของทางกลุ่มได้มาตรฐาน GAP ครบ 100 เปอร์เซ็น ซึ่งส่วนใหญ่จะทำเพื่อการส่งออก เนื่องจากในการส่งออกทุกครั้งต้องใช้ใบรับรอง GAP ซึ่งมีความสำคัญมากในกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ของบ้านเขาหินแท่น ส่วนการขายในประเทศนั้น สามารถการันตีได้ว่ามีมาตรฐาน GAP และปัจจุบันช่องทางการขาย 80 เปอร์เซ็น เพื่อการส่งออก อีก 20 เปอร์เซ็นขายในประเทศ และมีช่องการขายออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาประสบปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ลูกค้าสั่งออนไลน์มากขึ้น  ทางกลุ่มจะส่งสมาชิกไปอบรมการขายออนไลน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีเกษตรกรสมาชิกทางกลุ่มได้เรียนรู้ และมียอดขายเพิ่มขึ้น ในส่วนการบริหารจัดการกลุ่มมีการประชุมสมาชิกทุกเดือนๆ ละ 1 ครั้ง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นพี่เลี้ยงเข้ามาให้ความรู้ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล และ EECi ที่สนับสนุนองค์ความรู้นวัตกรรมเรื่องถุงแดงห่อผลทุเรียนให้กับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ ทำให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพ โดยสิ่งที่ได้คือมีการลดต้นทุน-ลดปัจจัยการผลิต ลดปุ๋ย และยาลง ผลทุเรียนมีผิวสวย เปลือกบาง เนื้อทุเรียนหนา สำหรับความยั่งยืนของกลุ่ม มีคณะกรรมการ และสมาชิกที่เข้มแข็ง และในการพัฒนาได้มีการนำ BCG  โมเดลมาใช้ด้วย โดยจะช่วยในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต และที่สำคัญสิ่งแวดล้อมไม่ถูกทำลาย ถือว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย.

Loading

สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ปลูกป่าชายเลนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

   เมื่อวันที่ 25 เมษายน เวลา0 9.00 น. ที่ บริเวณป่าชายเลนอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  พลตำรวจโทนิรันดร  เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีปลูกป่าชายเลน พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธรภาค2 และพล.ต.ต.พงศ์พันธ์  วงษ์มณีเทศ  ผบก.ระยอง และข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ข้าราชการท้องถิ่น ประชาชน จิตอาสาพระราชทาน904 วปร. รวมทั้งภาคีเครือข่ายภาครัฐเอกชน พสกนิกร ทุกหมู่เหล่า ทำพิธีเปิดกรวยถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ กล่าวสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษาต่อยอดศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

        สำนักงานตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับภาครัฐเอกชนและประชาชนรวมทั้งภารกิจเครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ได้ ร่วมกันปลูกป่าชายเลน ที่มีความ อุดมสมบูรณ์ได้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในขุมชนอีกทั้งสร้างจิตสำนึก อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของตนเองให้คงอยู่และพัฒนาอย่างยั่งยืนสืบไป ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปลูกป่าชายเลนบริเวณแห่งนี้อย่างต่อเนื่องทุกปี….000

Loading

     จ.ระยอง ดึงศักยภาพการท่องเที่ยวแต่ละอำเภอ ค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อม ภายใต้”โครงการผู้ว่าพาทัวร์@8 อำเภอ มุ่งชวน นทท.เที่ยวชมให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่

     เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง นายคีรีวัฒน์ อ้นพร้อม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน อปท. และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง เดินทางไปสำรวจศักยภาพ และค้นหาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.วังจันทร์ โดยเข้าเที่ยวชมสวนผลไม้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร “สวนละไม”ปลูกผลไม้พื้นที่ 500 ไร่ ริมเขา  ต.ป่ายุบใน และ”โฮมสเตย์บ้านไร่นายพล” ท้ายอ่างเก็บน้ำประแสร์ ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์

      ว่าที่ ร.ต.พิรุณ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว จัดขึ้นเดือนละ 2 อำเภอ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในการเตรียมความพร้อมรองรับ นทท.ด้วยการสำรวจศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอทั้ง 8 อำเภอ นำสู่การส่งเสริมพัฒนาต่อยอด รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ดึงดูด นทท.มาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองเพิ่มมากขึ้นต่อไป

        ด้านนางกัญญ์ชลา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ สอดรับกับนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ต้องการให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่ จึงได้จัดโครงการผู้ว่าพาทัวร์@8 อำเภอขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เพื่อค้นหาแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละอำเภอที่มีความพร้อม นำมาพัฒนา และต่อยอดจัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ นทท.รับทราบอย่างทั่วถึง..000

Loading

ชวนนักปั่นแข่งขันจักรยานชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “BIKE TO BE HERO ปั่นเพื่อน้องเยาวชน ดี เก่ง กล้า”

      เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย. ที่ห้องจันทร์สุดา โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มอบหมายให้ นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง เป็นประธานแถลงข่าวจัดแข่งขันจักรยาน “BIKE TO BE HERO ปั่นเพื่อน้องเยาวชน ดี เก่ง กล้า” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2566 นี้ เวลา 05.00-12.00 น. ณ ศาลาเอนกประสงค์ อบต.นาตาขวัญ อ.เมืองระยอง มีนายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ระยอง ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์  ผอ.หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ สถาบันการสร้างชาติ นายวัชรพล สารสอน ผอ.ททท.สำนักงานระยอง  นายอุทิศ ซื่อประเสริฐ นายก อบต.นาตาขวัญ นายบุญสนอง ตัณยะสิทธิ์ ประธานจัดการแข่งขันฯ ผู้แทนสมาคม ชมรม หน่วยงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าว

      นายกำธร เวหน ปลัดจังหวัดระยอง กล่าวว่า การจัดการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “BIKE TO BE HERO ปั่นเพื่อน้องเยาวชน ดี เก่ง กล้า” ครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดของจังหวัดระยอง ที่ทรงพระราชทานถึง 9 ถ้วยรางวัล จึงต้องจัดงานให้สมพระเกียรติในทุกขั้นตอน โดยจะเน้นเป็นพิเศษเรื่องความปลอดภัยของผู้ร่วมการแข่งขัน ตลอดเส้นทาง เพื่อให้งานครั้งประวัติศาสตร์นี้ สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นำชื่อเสียงมาสู่จังหวัดระยอง

      นายบุญสนอง ตัณยะสิทธิ์ ประธานการจัดการแข่งขันฯ กล่าวว่า การจัดงานมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนในประเทศไทย ผ่านการจัดตั้งชมรมเยาวชนสร้างชาติใน 8 จังหวัดภาคอีสานตอนบน จำนวน 350 โรงเรียน ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และการส่งเสริมเรื่องสุขภาพที่ดี ด้วยการออกกำลังกายผ่านการจัดแข่งขันกีฬาปั่นจักรยาน และการปั่นจักรยานเชิงท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังส่งเสริมเศรษฐกิจภายในจังหวัดระยอง และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ผ่านการให้โอกาสจำหน่ายสินค้าและการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ และวิสาหกิจชุมชนที่อยู่ภายในจังหวัดระยองด้วย

       ด้าน น.ส.พิราวรรณ ปัสยามาตร ผู้จัดการกองประกวดนางงามสุขสภาพ Miss Wellness World Thailand ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงาน Bike to be hero ในครั้งนี้ว่าจะช่วยส่งเสริมเรื่องสุขสภาพในประเทศไทย ดังเช่นเดียวกับวัตถุประสงค์ของเวทีการประกวด นางงามสุขสภาพ หรือ Miss Wellness World Thailand ซึ่งเป็นเวทีประชาสัมพันธ์ และสร้างผู้นำที่จะไปผลักดันในเรื่องสุขสภาพ Wellness ในประเทศไทย     

      ขณะที่ น.สพ.วีระพล เหมรัตนากร ผู้บริหารสมาคมนักธุรกิจสร้างชาติ  Nation-Building Businessman Community (NBBC) ได้กล่าวว่า การจัดงานจะช่วยส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจภายในจังหวัดระยอง โดยการดึงความสนใจของคนทั้งประเทศมาที่จังหวัดระยอง ทั้งนักกีฬาปั่นจักรยาน และนักท่องเที่ยว จึงสร้างโอกาสให้กับธุรกิจภายในจังหวัดระยองที่จะได้ค้าขาย และประชาสัมพันธ์เพื่อนำรายได้จากภายนอก มาสู่จังหวัดระยอง

ด้าน น.ส.วรัธญา วรัตม์เสวก เลขาธิการสมาคมศิษย์เก่าสถาบันการสร้างชาติ NBIAA Nation Building Institute Alumni Association กล่าวว่า การแข่งขันดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมเรื่องการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญและสิทธิประโยชน์กับวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยองก่อน ในการจำหน่ายสินค้าและประชาสัมพันธ์บริการ เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริงและโดยทันที

       ทั้งนี้ การแข่งขันฯ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2566 เวลา 05.00 – 12.00 น. ณ ศาลาเอนกประสงค์ อบต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง ประเภทการแข่งขันมี 2 ประเภท คือ ประเภท Class A ชิงถ้วยพระราชทาน จำนวน 9 ถ้วย และ ประเภท Class B ชิงถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จำนวน 4 รุ่น และประเภทจักรยานเพื่อสุขภาพและท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจร่วมการแข่งขัน สมัครได้ที่ www.thaimtb.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือติดต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน คุณสามารถ 061-8962965 และ คุณแคท 082-1352023 .

Loading

อภิสิทธิ์-ชวน”ขึ้นเวทีช่วยผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรค ปชป.หาเสียง ขอพี่น้อง ปชช.เลือกผู้สมัครยกจังหวัด

     เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่เวทีปราศรัยบขส.ระยองแห่งใหม่  หมู่บ้านเพลินใจ 5 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรค ปชป.ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่แถลงนโยบายพรรค โดยมีพี่น้องประชาชนมาร่วมรับฟังกว่า 10,000 คน ช่วงแรกมีผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วยนายพศิน ปิตุเตชะ เขต 1 นายสาธิต ปิตุเตชะ เขต 2 นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ เขต 3 นายธารา ปิตุเตชะ เขต 4 และนายฉัตรชัย ปิตุเตชะ เขต 5 ขึ้นปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายืนให้กำลังใจผู้สมัครข้างเวที โดยมีพี่น้องประชาชนแห่ขอถ่ายรูปเซลฟี่จำนวนมาก ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะขึ้นเวทีไปชูมือนายพศิน ผู้สมัครฯ เขต 1 เพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะเดินลงเวที โดยไม่ได้มีการพูดคุยแต่อย่างใด คาดว่าคงรอเวลาปราศรัย ซึ่งต่อมานายอภิสิทธิ์ จะได้ขึ้นเวทีช่วยผู้สมัครฯ ทั้ง 5 เขต หาเสียง ต่อด้วยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดให้กำลังใจกระหึ่มเวทีและบริเวณงาน

        นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เห็นพี่น้องประชาชนมาอย่างล้นหลามในวันนี้ ต้องบอกว่า ปชป.และพี่น้อง ปชช.ชาวระยอง ยังเป็นหนึ่งเดียวกัน 4 ปีที่แล้วหลังจากที่ตนได้ลาออกการเป็น หน.พรรค ลาออกจากเป็น ส.ส.ถือว่าไม่ได้อยู่ในการเมือง แต่ยังเฝ้าติดตาม ห่วงใย ปชช.และประเทศชาติ แต่ยังเฝ้าดูคนทำงานในการเมือง เมื่อมีการเลือกตั้งได้คุยกับผู้บริหาร ผู้ใหญ่ในพรรค ก็ได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะมาช่วยพรรค วันนี้ตนจะยังไม่สมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังเป็นสมาชิกพรรค และพร้อมที่จะช่วยและสนับสนุนพรรค จึงใช้เวลาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตระเวนช่วยให้กำลังใจผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนมาที่นี่ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันว่าถ้าพี่น้องชาวระยอง ไม่ให้กับสนับสนุนผู้สมัคร และพรรค ตนก็ไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.ได้ ตนจึงมากราบขอบพระคุณด้วยสำนึกบุญคุณที่พี่น้อง ปชช.ทีนี่มีกับผมและพรรค ปชป.สามารถไปทำงานให้คนไทยทั้งประเทศได้ พรรค ปชป.ไม่ใช่ของใคร เป็นของพี่น้อง ปชช.ในวันที่ 14 พ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อยากให้พี่น้อง ปชช.ชาวระยอง สนับสนุนเลือกผู้สมัครของระยองทั้ง 5 เขต และพรรค ปชป.ด้วย

       ด้านนายชวน กล่าวว่า ตนไม่ใช่คนแปลกหน้า 60 ปีที่แล้ว เคยอยู่ชลบุรี เป็นทนายความมาว่าความบ่อยที่ระยอง ตนมีความตั้งใจอยากเป็นนักการเมือง ไม่ใช่เพราะต้องการผลประโยชน์ แต่ต้องการเป็นปากเสียงให้พี่น้อง ปชช.ตนเป็นผู้แทนมาแล้ว 16 สมัย ที่เล่ามานี้ เพราะอยู่มาแล้ว 55 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองอย่างมาก ระยอง เมื่อก่อนตอนว่าความต่างกันมาก เปลี่ยนไปในทางที่ดินขึ้น สมัยก่อนระยองอยู่ในพื้นที่ 3 การส่งเสริมการลงทุน ยุคตนเป็นนายกฯ ตนสร้างถนนสี่ช่องจราจรไปทั่วทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะขยายในบ้านเมืองของตัวเอง พรรค ปชป.ยึดมั่นในผลประโยชน์ของ ปชช.เป็นหลัก ซึ่งจะเห็นได้จากการทำหน้าที่ในบรรดา หน.พรรคทั้ง 8 คน ไม่เคยถูกสอบเกี่ยวกับเรื่องทุจริตเลย จึงอยากขอให้พี่น้อง ปชช.ได้พิจารณาผู้สมัครของพรรค ไม่จะเป็นฝ่ายค้านก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบ ขอให้สนับสนุนพรรค เป็นพรรคที่ไม่โกง ไม่กิน ไม่สิ้นชาติ.

Loading

ชาวระยอง ชวนเที่ยวงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี 2566 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่

    เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่สวนสุภัทราแลนด์ ต หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายก อบจ.ระยอง นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง และนางสุวรรณา โดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลผลไม้และของดี จังหวัดระยอง ประจำปี 2566 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 พ.ค.นี้ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง

       ภายในงานจะมีกิจกรรมการประกวดสุดยอดผลไม้ระยอง ประกวดธิดาชาวสวน ขบวนพาเหรดผลไม้  นิทรรศการความหลากหลายสายพันธุ์ทุเรียน แข่งขันกินผลไม้ กิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายผลไม้ช่วงผลไม้นาทีทอง ประกวดสร้างสรรค์เมนูอาหารจากผลไม้และของดีจังหวัดระยอง บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคา 450 บาท และการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ปูจ๋าน ลองไมค์ ลำเพลิน วงศกร แมนอาร์ โอเว่น และศาล สานศิลป์

         โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเกษตรของจังหวัดระยอง เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการอาชีพต่างๆ รวมทั้งเป็นการเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมสวนผลไม้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ และเพื่อเพิ่มมูลค่าพร้อมยกระดับผลไม้ให้สูงขึ้นซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อยกระดับคุณค่าด้านการท่องเที่ยวและเผยแพร่ไปสู่นักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลายอีกด้วย.

Loading

สามารถ-ขาวผ่อง อดีตนักมวยชื่อดัง ร่วมงานสงกรานต์วัดหนองฆ้อ

     เมื่อวันที่ 22เม.ย.เวลา 20.00น. ที่เวทีชั่วคราววัดหนองฆ้อ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย ระยอง  งานสงกรานต์ สรงน้ำหลวงปู่ทองสุข เกจิดัง เจ้าอาวาสวัด จัดงานระหว่างวันที่16-23เม.ย.66 มีมหรสพสมโภชน์ทุกวันรวมทั้งคาราบาวก็มาแสดงไปแล้ว   สำหรับคืนนี้  สามารถ พยัคฆ์อรุณ นักมวยชื่อดัง นายกสมาคมมวยไทยนายขนมต้ม ได้นำอดีตนักมวยดังแนวหน้าของเมืองไทย ขาวผ่อง  สิทธิชูชัย  นักมวยเหรียญเงินคนแรกของเมืองไทย แสนเมืองน้อย ลูกเจ้าพ่อมเหสักช์  ดีเซลน้อย  ช. ธนพสุกาญจน์  ฯลฯ รวม 50กว่านาย มาทำการมอบเครื่องกีฬาให้เด็กนักเรียน  ชาวบ้านโชว์ศิลปแม่ไม้มวยไทย แจกเสื้อมาดพยัฆ แก่ชาวบ้านทั่วไป  แต่ที่น่าตื่นเต้นคือจู่ๆ นายสามารถ ถอดเสื้อที่ตัวเองใส่  ต้องการที่จะแจกให้ชาวบ้านที่มาดู  แล้วได้โยนไปที่หน้าเวทีผู้ได้คือจิตอาสามาช่วยงานวัด  หลังจากนั้น นายนิพนธ์ เสียงจันทร์ ประธานคณะกรรมการจัดงานของทางวัด ได้มอบพระเครื่องหลวงปู่ทองสุขและผ้ายันต์แก่นักมวยที่มาร่วมงานของสมาคมมวยไทยนายขนมต้มทุกคน

      สำหรับสมาคมมวยไทยนายขนมต้ม  ได้รับการอุดหนุนให้กับสมาคมมวยไทยนายขนมต้มจากหลวงปู่ทองสุข ปีละ100,000บาท ทุกปี จึงมีความใกล้ชิดสนิทสนมมาช่วยแสดงโดยไม่รับค่าตัวแต่อย่างใด..00

Loading

รายงานความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1)

      ข้อมูลโดย : การนิคมอุตสาหกรรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยสำนักงานบริหารโครงการ เจ้าของโครงการ, PMSC กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการ, บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) เอกชนคู่สัญญา, บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) ผู้รับจ้างช่วง ผลการดำเนินงาน ช่วง วันที่ 1 มกราคม 2566 – 31 มีนาคม 2566

       ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 

1. ปัจจุบันความก้าวหน้าโครงการอยู่ที่ 42.06 % โดยแผนงานกำหนดไว้ที่ 42.04 % ซึ่งมีความก้าวหน้ามากกว่าแผนอยู่ 0.02 % โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่  31 มีนาคม 2566

2. มาตรการความปลอดภัยและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำคัญๆที่ทางโครงการได้ดำเนินการไปแล้ว เช่นการติดตั้งทุ่นและไฟสัญญาณและเครื่องหมายบอกตำแหน่งแสดงอาณาเขต บริเวณพื้นที่ก่อสร้างในทะเลของโครงการ การติดตั้งม่านกันตะกอนเพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบจากการฟุ้งกระจายของตะกอน การควบคุมการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัย การตรวจวัดด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรการ EHIA เช่น การตรวจวัดคุณภาพอากาศ การตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล การตรวจวัดคุณภาพเสียงและความสั่นสะเทือน การเก็บตัวอย่างนิเวศวิทยาทางทะเล เป็นต้น ซึ่งค่าต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด 

3. กิจกรรม CSR ที่สำคัญที่ทางโครงการได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น

3.1 สนับสนุนกิจกรรมทำบุญประเพณี ร่วมกับงานป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย (ศูนย์ทรายเงิน)

3.2 สนับสนุนกิจกรรมทำบุญข้าวหลามประจำปี 2566 ชุมชนในเขตพื้นที่รัศมีรอบโครงการฯ

3.3 สนับสนุนกิจกรรมปล่อยพันธุ์แม่และลูกปูม้าร่วมกับชาวประมงบ้านพลาอู่-ตะเภาสามัคคี ณ กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านบ้านพลา-อู่ตะเภาสามัคคี อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

3.4 กิจกรรมทำความสะอาดชายหาดแสงจันทร์และชายหาดสุชาดา ร่วมกับเทศบาลเนินพระ ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

3.5 กิจกรรมปลูกป่าชายเลน ร่วมกับเทศบาลเนินพระ  ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง หน่วยงานราชการ ชุมชนและเอกชน

4.แผนการดำเนินงานระยะ 3 เดือนต่อไป

4.1 งานก่อสร้างเขื่อนกันทราย (Revetment)

4.2 งานก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น (Breakwater)

4.3 งานก่อสร้างสะพานทางเข้า-ออก ของโครงการ

4.4 งานขุดลอกและถมทะเล

4.5 การเตรียมงานเขื่อนกันคลื่นคอนกรีตหล่อสำเร็จ (Caisson)

4.6 งานหล่อคอนกรีต Accropode และงานติดตั้งคอนกรีต Accropode

4.7 การขนส่งวัสดุก่อสร้างทางทะเล                                    

    ศึกษาข้อมูล/รายละเอียดเพิ่มเติม     สำนักงานบริหารโครงการ. ติดต่อประสานงาน ที่นายศุภโชค ศิลปเจริญ โทร. 086-0992588 (คุณแมน) www. maptaphut 3 .com  …..00

Loading

“นฤพล”ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)อาบน้ำมนต์-ลงยันต์เสื้อแจ็คเก็ต โดยพระเกจิดัง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลุยขอคะแนนเสียง

    เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพล พงษ์ประเทศ ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรค พปชร.เขต 2 เบอร์ 9 เดินทางไปอาบน้ำมนต์กับพระครูบวรสาธุกิจ หรืออาจารย์จิ้ม เกจิชื่อดังเมืองระยอง เจ้าอาวาสวัดศรีวโนภาสสถิตย์พร อ.เมืองระยอง พร้อมกับให้ลงยันต์เสื้อแจ็คเก็ตพรรค เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเดินลุยขอคะแนนเสียงจากชาวบ้านในพื้นที่

      นายนฤพล พงษ์ประเทศ ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 9 พรรค พปชร. กล่าวว่า วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามากราบไหว้ขอพรพระอาจารย์จิ้ม เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนหาเสียง เลยถือโอกาสอาบน้ำมนต์ไปด้วย เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนลุยขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน ซึ่งจากการลงพื้นที่ได้เสียงตอบรับที่ดีจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนโยบายพรรคที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ เช่น นโยบายสำคัญ คือ “บัตรประชารัฐ 700 บาท” มอบให้กับผู้มีรายได้น้อย (ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี) ที่จะเพิ่มจาก 300 บาท เป็น 700 บาททันที เมื่อพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายดูแลผู้สูงอายุ โดยการมอบสวัสดิการผู้สูงอายุ เกิน 80 ปี รับ 5,000 บาท รวมทั้งนโยบาย “ดูแลทุกช่วงวัย แม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ”โดยได้วางนโยบายเข้าไปดูแลสตรีขณะตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4 และในเดือนที่ 9 ที่คลอดบุตรออกมา จะสนับสนุนเงินให้เดือนละ 10,000 บาท 5 เดือน เริ่มตั้งแต่อายุครรภ์ 4 เดือน จนถึง 9 เดือน นอกจากนี้ จะช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงบุตร 3,000 บาท ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 ปี เป็นต้น.

Loading

พาณิชย์ฯ สมุทรปราการลุยต่อ…จัดพาณิชย์ลดราคา ออนทัวร์ทั่วไทย ครั้งที่ 2 หั่นราคา ‘ข้าว-หมู-ไก่-ไข่-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย’ ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

     สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ เดินหน้าสานต่อนโยบายกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดงานพาณิชย์ลดราคา ออนทัวร์ทั่วไทย จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดงานครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน และมีประชาชนเข้าร่วมชอปสินค้าราคาประหยัดกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะสินค้า 6 รายการหลักที่นำมาหั่นราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอดระยะเวลาจัดงาน 3 วัน ๆ ละ 3 รอบ  ได้แก่ ข้าว หมู ไก่ ไข่ น้ำมันพืช และน้ำตาลทราย โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2566 ณ ลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมยกขบวนสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าโอทอป สินค้าเอสเอ็มอี เข้าร่วมลดราคาพิเศษอีกกว่า 100 รายการ

        นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยถึงการจัดงาน พาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2566 ณ ลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาศรีนครินทร์ ว่าเป็นการจัดงานต่อเนื่องจากครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมีประชาชนเข้าร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าลดราคาพิเศษเป็นจำนวนมากทุกวัน ซึ่งทางจังหวัดสมุทรปราการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชนในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ต้นทุนการผลิตของสินค้าต่าง ๆ มีการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบประกอบอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต จึงได้มีการจัดงานพาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2 ขึ้นอีกครั้ง โดยนำสินค้าหลัก 6 รายการที่มีคุณภาพดี มาลดราคาจำหน่ายให้กับประชาชน ซึ่งการจัดงานที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส ศรีนครินทร์ นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการจับจ่ายซื้อสินค้าของชาวจังหวัดสมุทรปราการ จึงเชื่อมั่นว่าจะทำให้สามารถเข้าถึงประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้เป็นอย่างดี

         ด้าน นายสาธิต กล่อมสวัสดิ์ พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่สินค้าพลังงานมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามกลไกราคาในตลาดโลก จึงส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่เพิ่มสูงขึ้น ราคาอาหารและสินค้าจึงมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ บะหมี่สำเร็จรูป น้ำมันพืชบรรจุขวด เป็นต้น ทำให้ประชาชน ผู้บริโภค ต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้หาแนวทางช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยการจัดงานพาณิชย์ลดราคา ออนทัวร์ทั่วไทย จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2 ขึ้น โดยนำสินค้า 6 รายการหลัก ได้แก่ ข้าวสาร เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ น้ำมันพืช และน้ำตาลทราย มาลดราคาเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนเป็นระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2566 ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ศรีนครินทร์ โดยจัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 รอบในช่วงเวลา 12.00 น. 15.00 น. และ 18.00 น.

“หลังจากการจัดงานไปครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมจับจ่ายซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมาก การจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 นี้ก็เชื่อว่า จะสามารถเข้าถึงประชาชน และผู้ประกอบการร้านอาหารของจังหวัดสมุทรปราการได้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการจัดงานบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ศรีนครินทร์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการจับจ่ายสินค้าของชาวสมุทรปราการ การจัดกิจกรรมครั้งนี้เชื่อประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยจะได้รับประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากสินค้าหลักทั้ง 6 รายการ มีการลดราคาลงต่ำกว่า 20% เช่น หมูเนื้อแดง 1 กิโลกรัม จำหน่ายในราคาเพียงกิโลกรัมละ 100 บาท น่องไก่ติดสะโพก กิโลกรัมละ 40 บาท ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 75 บาท น้ำตาลทรายขาวถุง 1 กิโลกรัม ราคา 15 บาท น้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตร ราคา 35 บาท  ข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัม ลดเหลือ 110 บาท ส่วนข้าวเสาไห้ 5 กิโลกรัม ลดเหลือ 75 บาท นอกจากนี้ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภค ของสด ของแห้ง สินค้าเกษตร สินค้าโอทอป และสินค้าเอสเอ็มอี ที่มาร่วมจำหน่ายในราคาพิเศษอีกกว่า 100 รายการ ซึ่งเชื่อว่างานนี้นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าครองชีพให้กับชาวจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดข้างเคียงได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการซื้อขายสินค้า และผู้ประกอบการก็มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย” พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ กล่าว

         งานพาณิชย์ลดราคา ออนทัวร์ทั่วไทย จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2566 ณ ลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และครั้งที่ 3 วันที่ 28-30 เมษายน 2566 ณ ลานหน้าวัดศรีวารีน้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ.